<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกายืนสั่งคุก &#039;ศิริโชค&#039; 2 ปี หมิ่นประมาททายาทเจ้าของโรงแรมดัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.64 - ที่ห้องพิจารณาคดี 806 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำที่&amp;nbsp; อ.3352/2558 ที่นายอนุชา สิหนาทกถากุล อายุ 62 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตระกูลดังบุตรชายของนายมนตรี สิหนาทกถากุล เจ้าของธุรกิจโรงแรมแลนด์มาร์ค เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศิริโชค โสภา อายุ 54 ปี อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 22 ก.ค. - 8 ต.ค. 2558 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำนองว่าบิดาของนายอนุชาโจทก์ เป็นคนไม่ดี ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ทำให้โจทก์รู้สึกได้รับความเสียหาย จึงนำเรื่องมายื่นฟ้องเป็นคดี โดยนายศิริโชค จำเลยให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามมาตรา 328 จำคุก 2 ปี ปรับ 100,000 บาท พร้อมทั้งให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ 4 ฉบับด้วย ได้แก่ ไทยรัฐ, เดลินิวส์, ผู้จัดการ และเดอะเนชั่นภาคภาษาอังกฤษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2562 ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นบุตรของนายมนตรี ผู้เสียชีวิต โจทก์อ้างตนเองเบิกความว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2553 น.ส.เสาวรส โสภา มารดาของนายศิริโชค ได้กู้ยืมเงินจากนายมนตรี บิดาของโจทก์จำนวน 15 ล้านบาท และได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ น.ส.เสาวรส เป็นบุคคลล้มละลายตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. 2550 ก่อนกู้ยืมเงิน ทำให้ น.ส.เสาวรส ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ ผู้ตายจึงฟ้อง น.ส.เสาวรส ต่อศาลแขวงกรุงเทพใต้ แต่ภายหลังได้ถอนฟ้องในชั้นอุทธณ์ ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2558 นายศิริโชค จำเลยได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ทำนองว่านายมนตรี บิดาของโจทก์เป็นคนขี้โกง ชอบเอารัดเอาเปรียบ แม่โดนหลอกให้กู้ยืมเงิน โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 10 สุดท้ายแม่ก็ถูกศาลจำคุก และที่เราแพ้คดีเพราะเรามีหลักฐานไปหักล้างเขาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งข้อความดังกล่าวที่โพสต์ลงในเฟซบุ๊กตั้งค่าเป็นสาธารณะและปักหมุดให้เห็นเป็นหน้าแรก ทำให้ผู้ติดตามแสดงความคิดเห็นตำหนินายมนตรี ผู้เสียชีวิต และโจทก์ซึ่งเป็นบุตร เป็นการทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าผู้เสียชีวิตและครอบครัวโจทก์เป็นคนไม่ดี ได้รับความเสียหายถูกดูหมิ่นเกลียด &amp;nbsp;ขณะที่นายศิริโชคอ้างว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวนั้นน่าจะเป็นของผู้สนับสนุนตนเป็นคนทำขึ้น แต่ศาลเห็นว่า ชื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กศิริโชค ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ เคยโพสต์ข้อความอื่นๆ จริง นอกจากนี้ ทางนำสืบโจทก์ยังระบุว่า ได้มีการตรวจสอบจากวิกิพีเดียด้วยซึ่งระบุว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของนายศิริโชค โดยมีการแสดงข้อมูลไว้ก่อนเกิดเหตุการณ์โพสต์ข้อความหมิ่นประมาท นาน 2 ปี ขณะจำเลยก็ไม่เคยเข้าโต้แย้งว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าโจทก์จะนำสืบไม่ได้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องไอพีแอดเดรส ที่จะแสดงตำแหน่งของการโพสต์ในคอมพิวเตอร์ แต่พยานหลักฐานที่นำสืบมาสอดคล้องกับ ที่อยู่บนเว็บไซต์ของอินเตอร์เน็ต หรือยูอาร์แอล (อังกฤษ : URL) ที่ตรงกับเฟซบุ๊กของจำเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จำเลยอ้างว่าเคยมีการปลอมของบุคคลผู้มีชื่อเสียง ก็ไม่เคยปรากฏว่าเป็นกรณีของจำเลยมาก่อน จึงฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยการโฆษณา ตามมาตรา 328 ให้จำคุก 2 ปี ปรับ 100,000 บาท แต่จำเลยเคยเป็นเลขานุการส่วนตัวนายกรัฐมนตรี เคยทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการนำรถของทางราชการไปใช้ขนยาเสพติด โดยไม่หวั่นเกรงเรื่องความไม่ปลอดภัย จึงเห็นว่าได้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติมีคุณงามความดี แม้จะกระทำผิดฐานหมิ่นประมาท แต่ก็อาจเยียวยาด้วยการโฆษณาลงในสื่อสิ่งพิมพ์ได้ จึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้นายศิริโชค จำเลย เดินทางมาศาลอย่างเงียบๆ ไม่แสดงตัวต่อสื่อมวลชน เพื่อฟังคำพิพากษาพร้อมทนายความและบุคคลใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษากันแล้ว พิเคราะห์ว่า ข้อเท็จจริงรับฟังโดยปราศจากข้อสงสัยว่า เฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของจำเลยจริง และจำเลยได้โพสต์ข้อความที่เป็นการใส่ความนายมนตรี ผู้ตาย ว่าเป็นคนไม่ดี เป็นคนโกง และทำผิดกฎหมาย ย่อมไม่เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา และไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาประการอื่นอีก เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไปที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100296</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศิริโชค โสภา, อนุชา สีหนาทกถากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6080f244b78a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงขลาระอุ!โควิดการเมือง &#039;ศิริโชค&#039; ปะทะเดือด ส.ส.พรรคภูมิใจไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.63 - นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าไม่กักตัว 14 วัน หลังเดินทางกลับด้วยเครื่องบินจาก กรุงเทพฯ ว่า ที่ตนต้องเดินไปกรุงเทพฯ เพราะมีความจำเป็นจริงๆ เนื่องจากหมอนัดตรวจร่างกายในวันที่ 23 มี.ค. ตน ต้องเดินทางไปตามแพทย์นัดทุกเดือนโดยระหว่างการตรวจในครั้งนี้ ได้สอบถามหมอว่า สามารถตรวจโควิดด้วยเลยได้หรือไม่ ทางหมอก็ตอบว่า การตรวจโควิดนั้น ต้องป่วยหรือมาจากพื้นที่เสี่ยง มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย แต่หากไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้คงจะไม่เห็นอาการอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่อว่า หลังจากอยู่กรุงเทพฯ 3-4 วันก็มีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตนจึงต้องเดินทางกลับบ้านที่สงขลา และมีความจำเป็นต้องไปงานศพ เพราะตนเป็นประธาน เรารับปากประชาชน อีกทั้งยังมีความสนิทสนมและตลอดการเดินทางไป กรุงเทพฯ และกลับ สงขลา ตนไม่ได้เข้าใกล้กลุ่มเสี่ยง หรือผู้ติดเชื้อเลย ทั้งยังทำตามคำแนะนำของภาครัฐทุกประการ ตนตระหนักดีในวิกฤตไวรัสโควิด เพราะก่อนที่ตนจะเดินทางถึงสงขลา ที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีจุดตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวดอย่างละเอียดมาก ตนก็ผ่านขั้นตอนตามปกติ เมื่อถึงสนามบินสงขลา ก็มีด่านตรวจอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยืนยันได้ทุกที่ที่ผมผ่าน มีการตรวจโรคอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะที่โรงพยาบาลหรือสนามบินทั้งขาเข้าขาออก ทุกอย่างเช็คละเอียดมากไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง เมื่อผมเข้าไปในงานศพ ผมก็รักษาระยะห่างตามมาตรฐานของสาธารณสุข และเมื่อเสร็จพิธีแล้วผมก็เดินทางกลับทันที จากนั้นตนก็ไม่ได้ออกงานไปไหน แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมเดินทางไปด่านนอก แต่ผมนั่งอยู่แต่ในรถแล้วก็ไลฟ์สดในเรื่องของการปิดด่าน เมื่อไลฟ์จบตนก็กลับเลย ไม่ได้ลงจากรถไปไหน นี่อาจทำให้นายศิริโชคคิดว่าผมไม่ได้กักตัว เจตนาผมคือจะให้ดูว่าด่านยังไม่ได้ปิดและมีผลกระทบกับชาวสวนยาง ยืนยันว่าผมรู้ตัวเองว่าสถนการณ์วันนี้เป็นอย่างเรา ผมป้องกันตัวเองและคนรอบข้างเสมอ โดยช่วงนี้ตนตรวจร่างกายกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกวัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจประชาชนเดือดร้อนทั่วประเทศจากวิกฤตโควิด ต้องการความช่วยเหลือจากส.ส. เพื่อปิดช่องว่างจากการทำงานของรัฐบาล แต่กลับมีบุคคลทางการเมืองหรือ อดีต ส.ส. ออกมาแสดงพฤติกรรมสร้างความเบื่อหน่ายแก่ประชาชน ในการจับผิดส.ส. ใส่ร้ายเพื่อจะได้รับความนิยมทางการเมือง ตนยืนยันว่าเราดูแลตัวเองและระมัดระวังตลอดในการสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อและทำตามมาตรฐานสาธารณสุขทุกประการ เพื่อที่เราจะได้ดูแลชาวบ้านได้ ตนให้ความเคารพ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นายอภิสิทธิ์ เวชาชาชีวะ อดีตนายกฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ในฐานะนักการเมืองอาวุโสและมีความเป็นสุภาพบุรุษทางการเมือง ตนหวังที่จะเห็นนักการเมืองรุ่นใหม่อย่าเอาการเมืองมาทำลายคู่แข่งเพราะประชาชนจะไม่ได้อะไร ต้องทำงานอย่าทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมอยากฝากถึง นายศิริโชค ควรยึดความเป็นสุภาพบุรุษให้ได้สักครึ่งหนึ่งของท่านอภิสิทธิ์ แม้เวลานี้ท่านไม่ได้เล่นการเมืองแต่ท่านไม่เคยไปให้ร้ายป้ายสีผู้ใด&amp;quot; ส.ส. สงขลา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายศิริโชค &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ทันควันว่า ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย อย่าโกหกประชาชนอีกเลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่เงียบไปนาน วันนี้คุณณัฎฐ์ชนน ก็ได้ออกมายอมรับความจริง คือเพิ่งกลับมาจาก กทม. ในวันที่ 27 มีค. ( จำนน ต่อหลักฐาน) และก็ยอมรับอีกว่าไม่ได้กักตัว อ้างว่าแค่ไปงานเดียวที่ตนเองเป็นประธานงานศพ ( ในความเป็นจริงไปอีกหลายงาน ทั้งที่ลงในเฟ๊สบุ๊ค และไม่ได้ลงในเฟ๊สบุ๊ค สัมผัสประชาชน โดยที่ใส่หน้ากาก และไม่ใส่หน้ากาก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากให้เข้าใจคำว่า &amp;ldquo;ใส่ร้าย &amp;ldquo; หมายถึง การเอาข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง มากล่าวร้ายกัน แต่คุณณัฎฐ์ชนน ยอมรับเองว่า ข้อมูลที่ผมนำมาแสดงเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอฝากไปถึงคุณณัฏฐ์ชนน ในฐานะที่เคยเป็นผู้ช่วย สส. เก่าของผม อย่าพยายามบิดเบือน ว่าเป็นเรื่องการเมืองเลยครับ มันเป็นเรื่องความปลอดภัยของสังคม จึงทำให้ผมต้องออกเปิดเผยข้อมูลนี้ เพราะการกักตัวเป็นมาตรการที่สกัดกั้น โรค โควิด 19 ได้ดีที่สุด และเป็นสิ่งที่ผมรณรงค์มาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจ คัดกรอง วัดอุณหภูมิ ที่คุณณัฎฐ์ชนน อ้างนั้น ถ้าแก้ไขปัญหาได้จริง รัฐบาลคงไม่ต้องประกาศเคอร์ฟิวส์ ปิดเมือง และกักตัวประชาชน คนที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการ จึงต้องมีการกักตัว 14 วัน แม้กระทั่งคนที่ไปตรวจ แล้วไม่พบเชื้อโควิด19 ( กรณี รมช. ถาวร ) ก็ยังต้องกักตัวหากมาจากพื้นที่เสี่ยง ไม่เว้นว่าท่านจะใหญ่แค่ไหน หรือมีตำแหน่งอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในยามวิกฤตเราเรียกร้องความร่วมมือจากประชาชน คนที่เป็นผู้แทนยิ่งต้องปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่าง เพราะไม่ใช่เรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคล แต่เป็นความปลอดภัยของสังคม ถ้าคุณณัฏฐ์ชนน ยังทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย แล้วท่านจะไปขอความร่วมมือจากประชาชนได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกผม และพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ในการแก้ไขปัญหาโรคโควิด 19 แต่เราต้องอยู่บนพื้นฐานความจริง อย่าปกปิดข้อมูล ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยของสังคม และเมื่อนั้น เราจะก้าวข้ามวิกฤต ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62518</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ, ศิริโชค โสภา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d6dedbebf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศิริโชค&#039;ร่อนหนังสือถึง&#039;กกต.&#039;ขอสำนวนการสอบสวน ปมยกสองคำร้องเด็กภูมิใจไทย เขต 7 สงขลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.62 - นายศิริโชค โสภา อดีตส.ส.สงขลา และผู้สมัครรับเลือกตั้งเขต 7 จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ทำหนังสือถึง กกต. เพื่อขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวน ของคำวินิจฉัย กกต.ที่ 57/2562 ลงวันที่ 2 พ.ค 2562 และคำวินิจฉัยกกต.ที่ 89/2562 ลงวันที่ 8 ก.ค. 2562 เรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดสงขลา ซึ่งกกต.ได้ยกคำร้องที่ตนร้องนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ว่าได้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 73 วรรค 1 (1) และ (4) เพราะตนมีความเห็นแย้งกับคำวินิจฉัย ทั้งเรื่องการแจกเงินจำนวน 1,500 บาท เป็นแบ๊งก์ 500 สามใบ โดยมีผู้มีสิทธิในบ้านสามคน ที่มีทั้งพยานหลักฐาน แต่ กกต.กลับเชื่อฝ่ายผู้ถูกร้องว่าเป็นเงินยืม และกรณียกคำร้องเรื่องจัดเลี้ยงโดยให้เหตุผลว่า เป็นการดำเนินการก่อนการรับสมัคร จัดเลี้ยงญาติ และไม่พูดจูงใจไม่มีความผิด ทั้ง ๆ ที่ที่ผ่านมาการนับหนึ่งการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจะเริ่มตั้งแต่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง อีกทั้งกฎหมายเลือกตั้งก็เขียนชัดเจนเกี่ยวกับข้อห้ามในเรื่องการจัดเลี้ยง โดยไม่มีข้อยกเว้นว่าเลี้ยงญาติไม่เป็นไร หรือถ้าไม่พูดจูงใจก็จัดเลี้ยงได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรึกษาทีมทนาย ความว่าจะดำเนินการฟ้องกกต.ทั้งชุดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือไม่ โดยเอกสารที่ขอจากกกต.ครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาประกอบการตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริโชค กล่าวว่า กกต.ต้องส่งมอบเอกสารตามที่ได้ขอไป เพราะเป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร พ.ศ.2540 มาตรา 9 ภายใต้บังคับมาตรา 14 และมาตรา 15 หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการให้ประชาชนเข้าดูได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีกาที่คณะกรรมการกำหนด (1) ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน รวมทั้งความเห็นแย้งและคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัย โดยหวังว่า กกต.จะส่งเอกสารที่ร้องขอให้โดยเร่งด่วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผมเดินหน้าเรื่องนี้ไม่ใช่เพราะแพ้แล้วไม่ยอมแพ้ แต่เป็นการดำเนินการตามช่องทางของกฎหมาย เมื่อเห็นว่าคำวินิจฉัยของ กกต.มีปัญหา ซึ่งการต่อสู้ในครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อรักษาสิทธิของตัวเองเท่านั้น แต่ยังจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งในอนาคต ที่จะได้รับทราบถึงบรรทัดฐานการพิจารณาคดีในลักษณะเดียวกันของ กกต. เพื่อจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้องด้วย ผมยังยืนยันว่าถ้ามาตรฐานการตัดสินที่กกต.ทำในเรื่องการจัดเลี้ยงว่า ทำก่อนวันรับสมัคร เลี้ยงญาติ ไม่พูดจูงใจ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ต่อไปกฎหมายเรื่องการห้ามจัดเลี้ยงจะใช้งานไม่ได้อีก&amp;quot; นายศิริโชค กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44562</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ศิริโชค โสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb6c541bd1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ศิริโชค&quot; งง &quot;กกต.&quot; ยกคำร้องผู้สมัครภูมิใจไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค. 2562 นายศิริโชค โสภา อดีตสส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า กกต. ได้แจ้งคำวินิจฉัยมาถึงตนในฐานะผู้ร้อง กรณีมีการจัดเลี้ยงในเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดสงขลาของผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นความผิดจัดเลี้ยงเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 73 วรรค 1(4) โดย กกต.วินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องได้จัดพิธีเปิดป้ายศูนย์อำนวยการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย มีการนิมนต์พระภิกษุมาทำพิธี ในพิธีมีญาติที่อยู่ในละแวกดังกล่าวมาร่วมพิธีประมาณ 20 คน มีการจัดทำอาหารเพื่อบริการแก่ผู้เข้าร่วมพิธีเท่านั้น ประกอบกับวันเปิดป้ายศูนย์อำนวยการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นวันก่อนการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและไม่ปรากฏว่าผู้ถูกร้องได้พูดจูงใจผู้ร่วมพิธี เพื่อจะให้เลือกผู้ถูกร้องจึงยกคำร้องในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าไม่ได้เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ. ศ. 2561 มาตรา 73 วรรค 1(4)&amp;nbsp;
นายศิริโชค กล่าวอีกว่า จากคำวินิจฉัยของกกต.ในเรื่องดังกล่าว ตนมีข้อสงสัยใน 3 ประเด็น คือ1.โดยปกติแล้ว กฎหมายเลือกตั้งส.ส.จะมีผลบังคับใช้ เมื่อมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งส.ส. กรณีนี้ แม้กกต.จะอ้างว่ายังไม่ได้มีการเปิดรับสมัครแต่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งแล้ว ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. การจัดเลี้ยงเกิดขึ้นในวันที่ 29 ม.ค. เท่ากับกกต.กำลังสร้างบรรทัดฐานว่า การกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. จะเริ่มนับ 1 ในวันรับสมัครเลือกตั้ง ไม่ใช่วันประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริโชค กล่าวต่อว่า 2.จากการไต่สวน ของกกต. ระบุชัดเจนว่ามีการจัดทำอาหารให้กับผู้เข้าร่วมพิธีเปิดป้ายศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย แต่ที่ชี้ว่าไม่ผิด เป็นเพราะผู้เข้าร่วมพิธีคือญาติของผู้ถูกร้องจึงมีคำถามว่าญาติผู้ถูกร้อง ไม่ใช่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอย่างนั้นหรือ เหตุใดจึงมีข้อยกเว้นในการจัดเลี้ยงให้กับญาติว่าสามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริโชค กล่าวต่อว่า 3 กกต.ให้เหตุผลในการยกคำร้องว่าไม่ปรากฏว่าผู้ถูกร้องพูดจูงใจผู้ร่วมพิธีเพื่อจะให้เลือกผู้ถูกร้อง แต่ในกฎหมายเลือกตั้งส.ส. มาตรา 73 ระบุชัดว่าห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ โดย(4) กำหนดเกี่ยวกับเรื่องเลี้ยงหรือรับจัดเลี้ยงผู้ใด จะเห็นได้ว่ากฎหมายระบุเรื่องของวิธีการคือห้ามไม่ให้จัดเลี้ยงแต่จากคำวินิจฉัยนี้ กกต. กำลังวางมาตรฐานว่าจัดเลี้ยงได้ถ้าไม่พูดจูงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่ากกต.ควรมีคำตอบในเรื่องนี้เพราะคำวินิจฉัยของกกต.จะถูกใช้เป็นบรรทัดฐานในกรณีอื่นๆ หากข้อสงสัยของผมเป็นจริงเท่ากับในอนาคตผู้สมัคร สามารถจัดเลี้ยงญาติได้โดยไม่มีความผิด สามารถจัดเลี้ยงใครก็ได้ถ้าไม่พูดจูงใจ และการจัดเลี้ยงก่อนวันรับสมัคร ไม่ถือเป็นความผิดใช่หรือไม่&amp;quot; นายศิริโชค กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44218</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;กกต.&#039;, พรรคประชาธิปัตย์, ศิริโชค โสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb6c541bd1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศิริโชค&#039;สรุปให้ แก๊งส้มหวานกินวันที่28จ่าย30ในร้านอุดมการณ์เอียงซ้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.62- &amp;nbsp;นายศิริโชค โสภา อดีตส.ส.สงขลา และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความว่าด้วยเรื่องการโอนเงินจ่ายค่าอาหารของคุณช่อ โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ ผมไม่ได้ติดใจว่าทางพรรคอนาคตใหม่จะกินอาหารแพงหลักแสนหรือไม่ เพราะคุณธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เป็นเศรษฐีอยู่แล้ว จะเลี้ยงพรรคพวกหรือลูกพรรค เป็นหลักล้านผมก็ไม่ว่าอยู่แล้ว แต่ผมตั้งข้อสงสัยเรื่องการโอนเงิน ( กินก่อนแล้วจ่ายทีหลัง) และเหตุผลในการเลือกร้านนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ภาพแรกที่เห็น เป็นภาพที่ปรากฏในสื่อโดยทั่วไป โดยในภาพไม่ได้ระบุวัน และเวลาในการกินที่ร้านแห่งนี้ แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นวันที่ 29 มิย. เพราะคนที่เอามาเปิดนั้น(เต้ มดแดง)โพสต์ออกสื่อในวันที่ 29 มิย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ภาพที่สองนั้น เป็นภาพหลักฐานการโอนเงินของคุณช่อ ที่ปรากฎในสื่อเช่นกัน โดยคุณช่ออ้างว่าโอนเงินค่าอาหารคนละ 600 บาทในวันที่ 30 มิย. โดยมีการลบชื่อของคนที่คุณช่อโอนให้ ทำให้เราไม่รู้ว่าเป็นใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ภาพที่3 นั้นเป็นภาพที่ไม่เคยปรากฎในสื่อ เป็นภาพที่สามีเจ้าของร้านเป็นคนโพสต์เอง แสดงวันที่ และเวลา ที่กลุ่มคนของพรรคอนาคตใหม่ ไปกินอาหารที่ร้านแห่งนี้ ทำให้เรารู้ว่าคนเหล่านี้ไปกินอาหารวันศุกร์ที่ 28 มิย ไม่ใช่วันที่ 29 มิย. อย่างที่สังคมเข้าใจกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) ภาพที่ 4 อันนี้แถมนะครับ ในภาพที่ 3 ถ้ามองไปทางซ้าย บนชั้นวางของ จะเห็นนาฬิกา หนึ่งเรือน แสดงสัญลักษณ์ หมุด 2475 ซึ่งคล้ายคลึงกับนาฬิกาที่ฝ่ายเอียงซ้ายเรียกว่า หมุด 2475 ผลิตโดยบก. ลายจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปก็คือ คุณช่อไปกินอาหารวันที่ 28 มิย แต่โอนเงินจ่ายค่าอาหารวันที่ 30 มิย. ( หลังจากกินแล้วถึง 2 วัน) และไปกินในร้านที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน มิใช่เพียงเพราะอยู่ใกล้ สถานีรถไฟฟ้า ตามที่มีความพยายามชี้แจงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; จะกินอาหารแพง ใครเป็นคนออกเงินก็ช่าง จะไปกินร้านที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน ก็ไม่มีใครว่า แต่ขอให้ยอมรับความจริงดีกว่าครับ &amp;ldquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40503</URL_LINK>
                <HASHTAG>การโอนเงิน, คุณช่อ, ค่าอาหาร, ศิริโชค โสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb6c541bd1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คว่ำ &#039;วอลเปเปอร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกพื้นที่เลือกตั้งที่สร้างความสนใจให้คอการเมืองไม่ใช่น้อยคือ เขต 7 จังหวัดสงขลา เมื่อ ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) สามารถคว่ำ วอลเปเปอร์-ศิริโชค โสภา แชมป์เก่าเจ้าของพื้นที่จากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และเป็นคนสนิท อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ ณัฏฐ์ชนน แม้เป็นน้องใหม่ในฐานะผู้แทน แต่ที่ผ่านมาก็ทำงานการเมืองอย่างต่อเนื่อง ทั้งพรรคไทยรักไทย ประชาธิปัตย์ และสนามท้องถิ่นในตำแหน่ง ส.จ.สงขลา เขตอำเภอจะนะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนมาสวมเสื้อภูมิใจไทยภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ที่มอบหมายงานสำคัญให้ คือกรรมการยุทธศาสตร์ด้านยางพารา และยังเปิดโอกาสให้ลงสมัคร ส.ส.เขต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเคล็ดลับที่ทำให้คว่ำ วอลเปเปอร์ ได้นั้น ณัฏฐ์ชนน บอกว่าขายภาพการเป็นคนทำงานและเป็นคนพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำงานอย่างต่อเนื่องจริงๆ โดยอาศัยสื่อออนไลน์ติดต่อสื่อสารกับชาวบ้าน แตกต่างจากคู่แข่งอย่าง ปชป.ซึ่งเป็นคนต่างถิ่น ที่ผ่านมาเข้ามาได้ก็เพราะเสาไฟฟ้ายี่ห้อ ปชป.ช่วยไว้&amp;nbsp; ประกอบกับสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนั้นชาวบ้านต้องการ เปลี่ยน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าของพื้นที่เดิมจะพยายามดิ้นรนทุกวิธีทาง โค้งสุดท้ายถึงขนาดท่านชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ เขียนจดหมายขอร้องให้ชาวบ้านสนับสนุน ศิริโชค โสภา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ตนก็แก้เกมโดยให้ลูกชายวัย 9 ขวบเขียนจดหมายอ้อนชาวบ้านให้ช่วยเลือก &amp;ldquo;ผมซึ่งเป็นคนในพื้นที่เข้าไปทำงาน&amp;rdquo; จนสุดท้ายผลการเลือกตั้งออกมา ตนในฐานะผู้สมัครจาก ภท.ก็สามารถชนะแชมป์เก่าที่มาจาก ปชป.ได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ภายหลังผลคะแนนออกมา มีคนโทรศัพท์มาแสดงความยินดีจำนวนมาก และไม่น่าเชื่อแม้คนใน ปชป.เองยังโทร.มายินดี บอกว่าน้องสุดยอดมาก&amp;rdquo; ว่าที่ ส.ส.เขต 7 สงขลา ณัฏฐ์ชนน บอก. &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่างสงสัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33232</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ช่างสงสัย, ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ, ศิริโชค โสภา, อนุทิน ชาญวีรกูล, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาฯยืนคุกคนละ1ปี&#039;สามเกลอสายล่อฟ้า&#039;หมิ่น&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;ปมโฟร์ซีซั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.62 - &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.630/2557 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต, นายเทพไท เสนพงศ์ และนายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นฯ, ดูหมิ่นเจ้าพนักงานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 10-15 ก.พ. 2555 จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการ &amp;quot;สายล่อฟ้า&amp;quot; ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องบลูสกาย ร่วมกันใส่ร้าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้เสียหายขณะไปปฏิบัติภารกิจที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นทำนองว่า ประพฤติผิดจริยธรรม ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิดตามฟ้องจริง จึงพิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 1ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี จำเลยยื่นอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายโจทก์ยื่นฎีกา ขอไม่ให้ศาลรอการลงโทษ ส่วนจำเลยยื่นฎีกา ขอให้ศาลยกฟ้องด้วย อย่างไรก็ตาม ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ทั้งฝ่ายโจทก์ และฝ่ายจำเลยต่างไม่ติดใจเอาความ จึงยื่นคำร้องขอถอนฎีกาออกจากการพิจารณาของศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จำเลยทั้งสามเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฎว่า วันนี้ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสามถอนฎีกา เพราะคดีนี้ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จสิ้นและส่งให้ศาลชั้นต้นพร้อมอ่านแล้ว ศาลฎีกาจึงอ่านคำพิพากษาทันที โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ร่วมซึ่งเป็นแผ่นดีวีดีอัดรายการและคำถอดเทปแล้ว มีคำเช่นว่า &amp;quot;ปูเอาอยู่&amp;quot; โดยจำเลยอ้างว่าเป็นฉายาตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมปี 2554 นั้น แต่เมื่อพิจารณาบริบทซึ่งเป็นคำสนทนาของจำเลยทั้งสามแล้ว เป็นการสื่อความหมายไปในทางชู้สาวว่าวันที่ 8 ก.พ. 2555 โจทก์ร่วมไม่เข้าประชุมสภา แต่ไปที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ด้วยภารกิจอะไร ซึ่งแม้โจทก์ร่วมจะเป็นบุคคลสาธารณะที่จำเลยทั้งสามที่เป็น ส.ส. จะตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่วิธีการที่จำเลยทั้งสามพูดในเชิงชู้สาวดังกล่าวเป็นการกระทำโดยมิชอบ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่โจทก์ร่วมขอให้ไม่รอการลงโทษนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าแม้การกระทำของจำเลยทั้งสามจะเป็นการกระทำที่มิชอบ แต่โจทก์ร่วมก็ไม่ชี้แจงข้อเท็จจริงการไม่เข้าร่วมประชุมสภาแล้วไปที่โรงแรมให้สาธารณชนรับทราบ โดยชั้นสืบพยาน โจทก์ร่วมก็ระบุเพียงว่าไปพบนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อสอบถามแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หากกรณีไม่เป็นความลับก็ไม่น่าทำให้เกิดความระแวงสงสัยเรื่องชู้สาวหรือผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งโจทก์ร่วมก็สามารถชี้แจงต่อสาธารณชนได้ การที่จำเลยเรียกร้องให้โจทก์ร่วมชี้แจงเป็นเจตนาดีเพื่อประโยชน์สาธารณะ พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 1 ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท โดยโทษให้รอลงอาญา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27395</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีว.5โฟร์ซี่ซั่น, ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต, ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ศิริโชค โสภา, สามเกลอสายล่อฟ้า, สายล่อฟ้า, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49382deb0f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
