<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วไทยทำบุญแบบนิวนอร์มอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหลวงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา &amp;nbsp;ขณะที่ประชาชนทั่วประเทศพร้อมใจทำบุญแบบนิวนอร์มอล ป้องกันการแพร่ระบาดโควิดเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากวังศุโขทัยไปยังพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี เทียบรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ แล้วทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ทรงถวายพุ่มเทียน ต้นไม้ทองต้นไม้เงิน และทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม &amp;nbsp;เสด็จไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี &amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ถวายความเคารพพระราชอาสน์ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า ประทับพระเก้าอี้ รักษาราชการผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเข้าเฝ้าถวายเทียนชนวน ทรงจุดเทียนชนวนจากโคมไฟฟ้า พระราชทานรักษาราชการผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเชิญไปรักษาไว้สำหรับถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวงต่างๆ นำไปจุดเทียนพรรษาที่ได้ทรงพระราชอุทิศไว้แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เสด็จไปทรงถวายพุ่มเทียนแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะที่อาสน์สงฆ์ เที่ยวแรกจำนวน 20 รูป ประทับพระเก้าอี้ พระสงฆ์ที่รับพระราชทานพุ่มเทียนเที่ยวแรกนี้ถวายอดิเรก แล้วออกจากพระอุโบสถ พระสงฆ์ชุดต่อไปขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์พร้อมแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดให้พระราชวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการผู้ใหญ่ ประเคนพุ่มเทียน เมื่อพระสงฆ์ที่รับพระราชทานพุ่มเทียนจนครบ 350 รูปแล้ว เสด็จไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่ ถวายความเคารพพระราชอาสน์ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า เสด็จออกจากพระอุโบสถ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประชาชนร่วมทำบุญและฟังธรรมเทศนาเนื่องในวันอาสาฬหบูชาจำนวนมาก โดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช นำคณะสงฆ์วัดราชบพิธฯ ทำวัตรเช้าและแสดงธรรมเทศนา 1 กัณฑ์แก่พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในเวลา 19.00 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีกำหนดเสด็จลงพระอุโบสถ &amp;nbsp;นำคณะสงฆ์สวดมนต์ทำวัตรเย็น และเจริญพระพุทธมนต์ธัมมจักกัปปวัตนสูตร ซึ่งพุทธศาสนิกชนสามารถมาร่วมทำวัตรเย็นได้บริเวณโดยรอบพระอุโบสถ ทางวัดได้จัดเตรียมเก้าอี้และจอโทรทัศน์ไว้ให้ชมภาพถ่ายทอดสดจากด้านในด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปีนี้ ทางวัดประกาศงดกิจกรรมตักบาตรดอกไม้ในวันเข้าพรรษา แต่หากประชาชนประสงค์จะถวายดอกไม้ ทางวัดจัดจุดถวายเครื่องสักการบูชาพระรัตนตรัย บริเวณหน้าพระอุโบสถ เพื่อความเป็นระเบียบ และปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา ที่ศาลาการเปรียญวัดบูรพ์ และวัดศาลาทอง เขตเทศบาลนครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานในการถวายเทียนพรรษาเนื่องในโอกาสวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2563 พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญแบบวิถีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญกล่าวว่า ขอฝากว่าการไปทำบุญถวายเป็นพุทธบูชาในช่วงนี้ที่ยังมีสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเราก็ยังไม่แน่ใจว่าจะกลับมาระบาดในรอบที่สองอีกหรือเปล่า ฉะนั้นสิ่งเดียวคืออย่าประมาท การ์ดอย่าตก สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า เจลล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ เว้นระยะห่างทางสังคม และไปทำบุญกันมากๆ ทำจิตใจให้สงบ งดเว้นอบายมุข เลิกเหล้าเข้าพรรษา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น ที่วัดธาตุพระอารามหลวง ถ.กลางเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น พุทธศาสนิกชนที่ร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันถวายสักการบูชาองค์พระธาตุ และประกอบพิธีห่มผ้าเจดีย์พระธาตุนครเดิม เพื่อน้อมสักการะบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธพระลับ พระประจำจังหวัดขอนแก่น และพระบรมสารีริกธาตุ ภายในบริเวณฐานองค์พระธาตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ฉบับที่ 3 ข้อ 2 ที่ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด ดังนั้นในวันนี้คณะทำงานได้ลงพื้นที่นำประกาศไปติดและแจกจ่ายให้กับร้านเพื่อให้ได้รับทราบถึงแนวทางการปฏิบัติและการงดจำหน่ายตามคำสั่งดังกล่าวอย่างเข้มงวด ซึ่งทางจังหวัดจะมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการสุ่มตรวจร้านค้าทั้งจังหวัดอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้มีการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดทั้งขายปลีกและขายส่ง ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 5 ก.ค. ไปจนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 6 ก.ค. หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย&amp;quot; นายสมศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานนำพุทธศาสนิกชนเข้าวัดฟังธรรมเทศนา ถวายเทียนพรรษาเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา ประจำปี 2563 จัดโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต มีหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน เข้าวัดทำบุญถวายเทียนพรรษาเป็นจำนวนมาก โดยทุกคนต่างสวมใส่หน้ากากอนามัย มีเจลให้ล้างมือก่อนเข้าในอุโบสถ ตามมาตรการควบคุมโรคของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ณ วัดท่าเรือ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานถวายเทียนพรรษาจังหวัดนครศรีธรรมราชพร้อมกับของบริวารแด่พระภิกษุสงฆ์ ณ วิหารพระทรงม้า วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร อ.เมืองฯ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีพระราชวิสุทธิกวี เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (ธรรมยุต) เป็นประธานสงฆ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาร่วมทำบุญและกราบสักการะพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชกันเนืองแน่นวัดตลอดทั้งวัน ซึ่งในช่วงค่ำ เวลา 18.00 น. ได้จัดให้มีพิธีบูชาเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ณ ลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ลำปาง ต่างคลาคล่ำไปด้วยบรรดาพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นครอบครัวเพื่อทำบุญ เวียนเทียน และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลหลังจากคลายล็อกโควิด และกราบสักการะพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดลำปาง มีอายุกว่า 1,300 ปี แล้วยังได้มีโอกาสร่วมทำบุญผ้าป่าลอยฟ้า ถวายเทียนพรรษา เขียนชื่อไว้บนผ้าจีวรเพื่อใช้คลุมพระธาตุ และเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ทั้งนี้ ทางวัดได้มีการเขียนป้ายเตือนให้นักท่องเที่ยวให้สวมหน้ากากอนามัยระหว่างที่เดินท่องเที่ยวภายในวัด และมีการตั้งแอลกอฮอล์ให้แก่นักท่องเที่ยวได้ล้างมือเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาหอฉัน วัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน พุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตักบาตร พร้อมถวายเครื่องปาฏิโมกข์ ผ้าอาบน้ำฝน เทียนพรรษา หลอดไฟ เครื่องสังฆทาน และวัตถุทาน แด่พระภิกษุสงฆ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 12 สิงหาคม 2563 และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่ามกลางการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อป้องกันโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยพระราชจันทโมลี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี เจ้าอาวาสวัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) นำพระสงฆ์ร่วมพิธีและแสดงพระธรรมเทศนา ในโอกาสนี้ ตัวแทนวัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) มอบถุงยังชีพ อาหารคาวหวาน ให้แก่ประชาชน และผู้ประสบภัยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเป็นการต่อยอดโรงทาน พระดำริพระสังฆราช คณะศรัทธา บูรพาฯ จ.จันทบุรี จำนวน 400 ชุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70603</URL_LINK>
                <HASHTAG>พงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชจันทโมลี, พิเชษฐ์ ปาณะพงศ์, ศิริพัฒ พัฒกุล, สมศักดิ์ จังตระกุล, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01d5d069c33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวดศพแรมเดือน ที่แท้เปิดบ่อนไฮโล อส.บุกทลายราบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่อนพนันเปิดเย้ย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใช้งานศพบังหน้า ตั้งเต็นต์จัดพิธีนานกว่าเดือนเล่นไฮโลกันโจ๋งครึ่ม ติดกล้องวงจรปิดกันลูกค้าโกง ผู้ว่าฯ สั่งปลัดอำเภอนำกำลัง &amp;nbsp;อส.จู่โจม รวบได้ 13 คน ตำรวจท้องที่มีหนาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา นายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้รับร้องเรียนว่ามีการลักลอบเล่นการพนันไฮโลฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในงานศพข้างบ้านเลขที่ 64 หมู่ 6 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จึงสั่งการให้ พ.อ.อ.ณัฏฐพล พราหมพูน ปลัดอำเภอ ทำหน้าที่หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช นำกำลัง อส.ฝ่ายปกครองจำนวนกว่า 10 นาย เดินทางไปตรวจสอบ พบว่าที่หน้าทางเข้างานศพดังกล่าวมีป้ายบอกชื่องานศพคุณพ่ออรุณ &amp;nbsp; แสงสุริยันต์ อายุ 73 ปี กำหนดฌาปนกิจวันที่ 29 มิ.ย.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่พบว่า บริเวณด้านข้างงานศพมีเต็นท์ผ้าใบ เปิดไฟสว่าง มีนักพนันจำนวนมากกำลังล้อมวงเล่นไฮโลกันอย่างคึกคัก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ขณะที่นักพนันต่างตกใจแตกฮือวิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทาง นอกจากนี้ยังมีผู้สับสวิตช์ปิดไฟจนมืดทั้งงานศพ ช่วยให้นักพนันวิ่งหลบหนีได้โดยง่าย มีที่หนีไม่ทันถูกจับกุมจำนวน 13 คน สอบสวนนายสุรศักดิ์ ทองทา อายุ 36 ปี รับเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ และนางปราณี ฤทธิ์ศักดิ์ อายุ 48 ปี รับเป็นเจ้าของบ้านจัดให้มีการเล่นการพนันไฮโลในงานศพในครั้งนี้ ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลางอุปกรณ์การเล่นการพนันไฮโลครบชุด เงินสด 700 บาท รวมทั้งอุปกรณ์กล้องวงจรปิดครบชุดที่เจ้ามือติดตั้งไว้เพื่อป้องกันการโกงของนักพนัน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง &amp;nbsp;ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนันไฮโล พนันเอาทรัพย์สินโดยผิด กม. และข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชุมนุมกันอันเป็นการเสี่ยงต่อการระบาดโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.อ.ณัฏฐพล พราหมพูน หน.ชุดจับกุมเผยว่า ตนสืบทราบว่าในงานศพแห่งนี้ลักลอบเปิดเล่นการพนันไฮโล โดยเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้นำกำลัง อส.เข้าตรวจสอบหาข่าวพบว่ามีการลักลอบเล่นการพนันไฮโลจริง จึงรายงานถึง &amp;nbsp;ผวจ.นครศรีธรรมราช ก่อนได้รับคำสั่งให้เข้าจับกุม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68345</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.อ.ณัฏฐพล พราหมพูน, ศิริพัฒ พัฒกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0d05c35d16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยํ้า&#039;สาดนํ้า&#039;ทุกกรณีเสี่ยง 76จังหวัดงดขาย&#039;เหล้า&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โฆษก ศบค.&amp;quot; ขอ ปชช.อย่าตั้งวงก๊งเหล้า เล่นสาดน้ำทั้งใน-นอกบ้าน หวั่นนำพาเชื้อโรคจากคนหนึ่งไปสู่คนหนึ่ง &amp;nbsp;&amp;quot;มท.&amp;quot; เผยผู้ว่าฯ 76 จว.ทั่วประเทศออกคำสั่งปิดร้านค้าและสถานประกอบการจำหน่ายสุราชั่วคราวช่วงสงกรานต์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 เม.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ตอนหนึ่งถึงการประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการปฏิบัติตัวช่วงสงกรานต์ว่า โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ฝากประชาสัมพันธ์มาว่า การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การเล่นน้ำ ไม่ว่าจะกี่คน รวมถึงการเล่นน้ำในบ้านก็ไม่สามารถทำได้เลย เพราะการเล่นน้ำอาจนำพาเชื้อโรคจากคนหนึ่งไปสู่คนหนึ่งได้ รวมทั้งขอความร่วมมืออย่าไปตั้งวงก๊งเหล้า ขอให้ลดน้อยลง ซึ่งท่านจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับ 7 วันอันตรายที่เคยนับเป็นเรื่องอุบัติเหตุ ทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ก็ได้ขีดเส้นตาย 7 วันอันตรายของการระบาดของโควิด-19 ด้วยเหมือนกัน ส่วนการสรงน้ำพระ ขอให้รักษาระยะห่าง ใช้ภาชนะหรือขันรดน้ำที่เป็นส่วนตัว&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า ตนอยากเห็นภาพอย่างนี้ในประเทศไทยที่เราจะรวมพลังกันแล้วเราก้าวผ่าน จากตัวเลขลดลงที่เราเป็นอยู่ เพราะเชื่อมั่นความเก่งในระดับจังหวัด ต่อไปก็จะมีภาพในระดับตำบล ชุมชน ครอบครัวต่างๆ ขึ้นมา และเนื่องในวันครอบครัว แม้เราจะห่างทางร่างกาย แต่ความผูกพันที่ดีของสังคมยังมี เป็นกำลังใจที่ดี เพื่อที่เราจะก้าวผ่านไป มันจะอยู่กับเรากี่เดือนไม่รู้ ตอนนี้เราไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ศัตรูร่วมมือกันของเราคือเจ้าเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เราต้องต่อสู้ร่วมกัน และชนะมันที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กองสารนิเทศ สำนักประชาสัมพันธ์ กระทรวงมหาดไทย สรุปรายงานศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) ว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัด ได้พิจารณาใช้มาตรการต่างๆ ในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ ในวันที่ 12 เม.ย.63 ศบค.มท.ได้รับรายงานว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัด ได้พิจารณาออกคำสั่งปิดร้านค้าและสถานประกอบการจำหน่ายสุราเป็นการชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงของประชาชนในการสัมผัสเชื้อโรคในช่วงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแบ่งเป็น 1.ปิดถึงวันที่ 15 เม.ย.63 จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระยอง ระนอง บึงกาฬ กระบี่ 2.ปิดถึงวันที่ 16 เม.ย.63 จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสกลนคร ยะลา พิจิตร ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา เชียงราย และแม่ฮ่องสอน 3.ปิดถึงวันที่ 17 เม.ย.63 จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอำนาจเจริญ อุตรดิตถ์ กาฬสินธุ์ ยโสธร สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น 4.ปิดถึงวันที่ 18 เม.ย.63 จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์ และนครราชสีมา 5.ปิดถึงวันที่ 19 เม.ย.63 จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน ฉะเชิงเทรา นครนายก ปทุมธานี ตราด ราชบุรี สงขลา สตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ปิดถึงวันที่ 20 เม.ย.63 จำนวน 19 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร กำแพงเพชร เชียงใหม่ หนองบัวลำภู แพร่ ชัยภูมิ สมุทรปราการ อ่างทอง ลำปาง สุโขทัย อุทัยธานี นนทบุรี ตาก พะเยา นราธิวาส หนองคาย นครสวรรค์ สิงห์บุรี และมหาสารคาม 7.ปิดถึงวันที่ 22 เม.ย.63 จำนวน 1 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดปัตตานี (ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.63) 8.ปิดถึงวันที่ 30 เม.ย.63 จำนวน 27 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลำพูน บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครปฐม สมุทรสงคราม ร้อยเอ็ด ชัยนาท สุพรรณบุรี มุกดาหาร ประจวบคีรีขันธ์ อุบลราชธานี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี ตรัง จันทบุรี ชลบุรี ศรีสะเกษ อุดรธานี ชุมพร สระบุรี สระแก้ว เพชรบุรี นครพนม พังงา พัทลุง เลย และนครศรีธรรมราช (นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ 13 เม.ย.63) 9.ปิดจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก และภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านค้าต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ต่างทำการปิดป้ายประกาศการงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อขอนแก่น ที่กำหนดงดการจำหน่ายทั้งจังหวัด โดยมีผลไปจนถึงวันที่ 17 เม.ย.63 เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางรสกร ศรีหล่มศักดิ์ อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 170/15 ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น เจ้าของร้านตาสิน กล่าวว่า ร้านทยอยบอกลูกค้าที่มาซื้อของที่ร้านมาอย่างต่อเนื่อง และในวันนี้มีคนมาถามซื้อเหล้า-เบียร์อยู่ 2-3 รายเท่านั้น แต่ทางร้านก็บอกลูกค้าไปว่าไม่มีการจำหน่ายเหล้า-เบียร์ตั้งแต่วันที่ 12-17 เม.ย.2563 ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจและขับรถกลับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ช่วงสงกรานต์เราได้ให้งดกิจกรรมทั้งหมด ห้ามเล่นสงกรานต์ ห้ามสาดน้ำ งดกิจกรรมการเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณี การรดน้ำดำหัว การสรงน้ำพระต่างๆ ต้องงดหมด มีการออกประกาศห้ามเล่นน้ำทั้งจังหวัด ทั้ง 32 อำเภอ ทุกตำบล หมู่บ้าน ชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นน้ำในท่าน้ำ ในที่สาธารณะ การสาดน้ำ การใช้รถกระบะนำถังน้ำและน้ำใส่รถ หรือการใช้สายยางจะฉีดน้ำในที่สาธารณะ หรือใช้ถังตั้งใส่น้ำริมถนนต่างๆ นี้ไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จ.นครราชสีมาห้ามจำหน่ายสุรา เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 18 เม.ย. ถ้าฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย ฉะนั้นขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนอยู่กับบ้าน การทานข้าวกัน การสังสรรค์ การมั่วสุมด้วยสุรา ถือว่าเป็นการมั่วสุม ก็ผิดประกาศของพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งกิจกรรมตามวัดวาอารามก็งดหมด&amp;quot; ผู้ว่าฯ จังหวัดนครราชสีมากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีมติเห็นชอบให้ออกคำสั่งห้ามจำหน่าย จ่ายแจกสุรา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และให้ปิดร้านค้าหรือสถานประกอบการขายสุราตามใบอนุญาตขายสุรา ประเภท 1 &amp;nbsp;และประเภท 2 ซึ่งได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2562 โดยปิดเฉพาะพื้นที่หรือบริเวณที่มีการจำหน่ายสุรา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่วันที่ 13-30 เม.ย.63&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าฯ จังหวัดปัตตานี ออกคำสั่งที่ (พิเศษ) 20/2563 ให้มีการปิดสถานที่ หรือพื้นที่จำหน่ายสุรา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่วันที่ 13-22 เม.ย.63&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงสำรวจร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี บรรยากาศทั่วเป็นไปตามปกติ ส่วนบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเมื่อทราบข่าวคำสั่งผู้ว่าฯ ให้งดขายสุรา จึงได้มีการติดป้าย โดยมีข้อความว่า งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ได้มีประชาชนบางรายเมื่อทราบข่าวให้ร้านค้างดจำหน่ายสุราดังกล่าว ทำให้ประชาชนทยอยเดินทางมาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างไม่ขาดสาย เพราะมีประชาชนบางรายที่ไม่สามารถขาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ จึงได้มีการซื้อเพื่อกักตุนไว้ ซึ่งการออกมาตรการดังกล่าว เพื่อเป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคไปสู่ประชาชนในวงกว้าง เพราะการตั้งวงดื่มสุรา รวมกลุ่มสังสรรค์นั้น ถือเป็นปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงทำให้ทุกพื้นที่จะต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด&amp;quot; เจ้าของร้านค้ารายหนึ่งระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62958</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, รสกร ศรีหล่มศักดิ์, วิเชียร จันทรโณทัย, ศิริพัฒ พัฒกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e9312394cc3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครพนมผวาสาวพริตตี้ ตะลอนก่อนรู้ติด&#039;ไวรัส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ป่วยโควิดปากน้ำดับรายที่ 5 ของจังหวัด พบดูมวยสนามเดียวกับแมทธิว ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่ม 4 คน เมืองคอนป่วยรายที่ 8 เป็นหลานของตาที่เพิ่งเสียชีวิต ผู้ว่าฯ สั่งปิดตลาดนัดติดตามกลุ่มเสี่ยงรวม 66 ราย นครพนมติดเชื้อรายที่ 2 พบเป็นพริตตี้สาวกลับจากภูเก็ต เปิดไทม์ไลน์ตะลอนหลายแห่ง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 เมษายน ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นชาย 1 ราย อายุ 56 ปี พักอาศัยอยู่ที่ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองฯ ซึ่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการได้เพียง 4 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. และเสียชีวิตลงเมื่อช่วงเช้าวันนี้ โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากปอดติดเชื้อโควิด-19 ถือว่าเป็นรายที่ 5 ของจังหวัดสมุทรปราการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามญาติของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปดูมวยที่สนามมวยแห่งเดียวกับที่แมทธิว ดีน ไปดูมา หลังจากที่แมทธิวออกมาโพสต์วันที่ 13 มี.ค. ว่าตัวเองติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ผู้เสียชีวิตจึงเกิดความไม่สบายใจและได้เดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลดังกล่าว ผลการตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ทางโรงพยาบาลจึงได้กักตัวมาตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. ทั้งนี้ ผู้ เสียชีวิตเดิมมีโรคประจำตัวอยู่หลายโรค ทั้งเบาหวานและความดันโลหิตสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า มีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 176 ราย ติดเชื้อเพิ่ม 4 ราย รักษาหายกลับบ้าน 61 ราย จำหน่าย 1 ราย กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 114 ราย ในจำนวนนี้ อาการรุนแรง 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2 ราย และจากการตรวจเชิงรุก 2 ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ &amp;nbsp;จำนวน 2 ราย โดยรายที่ 173 ผู้หญิงไทย อายุ 20 ปี นักศึกษา เรียนอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันที่กรุงเทพฯ อาศัยในพื้นที่ ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง ไม่มีอาการป่วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้สัมผัสความเสี่ยงสูงจำนวน 3 คน ส่วนรายที่ 174 ผู้ชายไทย อายุ 68 ปี เจ้าของธุรกิจอะลูมิเนียมที่บางเทา เป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 94 พักอาศัยที่บางเทา ต.เชิงทะเล โดยเริ่มมีอาการป่วยวันที่ 19 &amp;nbsp;มี.ค. มีผู้สัมผัสความเสี่ยงสูงจำนวน 23 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายที่ 175 ผู้หญิงไทย อายุ 40 ปี พนักงานสถานบันเทิงในป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 164 อาศัยในพื้นที่นาใน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ โดยเริ่มมีอาการป่วยวันที่ 4 เม.ย. มีผู้สัมผัสความเสี่ยงสูงจำนวน 15 คน และผู้ป่วยรายที่ 176 ผู้ชายไทย อายุ 55 ปี ขับรถรับจ้าง เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดและอาศัยบ้านเดียวกับกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 123 พักอาศัยที่ ต.วิชิต อ.เมืองฯ โดยเริ่มมีอาการป่วยวันที่ 20 มี.ค. มีผู้สัมผัสความเสี่ยงสูงจำนวน 3 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี ภายหลังนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้ออกประกาศคำสั่งให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งเมื่อออกจากเคหสถาน หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ มีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงนั้น ปรากฏว่าบรรยากาศในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ประชาชนได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย และตามจุดต่างๆ ทุกพื้นที่ได้มีการติดป้ายเตือนให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง
หลานติดเชื้อตารายที่ 8
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรับทราบสถานการณ์โรคโควิด-19 และการดำเนินการตามมาตรการต่างๆ หลังจากที่มีผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นชายอายุ 74 ปี จากอำเภอบางขัน มีโรคประจำตัวทั้งโรคหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และพฤติกรรมไปตลาดนัด คนในบ้านรวมกลุ่ม และมีผู้ป่วยเพิ่มอีก 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัสพงศ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รายงานการตรวจพบผู้ป่วยรายที่ 8 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหญิงอายุ 49 ปี หลานสาวของผู้ป่วยชราอายุ 74 ปี ผู้เสียชีวิตรายแรกจากโควิด-19 ของจังหวัดเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ป่วยรายที่ 8 อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมผัสใกล้ชิดกับตาอยู่แล้ว โดยขณะนี้ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบางขันเรียบร้อยแล้ว ส่วนลูกสาวของผู้ป่วยรายที่ 8 ตรวจแล้วไม่ติดเชื้อโควิด-19 แต่ป่วยเป็นไข้หวัด รวมทั้งได้ติดตามตรวจเชื้อกลุ่มเสี่ยงสูงที่เกี่ยวข้องคือ 1.กลุ่มกู้ภัย 5 คน 2.กลุ่มโรงพยาบาลบางขัน 11 คน และโรงพยาบาลทุ่งสง 3 ราย และ 3.กลุ่มบ้านของผู้ป่วยและบ้านของลูกหลานผู้ป่วย ซึ่งได้มีการเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด 14 วัน รวม 26 ราย และกลุ่มความเสี่ยงต่ำ 40 ราย รวม 66 ราย ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ติดตามอย่างใกล้ชิดและนำสารคัดหลั่งไปตรวจแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังได้มีมติให้ปิดตลาดบ้านลำนาว ตำบลบางขัน จำนวน 2 วัน ระหว่างวันที่ 14-15 เม.ย. เพื่อล้างทำความสะอาดตลาด
ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า มีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 จํานวน 18 ราย ไม่มีรายใหม่เพิ่ม โดยรักษาหาย 5 ราย มีอาการดีขึ้น 10 ราย และอาการคงที่ 3 คน &amp;nbsp;สำหรับการเปิดหมู่บ้านท่าอ่าง ม.3 ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย หลังจากจังหวัดประกาศปิด ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. เนื่องจากพบผู้ป่วยโควิด-19 ในหมู่บ้านดังกล่าว 4 ราย ซึ่งจะครบกำหนดปิดหมู่บ้าน 14 วัน ในวันที่ 13 เม.ย.นั้น จากการหารือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ยังให้ระงับการเปิดหมู่บ้านท่าอ่างออกไปก่อน โดยวันที่ 13 เม.ย. คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะลงพื้นที่เข้าไปประเมินสถานการณ์การควบคุมโรคระบาดในหมู่บ้านท่าอ่างแล้วจะกลับมาหารือเรื่องการเปิดหมู่บ้านท่าอ่างอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 2 ราย รักษาหาย 1 ราย เป็นเพศชาย ซึ่งตรวจพบเป็นรายแรก ที่มาจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานคร และสถานบันเทิงปิด จึงเดินทางกลับบ้าน ต.น้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ ส่วนอีก 1 ราย ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นแม่บ้านกลับจากประเทศเนเธอร์แลนด์ การรักษาอาการดีขึ้นตามลำดับ คาดว่า 7 วันจะกลับบ้านได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยสำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีสงคราม ได้มีผลรายงานยืนยันว่าตรวจพบผู้ป่วยโควิดเพิ่มอีก 1 ราย นับเป็นรายที่ 2 ของจังหวัดนครพนม โดยเป็นหญิงสาว อายุ 34 ปี ทำงานเป็นพริตตี้ในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต หลังหยุดพักงานเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ได้เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว กลับภูมิลำเนาบ้านดอนถ่อน หมู่ 12 ต.บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม และได้ไปรายงานตัวกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยกักตัวเองอยู่แต่ในบ้าน ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย. มีอาการป่วยเนื่องจากทานอาหารแล้วลิ้นไม่รู้รส จึงเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอศรีสงคราม ก่อนทางแพทย์จะเก็บตัวอย่างส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี และมีผลยืนยันติดเชื้อโควิด จึงนำตัวผู้ป่วยส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพนม&amp;nbsp;
ไทม์ไลน์พริตตี้ป่วยโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่บ้านดอนถ่อน หมู่ 12 ต.บ้านเอื้อง และระดมทีมคัดกรองควบคุมเฝ้าระวังจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง นำอุปกรณ์เข้าฉีดพ่นฆ่าเชื้อภายในบริเวณบ้านพักของผู้ป่วย พร้อมสั่งชุดปฏิบัติงาน เข้าตรวจสอบคัดกรองชาวบ้านในพื้นที่รวม 2 หมู่ บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 5 จำนวน 603 หลัง และหมู่ 12 จำนวน 608 หลัง รวม 1,211 หลังคา รวมทั้งได้สั่งกักตัวคนใกล้ชิดที่พักอาศัยด้วยกันที่เสี่ยงสูงรวม 10 คน พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อ นอกจากนี้ยังได้เช็กไทม์ไลน์เส้นทางการเดินทางเพื่อวางมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับไทม์ไลน์ของพริตตี้สาวรายนี้ อายุ 34 ปี ทำงานที่ชูการ์ผับ ถึงวันที่ 17 มี.ค. หลังผับปิดได้อาศัยที่ห้องเช่า แล้วมีการติดต่อกับบุคคลอื่นๆ ดังนี้ 17 มี.ค. หลังเลิกงานตอนตีสี่ ได้ไปเที่ยวต่อที่เอ็นไพร์ (ชั้น 2) และไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย วันที่ 18-25 มี.ค. กลุ่มเสี่ยงนอนพักที่ห้องเช่า ตื่นประมาณ 15.00 น. ทุกวัน หลังจากนั้นได้ขับรถยนต์ไปห้องพี่ตี๋ (นามสมมติ) เพื่อทำอาหารดื่มกินด้วยกันจนถึง 19.00 น. ทุกวัน กระทั่ง 25 มี.ค. ได้ไปจับปูที่หาดป่าตองกับเพื่อน 5 คน ในวันเดียวกันทราบข่าวว่ามีดีเจและแม่บ้านที่ทำงานในชูการ์ผับติดเชื้อโควิดรวม 2 คน และเริ่มรู้สึกว่าตนเองมีอาการลิ้นไม่รู้รสชาติ จมูกไม่ได้กลิ่น แต่คิดว่าเกิดอาการข้างเคียงของยาที่ทานไปก่อนหน้านี้คือยาแก้ปวดประจำเดือน จึงไม่ได้มีการป้องกันและไม่ได้ตรวจโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 26 มี.ค.-4 เม.ย. กลุ่มเสี่ยงยังคงไปกินดื่มที่ห้องพี่ตี๋ทุกวัน วันที่ 5 เม.ย. กลุ่มเสี่ยงไม่ได้ไปไหน และ 6 เม.ย. พริตตี้สาวเดินทางออกจากที่พักย่านป่าตอง โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางเข้า กทม. เปิดห้องพักที่กอล์ฟแมนชั่น ย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี ต่อมา 7 เม.ย. เดินทางไปรับหลานชายย่านพระราม 5 โดยระหว่างนั่งรถมาด้วยกันไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย และแวะตลาดไทเพื่อซื้ออาหารกักตุนไว้ แล้วเดินทางต่อมาเรื่อยๆ จนถึงจังหวัดมหาสารคาม ด่านกุดรังได้ตรวจคัดกรองโดยเจ้าหน้าที่ และได้ผลรับรองว่าปกติ จึงเดินทางต่อและแวะเข้าห้องน้ำ เติมน้ำมันที่จังหวัดขอนแก่น จนวิ่งมาถึงเขตอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร รถที่ขับมาเสียจึงโทรศัพท์หาพี่สาวให้มารับที่อู่ซ่อมรถในอำเภอเมืองสกลนคร พี่สาวจึงให้สามีขับรถกระบะมารับ โดยให้ผู้ป่วยนั่งอยู่ท้ายกระบะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเดินทางถึงบ้านดอนถ่อน ต.บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม ในเวลา 20.00 น. ของวันที่ 7 เม.ย. พริตตี้สาวได้แยกกักตัวเองทันที โดยมีญาติได้เตรียมบ้านพักไว้ให้พักคนเดียว มีหลานสาวอายุ 21 ปี ทำหน้าที่ส่งน้ำส่งอาหาร และนำถ้วยชามไปล้าง รุ่งเช้าวันที่ 8 เม.ย. ผู้ป่วยได้รับการลงทะเบียนผู้กักกัน โดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และกักตัวเองอยู่แต่ในบ้านคนเดียว ต่อมา 10 เม.ย. เพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกันช่วงทำงานอยู่ที่เกาะภูเก็ต โทรศัพท์มาบอกว่าติดเชื้อโควิด-19 กระทั่งวันที่ 11 เม.ย. เริ่มมีอาการระคายเคืองคอ ลิ้นไม่รู้รส จมูกไม่ได้กลิ่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขวัดอุณหภูมิได้ 37.7 องศาเซลเซียล จึงได้ประสานโรงพยาบาลศรีสงครามรับผู้ป่วยที่บ้าน และเวลา 22.00 น. ได้รับผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการว่าตรวจพบเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังทราบผลแน่ชัด เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคทันที โดยมีกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูง จำนวน 10 คน อยู่ในจังหวัดนครพนม 4 คน ได้แก่ 1.หลานชาย อายุ 18 ปี ที่เดินทางมาจาก กทม.ด้วยกัน 2.พี่เขย อายุ 43 ปี ผู้ขับรถกระบะไปรับที่จังหวัดสกลนคร 3.พี่สาว อายุ 41 ปี ที่ร่วมเดินทางไปรับน้องสาวกับสามี และ 4.หลานสาว อายุ 21 ปี ผู้ทำหน้าที่ส่งข้าวส่งน้ำแก่พริตตี้สาว โดยเก็บตัวอย่างส่งตรวจและให้กักตัวเอง เป็นเวลา 14 วัน จนถึงวันที่ 21 เม.ย. ส่วนเพื่อนสนิทอีก 6 คน อาศัยอยู่ในเกาะภูเก็ต ได้แจ้งข้อมูลให้งานระบาดวิทยาฯ ติดตามและดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว รวมทั้งยังมีกลุ่มผู้เสี่ยงต่ำ 2 คน คือยายและพี่สาวอีกคนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ให้คุมไว้สังเกตอาการตนเองที่บ้านเป็นเวลา 14 วันเช่นกัน จนถึงวันที่ 24 เม.ย. นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ นครพนมได้สั่งให้กักพื้นที่บ้านข้างเคียงจำนวน 4 หลังคาเรือน นับรวมบ้านผู้ป่วยรวมเป็น 5 หลัง ส่วนการเดินทางเข้า-ออกยังคงเป็นปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครสวรรค์ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานบริเวณจุดสกัดและด่านต่างๆ ในพื้นที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมสั่งปิดชุมชนแสงชัชวาลย์กาญจนา เขตเทศบาลชุมแสง หลังพบประชาชนในชุมชนดังกล่าวติดโควิด-19 ถึง 3 คน เบื้องต้นให้กักคนในหมู่บ้านห้ามเข้า-ออก 14 วัน เนื่องจากขณะนี้การวัดไข้ไม่สามารถชี้ชัดได้ ต้องกักตัว 14 วัน เพื่อการทำงานจะได้แน่นอน และชุมชนสังคมจะได้ปลอดภัยจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62957</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิเชียร จันทรโณทัย, ศิริพัฒ พัฒกุล, สยาม ศิริมงคล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e93122e07992.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นขอล็อกดาวน์30หมู่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูเก็ตเริ่มดีขึ้น พบผู้ติดเชื้อใหม่แค่ 2 ราย แต่ปัตตานียังวางใจไม่ได้ ติดโควิดอีก 7 คน ผู้ว่าฯ สั่งล็อกดาวน์ 3 ตำบลในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง ส่วนกลุ่มผู้นำศาสนาทั้ง 7 รายที่ยะลาครบกำหนดกักตัวกลับบ้านได้แล้ว ที่ขอนแก่นชุมชนเข้มแข็ง ชาวบ้าน 30 หมู่บ้านขอซีลตัวเอง อนุมัติไปแล้ว 1 เป็นต้นแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 เมษายน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต แจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดภูเก็ต ประจำวันที่ 11 เมษายน 2563 ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม-10 เมษายน 2563 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 172 ราย (ตรวจคัดกรองเชิงรุก 2 ราย) โดยผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้าน 56 ราย จำหน่าย 1 ราย (จำหน่ายเนื่องด้วยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์) กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 115 ราย ในจำนวนนี้อาการรุนแรง 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทั้งนี้ ผู้ป่วยทั้ง 172 รายนี้รวมอยู่ในรายงานผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันที่กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงไปก่อนหน้านี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 2,167 ราย (รายใหม่ 108 ราย) โดยยังคงรักษาพยาบาล 184 ราย ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 69 ราย กลับบ้านแล้ว &amp;nbsp;1,983 ราย มีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 รายใหม่ทั้ง 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์พัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา และฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันเข้าพบกลุ่มผู้นำศาสนา จำนวน 7 ราย ซึ่งได้เข้ารับการกักตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการจนครบตามกำหนด 14 วัน ซึ่งหลังเฝ้าสังเกตอาการแล้ว ทั้ง 7 รายไม่พบอาการ และไม่พบเชื้อแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวกับกลุ่มผู้นำศาสนาทั้ง 7 รายว่า ทางจังหวัดขอบคุณที่ให้ความร่วมมือในการเข้าสังเกตอาการตามมาตรการควบคุมโรค และขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันปฏิบัติตนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หลังจากกลับไปแล้ว และช่วยบอกกล่าวบุคคลในครอบครัว หรือในชุมชนให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา กล่าวว่า ทั้งนี้ หลังจากท่านกลับไปสู่ครอบครัว สู่ชุมชนแล้ว ก็ขอให้ยังคงปฏิบัติตามคำแนะนำในการป้องกันโรค และยังคงต้องอยู่แต่ในบ้านพักอาศัยอีกสักระยะหนึ่งก่อน ลดละการเข้าชุมชน เพื่อเป็นการเฝ้าดูอาการในระยะยาว แม้ว่าในการกักตัวครั้งนี้ท่านจะไม่ติดเชื้อไวรัส หรืออาจจะตรวจไม่พบในตอนนี้ แต่เชื้อไวรัสนั้นสามารถติดกันได้ ซึ่งอาจจะไปติดเชื้อมาจากผู้อื่นอีกก็ได้ จึงขอให้ทุกท่านปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้นำศาสนารายหนึ่งที่ได้ผ่านการกักตัวสังเกตอาการครบ 14 วันแล้ว ได้เปิดเผยว่า ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ให้การดูแลและแนะนำ ทำความเข้าใจกับหลักการปฏิบัติในการป้องกันตนเองจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งตนเองก็พร้อมและยืนยันที่จะปฏิบัติตาม อีกทั้งจะนำสิ่งที่ได้รับรู้ไปทำความเข้าใจกับผู้อื่นได้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้นำศาสนาทั้ง 7 รายนี้ได้เดินทางกลับจากการทำกิจกรรมดาวะห์ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงวันที่ 26 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา และได้รายงานตัวกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อเข้ากักตัวสังเกตอาการจนครบเวลาตามกำหนด และได้อนุญาตให้กลับสู่ครอบครัวได้ในวันนี้ โดยเป็นราษฎรจากอำเภอกาบัง 4 ราย, อำเภอยะหา 2 ราย และอำเภอบันนังสตา 1 ราย
ปัตตานีติดเชื้อเพิ่ม 7 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ปัตตานี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก 7 ราย จากเดิม 67 ราย ล่าสุดวันนี้มียอดสะสมผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นเป็น 74 ราย ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีสั่งปิด 3 ตำบลในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดงทันที เพื่อกักกันพื้นที่ห้ามไม่ให้บุคคลใดเข้าหรือออก ทั้งนี้ก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเอกซเรย์พื้นที่และบุคคลทั้ง 3 ตำบล ว่าใครสัมผัสหรือติดเชื้อหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ปัตตานีเปิดเผยว่า 7 รายใหม่ที่พบเชื้อนี้เป็นชาวบ้านในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง และเป็นผู้ที่สัมผัสกับนายมามุและภรรยาที่ติดเชื้อมาจากไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 22-24 มีนาคมที่ผ่านมา และเมื่อสัมผัสแล้วก็ได้ไปสัมผัสกับบุคคลอื่นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคนใน อ.ทุ่งยางแดง 6 คน และเป็นลูกชายนายมามุที่อยู่ อ.มายอ 1 คน ขณะนี้ตนได้สั่งการไปยังนายอำเภอทุ่งยางแดงให้ปิด 3 ตำบลของ อ.ทุ่งยางแดง คือ อ.ปากู, อ.พิเทน และ อ.น้ำดำ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเอกซเรย์พื้นที่และบุคคลว่าใครเคยสัมผัสและใกล้ชิดนายมามุและบุคคลอีกทั้ง 7 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยผ่านรายการสร้างสรรค์เมืองนคร ทางวิทยุแห่งประเทศไทยจังหวัดนครศรีธรรมราช 93.5 MHz ถึงสถานการณ์การควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ในขณะนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอีก 1 คน เป็นผู้สูงอายุ บ้านอยู่อำเภอหนึ่ง จากการสอบสวนพบว่ามีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอยู่ก่อนแล้ว เข้ารับตอนนี้รักษาตัวใน รพ.ทุ่งสง และส่งต่อมายัง รพ.มหาราช ทำให้ยอดผู้ป่วยไวรัสวิดสะสมในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพิ่มเป็น 7 คน ในจำนวนนี้รักษาหายกลับบ้านได้แล้ว 4 คน รอกลับบ้านอีก 2 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการผ่อนปรนมาตรการให้ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย กลับมาเปิดบริการได้ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.2563 นั้น เพราะคำสั่งปิดร้านตัดผม ร้านเสริมสวยของจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อเนื่องมาเกือบ 1 เดือน และจากการตรวจสอบพบว่าสถานประกอบการเหล่านี้ให้ความร่วมมือดีมาก จึงมีคำสั่งให้เปิดบริการได้ภายใต้เงื่อนไขและมาตรการที่กำหนด อาทิ การเว้นระยะห่างลูกค้าในร้าน การล้างมือ การทำความสะอาดเครื่องมือ การสวมหน้ากากอนามัย ทุกแห่งจะต้องปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด หากพบว่าร้านไหนปล่อยปละละเลย ก็จะสั่งปิดและดำเนินคดีตามกฎหมายทันที&amp;nbsp;
พยาบาลชุมพรติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุข จ.ชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร, นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร ร่วมกันแถลงข่าวกรณีพบผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 3 ของจังหวัดชุมพร เป็นบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นพยาบาลหญิง อายุ 42 ปี โดยพยาบาลรายนี้ติดเชื้อโดยเป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยรายที่ 2 ซึ่งเป็นผู้หญิงอายุ 65 ปี ที่ได้เข้ารับการรักษาอาการป่วยด้วยโรคประจำตัวและผลตรวจพบเชื้อมีเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้พยาบาลรายดังกล่าวเริ่มกักตัวเมื่อวันที่ 7 เม.ย. และผลการตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 10 เม.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้พยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายที่ 3 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ มีขวัญกำลังใจดีมาก ร้องขอโทรศัพท์ถึงครอบครัว และขอให้ตรวจสอบคนในครอบครัว 2 คน ให้ละเอียด ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุข จ.ชุมพร ได้เข้าไปดูแลอย่างดีที่สุด ส่วนโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ยังเปิดบริการตามปกติ ยกเว้นคลินิกนอกเวลาปิดให้บริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยสถานการณ์ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ว่าราชการจังได้ออกคำสั่งเพิ่ม ดังนี้ 1.ให้ประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ ใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกคน 2.ประชาชนผู้มาติดต่อราชการต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้มีหมู่บ้านที่เสนอตัวเพื่อขอทำการซีลหมู่บ้านทั้งหมด 30 หมู่บ้าน จากทั้ง 26 อำเภอของจังหวัด และขณะนี้จังหวัดได้อนุมัติให้ 1 หมู่บ้านนั้นได้ดำเนินการแล้ว คือที่ ม.6 ต.ศรีบุญเรือง อ.ชนบท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า มาตรการซีลหมู่บ้านนั้น ยอมรับว่าไม่สามารถทำได้ทุกหมู่บ้านในเขตจังหวัด เพราะบริบทของแต่ละหมู่บ้านนั้นแตกต่างกัน รวมทั้งพื้นที่ทางกายภาพในภาพรวม ดังนั้นเมื่อมีหมู่บ้านเสนอตัวในการที่จะซีลหมู่บ้านหรือปิดหมู่บ้าน ตามแนวทางที่จังหวัดกำหนดขึ้นมานั้น เมื่อผ่านประชาคมหมู่บ้านมาแล้ว และอำเภอเสนอเรื่องขึ้นมา คณะทำงานของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะลงพื้นที่ตรวจสอบและแนะนำข้อปฏิบัติเพื่อให้หมู่บ้านนั้นได้ดำเนินงานได้ทันที จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งหมู่บ้านที่จะดำเนินการได้นั้น สำคัญที่สุดคือเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง
หมู่บ้านต้นแบบปิดสู้โควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ขอนแก่นกล่าวต่ออีกว่า หมู่บ้านต้นแบบที่ได้ดำเนินงานแล้วนั้น มีประชากรในหมู่บ้าน 25 หลังคาเรือน มีทางเข้าและออกหมู่บ้านเพียง 1 ช่องทาง ซึ่งผู้นำชุมชนได้มีการตั้งจุดตรวจคัดกรองบริเวณทางเข้าแห่งนี้อย่างเข้มงวดตลอดทั้ง 24 ชม. ทั้งยังคงมีการกำหนดระยะเวลาเข้าและออกหมู่บ้านได้เพียง 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงเช้า 05.00-07.00 น. และช่วงเย็นคือเวลา 16.00-19.00 น. ซึ่งการผ่านด่านตรวจคัดกรองนั้นคุมเข้มตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งท้องถิ่นยังคงให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานของชุมชนแห่งนี้ ด้วยการสร้างห้องน้ำไว้ที่บริเวณทางเข้าเพื่อให้ประชาชนที่เดินทางเข้าหมู่บ้านนั้นได้ทำความสะอาดร่างกาย ขณะเดียวกันยังคงมีการปรับพื้นที่สำหรับการจัดทำตลาดชั่วคราวไว้ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านเพื่อให้ประชาชนนั้นได้ออกมาเลือกซื้อสินค้าในช่วงเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บ้านทุกหลังคาเรือนก็มีการทำจุดล้างมือไว้ที่หน้าบ้านเพื่อให้ทุกคนนั้นรักษาความสะอาดตนเองอย่างบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม ด้วยมาตรการซีลหมู่บ้านที่จัดทำขึ้น มั่นใจว่าจะเป็นการกำหนดพื้นที่สีขาว หรือหมู่บ้านสะอาดได้แบบขยายวงกว้างมากขึ้น ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงมาตรการป้องกันที่เราจะทยอยประกาศพื้นที่ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสได้จากภายในสู่ภายนอก จนขยายครอบคลุมทั้งจังหวัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ในวันนี้ ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าเส้นทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เริ่มกลับมาเดินรถได้อีกครั้งเป็นวันแรก หลังจากที่ต้องหยุดยาวมาตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม หลังจากที่มาเลเซียประกาศปิดประเทศ และในวันนี้ทางประเทศมาเลเซียได้อนุญาตให้เปิดด่านปาดังเบซาร์ ชายแดนไทยมาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อให้มีการขนส่งทางรถไฟได้อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ตั้งแต่วันนี้การขนส่งสินค้าทางรถไฟระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียผ่านด่านปาดังเบซาร์สามารถกลับมาดำเนินการได้ แต่ก็ยังคงมีมาตรการคัดกรองเจ้าหน้าที่ประจำรถไฟของเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศอย่างเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรถไฟขนส่งสินค้าขบวนแรกได้ออกจากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่เมื่อเวลา 07.30 น.วันนี้ แต่ยังเป็นรถเปล่าที่จะไปรับส่งสินค้าที่บริเวณด่านปาดังเบซาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ขณะนี้ ยังคงหยุดให้บริการรถไฟทุกขบวนไม่มีกำหนดมาตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งปรกติในช่วงนี้ซึ่งจะเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ สถานีรถไฟหาดใหญ่จะเต็มไปด้วยประชาชนที่เดินทางกลับบ้าน แต่ปีนี้เงียบสงบ ทั้งสถานีว่างเปล่าไร้ผู้คน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการหยุดเดินรถไฟสายใต้ทุกระบบทุกขบวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62854</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินท์, นพ.สงกรานต์ ไหมชุม, วรเชษฐ พรมโอภาษ, วิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์, ศิริพัฒ พัฒกุล, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200411/image_big_5e91b05ae2615.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แต่งดำไว้อาลัย1วัน นายกฯนำขรก.ให้เหยื่อจ่าคลั่ง-เจ้าหน้าที่ผู้พลีชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; ทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อเหตุการณ์ที่ จ.นครราชสีมา &amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ มีพระราชดำรัสสั่งให้รัฐบาลช่วยเหลือ ปชช.และ จนท.ด้วยความรวดเร็ว &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; ประทานสิ่งของช่วยเหลือทุกราย &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; นำ ขรก.แต่งดำไว้อาลัยวันอังคารนี้ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; นัด 11 ก.พ.แถลงแจงปม &amp;quot;จ่าคลั่ง&amp;quot; กราดยิงทุกประเด็น &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; ขอบคุณตำรวจทำงานสมเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 ก.พ. เวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม &amp;nbsp;แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ก.พ.63 และพระราชทานกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสียและเจ้าหน้าที่ทุกคน พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับศพผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ &amp;nbsp;และพระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อีกทั้งยังโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากสำนักพระราชวัง และหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ เป็นผู้แทนพระองค์ไปเยี่ยมเยียนผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้สูญเสียทุกราย ตลอดจนการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการพิสูจน์หลักฐานและทำความสะอาดสถานที่ให้เรียบร้อยจนกว่าจะจบภารกิจ พร้อมกันนี้ได้มีรับสั่งให้รัฐบาลดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยทุกคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเพจสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เผยแพร่ข้อความว่า &amp;quot;ตามที่เกิดเหตุคนร้ายประทุษร้ายประชาชน ณ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ก.พ.2563 ทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และได้รับผลกระทบจากภยันตรายดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ความทราบตามข่าวสารที่ปรากฏแล้วนั้น &amp;nbsp;สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงพระปรารภห่วงใยผู้ประสบเหตุและผู้สูญเสีย จึงโปรดประทานผ้าไตร 1 ไตร พร้อมทั้งมีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรจัดกัปปิยภัณฑ์เท่าจำนวน 10,000 &amp;nbsp;บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ประทานแก่ทายาทของเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ เพื่อช่วยการบำเพ็ญกุศลศพทุกราย และโปรดประทานเหรียญพระรูป พร้อมทั้งมีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรจัดกัปปิยภัณฑ์เท่าจำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) &amp;nbsp;ประทานแก่ผู้บาดเจ็บทุกรายเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลพระบรมราชานุเคราะห์ในการรักษาพยาบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โปรดให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ในฐานะรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้เชิญสิ่งของและกัปปิยภัณฑ์ประทานไปมอบแก่เจ้าภาพศพและผู้บาดเจ็บทุกรายตามพระประสงค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง มีรับสั่งประทานกำลังใจแก่ครอบครัว ญาติมิตรของผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์นี้ เพื่อให้ทุเลาความโศก ความทุกข์ยาก และความหม่นหมอง อีกทั้งโปรดประทานพรให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประสบเหตุภยันตรายพร้อมด้วยครอบครัวและญาติมิตร &amp;nbsp;ตลอดจนประชาชนชาวนครราชสีมา และสาธารณชนผู้รู้สึกหดหู่สะเทือนใจ จงถึงพร้อมด้วยศรัทธา ขันติ &amp;nbsp;สติ และปัญญา เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ความสงบร่มเย็นของสังคมไทยให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้นสืบไป&amp;quot;
11 ก.พ.บิ๊กตู่แต่งดำไว้อาลัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันอังคารที่ 11 ก.พ.นี้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งถึงรัฐมนตรีและข้าราชการ ขอให้แต่งชุดดำไว้อาลัยเป็นเวลา 1 วัน ด้วยเสื้อผ้าไทยสีดำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งถึงผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของสำนักนายกรัฐมนตรี อาทิ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, ผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ทราบและขอความร่วมมือแต่งชุดดำไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในวันอังคารที่ 11 ก.พ. เพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ที่เสียสละชีวิตจากเหตุการณ์ที่ จ.นครราชสีมา และเพื่อเป็นการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา มีดำริให้ ส.ว.และข้าราชการร่วมไว้อาลัยต่อเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน โดยให้แต่งกายในชุดสีดำหรือโทนสีดำในการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ 18 วันที่ &amp;nbsp;11 ก.พ.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม และหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่องขอเชิญชวนแต่งกายไว้ทุกข์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหนังสือระบุว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์การสูญเสียครั้งใหญ่ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8-9 &amp;nbsp;ก.พ.ที่ผ่านมานั้น กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนผู้บริหารและบุคลากรในสังกัด ร่วมแต่งกายไว้ทุกข์ให้แก่ผู้เสียชีวิต ทั้งประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่จากเหตุการณ์การสูญเสียที่จังหวัดนครราชสีมาในวันที่ 11 ก.พ. เพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ที่เสียสละชีวิต และเพื่อเป็นการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีคำสั่งด่วนให้ทุกหน่วยงานเร่งสำรวจสิทธิประโยชน์ เงินเยียวยาและความช่วยเหลือ กรณีประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา เพี่อเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ทายาทและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบตามสิทธิที่พึงมีพึงได้อย่างเต็มที่ เบื้องต้นกระทรวงยุติธรรม, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้สำรวจสิทธิและเงินเยียวยาภายใต้ระเบียบของตนเองแล้ว โดยจะรวบรวมความช่วยเหลือจากทุกหน่วยงานภายในวันอังคารที่ 11 ก.พ.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งและขอเป็นกำลังใจแก่คนไทยและพี่น้องชาวโคราชทุกคน ในช่วงเวลานี้ขอความร่วมมือจากสังคม สื่อมวลชน และประชาชน ร่วมกันเป็นพลังใจให้กันและกันเพื่อสร้างภูมิป้องกันให้สังคมต่อไป&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ดอนเมือง กทม. เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. และข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.น. จำนวน 1 กองร้อย และตำรวจกองปราบปราม ตั้งแถวกองขบวนเกียรติยศรับร่าง ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ผบ.หมวด (สบ 1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. &amp;nbsp;และ ด.ต.เพชรรัตน์ กำจัดภัย ผบ.หมู่ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่จากเหตุคนร้ายกราดยิงกลางเมืองนครราชสีมาอย่างสมเกียรติ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ก่อนนำหีบบรรจุศพที่คลุมธงชาติไทยขึ้นรถตั้งขบวนรถเชิญศพไปทำพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพที่วัดตรีทศเทพวรวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.00 น. ที่ศาลา 5-1 วัดตรีทศเทพวรวิหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สร้างความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณแก่ทั้งสองครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยมี พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และข้าราชการตำรวจ รวมทั้งประชาชนจำนวนมากร่วมพิธีรดน้ำศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดโพธิ์ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เชิญน้ำหลวงอาบศพ พร้อมพวงมาลา และสิ่งของพระราชทานแก่ ด.ต.ชัชวาลย์ แท่งทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา &amp;nbsp;และเป็นผู้แทนพระองค์ในการเป็นประธานอาบน้ำศพ พร้อมฟังพระสวดพระอภิธรรมก่อนกล่าวกับครอบครัวผู้เสียชีวิตว่า ขอให้กำลังใจ เขาได้เสียสละปฏิบัติหน้าที่ดีที่สุด ขอให้คนที่อยู่ให้เข้มแข็ง ก่อนเดินทางกลับ
พม.เยียวยาเหยื่อกราดยิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เชิญน้ำหลวงอาบศพ พร้อมพวงมาลาและสิ่งของพระราชทานแก่ศพนายศรัณยพงศ์ พงษ์ชะอุ่มดี ที่วัดช่องอู่ ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา, ศพนายอำนาจ บุญเอื้อ ที่วัดหนองบัว ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา, ศพนายวัชรพล พาณิชย์ ที่วัดสะแก ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา, ศพนายทัศนะ หริรักษ์ วัดดอนขวาง ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา และศพนายจักรพันธ์ ชิพิมาย ที่วัดสระบัวเกลื่อน ต.บ้านเกาะ อ.เมืองนครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินทางมาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเพื่อเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงกลางเมืองโคราช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุติกล่าวว่า นายกฯ ได้กำชับให้กระทรวง พม.ดูแลผู้ประสบภัยทุกคน โดยเน้นย้ำว่าให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและมอบเงินค่าเยียวยาผู้ประสบเหตุในเบื้องต้น และกำชับด้วยว่าระหว่างการพักฟื้นตัวนั้น หากมีปัญหาติดขัดอะไรให้แจ้งมาที่ พม.จังหวัดหรือกระทรวง พม.ได้ โดยตนได้ให้เบอร์ติดต่อส่วนตัวไว้ หากมีปัญหาในเรื่องการทำงานหรือเรื่องใดก็ตามเราพร้อมจะช่วยเหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านช่วยกันเยียวยาบำบัดจิตใจ ร่วมกันส่งกำลังใจให้ผู้ที่เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ โดยกระทรวง พม.ได้ส่งเจ้าหน้าที่กระจายไปติดตามดูแลผู้ที่ป่วยและผู้ที่เดินทางกลับบ้านแล้ว รวมถึงนักจิตวิทยาและกรมสุขภาพจิตได้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมกันดูแลในกรณีนี้ด้วย&amp;quot; นายจุติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.พม.กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เสียชีวิตเรามีระบบสวัสดิการของรัฐบาลดูแล ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือครอบครัวละประมาณ 160,000 บาท รวมถึงดูแลเรื่องทายาทของพวกเขาและหาอาชีพให้ครอบครัว พวกเรามีความเศร้าโศกและเสียใจกันทุกคน ขอให้เข้มแข็งช่วยกันประคับประคองคนไทยไปด้วยกัน ตนเชื่อว่าเราจะฟันฝ่าภัยที่กระทบกระเทือนจิตใจตรงนี้ไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปร่วมแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัวของ ร.อ.ศิริวิวัฒน์ แสงประสิทธิ์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงครั้งนี้ขณะพาครอบครัวไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นที่ จ.นครราชสีมา โดย ร.อ.ศิริวิวัฒน์มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 188 หมู่ที่ 3 ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เบื้องต้นได้กำชับนายอำเภอทุ่งสงและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ดูแล เพื่อให้การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดสำโรง ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง และกำหนดพระราชทานเพลิงศพในวันจันทร์ที่ &amp;nbsp;17 ก.พ.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ยุติลงและอยู่ในระหว่างการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับด้านคดี ในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน การรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การจัดการด้านพิธีศพ การเยียวยาช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกอื่นๆ ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) &amp;nbsp;กำชับให้กองทัพภาคที่ 2 เข้าอำนวยความสะดวกทั้งปวงเกี่ยวกับการดูแลช่วยเหลือและประสานงานกับทุกภาคส่วน ให้การทำงานดังกล่าวเป็นไปด้วยความราบรื่นรวดเร็วในทุกๆ ด้านตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี
&amp;#39;บิ๊กแดง&amp;#39; นัดสื่อแถลงข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ยังมอบหมายให้หน่วยทหารในแต่ละพื้นที่เข้ารับผิดชอบในการประสานงาน อำนวยความสะดวกและดูแลการจัดพิธีศพของผู้เสียชีวิตทุกท่าน ให้เป็นไปอย่างสมเกียรติและตรงตามความประสงค์ของครอบครัวและญาติตามภูมิลำเนาที่จัดพิธีศพ โดยมีผู้แทนจากกองทัพบก กองทัพภาคที่ 2 ร่วมในพิธี ส่วนผู้บาดเจ็บได้มีการจัดผู้แทนเข้าเยี่ยมเยียนสอบถามความต้องการต่างๆ ในระหว่างการรักษาอาการตามโรงพยาบาลทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ในส่วนกำลังพลของกองทัพบกที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้มีกำลังพลเสียชีวิต 3 นาย ได้แก่ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ ผู้บังคับกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 เสียชีวิตในที่เกิดเหตุที่บ้านพัก ได้เคลื่อนศพไปไว้ที่วัดกลางเมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น มีกำหนดสวดพระอภิธรรมวันที่ 10-12 ก.พ.และพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 13 &amp;nbsp;ก.พ. เวลา 16.00 น. ส่วน ร.อ.ศิริวิวัฒน์ แสงประสิทธิ์ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4914 กรมทหารพรานที่ 49 ซึ่งเป็นผู้สัญจรผ่านมาและประสบเหตุถูกยิงเสียชีวิต ได้เคลื่อนย้ายไปบำเพ็ญกุศลที่วัดสำโรง ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช กำหนดสวดพระอภิธรรมวันที่ 11-16 ก.พ.63 และพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 17 ก.พ. เวลา 16.00 น. และพลทหารเมธา เลิศศิริ สังกัดกองพันสรรพาวุธกระสุน 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ซึ่งเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่เวรรักษาการณ์ มีกำหนดบำเพ็ญกุศล ณ ภูมิลำเนา ที่วัดโพธิสมภรณ์ (พระอารามหลวง) อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี โดยมีกำหนดเคลื่อนศพออกจากโรงพยาบาลในวันที่ 11 ก.พ. เวลา 07.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้มีกำลังพลอีก 2 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์และยังอยู่ระหว่างการรักษาอาการที่ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี คือพลทหารอรรถพล วงศ์พล บาดเจ็บที่ช่องท้องและขา ได้รับการผ่าตัดอาการปลอดภัย และพลทหารโชคชัย มูลจันทา บาดเจ็บที่ช่องท้อง หลังผ่าตัดยังต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด&amp;quot; รองโฆษกกองทัพบกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์เตรียมแถลงข่าวในวันที่ 11 ก.พ. ที่กองบัญชาการกองทัพบก &amp;nbsp;(บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน ในเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ของกองทัพบกที่ผู้บังคับบัญชาเคยสั่งการไปให้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา สืบเนื่องจากกรณีที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ผู้บังคับหมู่ปืนเล็ก หมวดรักษาการณ์กองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ก่อเหตุปล้นอาวุธปืนและกระสุนจากป้อมรักษาการณ์ภายในหน่วย นำไปใช้ก่อเหตุร้ายแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนหน้านั้นกองทัพบกได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทุกคน โดยทันทีที่เกิดเหตุ พล.อ.อภิรัชต์สั่งการให้กองทัพภาคที่ 2 เข้าควบคุมสถานการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนทุกคนเป็นสำคัญ รวมทั้งได้เดินทางไปร่วมแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ด้วยตัวเอง &amp;nbsp;โดย พล.อ.อภิรัชต์พร้อมชี้แจงในทุกเรื่องที่สื่อมวลชนจะสอบถามในวันที่ 11 ก.พ.&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีหนังสือวิทยุในราชการ ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0051/4 ลงวันที่ 10 ก.พ. ถึงรอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร., ผบช., ผบก.และตำแหน่งเทียบเท่า ใจความว่า &amp;quot;ตามที่เมื่อวันที่ 8-9 ก.พ.2563 ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดที่ จว.นครราชสีมานั้น โดยทันทีที่ทราบเหตุ ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนายทุกระดับชั้น ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความกล้าหาญ &amp;nbsp;เสียสละ อุทิศตน ไม่หวั่นเกรงต่อภยันตราย แม้ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องประชาชนและสังคม การกระทำดังกล่าวสมกับการได้ทำหน้าที่ &amp;#39;ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์&amp;#39; อย่างแท้จริง จึงขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจทุกนายมา ณ โอกาสนี้&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ระบุในหนังสือดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56832</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุติ ไกรฤกษ์, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พระราชินี, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วัชรพล พาณิชย์, ศรัณยพงศ์ พงษ์ชะอุ่มดี, ศิริพัฒ พัฒกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e416b5fa6587.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ.เนาวรัตน์&#039;ติดตามคืบหน้า วัดพระมหาธาตุสู่มรดกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อ.เนาวรัตน์&amp;quot; ประธานคณะอนุกรรมการด้านศิลปะและวัฒนธรรม และคณะลงพื้นที่นครศรีธรรมราช ติดตามความก้าวหน้าการนำเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเพื่อขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ห้องประชุมพุทธสมาคม ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้การต้อนรับนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านศิลปะและวัฒนธรรม และคณะ ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการเพื่อนำเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก โดยมี ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ ประธานกรรมการฝ่ายวิชาการ คณะกรรมการฝ่ายต่างๆ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกเสนอชื่อต่อองค์การยูเนสโกเพื่อขอบรรจุไว้ในบัญชีเบื้องต้น (Tentative List) เมื่อ พ.ศ.2555 และยูเนสโกได้บรรจุในบัญชีเมื่อ พ.ศ.2556 ด้วยหลักเกณฑ์ข้อ 2 ข้อ 4 และข้อ 6 ประกอบด้วย ข้อที่ 2 การแสดงถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนด้านคุณค่าของมนุษย์ตามเวลา หรือในวัฒนธรรมด้านใดด้านหนึ่งของโลก ในการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรมหรือเทคโนโลยี ศิลปสถาปัตยกรรมโบราณ การออกแบบผังเมืองหรือการออกแบบภูมิทัศน์, เกณฑ์ข้อ 4 เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของประเภทอาคาร กลุ่มสถาปัตยกรรมหรือเทคโนโลยี ซึ่งแสดงถึงช่วงเวลาที่สำคัญช่วงหนึ่งหรือหลายช่วงในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกณฑ์ข้อ 6 มีความสัมพันธ์โดยตรงหรือเห็นได้ชัดเจนกับเหตุการณ์ หรือประเพณีที่ยังคงอยู่ หรือความคิดหรือความเชื่อต่องานศิลปกรรมและวรรณกรรมที่มีความโดดเด่นเป็นสากล โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เร่งจัดทำเอกสารนำเสนอฉบับสมบูรณ์ พร้อมจัดทำแผนอนุรักษ์คุ้มครองแหล่งมรดก, การสร้างความเข้าใจในเรื่องการมีส่วนร่วม และการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในวัด โดยการดำเนินการได้แล้วเสร็จ และขณะนี้ได้จัดส่งเอกสารฉบับสมบูรณ์ให้อนุกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ คณะกรรมการอนุสัญญาฯ ได้พิจารณาก่อนนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและศูนย์มรดกโลก องค์การยูเนสโก ได้พิจารณาตามลำดับต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51626</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศิริพัฒ พัฒกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de50e37b3ef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
