<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศิริชัย&#039;โวพร้อม ลงลุยการเมือง! ขอปรับประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานศาลอุทธรณ์ผู้พลาดเก้าอี้ประธานศาลฎีกา สนใจอยากเล่นการเมือง โวปรับประเทศใหม่ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา นายศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ ได้เปิดเผยผ่านรายการ Over View ที่ออกอากาศทางช่อง Voice TV โดยกล่าวถึงปัญหาการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบันว่า เป็นคนสนใจการเมืองมานาน จึงมองว่าประเทศไทยมักประสบปัญหาเรื่องการทุจริต โดยเฉพาะนักการเมืองจะถูกกล่าวอ้างว่าทุจริตอยู่เรื่อย ซึ่งในต่างประเทศก็มีการกล่าวกันว่า ถ้าไม่มีนักการเมือง ประเทศก็จะเจริญ ซึ่งความหมายของนักการเมืองก็คือคนที่ทำงานเกี่ยวกับการเมือง คสช. นายกรัฐมนตรี และ สนช. ซึ่งขณะนี้มาทำหน้าที่บริหารงานและออกกฎหมาย ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือไม่ ก็ถือเป็นนักการเมือง รัฐบาลเปรียบเสมือนเรือหรือรัฐนาวา แต่ทุกวันนี้คณะรัฐมนตรีเหมือนเป็นคนพายเรือ ซึ่งต่างคนต่างพาย ไม่ได้มีการประสานงานว่าจะดำเนินการกันอย่างไร เลยทำให้งานไปคนละทิศทางทำให้บ้านเมืองไม่ได้เดินต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศิริชัยกล่าวว่า การปกครองบริหารบ้านเมืองในขณะนี้นั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากตอนมีรัฐธรรมนูญสักเท่าไหร่ บางจุดอาจจะดูด้อยกว่าเสียด้วยซ้ำ อย่างข้าราชการที่ถูกลงโทษวินัยไปแล้ว แต่พอ คสช.เข้ามา ก็ประกาศให้พ้นโทษ แม้กระทั่งในศาลยุติธรรมเองก็มีผู้พิพากษาที่ถูกให้ออกไปแล้ว ก็มีประกาศ คสช.ให้กลับมาเป็นข้าราชการธุรการ อย่างที่จะสังเกตกันว่า หลักนิติธรรมมันจะต้องมีมาตรฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกวันนี้ต้องดูว่าองค์กรอิสระมันดีหรือไม่ ถ้าเซตซีโร ก็ต้องทำทั้งหมด แต่กลับไปเซตซีโรเฉพาะบางองค์กรแล้วเราจะตอบคำถามใครได้อย่างไร ตรงจุดนี้มองว่าเป็นจุดด้อยของยุคนี้&amp;quot; นายศิริชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานศาลอุทธรณ์กล่าวหลังถามว่า การเลือกตั้งจะเป็นทางออกของประเทศหรือไม่ในเวลานี้ นายศิริชัยกล่าวว่า หากพูดกันตรงๆ ยังไม่ใช่ทางออกของประเทศ เพราะหากว่ารัฐธรรมนูญยังมีโครงสร้างแบบนี้ อำนาจอธิปไตย ที่แบ่งเป็น นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เป็นเรื่องดี ถ้าหากมันสามารถที่จะแบ่งกันได้จริงๆ เพราะมันจะตรวจสอบกันอยู่ แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่ เราจะเห็นได้ว่าอำนาจนิติบัญญัตินั้นเป็นลูกน้องของอำนาจบริหาร นายกรัฐมนตรีก็เคยพูดเองว่าเป็นคนตั้ง สนช.ด้วยตนเอง อย่างที่มี สนช.หลับก็พูดเองว่า ต่อไปจะไม่ตั้งคนที่หลับให้มีตำแหน่งอะไรอีกแล้ว ตรงนี้แสดงว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายดูแลนิติบัญญัติ และการที่เรามีองค์กรอิสระ ก็เพื่อจะให้มีการตรวจสอบอีก แต่ฝ่ายบริหารก็ไปควบคุมโดยส่งคนของตัวเองเข้าไปในองค์กรอิสระ ซึ่งทุกยุคก็พยายามที่จะเป็นแบบนี้ เพราะถ้าควบคุมองค์กรอิสระได้ ตัวเองก็จะปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานที่ฟอกการกระทำได้ดี เพราะถ้า ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วชี้ว่าคดีไม่มีมูล ถือว่าเป็นอันจบเลย คนคนนั้นเหมือนว่าไม่ได้กระทำความผิด ถ้าเขาจะมีการช่วยกัน เขาก็ชี้ว่าไม่มีมูล ก็จบ เว้นแต่จะมีคนที่มีพยานหลักฐานใหม่เข้ามา เรื่องบางเรื่อง ป.ป.ช.ควรจะชี้แจงว่ามันช้าเพราะอะไร เราควรจะต้องมีการแก้กฎหมายว่าการชี้คดีของ ป.ป.ช.มันควรจะไม่ถึงที่สุด ควรที่จะมีหน่วยงานหรือองค์กรอิสระคอยตรวจสอบอีก อาจจะเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือสำนักผู้ตรวจการแผ่นดินขึ้นมาดูอีกทีว่ามันถูกต้องหรือไม่ คล้ายกับอัยการที่คอยตรวจสอบจากพนักงานสอบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เดิมคนที่จะเป็นนายกฯ ได้ก็จะต้องเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง แต่ทุกวันนี้อย่างที่เรารู้กัน มันก็เป็นเหมือนเดิม เพียงแต่นายกฯ ตอนนี้มันไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งช่วงนี้จะเป็นการจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อเตรียมเลือกตั้ง ก็อยากจะสมัครเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง หากมีพรรคไหนมาติดต่อผมจะทำให้ เพราะผมคิดว่าจะต้องแก้ปัญหาบ้างเมืองที่มันค้างคา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง จะต้องเจอกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะกล้าลุยหรือไม่ นายศิริชัยกล่าวว่า เป็นคนตรงไปตรงมาอยู่แล้ว ก็ไม่ได้กลัวอะไร การที่จะเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เราต้องมีนโยบายที่ให้ประชาชนเลือก ถ้าประชาชนอยากได้ของใหม่ ก็เลือกผม ผมจะปรับประเทศใหม่ทั้งหมด แก้ไขทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา ที่เราจะมาสอนให้ท่องจำอย่างเก่าไม่ได้ เราต้องสอนให้เด็กคิด สอนการปฏิบัติ หลักสูตรจะต้องเปลี่ยน ประเทศไทยเราใช้เวลาเรียนกันหนัก แต่คุณภาพการเรียนของเราเป็นอันดับท้ายของอาเซียน เราปล่อยกันมาเป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเลือกตั้งหรือทหาร การศึกษาก็ยังเป็นแบบนี้ ทำไมมันถึงแก้ไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิริชัยกล่าวว่า ตามหลักแล้ว ตามสมัยดั้งเดิม ผู้พิพากษาเราจะเก็บตัวจะไม่มีการเข้ามาเปิดตัวแบบนี้ เวลาโยกย้ายสถานที่ทำงานจะไม่มีการเลี้ยงส่ง ซึ่งเมื่อถามว่าเป็นสิ่งที่ดีมั้ย บางคนก็กล่าวไว้ว่าศาลไม่ควรเก็บตัว ควรจะต้องสัมผัสกับประชาชน แต่จริงๆ แล้วศาลไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับประชาชน เพราะชาวบ้านธรรมดาไม่ได้เข้ามาหาเรา มีแต่พ่อค้าผู้มีอิทธิพล ซึ่งพอเข้ามาสนิทกัน ก็จะมีการมาขอกันถึงเรื่องคดี ซึ่งความเป็นมนุษย์ปุถุชนก็ทำให้ศาลทำงานไม่สะดวก อย่างตนเองตอนที่พิจารณาพิพากษาคดี ตนจะไม่ดูเลยว่าทนายเป็นใคร กลัวจะเป็นคนรู้จักหรือเพื่อน เพราะกลัวว่าตัดสินไปแล้วเพื่อนจะมาว่าทีหลัง ศาลควรจะต้องอยู่ในที่ตั้ง จะต้องพยายามไม่ไปยุ่งเกี่ยวใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ เคยเป็นผู้ที่สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอบัญชีรายชื่อขึ้นเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานศาลฎีกา คนที่ 44 แทนนายวีระพล ตั้งสุวรรณ ซึ่งเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2560 เนื่องจากอาวุโสสูงสุดตามหลักธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติของศาล แต่ในครั้งนั้น อนุ ก.ต.มีมติเสียงข้างมาก 19 เสียงไม่ผ่านคุณสมบัติ จากปมเรื่องการโอนสำนวนคดียาเสพติด และส่งขึ้นให้ ก.ต. 15 คน เป็นผู้พิจารณาเห็นชอบขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา แต่สุดท้ายแล้ว ก.ต.ก็มีมติเสียงข้างมากไม่เห็นชอบให้นายศิริชัยขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา และหลังจากนั้นก็มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องการโอนสำนวนดังกล่าว ซึ่งนายศิริชัยระบุในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ว่าระยะเวลาผ่านไม่ 15 เดือนแล้ว แต่ผลสอบข้อเท็จจริงยังไม่ได้ปรากฏออกมา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20404</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศิริชัย วัฒนโยธิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc8e846ce7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2018 08:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2จุดตาย&#039;โอ๊ค&#039;พันคดีกรุงไทย เช็ค10ล้านใช้เวลา3เดือนถึงจำได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้อัยการจะไม่มีความเห็นสั่งฟ้อง &amp;ldquo;โอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร &amp;ldquo;ในกรณีเช็ค&amp;nbsp; 26 ล้านบาทเข้าบัญชีตัวเอง ในคดีฟอกเงินการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย โดยฟ้องเพียงแค่สำนวน เช็คเงิน&amp;nbsp; 10 ล้านบาท แต่กระนั้น มันก็ทำให้ &amp;ldquo;พานทองแท้&amp;rdquo;ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ทักษิณ ชินวัตร ตกเป็นจำเลยคดีอาญา ตามรอย บิดา ทักษิณ และอา-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่หลังจากนี้ ก็ต้องปลีกเวลาในชีวิตส่วนหนึ่ง มาคอยประชุมกับทีมทนายความ เพื่อสู้คดีในชั้นศาลอาญาคดีทุจริต ฯ&amp;nbsp; อันทำให้ ชีวิตคงต้องเปลี่ยนไปพอสมควร จนกว่าคดีจะถึงที่สุด โดยเฉพาะการลุ้นผลคดีในแต่ละชั้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำนวนคดีเช็ค 26 ล้านบาท ถือว่ายังไม่สะเด็ดน้ำ เพราะต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้ว &amp;ldquo;พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ&amp;rdquo;จะทำความเห็นแย้ง อัยการ เพื่อยืนยันการสั่งฟ้อง สำนวนคดี เช็ค&amp;nbsp; 26ล้านบาทกลับไปที่อัยการหรือไม่ โดยหากดีเอสไอ แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ เพื่อยืนยันให้มีการยื่นฟ้องคดี พานทองแท้ เพิ่มอีกหนึ่งสำนวน ความเห็นแย้งดังกล่าวและสำนวนทั้งหมด ก็จะส่งไปให้ &amp;ldquo;เข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด&amp;rdquo;เป็นผู้ชี้ขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเรื่อง เช็ค&amp;nbsp; 10 ล้านบาทดังกล่าว ที่พานทองแท้ ถูกฟ้องเป็นจำเลย มีการตั้งข้อสังเกตุจาก &amp;ldquo;ศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์-อดีตรองประธานศาลฎีกา&amp;rdquo;ที่สำคัญเป็น&amp;rdquo;ตุลาการเจ้าของสำนวนคดีทจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งศาลฎีกาเคยตัดสินจำคุก อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทยและผู้บริหารกฤษดามหานครยกพวง เมื่อปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อดีตประธานศาลอุทธรณ์&amp;rdquo;ระบุไว้ในคำวินิจฉัยส่วนตน เมื่อ 26 สิงหาคม 2558 ถึง&amp;rdquo;เงื่อนปมเช็ค10&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;rdquo;ดังกล่าวไว้โดยสรุปว่า การที่นายวิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร ที่ได้สินเชื่อกรุงไทยร่วม 9,900 ล้านบาท ผ่านบริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จนถูกศาลฎีกาฯตัดสินจำคุกในคดีทุจริตปล่อยกู้กรุงไทยฯ แนวทางการไต่สวนคดี จากพยานหลักฐาน พบว่า หลังกรุงไทยปล่อยสินเชื่อดังกล่าวออกมา นายวิชัย ได้สั่งจ่ายเช็คจำนวน 10 ล้านบาทจากไทยธนาคารเข้าบัญชีพานทองแท้ ที่ธ.กรุงเทพ สาขาบางพลัด จนถูกคตส.เข้าตรวจสอบการทำธุรกรรม&amp;nbsp; ต่อมา&amp;nbsp; พานทองแท้ ชี้แจงกับอนุไต่สวนของคตส.ตอนคดีอยู่ในชั้นคตส.ที่มี แก้วสรร อติโพธิ คุมคดี นายพานทองแท้ อ้างว่าเป็นเงินที่ร่วมลงทุนกับรัชฎา กฤษดาธานนท์&amp;nbsp; ลูกชายนายวิชัย ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ในเรือนจำ แต่ตอนนั้น พานทองแท้ กลับไม่ได้ชี้แจงตอนนั้นว่า ทำธุรกิจอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น ประมาณ 3เดือน จึงได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เป็นการร่วมลงทุนนำเข้าธุรกิจรถยนต์จากต่างประเทศมาขาย แต่ติดขัดเรื่องขั้นตอนการนำเข้ารถยนต์ใช้เวลานานและสีรถยนต์ไม่ถูกใจ จึงยกเลิกการทำธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่า หากเป็นเงินร่วมลงทุนทำธุรกิจตามที่อ้าง ก็น่าจะชี้แจงไปตั้งแต่ครั้งแรก และนายพานทองแท้เป็นผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจ ข้ออ้างร่วมลงทุนเพียง&amp;nbsp; 10ล้านบาท ไม่น่าเชื่อถือ คำชี้แจงขัดต่อเหตุผล ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำวินิจฉัยดังกล่าวระบุอีกว่า &amp;ldquo;ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าหลังบริษัทโกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค ได้สินเชื่อจากกรุงไทย ต่อมาจำเลย(นายรัชฏา) ได้นำเงินดังกล่าวไปซื้อหุ้นจองที่เป็นหุ้นต่ำกว่าราคาตลาด ของบริษัทท่าอากาศยานไทย หรือทอท. ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 420,000 หุ้น ที่หากเก็บไว้จะสามารถทำกำไร แต่นายรัชฏา กลับนำหุ้นมาเสนอขายกับพนักงานบริษัทมาสเตอร์โฟน ที่เป็นบริษัทในเครือบริษัทฮาวคัม ที่ พานทองแท้ เป็นประธานกรรมการ จึงเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลย(นายรัชฏา) ส่อไปในทางต่างตอบแทน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช็ค&amp;nbsp; 10 ล้านบาท และหุ้นจอง ทอท. ที่โยงถึง พานทองแท้ จึงเป็นจุดตาย สำคัญที่ทำให้ พานทองแท้ อยู่ในอาการน่าเป็นห่วง ในคดีกรุงไทย!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19840</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงิน, คดีแบงก์กรุงไทย, พานทองแท้ ชินวัตร, ศิริชัย วัฒนโยธิน, โอ๊ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd867cda883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
