<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2021 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2021 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.คุมเข้มสั่ง ผอ.เขต ตั้งด่านคัดกรองโควิด 14 จุดทั่วกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.64 - นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร มีหนังสือลงวันที่ 1 ม.ค.2564&amp;nbsp;ถึงผู้อำนวยการเขต เรื่องให้จัดตั้งด่านคัดกรองการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2519 (โควดิ19) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ถนนแจ้งวัฒนะฝั่งขาเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานเขตดอนเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.บริเวณคลังสินค้าประตู 7 ถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.บริเวณทางยกระดับโทลล์เวย์ ด่านดอนเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานเขตหนองจอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.บริเวณแยกได้ด่วนมหานคร ถนนสุวินทวงศ์ฝั่งขาเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักานเขตบางนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.บริเวณหน้าปั้มเอสโซ่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสแบริ่ง ถนนสุขุมวิท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.บริเวณหน้าอาคารเนชั่น ถนนบางนา-ตราด ฝั่งขาเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานเขตพระโขนง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.บริเวณทางยกระดับบูรพาวิถี ด่านบางจากฝั่งขาเข้า
สำนักงานเขตตลิ่งชัน
8.บริเวณหน้าศูนย์โตไยต้า ถนนราชพฤกษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานขอทวีวัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.บริเวณใต้สะพานต่างระดับข้ามแยกถนนพุทธมณฑลสาย 3 ถนนบรมราชชนนีฝั่งขาเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานเขตราษกูร์บูรณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. บริเวณใต้สะพานภูมิพล ถนสุขสวัสดิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานเขตบางขุนเทียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท. สาขาพระราม 2 ซอย 92 ถนนพระราม 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12.บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ถนนเลียบคลองพิทยาลงกรณ์
สำนักงานเขตหนองแขม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13.บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเอเชีย ถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้า
สำนักงานเขตบางบอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14.บริเวณหน้าโรงเรียนศึกษานารีวิทยา ถนนเอกชัย

ทั้งนี้ การคัดกรองบุคคลสำหรับใช้เป็นฐานข้อมูลของสำนักอนามัยในการติดตามกรณีพบผู้ติดเชื้อ ให้ดำเนินการโดยใช้ระบบQR-Code เพื่อลดโอกาสในการสัมผัสเชื้ออันเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญโดยให้ถือปฎิบัติตามแนวทางมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88563</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพ, ศิลปสวย ระวีแสงสูรย์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210102/image_big_5fefc2d3a1666.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นกลับมาท่วม ใน35พื้นที่กทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนกรุงยังเผชิญภัยทางอากาศ ฝุ่นจิ๋ว 2.5 เกินมาตรฐาน 35 พื้นที่ คลองสามวาสูงสุด 69 รองลงไปเขตหนองแขม 68
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร ประจำวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ณ เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ 49-69 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าเกินมาตรฐาน (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 35 พื้นที่ คือ 1.เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุมซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) 55 มคก./ลบ.ม. 2.เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง 53 มคก./ลบ.ม. 3.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซอยลาดพร้าว 95 มีค่า 65 มคก./ลบ.ม. 4.เขตปทุมวัน บริเวณหน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ 56 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก 57 มคก./ลบ.ม. 6.เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 59 มคก./ลบ.ม. 7.เขตบางกะปิ ข้างป้อมตำรวจตรงข้ามสำนักงานเขตบางกะปิ 64 มคก./ลบ.ม. 8.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลลาดกระบังข้างป้อมตำรวจ 61 มคก./ลบ.ม. 9.เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน 55 มคก./ลบ.ม. 10.เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าสถานีตำรวจรถไฟบางกอกน้อย 61 มคก./ลบ.ม. 11.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม (ประมาณซอยเพชรเกษม 36) 62 มคก./ลบ.ม. 12.เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน 62 มคก./ลบ.ม. 13.เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน 61 มคก./ลบ.ม. 14.เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร 51 มคก./ลบ.ม. 15.เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอยถนนเซนต์หลุยส์ &amp;nbsp;54 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16.เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย &amp;nbsp;66 มคก./ลบ.ม. 17.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ 56 มคก./ลบ.ม. 18.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ 66 มคก./ลบ.ม. 19.เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม 63 มคก./ลบ.ม. 20.เขตสวนหลวง ริมถนนพัฒนาการ 58 มคก./ลบ.ม. 21.เขตลาดพร้าว ริมถนนนาคนิวาส 54 มคก./ลบ.ม. 22.เขตคลองสามวา ริมถนนเลียบคลองสอง 69 มคก./ลบ.ม. 23.เขตสายไหม ริมถนนสุขาภิบาล 5 65 มคก./ลบ.ม. 24.เขตสะพานสูง ริมถนนรามคำแหง 54 มคก./ลบ.ม. 25.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ริมถนนหลานหลวง 57 มคก./ลบ.ม. 26.เขตบางแค แขวงบางแค 58 มคก./ลบ.ม. 27.เขตจอมทอง แขวงบางมด 54 มคก./ลบ.ม. 28.เขตดอนเมือง ริมถนนวิภาวดีรังสิต 58 มคก./ลบ.ม. 29.เขตพระโขนง ริมถนนสุขุมวิท 57 มคก./ลบ.ม. 30.เขตบางกอกใหญ่ ริมถนนเพชรเกษม สี่แยกท่าพระ 56 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;31.เขตตลิ่งชัน ริมถนนพุทธมณฑลสาย 1 มีค่า 61 มคก./ลบ.ม. 32.เขตดุสิต ริมถนนสุโขทัย 54 มคก./ลบ.ม. 33.เขตหนองแขม ริมถนนเพชรเกษม 68 มคก./ลบ.ม. 34.เขตบางบอน ริมถนนเอกชัย 64 มคก./ลบ.ม. 35.เขตทุ่งครุ ริมถนนประชาอุทิศ 54 มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ดัชนีคุณภาพอากาศของสถานีตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพปานกลาง สำหรับพื้นที่ที่คุณภาพอากาศปานกลาง ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนพื้นที่ที่คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ให้ประชาชนทั่วไปในบริเวณที่มีมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานให้เฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ เด็กและผู้ป่วยทางเดินหายใจ และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากเกิดความจำเป็น&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58074</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศิลปสวย ระวีแสงสูรย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53ce138818d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นลำปาง-แพร่ อยู่เกณฑ์สีแดง กทม.ได้ฝนช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำปาง แพร่ ค่าฝุ่นจิ๋วพุ่งแตะโซนสีแดงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนใหญ่มาจากการเผาป่า เผาไร่ กทม.ได้ฝนช่วงเช้าทำให้อากาศดีขึ้น ตั้งคลินิกมลพิษทางอากาศใน 3 รพ. พบประชาชนป่วยเข้ารักษาใน รพ.เกือบ 4 หมื่นราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม 2.5 ในหลายจังหวัดภาคเหนือยังคงอยู่ในสภาวะอันตราย ที่ลำปาง ห้วงวันจันทร์ที่ผ่านมา ตัวเมืองถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันไฟสีเทาไปทั้งเมือง หลายพื้นที่กลายเป็นเขตสีแดงมีอันตรายต่อสุขภาพ โดยกรมควบคุมมลพิษรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ค่า PM 2.5 สูงสุดที่จุดตรวจวัด ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ วัดได้ 105 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือจุดตรวจวัด ต.พระบาท อ.เมือง วัดได้ 103 มคก./ลบ.ม. และที่จุดตรวจวัด ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ วัดได้ 102 มคก./ลบ.ม. ส่วนที่จุดตรวจวัด ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ใกล้ทะลุสีแดงวัดได้ 85 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง ให้คำแนะนำว่า ประชาชนหากหลีกเลี่ยงได้ก็ขอให้อยู่เฉพาะในอาคาร งดเว้นการทำกิจกรรมหรืออยู่ในที่โล่งแจ้ง หากมีความจำเป็นออกนอกเคหสถานก็ขอให้ใช้หน้ากากอนามัยทุกครั้งเพื่อช่วยกรองฝุ่นในอากาศ และขอให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้ง ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบ หืด ถุงลมโป่งพอง หัวใจ หรือภูมิแพ้ ต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่เหมาะสม ดื่มน้ำมากๆ ส่วนบ้านเรือนก็ควรหาอะไรมาปิดกั้นไม่ให้ฝุ่นเข้าตามช่องประตู หน้าต่าง ด้านในอาจจะต้องใช้เครื่องฟอกอากาศช่วย หรือสเปรย์น้ำโดยรอบที่พักเพื่อลดปริมาณฝุ่น ที่สำคัญต้องไม่เผาขยะ หรือเศษวัสดุทางการเกษตรใดๆ เลย ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมก็ต้องช่วยตรวจสอบระบบไม่ให้ส่งมลพิษออกสู่อากาศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ได้มีการกระจายหน้ากากอนามัยไปไว้ที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล และโรงพยาบาลทุกแห่ง เกือบสามแสนชิ้น คาดว่าเพียงพอในการให้บริการประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากจังหวัดลำปางที่ค่าฝุ่นจิ๋วสูงแตะ 100 ไมโครกรัมแล้ว จังหวัดอื่นที่น่าสนใจ ได้แก่ ต.บ้านกลาง อ.เมืองลำพูน 60, ต.นาจักร อ.เมืองแพร่ 100, ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชียงใหม่ สภาพท้องฟ้าตัวเมืองเชียงใหม่ และอีกหลายอำเภอ มีฝุ่นควันปกคลุม ทัศนวิสัยขุ่นมัว มลพิษเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 100 จุด กระจายในหลายอำเภอ ทั้ง อ.เมือง อ.สารภี อ.สันทราย อ.ดอยสะเก็ด อ.แม่ออน อ.ดอยเต่า ค่า PM 2.5 เมื่อเวลา 08.00 น.ที่ผ่านมา สูงขึ้น อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพและมีผลกระทบต่อสุขภาพ เช่นที่ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง ค่า PM 2.5 อยู่ที่ 60 มคก./ลบ.ม. ที่ ต.สุเทพ อ.เมือง วัดได้ 66 มคก./ลบ.ม. ประชาชนหันมาสวมใส่หน้ากากอนามัยกันจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตาก ยังคงมีไฟป่าเกิดขึ้นหลายแห่งในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฝั่งซ้ายของแม่น้ำปิง เขตในพื้นที่ อ.สามเงา เจ้าหน้าที่หลายหน่วยต้องช่วยกันดับอย่างยากลำบาก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีหมอกควันและฝุ่นละอองลอยปกคลุมตัวชุมชน อ.สามเงา โดยเฉพาะบริเวณถนนสายปากทางเข้าเขื่อนภูมิพล หน้าโรงพยาบาลสามเงา มีหมอกควันลอยฟุ้งกระจาย ทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่มองเห็นประมาณ 500 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้เกิดฝนตกเป็นบริเวณกว้างตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00-06.00 น.เศษ ช่วยชะล้างฝุ่นละอองที่ปกคลุมมาหลายวัน โดยในช่วงเช้า กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พบว่าเกินมาตรฐาน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จำนวน 2 พื้นที่ ได้แก่ เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซอยลาดพร้าว 95 ตรวจวัดค่าได้ 52 มคก./ลบ.ม. และเขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร วัดได้ 54 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สำนักการแพทย์ได้เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้บริการประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 โดยดำเนินการวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองตามอาการที่เกิดขึ้น พร้อมรายงานสถิติผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละออง เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยยามจำเป็น โดยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขกรณีฝุ่นละออง PM 2.5 เกิน 75 มคก./ลบ.ม. เกิน 3 วัน โดยขณะนี้ได้สั่งการให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์เปิดให้บริการคลินิกมลพิษทางอากาศ เพื่อให้คำปรึกษาและนำไปสู่การรักษาพยาบาลต่อไป ดังนี้ โรงพยาบาลตากสิน (จันทร์ อังคาร เวลา 13.00-15.30 น.) โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ (พุธ เวลา 13.00-15.30 น.) โรงพยาบาลกลาง (เวลา 13.00-15.30 น.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากรายงานสถิติผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละอองของโรงพยาบาลในสังกัด ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.62-9 ม.ค.63 มียอดผู้ป่วยเข้ารับบริการจำนวน 38,803 ราย ดังนั้นแนะนำให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่มีมลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐานให้เฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กและผู้ป่วยทางเดินหายใจ และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากเกิดความจำเป็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54462</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์, ลำปาง, ศิลปสวย ระวีแสงสูรย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แพร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c6c9d252bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะตั้งกองทุน สู้ปัญหาฝุ่นพิษ กทม.เสี่ยงหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตรวจพบปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน 27 พื้นที่ เริ่มมีผลกระทบสุขภาพ &amp;nbsp;นักวิชาการเสนอตั้งกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมฯ ช่วยประชาชนผู้มีรายได้น้อยและต้องทำงานเสี่ยงภัยต่อมลพิษทางอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ม.ค. กรมควบคุมลพิษรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศประจำวันไว้ว่า เมื่อเวลา 07.00 น. ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร จำนวน 53 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 27-72 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) โดยปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มลดลงเกือบทุกพื้นที่เมื่อเทียบกับช่วงเช้าของเมื่อวาน โดยพบพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 27 พื้นที่ (พื้นที่สีส้ม) ประชาชนควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คพ.จะรายงานสถานการณ์และแจ้งประสานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุม กำกับ ดูแล ภารกิจตามมาตรการ &amp;quot;ภายใต้แผนปฏิบัติการ ขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;quot; อย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองให้กลับสู่ปกติ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบ Real Time ได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai .com แอปพลิเคชัน Air4Thai และ bangkokairquality.com
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร โดยกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม รายงานว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของฝุ่นละออง (PM 2.5) ตรวจวัดได้ 35-72 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินมาตรฐาน (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 19 พื้นที่ ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม. 2.เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม. 3.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 มีค่าเท่ากับ 63 มคก./ลบ.ม. 4.เขตปทุมวัน บริเวณหน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ &amp;nbsp;มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม. 5.เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม. 6.เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก มีค่าเท่ากับ 71 มคก./ลบ.ม. 7.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ มีค่าเท่ากับ 57 มคก./ลบ.ม. 8.เขตบางกะปิ ข้างป้อมตำรวจตรงข้ามสำนักงาน เขตบางกะปิ มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม. 9.เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน มีค่าเท่ากับ 59 มคก./ลบ.ม. 10.เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าสถานีตำรวจรถไฟบางกอกน้อย มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม (ประมาณซอยเพชรเกษม 36) มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม. 12.เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน มีค่าเท่ากับ 59 มคก./ลบ.ม. 13.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม. 14.เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม. 15.เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร มีค่าเท่ากับ 72 มคก./ลบ.ม. 16.เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย มีค่าเท่ากับ 57มคก./ลบ.ม. 17.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม. 18.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ มีค่าเท่ากับ 60 มคก./ลบ.ม. และ 19.เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม มีค่าเท่ากับ 60 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศิลปสวยกล่าวด้วยว่า ดัชนีคุณภาพอากาศของสถานีตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่อยู่ในระดับคุณภาพอากาศ ปานกลาง-เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง ยกเว้นบริเวณที่คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งได้แก่บริเวณ 19 แห่งดังกล่าวข้างต้น ขอให้เฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กและผู้ป่วยทางเดินหายใจ และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองตามความเหมาะสมและความจำเป็นด้วย ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดูแลสุขภาพประชาชน และให้ทุกเขตเร่งปฏิบัติการลดฝุ่นละอองในอากาศซึ่งทุกเขตได้พยายามเร่งปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังตามที่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การแก้ปัญหา PM 2.5 ในจังหวัดต่างๆ ก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน เช่นที่จังหวัดขอนแก่น ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเขตเทศบาลนครขอนแก่น นายสุเทพ มณีโชติ รอง ผวจ.ขอนแก่น พร้อมคณะ ขึ้นรถกระเช้าบันไดสูง 37 เมตร ทำการพ่นละอองน้ำเข้าไปในชั้นบรรยากาศตามแผนปฏิบัติการพื้นที่ป้องกันและตอบโต้สถานการณ์ฝุ่นละองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่ได้กำหนดแผนการทำความสะอาดและพ่นละอองน้ำเข้าไปในชั้นบรรยากาศเพื่อลดสถานการณ์ฝุ่นละอองพร้อมกันทั้งจังหวัด โดยนายสุเทพ &amp;nbsp;กล่าวว่า มาตรการปราบฝุ่นที่ทางจังหวัดได้กำหนดขึ้นได้กำหนดแผนปฏิบัติงานพร้อมกันรวมกว่า 10 จุด ทุกภาคส่วนจะดำเนินการร่วมกันตลอดทั้งวัน มาตรการปราบฝุ่นจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยเฉพาะกับการทำความสะอาดถนนและการเติมน้ำด้วยการพ่นละอองน้ำเข้าไปในชั้นบรรยากาศ เน้นหนักในย่านชุมชนและจุดที่มีการวัดระดับค่าฝุ่น PM 2.5 ที่อยู่ในเกณฑ์ค่า AQI ที่ต้องเฝ้าระวัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเห็นจากฝ่ายต่างๆ นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ขณะนี้กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีมลพิษทางอากาศสูงสุดติดอันดับ โลกต้องเร่งแก้ไขและจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาผลกระทบโดยเร่งด่วนที่สุด เนื่องจากมีผลวิจัยล่าสุดโดยสถาบันเพื่อสุขภาพโลกแห่งบาร์เซโลนา พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของความเชื่อมโยงระหว่างมลพิษทางอากาศกับโรคทางจิตเวช ภาวะกระดูกพรุน กระดูกเสื่อม ดวงตา พัฒนาการต่างๆ ของทารกในครรภ์ นอกเหนือจากโรคระบบทางเดินหายใจ ปอดและหัวใจ สถานการณ์ที่รุนแรงมากขึ้นตามลำดับเช่นนี้มีความจำเป็นในการที่ต้องออกกฎหมายอากาศสะอาด หรือ Clean Air Act เพื่อให้สามารถออกมาตรการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์เสนอว่า ควรจัดตั้งกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตประชาชนเพื่อออกมาตรการต่างๆ บรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนผู้มีรายได้น้อยและต้องทำงานเสี่ยงภัยต่อมลพิษทางอากาศและมลพิษต่างๆ นอกจากนี้ ผลการวิจัยล่าสุดในวารสาร &amp;quot;เศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมและการจัดการ&amp;quot; (Journal of Environmental Economics and Management) ระบุว่า ระดับความรุนแรงของมลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอัตราการก่ออาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้นในท้องถิ่นนั้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกรณีทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายในเวลาที่ PM 2.5 เพิ่มขึ้นในอากาศ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหตุอาชญากรรมรุนแรงที่เป็นการทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายสาหัส จะมีเพิ่มขึ้นราว 1.4% ในท้องที่ซึ่งมีมลพิษทางอากาศดังกล่าว วันไหนที่มีก๊าซพิษโอโซนเพิ่มขึ้น 0.01 ส่วนในล้านส่วน (ppm) เหตุอาชญากรรมรุนแรงแบบเดียวกันจะเพิ่มสูงขึ้นไปด้วยที่ 0.97% และยังพบว่าเหตุทำร้ายข่มขู่ทั่วไปที่ไม่เข้าขั้นรุนแรงก็เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 1.15% ข้อค้นพบเหล่านี้ในสหรัฐอเมริกาจากการรายงานของสำนักข่าวบีบีซีจะเป็นจริงในสังคมไทยที่ขณะนี้กำลังเผชิญมลพิษทางอากาศ และ PM2.5 รุนแรงมากขึ้นทุกวันหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54390</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศิลปสวย ระวีแสงสูรย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200112/image_big_5e1b1af3bd517.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ใช้สิทธิเกิน75% ปชช.ทุกจังหวัดสุดคึกคัก! กรุงเทพฯยอดกระฉูด82%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั่วประเทศออกใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้าคึกคัก &amp;quot;กกต.&amp;quot; คาดไม่น้อยกว่า 75% &amp;quot;กทม.&amp;quot; แห่หย่อนบัตรมากถึง 82% &amp;quot;รองเลขาฯ&amp;quot; พอใจภาพรวมเรียบร้อยไร้ปัญหา การันตีหีบเลือกตั้งเก็บรักษาเข้มงวด เชื่อ 24 มี.ค. ปชช.ตื่นตัวทุกพื้นที่เช่นเดียวกัน &amp;nbsp;&amp;quot;ตราด&amp;quot; หนุ่มพิการนั่งวีลแชร์ลงคะแนน &amp;quot;ร้อยเอ็ด&amp;quot; สุดยอดใช้สิทธิเต็ม 100%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดทั้งวันอาทิตย์ที่ 17 มี.ค.62 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ล่วงหน้าทั้งในเขตและนอกเขต ภาพรวมทั่วประเทศบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก หลายพื้นที่ต้องยืนต่อแถวยาวพอสมควร ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวและการจราจรติดขัด แต่ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่า ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่เปิดหีบเวลา 08.00 น. จนถึงกระทั่งเวลา 15.00 น. เบื้องต้นมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันสำนักงาน กกต.ได้รับทราบปัญหาจากการรายงานเข้ามาและจากการโพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย เช่น การแจกบัตรผิดเขต ซึ่ง กกต.คงไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ทันที เพราะจะเป็นอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่จะตรวจสอบในภายหลัง โดยให้ผู้ที่ได้รับบัตรผิดแจ้งต่อ กกต.จังหวัด เพื่อทำการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังปิดการลงคะแนนหีบบัตรลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าก็จะถูกขนส่งมายังบริษัท ไปรษณีย์ไทยฯ และจะมีการคัดแยกในวันที่ 18 มี.ค.62 โดยขั้นตอนของการคัดแยกจะมีการบันทึกภาพและถ่ายทอดเป็นกล้องวงจรปิดให้สามารถติดตามการคัดแยกได้ตลอดเวลาจนกว่าจะเสร็จสิ้น และส่งบัตรไปยังเขตของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อรอนับพร้อมกันหลังปิดหีบเลือกตั้ง ในวันที่ 24 มี.ค.62&amp;quot; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งหลายเขต โดยในช่วงเช้าได้ตรวจเยี่ยมเขตบางกะปิ &amp;nbsp;เขตดินแดง เขตพญาไท และเขตบางเขน ช่วงบ่ายไปที่เขตบางกอกน้อย และเขตบางพลัด พบการดำเนินการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าภาพรวมมีความเรียบร้อยและเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ขณะนี้ไม่มีรายงานว่ามีเรื่องการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้งแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 17.45 น. ภายหลังการปิดหีบเลือกตั้งเวลา 17.00 น. นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. แถลงสรุปการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตว่า พอใจภาพรวม โดยขอขอบคุณทุกหน่วยงานและประชาชนที่เกี่ยวข้องที่ช่วยจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และขอบคุณผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อดทน และรอคอย ที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งแม้จะต้องเสียเวลารอนานเกือบชั่วโมงในช่วงเช้าของวันนี้ ทั้งนี้ ในทุกหน่วยลงคะแนนสามารถปิดการลงคะแนนได้ครบทุกหน่วยแล้ว ไม่มีตกค้าง เช่น บางกะปิ ปิดการลงคะแนนเวลา 17.10 น. เกินเวลาไปเพียง 10 นาที ไม่ได้ถึงเที่ยงคืนตามที่ กกต.เคยคาดการณ์ไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์กล่าวว่า สำหรับปัญหาการแจกบัตรเลือกตั้งผิด กรณีที่ผู้ใช้สิทธิรู้ตัวก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เปลี่ยนบัตรโดยทันที โดยบัตรใบนั้นจะถูกเจาะทำลาย แต่หากเป็นบัตรที่ถูกกาก และใส่ซอง หย่อนลงหีบแล้วจะถือเป็นบัตรที่ถูกต้องทุกอย่าง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขนย้ายหีบบัตรมายังจุดคัดแยกโดยไปรษณีย์ และตำรวจได้ไปรอที่หน่วยเลือกตั้งกลางทุกแห่ง ซึ่งเที่ยวแรกที่จะมาส่งยังสำนักงานไปรษณีย์หลักสี่ ในเวลาไม่เกิน 19.00 น. และจะเริ่มการคัดแยกตั้งแต่คืนนี้ และให้แล้วเสร็จภายใน 48 ชั่วโมง ก่อนจะบรรจุส่งไปยังเขตเลือกตั้ง 350 เขต และเก็บไว้ในห้องขังของสถานีตำรวจ&amp;nbsp;
ทั่วปท.ใช้สิทธิเกิน 75%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ที่กังวลว่าอาจจะมีการสลับสับเปลี่ยนบัตรลงคะแนน สามารถไปร่วมสังเกตการณ์การจัดเก็บบัตรเลือกตั้งได้ตลอดเวลา และบัตรจะนำออกมานับในวันเลือกตั้งที่ 24 มี.ค. หลังปิดการลงคะแนน ซึ่งถ้าหากพบว่าบัตรที่ส่งมาเป็นการส่งผิดเขต กรรมการนับคะแนนจะขานให้เป็นบัตรเสีย ส่วนบัตรนอกราชอาณาจักรได้มีการคัดแยกเกือบเสร็จทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนที่มีความกังวลว่าอาจจะมีการเปลี่ยนหีบบัตรลงคะแนนระหว่างการจัดส่งไปยัง 350 เขต ยืนยันว่าตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางมีพยานเยอะมาก ใครที่คิดจะเปลี่ยนแปลงขอให้คิดให้มากๆ เพราะมีคุกรออยู่&amp;quot; นายณัฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงยอดการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทั่วประเทศมีเท่าไหร่ รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า โดยเฉลี่ยทั่วประเทศน่าจะไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ซึ่งเฉพาะหน่วยเลือกตั้งกลางที่เขตบางกะปิ ซึ่งเป็นหน่วยที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิมากที่สุด โดยเฉลี่ยมากถึงร้อยละ 82 แต่ทั้งนี้ต้องรอการรายงานผลการใช้สิทธิเข้ามาเป็นทางการ จึงสามารถสรุปยอดผู้มาใช้สิทธิยอดได้อย่างชัดเจนในวันที่ 18 มี.ค. ซึ่งผู้ที่ขอลงทะเบียนไว้แต่ไม่ได้ไปใช้สิทธิจะไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 24 มี.ค.ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในแง่ของคนบริหารจัดการการลงคะแนนเลือกตั้งวันนี้ถือว่าน่าพอใจกับการตื่นตัวของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ กกต.และผู้บริหารสำนักงานได้กระจายลงไปติดตามการใช้สิทธิในพื้นที่ต่างๆ และรายงานปัญหากลับเข้ามาเพื่อร่วมกันแก้ไข ซึ่งเป็นไปด้วยเรียบร้อย มีเพียงเขตเลือกตั้งในจังหวัดอุทัยธานีที่พบว่ามีการนำบัตรประชาชนของบุคคลอื่นไปแสดงตนการใช้สิทธิ เนื่องจากมีใบหน้าที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบและควบคุมตัวไปลงบันทึกประจำวัน&amp;rdquo; รองเลขาธิการ กกต.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า คาดว่าการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. จะเรียบร้อยกว่านี้หรือไม่ รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าถ้าวันนี้เราผ่านไปได้ วันที่ 24 มี.ค.ก็ไม่มีปัญหา เพราะวันนี้แต่ละหน่วยลงคะแนนจะมีผู้ใช้สิทธิเป็นหลักหมื่นคน แต่ในวันที่ 24 มี.ค. เรามีกว่า 93,000 หน่วยเลือกตั้ง และอยู่ใกล้บ้าน ผู้มีสิทธิจะกระจายตัว จึงจะไม่เกิดปัญหาการกระจุกตัวเหมือนการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากฝากถึงผู้มีสิทธิที่จะไปใช้สิทธิในวันที่ 24 มี.ค. ว่าการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตมีสถิติผู้ใช้สิทธิเกือบถึงร้อยละ 80 ดังนั้นวันเลือกตั้ง จึงอย่าให้น้อยหน้า เพราะหนึ่งเสียงของประชาชนกำลังจะนำประเทศก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ทุกคนต้องการ&amp;quot; รองเลขาธิการ กกต.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 19.00 น. ที่ไปรษณีย์หลักสี่ ซึ่งเปิดเป็นศูนย์ปฏิบัติการการคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ส.ส. 2562 ที่ลงคะแนนแล้ว นายณัฏฐ์พร้อมนายมานพ ศรวิบูลย์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการนครหลวง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) นำสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ศูนย์ปฏิบัติการการคัดแยกบัตรและเยี่ยมชมการคัดการแยกบัตร โดยบัตรเลือกตั้งชุดแรกที่นำส่งถึงศูนย์คัดแยกฯ เข้ามาถึงในเวลา 17.30 น. เป็นรถจากหน่วยเลือกตั้งเขตสามเสนใน ณ หน่วยลงคะแนนโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ซึ่งมีผู้ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเพียงแค่ 34 คนเท่านั้น ทั้งนี้ การคัดแยกบัตรจะดำเนินการตลอด 24 ชม. แบ่งเจ้าหน้าที่ทำงานออกเป็น 3 เวรต่อวัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งตลอดทั้งวันนั้น ที่หน่วยเลือกตั้งกลาง สำหรับผู้เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง โรงเรียนบ้านบางกะปิ และโรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีผู้ขอใช้สิทธิจากทั่วประเทศมากที่สุดในกรุงเทพมหานคร จำนวน 61,401 คน จากผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวนทั้งสิ้น 928,789 คน มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 77 หน่วย มีคูหาเลือกตั้ง 308 คูหา ตั้งแต่เวลา 07.00 น. มีประชาชนเริ่มทยอยเข้ามาตรวจสอบรายชื่อเพื่อเตรียมพร้อมรอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและยืนเข้าแถวรอลงคะแนนยาวเหยียด จนเจ้าหน้าที่ต้องให้ประชาชนเข้าไปยืนรอหน้าจุดเลือกตั้ง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ได้เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้า
กทม.คึกร้อยเอ็ดเต็ม 100
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนตั้งแต่ทางเข้าหน่วยเลือกตั้ง มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ลาดพร้าว และกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ พร้อมทั้งฝ่ายดูแลความสะอาดและสิ่งแวดล้อม เตรียมพร้อมในการดูแลความสงบเรียบร้อย ความสะอาด และจัดการจราจรให้กับประชาชนที่เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ด้วย รวมทั้งเริ่มเปิดหีบ โดยเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งให้ผู้มาใช้สิทธิลำดับที่หนึ่งและสองเข้าตรวจสอบบัตรว่าเป็นหีบเปล่า เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้เปิดให้ผู้ใช้สิทธิลงคะแนน โดยเขตบางกะปิจัดหน่วยเลือกตั้งสำหรับประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งนอกเขตในพื้นที่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ไว้ที่โรงเรียนบ้านบางกะปิ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดให้ลงคะแนนที่โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ชลบุรี นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งกลาง เขตเลือกตั้งที่ 6 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งมีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ 52,000 คน และเป็นพื้นที่สำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุมากใช้สิทธิจำนวนมากด้วย พบภาพรวมเป็นด้วยความเรียบร้อย ทั้งจุดเลือกตั้ง ที่ให้บริการผู้สูงอายุ คนพิการ และการให้บริการประชาชนใช้สิทธิ เพียงแต่พบปัญหาความหนาแน่นของการจราจร และจุดจอดรถบริการคนมาใช้สิทธิลงคะแนนเท่านั้น ส่วนปัญหาการรอคิวนานกว่าจะได้ใช้สิทธิลงคะแนน ก็พบว่าใช้เวลาไม่มากนัก และยังไม่พบปัญหาความสับสนของการลงคะแนน ด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ตราด นายวทัญญู บุญยก อายุ 21 ปี ผู้พิการทางร่างกาย นั่งรถเข็นวีลแชร์เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่สถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต จ.ตราด โดยเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้อำนวยความสะดวกให้กับนายวทัญญูอย่างเต็มที่ โดยขยับคูหาให้รถเข็นวีลแชร์เข้าไปยังคูหาได้ ในขณะที่นายวทัญญูขยับร่างกายใช้แขนขวาที่มีอยู่กากบัตรลงคะแนน ก่อนที่จะใช้นิ้วเท้าขวาหนีบบัตรลงคะแนนหย่อนลงหีบเลือกตั้งที่เจ้าหน้าที่ย้ายกล่องลงมาให้หย่อนบัตรด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวทัญญูกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกของชีวิต แม้ว่าตัวเองจะเป็นผู้พิการ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการมาใช้สิทธิ และก็ไม่อยากเสียสิทธิในการเลือกตั้ง เพราะเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องรักษาสิทธิในการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากจะฝากรัฐบาลชุดใหม่ให้ช่วยสิทธิของผู้พิการให้เท่าเทียมกับคนทั่วไป พร้อมทั้งให้เข้ามาพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า และอยากจะฝากถึงประชาชนปกติทั่วไปที่มีสิทธิให้ออกมาใช้สิทธิตามหน้าที่ของตัวเอง&amp;quot; นายวทัญญูกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ร้อยเอ็ด มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าตามที่ลงทะเบียนไว้ครบ 100% โดยในการจัดการเลือกตั้งภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั้ง 10 เขตเลือกตั้งไม่พบปัญหาการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา นายศิริชัย วิริยพงษ์ ผอ.กกต.นครราชสีมา กล่าวว่า ภาพรวมการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาจมีบางช่วงที่ประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิพร้อมกัน ทำให้ต้องต่อแถวรอนานบ้าง แต่ก็สามารถแก้ไขปัญหาไปได้ ทั้งนี้คิดว่าจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 จากผู้ที่ลงทะเบียนไว้ทั้งหมด 45,185 คน.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31582</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.), พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, มานพ ศรวิบูลย์ศักดิ์, วทัญญู บุญยก, ศิลปสวย ระวีแสงสูรย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20190317/image_mid_5c8e5f688c54c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2019 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2019 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดกทม.แนะผู้ใช้สิทธิอย่าแห่มาช่วงใกล้ปิดหีบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.2562 - &amp;nbsp;นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะตรวจเยี่ยมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ณ บริเวณโรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ &amp;nbsp; พร้อมเปิดเผยภายหลังเปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 08.00 น. ว่าก่อนเปิดการเลือกตั้งในวันนี้มีประชาชนมารอใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก และหลังจากเปิดหีบยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาพรวมพบว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ยังคงสามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้ตามแผนที่กำหนดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้ประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิหลีกเลี่ยงการมาในช่วงบ่ายหรือใกล้หมดเวลาการลงคะแนน เพื่อความสะดวกของท่านเอง ทั้งนี้หลังจากปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 17.00 น. แล้ว หากยังมีประชาชนอยู่ในหน่วยเลือกตั้งยังสามารถลงคะแนนได้จนหมด แต่หากมาถึงหน่วยเลือกตั้งหลังเวลา 17.00 น.จะไม่สามารถใช้สิทธิได้ ในส่วนของประชาชนที่บัตรประชาชนหาย ทำให้ไม่มีหลักฐานในการแสดงตน ในวันนี้ทั้ง 50 สำนักงานเขตได้เปิดให้ทำบัตรประชาชนได้เป็นกรณีพิเศษ&amp;rdquo;นางศิลปสวยระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งนี้ กรุงเทพมหานครมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนทั้งสิ้น 4,489,390 คน มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง 928,789 คน และมีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง 932 คน โดยเขตที่มีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ เขตบางกะปิ 61,401 คน &amp;nbsp;เขตบางขุนเทียน 42,508 คน และเขตห้วยขวาง 40,816 คน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31528</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, นอกเขตเลือกตั้ง, บางกะปิ, ปลัดกรุงเทพมหานคร, ศิลปสวย ระวีแสงสูรย์, ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190317/image_big_5c8dc1a16aad8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นล้านคนขอเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พรรคการเมืองจับไข้ผวาโดนเอาผิด &amp;nbsp;หลังผู้สมัคร ส.ส.ทั้งเขต-ปาร์ตี้ลิสต์หลายพรรคติดไฟแดง กกต.ไม่รับรองรายชื่อ รุมถามจะโดนทั้งอาญา-ปรับ-เพิกถอนสิทธิ 20 ปีหรือไม่ แต่ กกต.แบ๊ะๆ พบพรรคใหญ่-เล็ก ใหม่-เก่า ชื่อไม่ผ่านเพียบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ก.พ.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รวบรวมผลการประกาศรับรองผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตที่มีการส่งสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 4-8 ก.พ. จากพรรคการเมืองทั้งสิ้น 81 พรรค จำนวน 11,181 คน ซึ่งผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งทั้ง 350 เขต ได้ตรวจสอบคุณสมบัติและประกาศรายชื่อแล้วนำไปปิดประกาศไว้ ณ ที่เลือกตั้ง หรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเป็นการประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัครจำนวน 10,792 คน ไม่ประกาศรายชื่อจำนวน 389 คน ใน 55พรรคการเมือง โดยแยกเป็นผู้สมัครจากพรรคเพื่อนไทย 153 คน, มหาชน 20 คน, เศรษฐกิจใหม่ 16 คน,แทนคุณแผ่นดิน 14 คน, ครูไทยเพื่อประชาชน 12 คน,ประชาชาติ 11 คน, เพื่อแผ่นดิน 10 คน, เพื่อชาติ 10 คน, พลังท้องถิ่นไท 9 คน, ประชาชนปฏิรูป 8 คน, พลังปวงชนไทย 8 คน, พลังประชาธิปไตย 7 คน, ประชากรไทย 7 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังมีผู้สมัครของพรรคเสรีรวมไทย 6 คน, รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 6 คน, รวมพลังประชาชาติไทย 6 คน, พลังชาติไทย 5 คน, ประชาภิวัฒน์ 5 คน, ประชาไทย 5 คน, พลเมืองไทย 4 คน, ประชาธรรมไทย 4 คน, พลังไทยสร้างชาติ 4 คน, ชาติพัฒนา 4 คน, ไทยรักธรรม 4 คน, พลังไทยรักไทย 4 คน, ไทยศรีวิไลย์ 3 คน, พลังแรงงานไทย 3 คน, ผึ้งหลวง 3 คน, พลังสังคม 3 คน, พรรคกลาง 2 คน, สยามพัฒนา 2 คน, ประชาธิปไตยใหม่ 2 คน, ภูมิใจไทย 2 คน, ความหวังใหม่ 2 คน, พลังประชารัฐ 2 คน, พลังธรรมใหม่ 2 คน,อนาคตใหม่ 2 คน, คนงานไทย 2 คน ประชานิยม 1 คน, ถิ่นกาขาวชาววิไล 1 คน, สังคมประชาธิปไตยไทย 1 คน, พลังครูไทย 1 คน, เพื่อธรรม 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงผู้สมัครของพรรคเพื่อคนไทย 1 คน, ไทยรักษาชาติ 1 คน, ประชาธิปัตย์ 1 คน, พลังไทยรักชาติ 1 คน, รักท้องถิ่นไทย 1 คน, พลังคนกีฬา 1 คน, พลังรัก 1 คน, ภราดรภาพ 1 คน, แผ่นดินธรรม 1 คน, ภูมิพลังเกษตรกรไทย 1 คน, ภาคีเครือข่ายไทย 1 คน,พลังศรัทธา 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่ 77 พรรคการเมืองส่งสมัคร จำนวน 2,917 คน โดย กกต.ประกาศรับรอง 2,810 คน โดยไม่รับรอง 107 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งชื่อที่ไม่รับรอง ประกอบด้วย พรรคกรีน 3 คน, &amp;nbsp;ครูไทยเพื่อประชาชน 5 คน, ชาติไทยพัฒนา 1 คน, &amp;nbsp;แทนคุณแผ่นดิน 4 คน, ไทยธรรม 1 คน, ไทรักธรรม 1 คน, ประชากรไทย 3 คน, ประชาชนปฏิรูป 2 คน, &amp;nbsp;ประชาชาติ 2 คน, ประชาไทย 1 คน, ประชาธรรมไทย 5 คน, ประชานิยม 1 คน, ประชาภิวัฒน์ 5 คน, ผึ้งหลวง 8 คน, พลังชาติไทย 1 คน, พลังท้องถิ่นไท 5 คน, พลังไทยรักไทย 2 คน, พลังธรรมใหม่ 1 คน, พลังประชาธิปไตย 2 คน, พลังปวงชนไทย 3 คน, พลังสังคม 1 คน, เพื่อชาติ 7 คน, เพื่อแผ่นดิน 1 คน, ภูมิใจไทย 6 คน, มหาชน 3 คน, รวมพลังประชาชาติไทย 10 คน, เศรษฐกิจใหม่ 9 คน, สังคมประชาธิปไตยไทย 1 คน, เสรีรวมไทย 2 คน, อนาคตใหม่ 3 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ที่ถูกสำนักงาน กกต. ตัดสิทธิ์สมัคร สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาภายในเวลา 7 วัน นับจากวันประกาศ (15 ก.พ.) เพื่อขอให้วินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 49 และมาตรา 59 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ก่อนวันที่ 15 ก.พ. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตจะประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัคร สำนักงาน กกต.ได้มีหนังสือด่วนที่สุด แจ้งไปถึงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ ว่าในกรณีที่ไม่ปรากฏชื่อผู้สมัครในระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคที่สำนักงานส่งรายชื่อไปจำนวน 255 คน ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งใช้ดุลยพินิจพิจารณาจากหลักฐาน 3 รายการที่ผู้สมัครนำมายื่นประกอบการสมัคร คือ สำเนาใบสมัครเป็นสมาชิกพรรค, สำเนาหลักฐานการชำระเงินค่าบำรุงพรรค, สำเนาหลักฐานการลาออกจากสมาชิกพรรคการเมืองเดิม หากมีให้พิจารณารับสมัคร ทำให้ยอดผู้สมัครในส่วนนี้ไม่ถูกตัดสิทธิ์และได้รับการประกาศชื่อให้เป็นผู้สมัคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ ผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิ์ไม่ได้รับการประกาศรายชื่อทั้ง 389 คน ส่วนใหญ่จึงเป็นกรณีการเป็นสมาชิกซ้ำซ้อน สังกัดพรรคไม่ครบ 90 วัน พรรคไม่มีการตั้งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในจังหวัดนั้นๆ และเข้าลักษณะต้องห้ามในการสมัครกรณีอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันพบว่า ในกรุ๊ปไลน์ที่ กกต.ตั้งขึ้นเพื่อเอาไว้ติดต่อกับพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองได้สอบถามขอความชัดเจนว่า กรณีผู้สมัครไม่ได้รับการประกาศชื่อ กกต. จะคืนค่าสมัคร 1 หมื่นบาทให้หรือไม่ รวมทั้งหากที่สุดศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามที่ กกต.ไม่ประกาศชื่อให้เป็นผู้สมัคร กกต.จะดำเนินคดีกับผู้สมัครและหัวหน้าพรรค ตามมาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ระบุว่าผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัคร หรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปีหรือไม่ และมีวิธีการไหนที่ กกต.จะไม่ดำเนินการเอาผิดเนื่องจากบทลงโทษตามมาตรานี้รุนแรงมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชี้แจงเพียงประเด็นค่าสมัครจะไม่ได้รับคืนตามกฎหมายเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและนอกราชอาณาจักร นับตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. จนถึงเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา มียอดลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวน 1,830,711 ราย ส่วนนอกราชอาณาจักรมีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 94,543 ราย ใน 67 ประเทศ 94 สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ซึ่งวันนี้เป็นวันที่เปิดให้ลงทะเบียนเป็นวันสุดท้าย โดยผู้ประสงค์ลงทะเบียนสามารถลงทะเบียนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของสำนักงาน กกต. https://election.bora.dopa.go.th/ectoutvote/ &amp;nbsp;แอปพลิเคชันสมาร์ทโหวต (smart vote) ได้ถึงเวลา 24.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาคดีเลือกตั้ง ส.ส. ภายหลัง กกต.ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า จากข้อมูลที่ได้รับรายงานมาพบว่า มีคดีที่มีการยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 16 ก.พ.จำนวน 7 เรื่อง, วันที่ 17 ก.พ.จำนวน 16 เรื่อง 2 วัน รวมกันจำนวน 23 เรื่อง ส่วนในวันที่ 18 ก.พ. มีการเกี่ยวกับยื่นคำร้องการวินิจฉัยสิทธิเลือกตั้ง ส.ส.เข้ามาเพิ่มขึ้นอีก 83 เรื่อง เป็นการร้องวินิจฉัยสิทธิ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 8 เรื่อง แบบแบ่งเขต จำนวน 75 เรื่อง ซึ่งขณะนี้มีคดีเลือกตั้ง ส.ส.ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีการวมทั้งหมด 106 เรื่อง โดยคดีเลือกตั้ง เมื่อมีการยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ศาลจะไต่สวนผู้ร้อง ผู้คัดค้าน แล้วส่งสำนวนเสนอศาลฎีกา ซึ่งจะมีองค์คณะพิจารณา 3 คน พิจารณาพิพากษาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีส่วนใหญ่ที่มีการร้องเข้ามาทั้ง 2 วันแรก จะเป็นคดียื่นคำร้องกรณีพรรคที่ผู้ร้องเป็นสมาชิกไม่ดำเนินการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ตามมาตรา 145 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ส่วนที่เหลือก็จะเกี่ยวกับเป็นสมาชิกพรรคเดียวน้อยกว่า 90 วัน (ลาออกจากพรรคเดิมแล้วมาเป็นสมาชิกพรรคใหม่), ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองเลย และกรณีเป็นสมาชิกพรรคมากกว่า 1 พรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายธนิต ตันบัวคลี่ ผู้อำนวยการสำนักงานปกครองและทะเบียน และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการรับลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรล่วงหน้า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2562 พร้อมตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 มี.ค. 62 ของเขตคลองสาน เขตบางกะปิ และเขตพระโขนง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานครเปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ กกต.กำหนดให้มีการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ จึงได้ไปตรวจเยี่ยมเขตคลองสานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตการเลือกตั้งที่ 22 (เขตการเลือกตั้งที่ 22 ประกอบด้วย เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ และเขตธนบุรี ยกเว้นแขวงดาวคะนอง แขวงบุคคโล และแขวงสำเหร่) โดยเขตคลองสานได้จัดเตรียมหน่วยเลือกตั้งกลางบริเวณสำนักงานเขตคลองสาน ซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างคับแคบ มีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 11,000 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ก.พ.62) ทั้งนี้ ได้ให้สำนักงานเขตจัดเตรียมพื้นที่อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะไปใช้สิทธิ โดยเบื้องต้นทราบว่า ได้ประสานงานกับโรงพยาบาลตากสินเพื่อจัดสถานที่ตรวจสอบสิทธิและข้อมูลเบื้องต้น และจะจัดตั้งคูหาเลือกตั้งบริเวณลานด้านหน้าสำนักงานเขตและถนนด้านหน้าสำนักงานเขต ซึ่งจะปิดการจราจรถนนดังกล่าวบางส่วนเพื่อจัดเตรียมเป็นคูหาเลือกตั้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้เดินทางไปยังสำนักงานเขตบางกะปิ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตการเลือกตั้งที่ 13 (เขตเลือกตั้งที่ 13 ประกอบด้วย เขตบางกะปิ และเขตวังทองหลางเฉพาะแขวงพลับพลา) โดยสำนักงานเขตบางกะปิกำหนดจัดหน่วยเลือกตั้งกลาง ณ โรงเรียนบ้านบางกะปิและโรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ ซึ่งตั้งอยู่ติดกัน โดยเขตบางกะปิมีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามากที่สุด มีจำนวนประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิฯ มากกว่า 43,000 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ก.พ.62) เนื่องจากมีประชาชนจากต่างจังหวัดและนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงซึ่งส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัดอาศัยอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ทำให้ค่อนข้างเห็นใจเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตบางกะปิที่จะต้องทุ่มเทสรรพกำลังปฏิบัติงานอย่างมากเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ไปใช้สิทธิฯ แต่จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานที่ตั้งหน่วยเลือกตั้งกลางของเขตบางกะปิ ทำให้คลายความกังวลได้บ้าง เนื่องจากโรงเรียนบ้านบางกะปิและโรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิมีสถานที่ค่อนข้างกว้างขวาง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกประชาชนค่อนข้างพร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของสำนักงานเขตพระโขนง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตการเลือกตั้งที่ 21 (เขตการเลือกตั้งที่ 21 &amp;nbsp;ประกอบด้วย เขตบางนา และเขตพระโขนง) มีหน่วยเลือกตั้งกลางบริเวณสำนักงานเขตพระโขนง โดยมีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 19,000 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ก.พ.62) เนื่องจากมีการคมนาคมที่ค่อนข้างสะดวก เพราะอยู่ติดเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส จากการรายงานของผู้อำนวยการเขตและผู้เกี่ยวข้องทราบว่าได้จัดเตรียมกำลังคน และวัสดุอุปกรณ์ได้ครบถ้วนสมบูรณ์สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะไปใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ปลัด กทม.ได้ให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง โดยเน้นในเรื่องของการจัดสถานที่ให้มีความเหมาะสม ถูกต้องตามที่ กกต. กำหนด พร้อมกำชับให้คำนึงถึงความสะดวกของประชาชนเป็นหลัก ทั้งนี้ ปัจจุบันอากาศค่อนข้างร้อนจึงฝากให้เขตดูแลเรื่องพัดลมระบายอากาศและจัดเตรียมน้ำดื่มไว้สำหรับบริการประชาชน นอกจากนี้ ขอให้ยึดหลักการทำงานด้วยความสุจริตโปร่งใส เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมากที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29518</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนิต ตันบัวคลี่, ศิลปสวย ระวีแสงสูรย์, สราวุธ เบญจกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6c1afc1127c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
