<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อะไรน่ากลัวกว่ากันระหว่าง COVID-19 กับจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 เม.ย.2563- อาจารย์ศิริเชษฐ์ พูลทิพายานนท์ ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาคณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ออกโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ&amp;ldquo;อะไรน่ากลัวกว่ากัน ระหว่าง Covid-19 กับจำนวนผู้ติดเชื้อ ที่แท้จริง???&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า จริงๆ ผู้ติดเชื้อไม่ใช่ร้อยกว่าคนต่อวันนะครับ ความผิดปกติของข้อมูล บวกกับสถาปัตยกรรมข้อมูล ที่โครงสร้างการเก็บข้อมูลผู้ติดเชื้อ การตรวจ การคัดกรอง ติดตาม ที่พังมาตั้งแต่แรก ยังมีเคสเข้าข่ายโรค PUI อีกหมื่นกว่าคน ข้อมูล Super Spreader ถูกอุ้มหายไป ผมต้องการ Business intelligence Data Sci&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยอรมัน เกาหลี ติดเชื้อเยอะ เพราะตรวจเจอเยอะ ยิ่งตรวจเจอเยอะยิ่งควบคุม บริหารจัดการได้ไว ส่วนพี่ไทยคนเข้าเกณฑ์ สอบสวนโรค ดันไม่ตรวจ ข้อมูลน่าฉงน เคสรอตรวจสะสมบานตะเกียง&amp;hellip;อย่างที่บอก ตัวใครตัวมัน ลองอ่านที่คุณ Solo Investor เขียนมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมทุกวันนี้คนไทยติดเชื้อไม่เร็วอย่างที่คิด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนคงเห็นตัวเลขสถิติของผู้ติดเชื้อใน จีน เกาหลี ยุโรป และอเมริกา หลังผ่านการติดเชื้อครบ 200 คน จะมีอัตราการติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นมาแบบ Exponential หรือขึ้นไปแตะระดับเกิน 5,000 - 10,000 คนในระยะเวลาอันสั้น
โดยแต่ละประเทศนั้นจะมีการระดมตรวจโรคเกินกว่า 100,000 คนทั่วประเทศ อย่างสหรัฐเองตัวเลขจากข่าวล่าสุดระบุว่าตรวจไปกว่า 850,000 คนแล้ว (ติดเชื้อ 160,000 คน คิดเป็น 20% ของการตรวจ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมและใครหลายคน คาดไว้ว่าที่ไทยคงจะมีมาตรการคล้ายคลึงกับประเทศอื่นๆ และน่าจะมีจำนวนคนติดเชื้อมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่จากการประกาศในแต่ละวันของกระทรวง สธ. กลับพบคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นเพียง 100-150 คน/วันเท่านั้น จนมาวันนี้ผมก็ตาสว่าง เมื่อไปไล่ดูสถิติการตรวจของไทย ย้อนหลังในเว็บของกรมควบคุมโรค พบตัวเลขที่เป็นสภาพจริงของไทย ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) มีการตรวจเชื้อ COVID ไปแค่ 18,696 คน เท่านั้น ณ 30/3/2563 (มีแฟนเพจที่เป็นหมอแจ้งว่าจริงๆตรวจเอกชนอีก 1 เท่าตัว แต่ผมอยากเรียกร้องให้ สธ. รวมตัวเลขมาให้ครบ คนทั่วไปจะได้รู้ว่าตอนนี้อยู่ตรงจุดไหนกันแน่)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) จากทั้งหมดในข้อแรก รู้ผลแล้วเพียง 11,339 คน แบ่งเป็นติดเชื้อ 1524 คน (คิดเป็น 13% ของจำนวนการตรวจ) และไม่ติดเชื้อ 9815 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) แต่ที่น่าห่วงกว่า คือ ยังรอผลอีกเกือบ 7,357 คน!! และตัวเลขรอผลตรวจนี้ สะสม พอกพูนมากขึ้นทุกๆวัน เพราะ เมื่อไปไล่ดูข้อมูลวันเก่าๆตั้งแต่ 29/3/2563 ลงไปเรื่อยๆ พบว่าความสามารถในการตรวจจนทราบผล เฉลี่ยจะทำได้วันละ 500-600 เคส เท่านั้น (มีแฟนเพจเสริมมาว่ากำลังเพิ่ม Lab ให้ได้เป็น 4,000 - 10,000 เคส/วันในเดือน เม.ย.-พ.ค.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) แสดงว่ากว่าจะทราบผลของคนกลุ่ม 7,357 คน ต้องใช้เวลาอีก 10-15 วัน ถึงจะทราบผลทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) เมื่อเป็นแบบนี้ แสดงว่ายอดคนติดเชื้อ 100-150 ต่อวัน เกิดจากการตรวจผลเพียง 500-600 คน (คนติดเชื้อ 20% ของการตรวจในวัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) หากสถิติเดียวกันนี้ คนที่รอผลอีก 7,357 คน น่าจะมีผู้ติดเชื้อรออยู่อาจสูงถึง 1,400 คน (หรือเอาตามเรทเดิม 13% เท่ากับ 949 คน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7) คำถาม คือ ระหว่าง 10-15 วัน คนกลุ่ม 1,400 คนนี้จะเดินทาง หรือไปสัมผัสแพร่เชื้อให้ใครอีกบ้าง? เพราะหากไม่รู้ผลตรวจ เป็นอาจมีบางคนใช้ชีวิตไปตามปกติ แม้จะใส่หน้ากาก ล้างมือ แต่ก็มีโอกาสแพร่เชื้อให้คนอื่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 (แก้ไขเพิ่มเติม) มีแฟนเพจท่านหนึ่งทักทวงว่ากลุ่มรอผลทั้งหมด 7,357 คน นั้น จะถูกกักตัวในโรงพยาบาลไว้ทั้งหมด(ใครมีข้อมูลสนับสนุนหรือหักล้างมายันได้ครับ) โดยรออาการ 7-14 วัน แล้วตรวจซ้ำ ซึ่งอาจหักล้างผลในข้อ 6 และ 7 ที่ประมานการไว้ - ถ้าเป็นแบบนี้สิ่งที่ควรจะเป็นต่อไปในวันที่ 7-14 เมษายนนี้ ตัวเลขสะสม &amp;quot;ควรปรับตัวลดลง&amp;quot; อย่างมีนัยยะสำคัญ รอติดตามกันหากไม่ลดลงผมขออนุญาตทวงถามเปิดประเด็นใหม่อีกครั้งนะครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นตัวเลขหรือสิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นอยู่จริงในขณะนี้ คงมีหลายคนสงสัยว่า ทำไมไม่จัดให้มีการตรวจในวงกว้างแบบประเทศอื่นๆ เช่น 100,000 คน เพื่อให้ทราบคนติดเชื้อแน่ชัด และจะได้บริหารจัดการทรัพยากรได้ถูกต้อง รวมถึงพ่อแม่พี่น้องคนติดเชื้อเหล่านั้นจะได้ระมัดระวังตัวมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเองก็ไม่ทราบคำตอบ ทั้งๆที่ใช้งบประมาณไม่เกิน 500 ล้านบาทก็เพียงพอที่จะตรวจคนได้ในระดับ 100,000 คน หรือสิ่งที่รัฐตั้งใจจะให้เป็น คือ ปล่อยให้การตรวจน้อยแบบนี้ไปเรื่อยๆ 500-600 เคสต่อวัน ให้คนไทยเห็นตัวเลขว่ามีคนติดเชื้อไม่มาก หวังผลทางจิตวิทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้จริง คนที่เสี่ยงสุดคือ หมอ พยาบาล ที่จะไม่รู้ว่าคนป่วยที่มาติดต่อมีเชื้อแล้วหรือไม่&amp;nbsp;หรือนี้จะเป็นแผนของรัฐบาลชุดนี้ ที่ต้องการปล่อยให้คนไทยป่วยในวงกว้าง และสร้างภูมิคุ้มกันด้วยตัวเอง (Herd Immunity) และทยอยให้ธรรมชาติคัดสรรคนที่ป่วยตายและอยู่รอดในประเทศของเราต่อไป&amp;nbsp;ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ต่างประเทศควรเอาไทยเป็นกรณีศึกษา วิธีในการจัดการ CoVID-19 ที่ได้ผลดีสุด และลดตัวเลขผู้ติดเชื้อได้ที่ต่ำสุด เพราะไม่ต้องตรวจหรือตรวจให้น้อยที่สุดไว้นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวเลขทั้งหมดคือของจริงจากกรมควบคุมโรค ใครสนใจพล็อตตารางมาดูได้ว่าผมพูดจริงหรือไม่ https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/situation.php ขอให้ทุกท่านโชคดี เพราะเราอาจติดโรคนี้ไปแล้วแต่เราแค่ไม่รู้ตัว...#SoloInvestor
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61650</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คณะพลศึกษา, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ศิริเชษฐ์ พูลทิพายานนท์, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e83efd6e3a5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
