<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็ก ปชป. สวน &#039;รองโฆษก พปชร.&#039; อย่าดูถูกประชาชน ไม่มีพรรคไหนตีตราจองผู้แทนในพื้นที่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.64 - น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)&amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์พปชร. ตัดสินใจส่งผู้สมัครส.ส. แข่งขันในสนามเลือกตั้งเขต 3 นครศรีฯ เพราะไม่สนับสนุนให้พรรคใดเป็นเจ้าของพื้นที่ หรือตีตราจอง&amp;nbsp;และยืนยันจะไม่มีการฮั้วกันทางการเมือง ว่า อย่าดูถูกประชาชน เพราะการที่พรรคการเมืองใดได้รับการเลือกตั้งในเขตนั้นๆติดต่อกัน ไม่ใช่พรรคการเมืองตีตราจอง แต่เป็นเพราะเสียงของประชาชนจองพรรคนั้น และไม่มีผู้แทนในพื้นที่ หรือพรรคการเมืองใดจะจองได้ หากประชาชนไม่เอาด้วยก็ไม่มีทางได้รับความไว้วางใจ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นมีหลายเขตที่ต้องดูกันยาวๆ อย่าพยายามยกหางตัวเอง กลองที่ตีเสียงดังดีคือหนังแท้ กลองที่ตีได้ครั้งเดียวคือหนังเปื่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ศิริภา กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องฮั้วกันในทางการเมือง พรรคการเมืองที่เป็นสถาบันจะทราบดี และเมื่อถึงวันเลือกตั้งก็จะรู้ว่าใครฮั้วกับพรรคไหน&amp;nbsp;74 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์เป็นหลักให้กับประเทศ ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มุ่งมั่นทำงาน เคารพเสียงประชาชน พรรคของเรา คนของเรา เป็นความภูมิใจของประชาชนที่มีส่วนเป็นเจ้าของพรรค เมื่อคัดเลือกคนที่ไปลงเลือกตั้งก็ต้องแน่นอนได้ว่าเป็นคนของพรรคและเป็นคนของประชาชน ดังนั้น อย่าดูถูกความรักความศรัทธาของประชาชน ในอนาคตจะมีอีกหลายพรรคที่เราจะรู้ได้ว่าเป็นพรรคที่ยั่งยืนหรือฉาบฉวยหรือไม่ เช่นเดียวกับนักการเมืองที่มีหลักการ ซื่อสัตย์สุจริต ก็ต้องใช้เวลาดูแบบไม้ยืนต้น เพราะถ้าเป็นไม้ล้มลุกจะใช้เวลาดูไม่นานก็จะรู้ว่าไม่ยั่งยืนเหมือนไม้ยืนต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91986</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ศิริภา อินทวิเชียร, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง, เลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0b05a4c8506.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวหน้าปูด13ธ.ค.เลือกตั้งท้องถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชำนาญ-คณะก้าวหน้า&amp;quot; อดีต ขรก.คลองหลอดปูดข่าว ปลดล็อกเลือกตั้งท้องถิ่นชุดแรก 13 ธ.ค. นำร่องให้เลือกผู้ว่าฯ กทม.-นายก อบจ. ส่วนศึก ส.ก. 50 เขตเริ่มระอุ อดีต ส.ก. 5 สมัย ปชป.อ้างย้ายซบก้าวไกล เพราะพรรคสีฟ้าไม่สนใจนักการเมืองท้องถิ่น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งท้องถิ่นของพรรค ปชป.ว่า พรรคทำทั้ง 2 ด้าน ทั้งป้องกันพื้นที่ที่มีผู้แทนราษฎรอยู่แล้วและลงพื้นที่ที่ยังไม่มี ซึ่งคิดว่าทุกพรรคการเมืองก็ทำ &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ก็ทำ เพียงแต่ทำแล้วจะประกาศให้เป็นเรื่องโด่งดังหรือไม่ หรือบางกรณีอาจจะไม่ต้องประกาศออกไป ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในสถานการณ์ แต่ย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้า และพยายามป้องกันผู้แทนราษฎรที่ได้อยู่แล้วให้ได้ต่อไป และรุกคืบในพื้นที่ที่ไม่มีผู้แทนในทุกภาค รวมถึงกรุงเทพมหานครก็มีการเดินหน้าเป็นลำดับ มีการกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ทั้งหมดไว้ ซึ่งภาคอีสานจะมีการลงพื้นที่รวมถึงภาคเหนือด้วย โดยกำหนดเป้าหมายพื้นที่ไว้เกือบจะเรียกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ของทุกภาคแล้วว่าใครจะเป็นผู้สมัคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรค ปชป.ยังกล่าวถึงกรณีอดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ของพรรค ปชป.ย้ายพรรคว่า ได้สอบถามนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ก็บอกว่ามีส่วนหนึ่งได้ย้ายออกไปแล้ว ก่อนที่กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามา แต่พยายามหาคนใหม่เข้ามา ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นลำดับ ร้อยละ 70 โดยประมาณที่มีผู้สมัครชัดเจนแล้ว แม้แต่ ส.ก.พรรคก็มีแผนงานลงพื้นที่เข้าไปดูแล ในฐานะหัวหน้าพรรคมองว่าพื้นที่แตกต่างในกรุงเทพฯ และทุกภูมิภาค และจะเดินสายไปพื้นที่ต่างๆ ร่วมกับรัฐมนตรีและผู้บริหารของพรรค คนรุ่นใหม่ของพรรค ในการทำพื้นที่สร้างความนิยมให้พรรค รวมทั้งไปทำกิจกรรมต่างๆ จัดยุวประชาธิปัตย์ จัดอบรมอุดมการณ์ประชาธิปไตยกินได้ เพื่อมุ่งเน้นอุดมการณ์ทางการเมืองให้สามารถเดินหน้าได้ในเศรษฐกิจยุคนิวนอร์มอล เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังให้พรรคต่อไป รวมถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ก็มีการดำเนินการตามลำดับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรื่องอดีต ส.ก.ของ ปชป.ย้ายพรรคนั้น เรื่องดังกล่าวมีการย้ำออกมาจากนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร อดีต ส.ก. 5 สมัยที่เคยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ให้รายละเอียดถึงการตัดสินใจย้ายไปร่วมงานกับพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นว่า ต้องยอมรับว่าทุกพรรคการเมืองนั้นมีนโยบายที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนทั้งหมด แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเราต้องยอมรับว่าจุดนี้พรรคก้าวไกลสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงก่อนที่จะตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคก้าวไกลนั้น มีหลายพรรคการเมืองมาติดต่อกับเราเหมือนกัน ขณะที่พรรคต้นสังกัดเก่าของผมก็ไม่ได้ดูสนใจพวกเรามากนัก อาจจะเป็นเพราะเราเป็นนักการเมืองท้องถิ่นตัวเล็กๆ ในสายตาพรรค ประกอบกับการที่พวกเขาอาจจะยุ่งกับการเป็นรัฐบาลอยู่ ก็อาจจะลืมเราไปบ้าง ขณะเดียวกันเราอยู่กันแบบถ่อมตัวในพื้นที่ ไม่ได้มีตำแหน่งรัฐมนตรีหรือตำแหน่งใหญ่โตอื่นๆ ก่อนที่เราจะนำเรื่องมาหารือกันในครอบครัวและได้ข้อสรุปออกมาอย่างที่เห็น ว่าควรมาอยู่พรรคก้าวไกลน่าจะเหมาะสมกว่า&amp;quot; นายสุทธิชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทธิชัยกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ผ่านมาเห็นได้ชัด ช่วงก่อนการเลือกตั้งเราก็มีการสำรวจในพื้นที่กันเอง ตอนนั้นคะแนนก็ยังคงสูงมาก กระแสก็ยังคงดีอยู่ และเป็นเรื่องยากมากที่จะมีพรรคการเมืองใหม่ไล่ทัน แต่พอใกล้ๆ เลือกตั้งคะแนนกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้เราจะลงพื้นที่เดินหาเสียงแทบตาย แต่พอเราเสียเปรียบเรื่องโซเชียลมีเดียผลก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น&amp;quot; นายสุทธิชัยหรือเฮียล้าน อดีต ส.ก.หลายสมัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับตระกูล &amp;quot;วีรกุลสุนทร&amp;quot; เป็นนักการเมืองท้องถิ่นเขตจอมทองมายาวนานกว่า 20 ปี โดยนายสุทธิชัยเคยเป็น ส.ก. 5 สมัย ขณะที่นางนันทพร วีรกุลสุนทร ภรรยาของนายสุทธิชัยเคยดำรงตำแหน่ง &amp;nbsp;ส.ส.เขตจอมทอง 2 สมัยในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่เลือกตั้งรอบที่แล้วสอบตก ส่วนลูกชายคือนายพิรกร วีรกุลสุนทร ก็เคยเป็น ส.ก.เช่นเดียวกับนายสุทธิชัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุทธิชัยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ดูแลว่า การตัดสินใจย้ายพรรคของแต่ละคนล้วนมีเหตุผลของตนเองที่แตกต่างกันออกไป ส่วนนายสุทธิชัยที่เคยย้ายพรรคมาแล้วหลายพรรค จนจำไม่ได้ว่าอยู่พรรคไหนมาบ้างนั้น ก็คงมีเหตุผลส่วนตัวที่บางครั้งเจ้าตัวอาจจะไม่สามารถอธิบายออกมาได้ทั้งหมด และพรรคก็ไม่จำเป็นที่จะต้องให้เหตุผลว่าทำไมนายสุทธิชัยย้ายพรรค แต่ขอยืนยันว่าพรรคให้ความสำคัญและใส่ใจสมาชิกของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกหรือผู้สมัครในทุกสนาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเช่นกันว่านายสุทธิชัยอาจมีความหวั่นไหว เนื่องจากกระแสของพรรคการเมืองที่จะไปสังกัดมาแรงมากในพื้นที่ตรงนั้น จึงเกรงว่าถ้าขืนอยู่พรรคประชาธิปัตย์ต่อไปอาจสอบตกในการเลือกตั้งท้องถิ่น จึงหาสาเหตุที่ทำให้ตัวเองดูดี แต่สร้างความเสียหายให้พรรคประชาธิปัตย์ โดยการที่จะออกจากบ้านเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ควรโจมตีหรือเผาบ้านเก่าแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ที่สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ด จำกัด ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะเลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้บรรยายเรื่อง คณะก้าวหน้ากับการเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อรณรงค์เชิญชวนผู้สนใจลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ ในนามคณะก้าวหน้า มีนายชำนาญ จันทร์เรือง อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ผู้นำชุมชน และเครือข่ายจากเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอนเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวตอนหนึ่งว่า คณะก้าวหน้าชูนโยบายยุติรัฐราชการรวมศูนย์ ทวงคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น ไม่ใช่เรียกร้องกระจายอำนาจ เพราะอำนาจเป็นของท้องถิ่นอยู่แล้ว ส่วนปัญหากฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาท้องถิ่น คณะก้าวหน้ามีแนวคิดยกเลิกคำสั่ง คสช.และระเบียบของกระทรวง กรมที่มีความขัดแย้งกับการกระจายอำนาจทั้งหมด พร้อมเพิ่มรายได้ท้องถิ่นเป็น 50% จากเดิม 35% &amp;nbsp;และร่างกฎหมายที่ให้บทบาทอำนาจหน้าที่ท้องถิ่นแบบเต็มรูปแบบ ที่สำคัญต้องมีระบบตรวจสอบ จัดตั้งสภาพลเมืองท้องถิ่น เพื่อถ่วงดุลอำนาจผู้บริหารและสภาท้องถิ่น เพื่อป้องกันการผูกขาด ถือเป็นการเปลี่ยนแนวคิดรูปแบบใหม่เพื่อเขย่าการเมืองท้องถิ่น เหมือนกับที่ อนค.เคยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 2562 มาแล้ว ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นยังไม่มีตัวแทนคณะก้าวหน้าลงสมัครดังกล่าว &amp;nbsp;ยกเว้นผู้สมัคร อบจ. 17 จังหวัดที่ได้คัดเลือกต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเลือกตั้งท้องถิ่นถือว่ามีส่วนสำคัญ ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงการเมืองระดับชาติได้ หากพรรคก้าวไกลมีโอกาสเป็นรัฐบาล สามารถผลักดันขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวเพื่อนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ ปี 60 ให้มีการกระจายอำนาจแท้จริง ที่สำคัญต้องมีการเลือกตั้งทุกระดับ เพราะรัฐธรรมนูญปี 60 บางมาตราได้ระบุว่า การปกครองรูปแบบพิเศษไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น สามารถแต่งตั้งหรือสรรหาได้ จึงเป็นการรวมศูนย์อำนาจ ไม่ใช่กระจายอำนาจอย่างใด&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชำนาญกล่าวว่า คณะก้าวหน้ามีนโยบายส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศรวม &amp;nbsp;4,000 แห่ง จาก 7,800 แห่ง หรือร้อยละ 50 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทราบข่าวว่าอาจมีการเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศและกรุงเทพมหานครวันที่ 13 ธันวาคมนี้ เพื่อนำร่องเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นอันดับแรกก่อน&amp;quot; นายชำนาญ แกนนำคณะก้าวหน้า ที่เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงมหาดไทยระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71246</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ชัยชนะ เดชเดโช, ศิริภา อินทวิเชียร, สุทธิชัย วีรกุลสุนทร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0b1135450b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถังขยะติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 สิ่งหนึ่งที่ทุกคนให้ความร่วมมือและตื่นตัวมากที่สุด คือการหาหน้ากากอนามัยมาใส่ป้องกันตัวเอง ทั้งยังเป็นการป้องกันคนรอบข้างด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าจะให้ดีต้องมีระบบจัดการอย่างครบวงจร เมื่อใช้หน้ากากอนามัยเสร็จแล้วก็ต้องทิ้ง ซึ่งปัจจุบันประชาชนถอดแล้วก็ทิ้งลงถังขยะทันที ถือเป็นวิธีการที่ผิด สำหรับการทิ้งที่ถูกต้อง เมื่อถอดหน้ากากออกมาแล้ว ให้พับด้านนอกเข้าด้านใน จากนั้นม้วนแล้วใช้หูทั้งสองข้างมัด และใส่ลงในถุงพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเสียงจาก แนน-ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้รัฐบาลควรหามาตรการ หรือวางแผนจัดการด้านสิ่งแวดล้อมรับมือกับ &amp;quot;ขยะติดเชื้อ&amp;quot; จากอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดใช้แล้วทิ้งที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองโฆษกแนน เสนอ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ต้องกำจัดด้วยการเผาด้วยเตาเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายอีกทาง หากไม่กำจัดอย่างถูกวิธีจะกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อ ปัจจุบันมีเพียงหน่วยงานสังกัด กทม.ที่ได้เริ่มดำเนินการเพิ่มจุดตั้งถังขยะติดเชื้อ แต่เนื่องจากขณะนี้มีการระบาดไปยังต่างจังหวัด จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มจุดตั้งถังขยะชนิดปิดสนิทให้ทั่วทั้ง กทม.และท้องถิ่น พร้อมรณรงค์เรื่องการคัดแยกขยะติดเชื้อ และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงวิธีการทิ้งหน้ากากอนามัยอย่างถูกสุขลักษณะด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วยกันคนละไม้คนละมือ สังคมไทยจะได้ปลอดจากเชื้อโควิดเร็ววันเด้อค่า.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62436</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, มินนี่เมาธ์, ศิริภา อินทวิเชียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4 นิวเดมปชป.เคารพมติพรรค ลั่นเดินหน้าร่วมงานปชป. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ,รัฐพงศ์ ระหงษ์,ศิริภา อินทวิเชียร,ชัยชนะ เดชเดโช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.62 - น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ 1 ในสมาชิกกลุ่มนิวเด็ม กล่าวภายหลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ มีมติพรรคในการร่วมรัฐบาลทำให้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ประกาศลาออกจากการเป็น ส.ส.&amp;nbsp; รวมทั้งมีสมาชิกกลุ่มนิวเดมจำนวนหนึ่งประกาศยุติบทบา ว่า ตนเข้าใจดี และรู้สึกเสียดายบุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะในการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมติพรรคขัดกับอุดมการณ์ส่วนตัว ตนก็เคารพในการตัดสินใจนั้น แต่รู้สึกเสียดายเมล็ดพันธุ์ดี หากได้เป็นนักการเมืองก็จะเป็นนักการเมืองน้ำดี ส่วนตัวเองยืนยันทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะได้อาสามาทำงานเป็นผู้แทนในนามพรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัฐพงศ์ ระหงษ์ อดีตผู้สมัครเขตบางเขน กทม. พรรคประชาธิปัตย์ 1 ในสมาชิกกลุ่มนิวเด็ม กล่าวยืนยันยอมรับในมติพรรค และพร้อมทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร โฆษกกลุ่มนิวเด็ม (New Dem)&amp;nbsp;กล่าวว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกกลุ่มนิวเด็ม ที่แม้จะไม่เห็นด้วยกับการร่วมรัฐบาล และไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตนเคารพในมติของพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้กรอบข้อบังคับของพรรคฯ จึงตัดสินใจทำหน้าที่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป และเห็นว่าเราควรเคารพความเห็นต่าง และเคารพประชาธิปไตยภายในบ้าน รวมไปถึงการเคารพหลักประชาธิปไตย ภายใต้กรอบกฎหมายในสังคมด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ 1 ในสมาชิกกลุ่มนิวเด็ม กล่าวว่า วันนี้ต้องยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเช่นกัน และเป็นผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี อีกทั้งการที่พรรคพลังประชารัฐยอมรับใน 3 เงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ในร่วมรัฐบาลซึ่งเป็นเรื่องที่ตนยอมรับได้ ดังนั้นในฐานะที่เป็นนักการเมืองคนรุ่นใหม่ก็พร้อมที่จะทำงานเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37754</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยชนะ เดชเดโช, นิวเดม, ปชป., ประชาธิปัตย์, รัฐพงศ์ ระหงษ์, ศิริภา อินทวิเชียร, สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf797d2d13ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ตามไอติม&#039;โฆษกนิวเดม&#039;ลั่นปักหลักอยู่กับประชาธิปัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.62 - น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;และโฆษกกลุ่มนิวเด็ม (New Dem) กล่าวว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกกลุ่มนิวเด็ม แม้มีสมาชิกบางคนไม่เห็นด้วยกับการร่วมรัฐบาล และไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตนเคารพในมติของพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้กรอบข้อบังคับของพรรค จึงทำหน้าที่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป และเห็นว่าเราควรเคารพความเห็นต่าง และเคารพประชาธิปไตยภายในบ้าน รวมไปถึงการเคารพหลักประชาธิปไตย ภายใต้กรอบกฎหมายในสังคมด้วยเช่นกัน เพราะประชาธิปไตยไม่ได้พิสูจน์กันภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ที่ยาวไกลกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ศิริภา กล่าวว่า เงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ คือ การแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญในการที่จะนำพาประเทศไทยไปในทิศทางที่ดีขึ้น และเห็นว่ากลุ่มที่อ้างตนเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยนั้น หากยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยจริง ก็ควรเข้าร่วมในการแก้รัฐธรรมนูญ ท้ายสุดนี้ตนยังคงเชื่อมั่นในความเป็นสถาบันและอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า และเป็นแกนหลักในการแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องคนไทยต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37742</URL_LINK>
                <HASHTAG>New Dem, ปชป., ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์, ศิริภา อินทวิเชียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf7815261ce8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2019 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่องนโยบายสิ่งแวดล้อม ก่อนเลือกตั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ศิริภา อินทวิเชียร นักการเมืองหญิงรุ่นใหม่ พรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมนับเป็นภัยสำคัญที่ส่งผลกระทบกับผู้คนในวงกว้าง ทั้งยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะการเมืองที่กำลังร้อนแรงกลับเป็นที่น่าสังเกตว่า เรื่องสิ่งแวดล้อมของไทยดูจะเลือนรางจากกระแสความสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในโอกาสที่สังคมไทยเดินหน้าเข้าสู่โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 และเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต 17 มีนาคมนี้ สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ตัวแทนพรรคการเมืองในหัวข้อ &amp;quot;นโยบายสิ่งแวดล้อมกับการเมืองไทย : เป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;quot; ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวทีนี้เปิดโอกาสให้ว่าที่ ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ เผยแพร่แนวคิดและนโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคตนเอง รวมทั้งเปิดให้มีการแลกเปลี่ยน ตั้งคำถามระหว่างนักวิชาการกับตัวแทนพรรคเพื่อรับฟังนโยบายของพรรคการเมือง จะยกเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นวาระสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศเพียงใด โดยมีพรรคการเมือง 3 พรรคเข้าร่วม ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนเปิดเวทีดีเบตส่องนโยบายสิ่งแวดล้อม ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวในหัวข้อ นโยบายสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs โดยระบุว่า ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจเกิดเวทีดีเบตของพรรคการเมืองหลายวงตลอดเดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับ 3 โจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมไทยเป็นการบ้านที่ผู้สมัครพรรคต่างๆ เลี่ยงไม่พ้น คือ ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านระบบนิเวศ เช่น มลพิษฝุ่น PM 2.5 แสดงถึงผังเมืองและระบบคมนาคมที่ไม่เหมาะสม ระบบอีไอเอขาดประสิทธิภาพ มาตรการลดผลกระทบจากการก่อสร้างในรายงานไม่ได้นำมาปฏิบัติ จนกระทั่งกรณีเขาหัวโล้น จ.น่าน มีการบุกรุกพื้นที่ต้นน้ำป่าหายไป 1.2 ล้านไร่ จากปัญหาความยากจน ปรากฏการณ์สิ่งแวดล้อม สะท้อนโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ความขัดแย้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คดีปกครองกว่าหมื่นคดีอยู่ในศาลปกครอง มีความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ยั่งยืนและกระบวนการนโยบายสาธารณะในเมกะโปรเจ็กต์พัฒนาหัวเมืองหลักอีอีซี อยากเห็นนโยบายพรรคสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายและประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมมากกว่าแค่หย่อนบัตรเลือกตั้ง โดยประชาชนต้องร่วมให้ข้อมูล รับฟังความเห็น การปรึกษาหารือ ไม่ใช่ไปจบหน้าศาลปกครอง &amp;quot; ดร.บัณฑูรกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรรมการปฏิรูปฯ ยังเรียกร้องให้พรรคการเมืองทำนโยบายประเมินการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA ซึ่งต่างจากรายงาน EIA ที่หาคำตอบให้กับโครงการที่มีอยู่แล้ว เพราะรายงาน SEA จะหาทางเลือกรอบด้านก่อนจัดทำโครงการ สมัยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ปี 51 เคยแถลงนโยบายเชิงกลยุทธ์นี้ เช่นเดียวกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ปี 54 แถลงนโยบายให้เพิ่มการประเมิน SEA แต่ขาดความต่อเนื่องในการพัฒนากลไกระบบประเมินดังกล่าว นอกจากนี้ ข้อมูลปี 59 มีโครงการรับเข้าใหม่ 1,759 โครงการ แต่ผ่านความเห็นชอบ EIA-EHIA กว่า 500 โครงการ ปัจจุบัน EIA มีปัญหาที่ระบบติดตามหลังอนุมัติอนุญาตโครงการ ต้องปิดช่องโหว่นี้ อีกทั้งมีหลายโครงการก่อสร้างผู้ประกอบการหลบเลี่ยงมาตรการนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ตัวแทนคนรุ่นใหม่จาก&amp;nbsp;3 พรรคการเมืองโชว์นโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคชัดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถึงเวลาแจงนโยบาย มาฟังชัดๆ แต่ละพรรคมีหมัดเด็ดอะไรบ้าง ศิริภา อินทวิเชียร นักการเมืองหญิงรุ่นใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนจะก่อให้เกิดทรัพยากรเสื่อมโทรมและสิ้นเปลืองทรัพยากร ทางพรรคมีนโยบายครอบคลุมทุกมิติเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน บรรลุเป้าหมาย SDGs โดยยึดหลักเกณฑ์รัฐสามารถทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ทำงานอย่างโปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ นอกจากนี้จะสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคประชาชน เอกชน เพื่อบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ปชป.ชูนโยบายสิ่งแวดล้อม 6 ด้าน ด้านพลังงาน ไม่เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยจะส่งเสริมพลังงานสะอาด พลังงานทดแทน และส่งเสริมให้ภาคเอกชน ภาคประชาชนมีส่วนร่วมผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายไฟคืนให้การไฟฟ้า รวมถึงสนับสนุนน้ำมันบี 20 และบี 100 เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ด้านป่าไม้และสัตว์ป่า จะเพิ่มพื้นที่ป่าร้อยละ 50 หรือ 160 ล้านไร่ เพื่อปกป้องป่า โดยพื้นที่ 30% อนุรักษ์เป็นป่าต้นน้ำและใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อีก 20% เป็นพื้นที่ป่าชุมชน มีกติกาการใช้ประโยชน์ รวมถึงจะจัดทำแนวเขตป่าให้แล้วเสร็จภายใน 4 ปี โดยภาครัฐและท้องถิ่นมีส่วนร่วม อีกทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่า&amp;quot; ศิริภากล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาขยะเป็นอีกนโยบายที่นักการเมืองหญิงโชว์วิสัยทัศน์ โดยระบุจะส่งเสริมการผลิตขยะเชื้อเพลิง (RDF)&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วยสามารถลดปริมาณขยะที่จะนำไปฝังกลบ ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสามารถนำขยะมาผลิตเป็นพลังงานทดแทน ในพื้นที่เทศบาลต่างๆ ที่มีความพร้อมจะหนุนเสริมให้องค์ความรู้และเพิ่มกลไกการทำงานให้คล่องตัว คนก็สำคัญ จะรณรงค์ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยจะมีมาตรการทางภาษีเข้ามากำกับดูแล รวมถึงหนุน อปท. จัดการขยะครบวงจร ทั้งขยะอันตราย ขยะมูลฝอย ขยะพลาสติก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนนโยบายการจัดการคุณภาพอากาศ เธอย้ำว่า คนกรุงเผชิญฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ปชป.มีแผนคลอดมาตรการฉุกเฉินกรณีเกิดวิกฤติมลพิษและปรับปรุงกฎหมายให้คล่องตัวมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการปัดความรับผิดชอบของหน่วยงาน แนวทางจำกัดจำนวนรถยนต์เข้าพื้นที่ก็ทำควบคู่กัน แต่ต้องหารือเพื่อให้เกิดความเหมาะสม อีกทั้งจะเร่งยกระดับยานยนต์ไทย การปล่อยฝุ่นพิษภาคอุตสาหกรรมก็ต้องได้รับการตรวจสอบ จะมีการตรวจวัดมลพิษที่ปลายปล่อง รวมถึงเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพฯ ใช้ต้นไม้กรองฝุ่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; นิติพล ผิวเหมาะ พรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและผู้ผลักดันนโยบายสิ่งแวดล้อมและสิทธิสัตว์ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตนมองสิ่งแวดล้อมในมิติใหม่ มนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเดียว แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และออกแบบนโยบายหลายด้าน เริ่มจากขยะพลาสติกปัญหาสำคัญ ทุกนาทีมีถุงพลาสติก 1.6 แสนใบทิ้งสู่ทะเล ไทยสร้างขยะทะเลติดอันดับ 6 ของโลก เราเสนอเลิกใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งภายใน 4 ปี และจะให้งบประมาณสนับสนุนการคิดค้นวิจัยสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อหาวัสดุทดแทนพลาสติก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนปัญหา EIA ต้องแก้ไข นิติพลกล่าวว่า ต้องดำเนินการจัดตั้งกองทุน EIA จัดหาบริษัททำรายงาน EIA ที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงประเมินประกันภัย หากโครงการดังกล่าวสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน นอกจากนี้ คิดว่าการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม คนส่วนกลางคิดแทนคนภูมิภาคต่างๆ ไม่ได้ รูปแบบหนึ่งที่เรานำเสนอคือ รายได้จากการจัดเก็บภาษีของแต่ละจังหวัด ร้อยละ 50 ไม่ต้องส่งเข้าส่วนกลาง แต่ให้นำมาใช้หนุนการศึกษาและวิจัยเพื่อพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พรรคเน้นนโยบายกระจายอำนาจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นเรื่องป่า นิติพลกล่าวว่า ต้องจัดสรรที่ดินให้คนอยู่กับป่าได้ ไม่ไล่คนออกจากป่า แต่ส่งเสริมเกษตรทางเลือกให้ชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ ป่าต้องอนุรักษ์โดยคนในพื้นที่ควรสนับสนุนให้ปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ใหญ่บนพื้นที่สูง แนวทางนี้นอกจากหยุดการแผ้วถางและเผาป่าทำเกษตรเชิงเดี่ยวแล้ว ช่วยรักษาต้นไม้ใหญ่ ช่วยยุติปัญหาหมอกควันพิษ และสร้างรายได้ให้ชุมชน แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนปัญหา PM 2.5 ในเมืองใหญ่ ว่าที่ ส.ส.บอกจะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติคนเมืองให้เห็นว่าเป็นภัยใกล้ตัว และไม่ใช่เรื่องของคนโลกสวย การควบคุมมลพิษจากภาคขนส่งและการคมนาคมในมหานครจะต้องดำเนินการให้ได้ รวมถึงเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนให้แก่ประชาชน ลดการใช้รถส่วนตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นอกจากนี้ พรรคอนาคตใหม่ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.โรงงานฉบับใหม่ กำหนดผู้ประกอบการโรงงานขนาดเล็ก ที่มีเครื่องจักรกำลังต่ำกว่า 50 แรงม้า และมีคนงานต่ำกว่า 50 คน ไม่ต้องมาอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ และไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการตาม พ.ร.บ.โรงงานทุก 5 ปี กฎหมายไม่ได้ช่วยป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่จะส่งผลเสียมากขึ้นด้วย&amp;quot; นักการเมืองรุ่นใหม่จากอนาคตใหม่ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ หรือ &amp;quot;ผู้กองมาร์ค&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ หรือ &amp;quot;ผู้กองมาร์ค&amp;quot;&amp;nbsp; รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งแก้ไขคือ ฝุ่นพิษ PM 2.5 ซึ่งเกิดขึ้นร้อยละ 50 ของพื้นที่ในประเทศไทย ไม่เฉพาะกรุงเทพฯ การดำเนินงานแก้ไขจะสนับสนุนให้มีเครื่องตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เสี่ยงหมอกควัน และมีการรายงานผลเพื่อเตือนภัยประชาชนเมื่ออยู่ในเกณฑ์เริ่มกระทบสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ นอกจากนี้ การแก้ปัญหามลพิษอากาศจะต้องส่งเสริมพลังงานสะอาดอย่างจริงจัง มีมาตรการส่งเสริมการใช้ไฟฟ้า EV นอกจากนี้ รถยนต์ของหน่วยงานราชการต้องเป็นต้นแบบเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด อีกทั้งพรรคเพื่อไทยค้านการใช้พลังงานถ่านหินมาโดยตลอด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ในส่วนประเด็น SEA จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้เข้าใจง่ายขึ้น รวมถึงจัดทำบิ๊กดาต้ารวบรวมข้อมูลของทุกกระทรวง เอื้ออำนวยต่อการเข้าถึงของประชาชนและผู้ประกอบการ เน้นข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อประกอบการประเมินความเหมาะสมของโครงการ นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยเสนอให้จัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและอัยการสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมแก้ปัญหาเฉพาะทาง เห็นว่า ศาลนี้จะเป็นตัวกลางเชื่อมภาคประชาชน ลดความขัดแย้ง&amp;quot; ผู้กองมาร์คขายนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเวทีนี้&amp;nbsp; ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่นละอองขนาดเล็ก เป็นเรื่องใกล้ตัวและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ฝากให้พรรคการเมืองและนักการเมืองรุ่นใหม่ หากมีโอกาสบริหารขับเคลื่อนประเทศนำนโยบายไปปฏิบัติเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31504</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์, นสพ.ไทยโพสต์, นิติพล ผิวเหมาะ, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์, ศิริภา อินทวิเชียร, สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ, ส่องนโยบายสิ่งแวดล้อมพรรคการเมือง, เลือกตั้ง24มีนาคม2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190316/image_big_5c8cf66186280.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
