<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.แจงผุดภารกิจใช้ C295 เคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา ปัดลดกระแสโจมตีกองทัพซื้ออาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจง กรณีใช้เครื่องบินลำเลียง 295 &amp;nbsp;หรือ C295 มาใช้ในภารกิจรับส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนา &amp;nbsp;ว่าเป็นการลดกระแสช่วงที่กองทัพโดนโจมตี รวมถึงประเด็นการจัดซื้อเครื่องบินลำเลียง CASA หรือไม่ ว่า แล้วแต่คนจะมอง แต่ยืนยันว่า กองทัพบก &amp;nbsp;ไม่ได้มองว่าเป็นการลดกระแสอะไร เพราะพิจารณาจากตระกะที่ผ่านมา การใช้ยานพาหนะของทบ. โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์เคลื่อนย้าย เราใช้ยานพาหนะพวกนี้มาโดยตลอด ไม่ใช่เฉพาะใช้แค่ C295 แต่ก็เล็งใช้ยุทโธปกรณ์อื่นด้วย เพื่อเสริมขีดความสามารถในการช่วยเหลือประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะเริ่มดำเนินการเมื่อไหร่นั้น พันเอกหญิงศิริจันทร์ ระบุ ขณะนี้เตรียมแสตนบายไว้ 1 ลำ ส่วนการนำคนขึ้นเครื่อง ต้องรับการส่งเคสมาจาก สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ก่อน เพราะต้องได้รับการอนุญาตจากแพทย์ต้นทาง และต้องมีระบบสาธารณสุขปลายทาง รองรับด้วย &amp;nbsp;โดยระยะทางอยากส่งให้ไกลที่สุด เนื่องจากในพื้นที่ใกล้ๆ มีรถดำเนินการอยู่แล้ว &amp;nbsp;ผบ.ทบ. จึงอยากย่นระยะการเดินทางระยะไกล &amp;nbsp;โดยไกลสุด จะอยู่ที่ชั่วโมงบิน 2-2 ชั่วโมงครึ่ง &amp;nbsp;เหนือ ใต้ อีสาน ไปได้หมด &amp;nbsp;อาจมีข้อจำกัด คือ จังหวัดที่ไปจะต้องมีสนามบินให้ลง &amp;nbsp;หรือลงจังหวัดใกล้เคียงได้ ก็ต้องมีรถมารองรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110851</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหาร, ศิริจันทร์ งาทอง, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086a139859a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกรียนคีย์บอร์ดเล่นแรง!ปล่อยเอกสารเก๊ &#039;ศบค.ทบ.&#039; เตรียมประกาศ &#039;กฎอัยการศึก&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 - พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก &amp;nbsp;กล่าวว่า ด้วยในขณะนี้มีการ จัดทำเอกสารเท็จและถูกปล่อยออกมาในโซเชียลมีเดีย อ้างว่าเป็น การแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ก่อนการประกาศใช้กฎอัยการศึกใน กทม. เพื่อป้องกัน อันตรายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในราชอาณาจักร ประกาศโดย ศบค19ทบ. นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียนว่าเป็นข่าวเท็จโดยสิ้นเชิง อย่าได้หลงเชื่อเพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมายและไม่มีหน่วยงานใดจัดทำขึ้น หากได้อ่านข้อความก็คงจะประเมินได้ว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ขอย้ำอย่าส่งต่อ เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของผู้ปล่อยข่าวเท็จ ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังดำเนินการต่อข่าวเท็จดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110409</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, ศิริจันทร์ งาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6502df1ea5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.สั่งสอบ&#039;ร้อยโท&#039;คอมเม้นท์หนุน&#039;แอมมี่&#039; พบผิดจริงเจอลงโทษแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 มี.ค. พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีนายทหารยศร้อยโท สังกัดสำนักงานพระธรรมนูญทหารบกเข้าไปแสดงความคิดเห็นคอมเม้นท์ในเฟซบุ๊กสนับสนุนการกระทำของนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ ที่ทำลายพระบรมฉายาลักษณ์นั้นว่า ขณะนี้ทางกรมกำลังพลทหารบกได้สั่งให้หน่วยต้นสังกัดดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง เพื่อรายงานให้กรมกำลังพลฯรับทราบก่อนว่านายทหารคนดังกล่าวได้กระทำแบบนั้นจริงหรือไม่ เพราะการโพสต์ข้อความลงในโซเชียลมีเดียอาจโดนแฮก หรือเป็นความตั้งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากในโซเชียลมีเดียมีทั้งของจริงและไม่จริง ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และต้องรอดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการ เมื่อหน่วยต้นสังกัดตรวจสอบเสร็จแล้วจะรายงานผลให้กรมกำลังพลฯรับทราบต่อไป อย่างไรก็ตามตามขั้นตอนหากพบว่าเจ้าตัวได้กระทำจริง ถือมีความผิดในระเบียบปฏิบัติเรื่องการใช้โซเชียลมีเดีย หรือสื่อสังคมออนไลน์ที่จะต้องไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมือง และไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง รวมทั้งเป็นการกระทำผิดวินัยทหาร โดยจะมีจากโทษเบาไปหาหนัก เพราะคนที่เป็นข้าราชการต้องมีจิตวิญญาณเป็นข้าราชการที่ดี และหากเป็นทหารต้องยึดสถาบันหลักของชาติ ทั้งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์เป็นที่ตั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97348</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอมเมนต์หนุน, นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์, รองโฆษกกองทัพบก, ศิริจันทร์ งาทอง, สอบทหารยศร้อยโท, แอมมี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603cc14733ea7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2020 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2020 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.แจงไฟล์เอกสารทำทวิตเตอร์ที่ถูกแฉ เป็นการสอนเพื่อพัฒนางานสื่อสารออนไลน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย. 63 - พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง &amp;nbsp;รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารนำเสนอเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดีย ทวิตเตอร์ของหน่วยทหาร และอ้างว่ามีการจ้างบริษัทเอกชน เพื่อทำการอย่างใดอย่างหนึ่งผ่านทวิตเตอร์นั้น กองทัพบกได้ตรวจสอบกับส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ขอเรียนในประเด็นข้อเท็จจริงว่า กองทัพบก/หน่วย ไม่ได้มีการว่าจ้างบริษัทเอกชนไปดำเนินการปฎิบัติการข่าวสารตามที่มีความพยายามกล่าวหาโดยใช้การตีความจากเอกสารที่ถูกนำมาเผยแพร่ดังกล่าว เพราะวัตถุประสงค์ในการสื่อสารทางโซเชี่ยลมีเดียของกองทัพบกนั้นมุ่งเน้นการสื่อสารสร้างการรับรู้ อย่างสร้างสรรค์ เท่าทันสถานการณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในยุคสื่อสังคมออนไลน์ ทหาร/กองทัพเองก็ต้องมีการเรียนรู้พัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มต่างๆให้ทันกับสภาพสังคม โดยมีการจัดอบรมบรรยายและให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าวกับกำลังพลในทุกระดับให้มีความเข้าใจในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพและข้อมูลในสื่อโซเชียลที่ปรากฎนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการอบรมกำลังพลของหน่วย(พล.ร.2รอ.)ในการใช้แอพพลิเคชั่นทวิตเตอร์ สนับสนุนงาน ประชาสัมพันธ์ของหน่วยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนที่มีทักษะความรู้ด้านการตลาดดิจิทัลและในการใช้สื่อออนไลน์ที่ทันสมัย มาเป็นผู้ให้คำแนะนำการใช้งาน โดยไม่มีการว่าจ้างแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้กระจายข้อมูลเชิงบวกก็เป็น &amp;rdquo;ฟรีซอฟต์แวร์&amp;rdquo; ที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น Tweet Broadcast และ Free Messenger เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผังโครงสร้างที่ปรากฎก็เป็นการจัดหน่วยประชาสัมพันธ์ เพื่อทดลองกระจายข้อมูลเชิงบวกให้กับบัญชีทวิตเตอร์ด้วยแอพพลิเคชั่นดังกล่าว และมีการลงทะเบียนใช้งานอย่างเปิดเผย ระบุตัวตนได้ ส่วนเนื้อหาที่นำลงก็เป็นการประชาสัมพันธ์เชิงบวก &amp;nbsp;กิจกรรมเทิดทูนสถาบัน &amp;nbsp;การสร้างภาพลักษณ์ &amp;nbsp;ภารกิจกองทัพบกและการช่วยเหลือประชาชน ในขณะเดียวกันหากมีผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องบิดเบือน หรือข่าวเท็จ(ข้อมูลที่เป็นสีเทาหรือสีดำ)ที่ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานก็จะมีการตรวจสอบและเร่งเผยแพร่ข้อเท็จจริงในสื่อสังคมออนไลน์อย่างทันท่วงที เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องปกติ โดยไม่ได้มีลักษณะที่บ่งบอกถึงการนำเอาแพลตฟอร์มดังกล่าวไปดำเนินการเพื่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บุคคลหรือองค์กรใด หรือทำให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อสังคมโดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าว ก็เป็นข้อมูลที่ผู้หนึ่งผู้ใดสามารถ download ได้ สะท้อนให้เห็นว่าทางกองทัพและผู้พัฒนาโปรแกรม ไม่มีเจตนาปกปิด หรือกระทำสิ่งใดที่ผิดกฎหมาย จึงเป็นสิทธิที่กองทัพบกสามารถดำเนินการ แสดงออกและกระจายข้อมูลเชิงบวกเข้าสู่ระบบสังคมออนไลน์ได้ตามเจตนารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียนยืนยันอีกครั้งว่ากองทัพบกใช้โซเชียลมีเดียโดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Twitter เพื่อสนับสนุน งานการประชาสัมพันธ์ของหน่วยระดับต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์การช่วยเหลือประชาชนการสื่อสารกับกำลังพลในพื้นที่ประสบภัยและเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับสาธารณะชนเท่านั้น &amp;nbsp;นอกจากนี้ กองทัพบกได้มีการปรับระบบการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการปฎิบัติงานโดยเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยล่าสุด คณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ในระดับกองทัพบกได้มีการจัดตั้งเครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์ของศูนย์ประชาสัมพันธ์ของหน่วยทหารจนถึงระดับกองพันจำนวน 578 หน่วย ซึ่งจะทำให้สามารถสร้างการรับรู้ในข่าวสารด้านความมั่นคง งานช่วยเหลือประชาชน งานบรรเทาภัย ได้รวดเร็วและกว้างขวางยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85309</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ศิริจันทร์ งาทอง, ไอโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201128/image_big_5fc20dc8eaeaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ขอโทษเหตุทหาร พันโท ทำร้ายร่างกายประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.63 - พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ตามที่สื่อโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปเหตุการณ์การทำร้ายร่างกายในที่จอดรถแห่งหนึ่ง โดยระบุว่าผู้ก่อเหตุเป็นทหารยศพันโทนั้น กองทัพบกตรวจสอบแล้วพบว่ากำลังพลที่ปรากฏในคลิป คือพ.ท.ชวลิต บุญมณี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 3 ต.ค. บริเวณพื้นที่จอดรถใต้อาคารบ้านพักสวัสดิการกองทัพบก (พญาไท) เหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร มีลักษณะคล้ายมึนเมา และสื่อสารไม่เข้าใจ เข้ามาในบริเวณบ้านพักสวัสดิการกองทัพบกในยามวิกาล และยอมรับว่าได้ทำร้ายผู้เสียหายจริงขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของสน.พญาไท สำหรับหน่วยต้นสังกัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกองทัพบกต้องขอโทษผู้เสียหายด้วยที่กำลังพลประพฤติไม่เหมาะสมใช้ความรุนแรง ทั้งนี้จะดำเนินการทางวินัย และให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79991</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ศิริจันทร์ งาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c821c8cb3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2020 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2020 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพปลื้ม คนหนุ่มแห่ผู้สมัครเข้าเป็นทหารกองประจำการกว่า 4 หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.63 - พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกได้ดำเนินการตรวจเลือกทหารกองประจำการ ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม-9 สิงหาคม 2563 เสร็จสิ้นลงแล้ว ซึ่งภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งในส่วนของกระบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ของทางราชการและความร่วมมือจากประชาชน โดยผู้เข้ารับการตรวจเลือกส่วนใหญ่พึงพอใจในกระบวนการตรวจเลือกฯ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการป้องกัน COVID-19 ตามวัตถุประสงค์ที่ กองทัพได้ตั้งไว้ ตั้งแต่เรื่องการบริหารจัดการสถานที่ รักษาระยะห่าง อุปกรณ์ป้องกัน จำกัดจำนวนคน การคัดกรองโรค การตรวจเลือกกระชับรวดเร็ว สร้างความประทับใจและสัมผัสได้ถึงความห่วงใย ความตั้งใจของกองทัพในการจัดการตรวจเลือก ที่สำคัญไม่พบกลุ่มเสี่ยงในระหว่างดำเนินการ ทำให้การตรวจเลือกทหารในปีนี้ปลอดภัยจาก COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการผลัด 1/2563 กองทัพได้นัดหมายให้มารายงานตัวเพื่อเข้าประจำการในหน่วยทหาร ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2563 สำหรับผู้ที่ไม่ได้มาเข้ารับการตรวจเลือกตามหมายเรียกของทางราชการ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้มาพบเพื่อชี้แจงเหตุผล ความจำเป็น และพิจารณาดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามกองทัพบกจะได้นำภาพรวมการปฏิบัติในการตรวจเลือกครั้งนี้ เป็นแนวทางพิจารณาดำเนินการตรวจเลือกในห้วงต่อไป หากยังคงมีสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนโยบายการตรวจเลือกทหารในปีนี้ นอกจากจะเน้นเรื่องมาตรการป้องกัน COVID-19 แล้ว กองทัพให้ความสำคัญกับการเชิญชวนให้ชายไทยสมัครเป็นทหาร ตั้งแต่ช่วงการแก้ไขหมายเรียก โดยมีการเพิ่มคะแนนพิเศษเพื่อต่อยอดสู่การเป็นทหารอาชีพ ส่งผลให้การตรวจเลือกในปีนี้ ปรากฏว่ามีผู้สมัครเข้าเป็นทหารกองประจำการถึง 41,406 นาย คิดเป็นร้อยละ 44.72 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าปีที่ผ่านมา ถือว่าสอดคล้องกับนโยบายของกองทัพที่ดำเนินการตรวจเลือกแบบผสมผสานคือ เปิดโอกาสให้มีการสมัครเป็นทหารก่อน จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกฯ ทั้งนี้มีหลายเหตุผลที่ทำให้ชายไทยตัดสินใจสมัครเป็นทหาร อาทิ การได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองและสิทธิพิเศษที่กองทัพปรับเพิ่มให้สามารถต่อยอดสู่การเป็นทหารอาชีพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น, เป็นความชอบส่วนบุคคลในอาชีพทหาร, ต้องการพัฒนาและเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย, เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว, สวัสดิการที่กองทัพมอบให้, ภาพลักษณ์ที่ดีของทหารที่ช่วยดูแลประชาชน รวมทั้งอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและดูแลบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดตรวจเลือกทหารภายใต้สถานการณ์ COVID-19 ในปีนี้ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย กองทัพบกขอขอบคุณเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการประจำจังหวัด อำเภอ เขต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ให้การสนับสนุนการตรวจเลือกในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอขอบคุณชายไทยที่แสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ โดยเข้ารับการตรวจเลือกทหาร ปฏิบัติตามขั้นตอนของทางราชการอย่างครบถ้วน แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจและตระหนักในความสำคัญของการมีส่วนร่วมสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติด้วยการเป็นทหารในช่วงเวลาหนึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74521</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, กองทัพ, ทหาร, ศิริจันทร์ งาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69d48beeb01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2020 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2020 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพบก จัดระบบตรวจเลือกทหาร รูปแบบใหม่ป้องกันโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.63 - พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 กรกฎาคม 63 นี้ จะเป็นวันแรกที่กองทัพบกจะเริ่มดำเนินการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2563 พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้หน่วยตรวจเลือกได้เตรียมความพร้อมและการอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้ารับการตรวจเลือกอย่างเต็มที่โดยกองทัพบกได้จัดการตรวจเลือกรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับมาตรการป้องกัน COVID - 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันเอกหญิง ศิริจันทร์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ได้แก่ บริหารจัดการสถานที่ตามมาตรฐานสาธารณสุข การแบ่งโซนพื้นที่ ดำเนินการตรวจเลือกให้กระชับรวดเร็ว มีการคัดกรองโรคและจัดสถานที่รองรับเฉพาะกลุ่มเสี่ยง จำกัดจำนวนผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือกในแต่ละวัน การเข้มงวดในมาตรการรักษาระยะห่าง การใช้อุปกรณ์ป้องกัน เป็นต้น โดยหน่วยตรวจเลือกส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในค่ายทหารหรืออาคารอเนกประสงค์ประจำอำเภอ ซึ่งจะมี การทำความสะอาด ฆ่าเชื้อสถานที่ก่อนและหลังการตรวจเลือกในทุกวัน การใช้เจลแอลกอฮอล์เตรียมหน้ากากให้ผู้เข้ารับการตรวจเลือกสวมใส่ตลอดการตรวจเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกกองทัพบก &amp;nbsp;กล่าวว่า ในปีนี้กำหนดให้ผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือกทุกคนจะต้องผ่านการตรวจคัดกรอง COVID-19 โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยแพทย์ทหาร หากพบว่ามีความเสี่ยงจะแยกการตรวจเลือกเป็นการเฉพาะ ส่วนผู้ที่ผ่านการคัดกรองปกติจะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจเลือกต่อไป คือ การเรียกชื่อและตรวจสอบเอกสาร, พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย, การแยกประเภทบุคคล, การวัดขนาดร่างกาย, การจับสลากใบดำ &amp;ndash; ใบแดง ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านขั้นตอนการตรวจเลือกโดยสมบูรณ์จะได้รับใบรับรองผลการตรวจเลือก (แบบ สด.43) จากประธานกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือกเท่านั้น สำหรับผู้ที่สงสัยว่าอาจไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถทักท้วงหรือแจ้งคณะกรรมการตรวจเลือกได้ทันทีในทุกขั้นตอน ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปีนี้ทางราชการได้กำหนดห้วงการตรวจเลือกตั้งแต่ 23 กรกฎาคมเป็นต้นไป จนถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2563 หรือ จนกว่าการตรวจเลือกจะแล้วเสร็จ กองทัพบกจึงขอแจ้งให้ผู้ที่จะต้องรับการตรวจเลือกในปีนี้ ได้เตรียมความพร้อมส่วนบุคคล และไปรายงานตัวตาม วัน เวลา สถานที่ที่ระบุไว้ในหมายเรียกใหม่และให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำ ตามมาตรการป้องกัน COVID - 19 โดยในวันตรวจเลือกขอให้นำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ได้แก่ บัตรประชาชน, ใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.9), หมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (สด.35), หลักฐานการศึกษา, ใบรับรองแพทย์ เป็นต้น และขอความร่วมมือสวมหน้ากากผ้า ส่วนญาติขอความร่วมมือให้กำลังใจอยู่ที่บ้านเพื่อลดความแออัด ทั้งนี้ผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครเป็นทหารสามารถยื่นสมัครได้ตลอดการตรวจเลือก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การตรวจเลือกทหารที่ผ่านมาและในปัจจุบันกองทัพได้ใช้วิธีการตรวจเลือกแบบผสมผสาน คือ การสมัครใจและการคัดเลือก โดยเปิดโอกาสให้มีการสมัครหรือร้องขอเป็นทหารก่อน จากนั้นหากมีจำนวนผู้สมัครยังไม่ครบตามความต้องการของทางราชการ จึงจะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก มิได้ใช้การคัดเลือกแต่เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ทหารกองประจำการที่มีความพร้อมด้านร่างกาย และมีความตั้งใจที่อยากจะเป็นทหารเป็นสำคัญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71792</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ศิริจันทร์ งาทอง, เกณฑ์ทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200718/image_big_5f125e7758e99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
