<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“กฤษณา อโศกสิน” ผู้เดินทางไกล 7 ทศวรรษ จากน้ำหมึกสู่ปากกาไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อานันท์ ปันยารชุน ประธานพิธีมอบเงินรางวัล 1,000,000 บาท พร้อมโล่รางวัลให้กับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นางสุกัญญา ชลศึกษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากคว้ารางวัล &amp;ldquo;นักเขียนหญิงอมตะ&amp;rdquo;คนแรก ประจำปี 2562 มีการจัดงานมอบรางวัล &amp;ldquo;นักเขียนอมตะ&amp;rdquo; ให้กับนางสุกัญญา ชลศึกษ์ เจ้าของนามปากกา &amp;ldquo;กฤษณา อโศกสิน&amp;rdquo; ในค่ำวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ สวนดาดฟ้าโบราณ อาคารกรมดิษฐ์ โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัล 1,000,000 บาท พร้อมโล่รางวัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุกัญญา ชลศึกษ์ ปัจจุบันอยู่ในวัย 88 ปี เป็นนักเขียนที่ทำงานไม่หยุดมาตลอด 70 ปี จากผลงานการประพันธ์มากกว่า 200 ชิ้น มีนวนิยายที่ได้รับความนิยม อาทิ จำหลักไว้ในแผ่นดิน, เวียงแว่นฟ้า, หนึ่งฟ้าดินเดียว, ขุนหอคำ, ไฟทะเล, น้ำเล่นไฟ, ข้ามสีทันดร, ถ่านเก่าไฟใหม่, พญาไร้ใบ, ตะเกียงแก้ว, ลายแทงในถ้ำแก้ว, กาฬปักษี, น้ำเซาะทราย ฯลฯ ผลงานจำนวนมากถูกนำไปผลิตเป็นบทละครโทรทัศน์ ติดอันดับละครยอดนิยม คนชอบดู กฤษณา อโศกสิน จึงเป็นต้นแบบและเป็นนักเขียนชั้นครูให้กับนักเขียนรุ่นต่อมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สุกัญญา ชลศึกษ์ นามปากกา &amp;ldquo;กฤษณา อโศกสิน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อานันท์ ปันยารชุน กล่าวสดุดี &amp;ldquo;นักเขียนอมตะ&amp;rdquo; ครั้งที่ 8 ว่า เรากำลังอยู่ในทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม หลายสิ่งที่เคยมีล้มหายตายจากไป หลายสิ่งที่กำเนิดใหม่มีคุณและโทษต่อมนุษย์ เหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สับสนอลหม่าน คือ เทคโนโลยี จนไม่มีเวลาคิดพินิจคุณค่าชีวิต ทำให้สูญเสียสมาธิและเวลา จะยังมีใครอยากอ่านหนังสืออีกหรือไม่ อ่านอย่างแท้จริง อ่านอย่างพินิจพิจารณา ที่เรียกว่า อ่านเพื่อความงอกงามของชีวิต เพราะชีวิตจะสมบูรณ์ได้ด้วยการอ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; มีสถิติคนไทยอ่านหนังสือน้อยลง สิ่งที่ปรากฏ บรรดาสำนักพิมพ์บอกหนังสือขายยาก จำนวนพิมพ์น้อยลง เมื่อเทียบกับยุคที่ไม่มีโซเชียลมีเดีย ส่งผลกระทบต่อนักเขียนโดยตรง ทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย สารคดี การอ่าน ส่งผลกระทบต่อนักเขียนจะแก้ปัญหาอย่างไร หลายคนบอกเป็นหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม และพ่อแม่ผู้ปกครอง แต่ผมเห็นว่า มูลนิธิอมตะ โดยวิกรม กรมดิษฐ์ คัดสรรนักเขียนอมตะเป็นเพชรน้ำงามประดับมกุฎไทย การเผยแพร่รางวัลนี้ทำให้คนอ่านมีแรงบันดาลใจ นักเขียนเองได้เห็นว่ามีคนเห็นคุณค่าของนักเขียนที่สร้างสรรค์ผลงานที่มีประโยชน์ต่อสังคมไทย และขอแสดงความยินดีกับ สุกัญญา ชลศึกษ์ ผู้สร้างสรรค์งานเขียนมาชั่วชีวิต ผลงานหลายร้อยเรื่องล้วนจับใจคนอ่าน ชีวิตและงานเขียนของท่านเป็นเพชรน้ำงามประดับมงกุฎของสังคมไทยมาช้านาน และจะตลอดไป ที่ประทับใจส่วนตัว บุคคลผู้นี้มีชื่อเสียงและผลงานมากมาย ยังรักษาความถ่อมตัวและความเป็นมนุษย์ธรรมดา&amp;rdquo; นายอานันท์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในงานยังมีนิทรรศการรางวัลนักเขียนอมตะ ครั้งที่ 8 สื่อปรัชญาชีวิต &amp;ldquo;กฤษณา อโศกสิน&amp;rdquo; และเวทีเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo; รางวัลนักเขียนอมตะ ครั้งที่ 8 &amp;rdquo; โดยมี อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ประธานกรรมการพิจารณาผลงาน, วิกรม กรมดิษฐ์ และขาดไม่ได้นางเอกของงาน สุกัญญา ชลศึกษ์ ศิลปินแห่งชาติ สตรีผู้คว้ารางวัลนักเขียนอมตะปีนี้ร่วมพูดคุย ซึ่งเธอมีปรัชญา 5 ข้อที่ยึดไว้ในการใช้ชีวิตและรังสรรค์งานวรรณกรรม คือ ระเบียบวินัยที่มีต่องานสังคมและครอบครัว ความซื่อสัตย์สุจริตต่อตนเองและผู้อื่น ความสุขและความทุกข์ที่ต้องบริหารให้เหมาะแก่เวลา การปฏิบัติตนต่อบุคคลและสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง และข้อสุดท้ายสำคัญไม่แพ้กัน รับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่ได้ลงมือกระทำ เพื่อให้ผ่านพ้นด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นิทรรศการรางวัลนักเขียนอมตะ ครั้งที่ 8 สื่อปรัชญาชีวิต &amp;ldquo;กฤษณา อโศกสิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุกัญญา ชลศึกษ์ กล่าวว่า ปลาบปลื้มใจมากได้รับรางวัลที่มีเกียรติจากมูลนิธิอมตะ การเดินทางไกลในแวดวงวรรณกรรม รู้สึกอบอุ่น ไม่คิดฝันเป็นนักเขียน แต่ชอบเขียนโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เริ่มต้นเขียนเรื่องสั้นให้เพื่อนในชั้นอ่านก็ขำกัน จนอายุ 15 ปีได้ส่งเรื่องสั้นเรื่องแรก &amp;ldquo;ของขวัญวันใหม่&amp;rdquo; ให้หนังสือ &amp;ldquo;ไทยใหม่วันจันทร์&amp;rdquo; ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ทันที ตั้งแต่อายุ 15 ปีเป็นต้นมาไม่มีบรรณาธิการคนไหนปฏิเสธงานเขียน จนวันนี้อายุ 88 ปีก็ยังมีความสุขกับการเขียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนไปวัยเด็กชีวิตไม่ราบรื่น มีอุปสรรค คุณแม่เสียตั้งแต่อายุ 13 ปี คุณพ่อเล่นการเมือง เป็นลูกศิษย์อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ เมื่อมีรัฐประหาร ถูกจับ ลูกๆ 6 คนก็แย่ ตนได้เงินวันละ 2 บาทไปเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง กินข้าว 1 บาท ที่เหลือเป็นค่ารถราง ชีวิตแร้นแค้น แต่ก็ไม่นำมาเกี่ยวข้องกับงานเขียนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; งานเขียนทุกเรื่องต้องมีข้อมูล แต่ห้ามปลื้มกับข้อมูลจนเผลอตัวใส่เข้าไปทั้งหมดจนกลายเป็นสารคดี ทำให้รูปร่างนวนิยายบิดเบี้ยว เวลาที่เขียนเรื่องเบื้องลึกเกี่ยวกับจิตใจมนุษย์ต้องอ่านหนังสือจิตวิทยาประกอบ จะทราบทำไมมีพฤติกรรมแบบนี้&amp;rdquo; กฤษณา อโศกสิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักเขียนอาชีพบอกด้วยประสบการณ์ ทั้งการอ่าน การเขียน และการที่เรามีประสบการณ์ชีวิต รู้จักชีวิต ก็เอาสามสิ่งนี้เข้ามาปรุงผสมกัน ส่วนการปิดเรื่องนวนิยายก็ไม่ได้กำหนดเอาไว้ตายตัว จะมีโครงร่างว่าจะขึ้นต้นลงท้ายอย่างไรก็แล้วแต่ตัวละครจะพาไป ไม่ได้คิดแทนตัวละครไว้ล่วงหน้า ถ้าตัวละครจบไม่ได้ เราจะรู้สึกฝืด ก็จะรื้อทำใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; อย่างข้ามสีทันดรเป็นเรื่องเศร้ามาก แล้วจุดมุ่งหมายเขียนเพื่อหาทางออกให้คนเสพยา ถ้าเราไปทำให้ทางออกเขาตันเท่ากับสูญเปล่าทั้งเรื่อง ก็หาทางออกให้แบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่จะขนาดไหนตัวละครถึงจะทราบ ตัวละครจะแสดงบทบาทของเขาไปจนสุดสายปลายทาง แล้วเราจะทราบคำตอบสุดท้าย จะไม่นิยมการยืดไปเรื่อยๆ มันจะจืด ถึงตอนนั้นจะต้องไว้เป็นความลับ เหมือนทำขนมต้องเก็บกะทิไว้ราดหน้า ต้องไม่ให้คนอ่านรู้เลยว่าจะจบอย่างไร ทุกเรื่องที่เขียนมาจบสมใจทุกเรื่อง&amp;rdquo; กฤษณา อโศกสิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เปิดเวทีเสวนาการสร้างสรรค์วรรณกรรม โดย กฤษณา อโศกสิน ร่วมพูดคุย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอบอกด้วยว่า เพราะนักอ่านมีหลากหลาย จำแนกหลายระดับตามรสนิยม จึงแยกนามปากกา สำหรับนามปากกา &amp;ldquo;กัญญ์ชลา&amp;rdquo; จะเป็นเรื่องเบา เรื่องบ้านๆ ส่วน &amp;ldquo;กฤษณา อโศกสิน&amp;rdquo; เขียนเกี่ยวกับปัญหาชีวิตหนักหนาสาหัส ส่วนนามปากกา &amp;ldquo;สไบเมือง&amp;rdquo; สำหรับเรื่องหรรษาและอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าของนามปากกา &amp;ldquo;กฤษณา อโศกสิน&amp;rdquo; ยังบอกอีกว่า&amp;nbsp; ชอบทั้งกลอน เพราะเริ่มต้นด้วยกลอน ต่อมาเขียนเรื่องสั้นนาน 3 ปี มีผลงานกว่า 100 เรื่อง แล้วขยับไปเขียนนวนิยาย แต่การเขียนนวนิยายใช้เวลาเตรียมการมาก กว่าจะได้เรื่อง หาเป้าหมาย และหาเนื้อหา ในเนื้อหาก็มีความหลากหลาย เพราะเป็นเรื่องยาว ตัวละครหลายตัว ต้องอ่านให้แตกว่าใช่หรือเปล่า เวลาที่ผิดก็อายเขา เพราะหนังสือกระดาษผิดแก้ยาก แต่ออนไลน์แก้ง่ายกว่า แม้ไม่สันทัดออนไลน์ แต่ก็ต้องปรับตัวทำงานออนไลน์ ใช้ปากกาไฟฟ้าเขียนด้วยลายมือลงบนไอแพดส่งไปเว็บไซต์เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้อ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ฝึกใช้ปากกาไฟฟ้าเขียนอยู่หนึ่งปีจนเข้าที่ คุ้นเคยกับการทำเครื่องหมายบนเอกสาร ความรู้สึกต่างจากการเขียนด้วยดินสอ แต่ความคิดก็แล่น ไม่ช้า แต่ปลายปากกาไฟฟ้าไม่เหมือนปากกาทั่วไป จะโย้เย้บอกไม่ถูก เหมือนกระดานชนวนลื่นๆ&amp;rdquo; นักเขียนชั้นครูผู้เท่าทันยุคสมัยบอกด้วยรอยยิ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน อ.เนาวรัตน์ ศิลปินแห่งชาติกล่าวว่า รางวัลนักเขียนอมตะ ครั้งที่ 8 เสนอชื่อนักเขียนมา 3 คน แต่คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ กฤษณา อโศกสิน เหมาะสมที่สุด ผลงานเป็นอมตะ ทำงานต่อเนื่อง ทุกงานมีคุณค่า คนอ่านที่เป็นแฟนกฤษณา อโศกสิน มีความต่อเนื่อง ไม่ลดลง นักเขียนผู้นี้เป็นคนทันยุคทันสมัยและขยัน เป็นนักเขียนที่ยืนหยัดและมีพัฒนาการการเขียน ที่ชื่นชอบผลงานที่เป็นความเคลื่อนไหวของสังคม นักเขียนผู้นี้ไม่เคยตกกระแส หลายครั้งที่เป็นผู้นำสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ ยืนยันเจตนารมณ์ส่งเสริมนักเขียนและวงการวรรณกรรมไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ กล่าวว่า มูลนิธิอมตะจัดงานมอบรางวัลนักเขียนอมตะเป็นปีที่ 8 แล้ว เพื่อให้รางวัลนี้เป็นกำลังใจให้กับนักเขียนซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์วรรณกรรมให้ผลิตผลงานอย่างต่อเนื่องและตระหนักถึงความสำคัญของวรรณกรรมที่ถือว่าเป็นงานศิลปะทรงคุณค่า และสะท้อนเรื่องราวทางศิลปวัฒนธรรมของประเทศได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; การส่งเสริมให้เกิดงานเขียนที่หลากหลายนับเป็นเรื่องที่มูลนิธิให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ เพราะถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า และยังกระตุ้นให้คนไทยรักการอ่าน องค์ความรู้ต่างๆ ที่ผ่านการอ่านจะช่วยยกระดับให้เกิดการพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงมากขึ้น โดยมูลนิธิอมตะจะเดินหน้ามอบรางวัลอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo; นายวิกรมกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ นักเขียนที่ได้รับรางวัล &amp;ldquo;นักเขียนอมตะ&amp;rdquo; ที่ผ่านมาประกอบด้วย นายศักดิชัย บำรุงพงศ์ หรือนามปากกา &amp;quot;เสนีย์ เสาวพงศ์&amp;quot; (ถึงแก่กรรม 2557), นายโรจ งามแม้น หรือนามปากกา &amp;quot;เปลว สีเงิน&amp;quot;, นายโกวิท เอนกชัย หรือนามปากกา &amp;quot;เขมานันทะ&amp;quot; (ถึงแก่กรรม 2562), นายสมบัติ พลายน้อย หรือนามปากกา &amp;quot;ส.พลายน้อย&amp;quot;, พระไพศาลวิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สาโล, นายคำสิงห์ ศรีนอก หรือนามปากกา &amp;quot;ลาวคำหอม&amp;quot;, นายฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ หรือนามปากกา &amp;quot;พนมเทียน&amp;quot; และนายอาจินต์ ปัญจพรรค์ (ถึงแก่กรรม 2561)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52733</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณา อโศกสิน, มูลนิธิอมตะ, รางวัลนักเขียนอมตะ, วิกรม กรมดิษฐ์, ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์, สุกัญญา ชลศึกษ์, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, เปลว สีเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df98f92622ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2019 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2019 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วินทร์ เลียววาริณ&#039; ดึงสติคนรุ่นใหม่ต้องซื่อสัตย์ สัญญาอะไรให้คิดว่าทำได้จริงไหม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.62 - วินทร์ เลียววาริณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับการสอนคนรุ่นใหม่ให้มีจริยธรรมและความซื่อสัตย์ โดยระบุไว้ตอนหนึ่งว่า ปัญหาต่างๆในบ้านเมืองเราเกี่ยวข้องกับคำว่าความซื่อสัตย์ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม มองไปรอบตัวเราในสังคมปัจจุบัน หาผู้ที่เรียกว่า &amp;lsquo;คนจริง&amp;rsquo; ยากเต็มที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่านิยมของเราสอนเด็กให้ตั้งเป้าหมายชีวิตที่ความสุขและความสำเร็จ (ซึ่งวัดด้วยเงินตรา) มิใช่ตั้งเป้าหมายที่คุณภาพของคนและคุณภาพชีวิต ผลก็คือเราเป็นสังคมที่มีกฎหมายมาตราต่าง ๆ นับไม่ถ้วน มีตำรวจมากมาย มีทนายความล้นเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมที่มีตำรวจกับทนายความมาก สะท้อนว่าเป็นสังคมที่มีคนไม่ซื่อสัตย์จำนวนมาก เพราะถ้าคนรักษาสัญญาเสียอย่างเดียว กฎหมายอะไรก็ไม่จำเป็น เพราะผูกพันกันด้วยสัญญาสุภาพบุรุษสังคมซึ่งการเก็บเงินที่คนลืมทิ้งในรถแท็กซี่เป็นข่าวและต้องประกาศเกียรติคุณสะท้อนสังคมที่ขาดแคลนความซื่อสัตย์และความดี เพราะเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสั่งสอนเด็กรุ่นใหม่จึงไม่อาจเฉพาะความรู้ ต้องรวมจริยธรรม-ความซื่อสัตย์เข้าไปด้วย สอนเด็กว่า ก่อนให้สัญญาอะไรกับใคร คิดก่อนว่าจะทำได้จริงไหม และจะทำจริง ๆ ไหม เพราะความซื่อสัตย์มีค่าเหนือกว่าความรู้เสียอีก เพราะสังคมที่คนไม่มีความรู้อย่างมากก็แค่ล้าหลัง แต่สังคมที่มีแต่คนโกง พังอย่างเดียว ปราศจากจริยธรรม ต่อให้มีความรู้หรือปริญญากี่ใบ ก็จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไร้ค่า และท้ายที่สุดผู้ใหญ่เหล่านี้ก็สร้างสังคมที่ไร้ค่า ต่อให้บ้านเมืองเจริญทางวัตถุเท่าใด ก็เป็นสังคมที่กลวงเปล่าที่เราคงไม่อยากให้ลูกหลานของเราเป็นส่วนหนึ่งของมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนโบราณใช้คำว่า &amp;lsquo;อบรมสั่งสอน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อบรมจริยธรรม สั่งสอนความรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อบรมให้รู้จักอาย สั่งสอนให้เป็นคนจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29618</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองกับคนรุ่นใหม่, วินทร์ เลียววาริณ, ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5a46ebf2dc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 20:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;ฟังทางนี้!&#039;วินทร์ เลียววาริณ&#039;เผยคนคิดสโลแกน &#039;สยามเมืองยิ้ม&#039;คือฝรั่งหัวใจไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19 ก.พ.62- วินทร์ เลียววาริณ &amp;nbsp;ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่อง &amp;quot;ยิ้ม&amp;quot; ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวสมัยที่ทำงานโฆษณา ผมมีโอกาสร่วมงานกับฝรั่งชาวอังกฤษคนหนึ่ง ชื่อ เดวิด แลนเดอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกเป็น ครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ ที่มาช่วยงานบริษัทเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ คือตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดวิดไม่ใช่ ครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ ธรรมดา แกเป็นผู้ที่มีบทบาทสูงคนหนึ่งในก่อร่างวงการโฆษณาไทยจนเป็นเช่นวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในยุคแรกนั้นเมืองไทยยังไม่มีเอเจนซีโฆษณาสัญชาติไทย ฝรั่งเข้ามาบุกเบิก แล้วเอเจนซีไทยก็ค่อยๆ โผล่มาทีละบริษัท หลายแห่งก็ร่วมทุนกับต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดวิดเป็นคนคุยสนุก ความรู้รอบตัวเยอะ ชอบดื่มเหล้า ตอนที่ผมเข้าวงการนั้น แกใกล้จะเกษียณแล้ว ทำงานแก้เบื่อมากกว่าจำเป็นต้องทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงจะเป็นฝรั่ง เดวิดก็เหมือนคนไทยคนหนึ่ง รักเมืองไทย อยู่กินกับคนไทย และในที่สุดก็ตายในเมืองไทยนี่เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งหนึ่งแกไปช่วยงานเอเจนซีแห่งหนึ่งที่ไปแข่งงานขององค์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศัพท์วงการเรียกว่า pitch ลูกค้าบรี๊ฟเอเจนซีหลายแห่งให้แข่งกัน ไอเดียใครดีกว่าก็ได้งานไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทย์คือโฆษณาเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดวิดมองหาจุดเด่นของเมืองไทย ในที่สุดก็ไปลงที่จุดที่ไม่มีใครคิดมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือรอยยิ้มของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยอาจเห็นว่ายิ้มของเราเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนต่างชาติที่ท่องมาทั่วโลกบอกว่ามันเป็นเอกลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นที่มาของสโลแกน &amp;#39;Land of Smiles&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช่ ฝรั่งเป็นคนต้นคิดสโลแกน &amp;#39;สยามเมืองยิ้ม&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งหัวใจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดวิดอยู่เมืองไทยนานจนรู้จักคนไทยดี แกท่องเที่ยวไปทั่วโลกจนรู้ว่ารอยยิ้มแบบไทยเป็นสิ่งที่ชาติอื่นไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีคนที่ไหนยิ้มอย่างนี้ จริงใจ ยิ้มง่าย ยินดีต้อนรับแขกที่มาเยือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเรียบง่ายแต่แรงของสโลแกนนี้ทำให้เอเจนซีแห่งนั้นได้งานไป แม้จะเป็นเพียงเอเจนซีเล็กๆ ที่เพิ่งก่อตั้งไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สโลแกน &amp;#39;Land of Smiles&amp;#39; อยู่คู่เมืองไทยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่แทบไม่มีใครรู้ว่าคนคิดคือคนต่างชาติที่มีหัวใจไทยเต็มเปี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยอาจจะไม่ดีหมดทุกคน อาจมีคนเห็นแก่ตัวคนเลวปนอยู่ มีคนคิดต่าง ทะเลาะกัน แต่ท้ายที่สุด เมื่อเราถอดเปลือกของสีออก เราก็พบว่ารากของเราคือรอยยิ้มที่รัดร้อยสังคมของเราด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ้มเมื่อสุข ยิ้มเมื่อทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นยิ้มเดียวกับที่ยิ้มเพื่อปล่อยวางความระยำที่นักการเมืองเลวๆ ทำกับบ้านเกิดเมืองนอนของตนตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ้มแล้วเดินหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากคนต่างชาติมองเห็นความงามของรอยยิ้มของเรา เราคนไทยเองมองเห็นมันหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29498</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;Land of Smiles&#039;, ฝรั่งหัวใจไทย, ยิ้มสยาม, วินทร์ เลียววาริณ, ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์, เดวิด แลนเดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6c02e784fde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มกุฏ อรฤดี&#039; ผู้ยืนหยัดสู้ให้ไทยมีระบบหนังสือแห่งชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่า 40 ปีที่ มกุฏ อรฤดี ทุ่มเทสร้างงานวรรณกรรม และยังเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อที่จัดพิมพ์หนังสือคุณภาพมาต่อเนื่องยาวนาน โดยหนังสือหลายเล่มได้ไปอยู่ในความทรงจำของผู้อ่าน เช่นเดียวกับงานเขียนทุกเรื่องที่อาจารย์มกุฏเขียนขึ้น ทั้งในนามปากกา &amp;quot;นิพพานฯ&amp;quot; &amp;quot;วาวแพร&amp;quot; ที่มุ่งกระตุ้นสำนึกด้านดีของมนุษย์ อีกทั้งมีแนวคิดเสนอรัฐบาลจัดตั้งสถาบันหนังสือแห่งชาติ หวังพัฒนาระบบหนังสือทั้งระบบ อีกทั้งเป็นผู้สร้างหลักสูตรบรรณาธิการศึกษาและวิชาหนังสือขึ้นในมหาวิทยาลัย รวมถึงโครงการระบบหนังสือหมุนเวียนในโรงเรียนและมัสยิด, โครงการห้องสมุดหนังสือดี, โครงการสมุดบันทึกวัยเยาว์ และโครงการฝึกฝนผู้มีดวงตาพิการให้เขียนหนังสือ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานและจิตวิญญาณที่อยู่กับหนังสือทั้งหมดนี้ ทำให้คณะกรรมการตัดสินรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปี 2561 มีมติมอบรางวัลแด่ มกุฏ อรฤดี นักเขียนผู้เป็นศิลปินแห่งชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงานประกาศผลและมอบรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ 15 ณ ห้อง Convention Hall บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เมื่อวันก่อน มีคนทำหนังสือ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ต่างๆ นักอ่าน และลูกศิษย์ที่ร่ำเรียนวิชาบรรณาธิการศึกษา นักเขียนผีเสื้อเด็กๆ มาร่วมแสดงความยินดีต่อนักเขียนผู้นี้อย่างอบอุ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมตตา อุทกะพันธุ์ ผู้บริหาร บ.อมรินทร์ฯ มอบรางวัลชูเกียรติฯ ให้มกุฏ อรฤดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมตตา อุทกะพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งฯ กล่าวว่า คุณมกุฏ &amp;nbsp;อรฤดี เป็นเพื่อนร่วมอาชีพธุรกิจสิ่งพิมพ์กับคุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ และมีหลักคิดแนวทางใกล้เคียงกัน คุณชูเกียรติเคยกล่าวไว้ว่า คนไทยมีศักยภาพในการเรียนรู้ไม่แพ้คนชาติอื่น ขอเพียงให้มีสื่อหนังสือที่เขาพอใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณมกุฏ อรฤดี ให้ความสำคัญกับการอ่านสูง เพราะถ้ารักการอ่านแล้วจะพัฒนาสิ่งใดก็จะเป็นเรื่องง่าย สิ่งดีงามจะตามมาเอง เพราะหนังสือเป็นสื่ออย่างเดียวที่ถ่ายทอดความคิดความรู้ได้อย่างสุขุม ซึมซับเข้าในสมอง ในหัวใจ คุณมกุฏอยากให้คนไทยได้อ่านหนังสือดีเสมอกัน พยายามปลูกฝังหว่านเมล็ดพันธุ์การอ่านลงไปที่เยาวชนตลอด ยิ่งปัจจุบันพฤติกรรมคนอ่านเปลี่ยนเพราะโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทสูง เกิดวิกฤติสิ่งพิมพ์ คนอ่านหนังสือน้อยลง หนังสือ นิตยสาร และสำนักพิมพ์บางแห่งปิดตัวลง &amp;nbsp;แม้บริษัทอมรินทร์ฯ ก็ได้รับผลกระทบนี้รุนแรง แต่ดิฉันเชื่อว่าหนังสือดีจะไม่มีวันหมดไปจากโลก เช่นเดียวกับคุณมกุฏเป็นแบบอย่างคนทำหนังสือที่เพียรพยายามสู้ไม่ถอย&amp;quot; เมตตากล่าวพร้อมแสดงความยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในพิธีมอบรางวัล ทุกคนใจจดจ่อรอช่วงปาฐกถาพิเศษของมกุฏ ผู้คลุกคลีอยู่ในวงการหนังสือมายาวนาน ซึ่งนักเขียนชั้นครูบอกเล่าความในใจและความเชื่อของเขาที่มีต่อการเขียน การอ่าน และการทำหนังสือ เผยให้เห็นตัวตนอย่างแจ่มชัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มกุฏ อรฤดี ปาฐกถาพิเศษในงานมอบรางวัลชูเกียรติฯ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มกุฏกล่าวว่า หนังสือเป็นมากกว่าเครื่องมือถ่ายทอดความคิดและความบันเทิงเริงรมย์ หนังสือคือผลก้อนใหญ่จากการอ่าน การเขียน และความคิด แต่ประเทศไทยขาดความสนใจเรื่องหนังสือ และไม่พยายามจัดการระบบหนังสือของตนเอง ท้ายสุดเราตามคนอื่นไม่ทัน การพัฒนาชาติต้องใช้ความรู้ในตัวคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเขียนวัย 68 ปีประกาศชัดว่า หน้าที่ในการจัดการเรื่องความรู้ ภาคเอกชนอาจทำได้เพียงจัดกิจกรรม แต่โครงสร้างเป็นหน้าที่รัฐบาลจะต้องทำ โรงเรียนประถมในไทยมีเกือบ 4 หมื่นแห่ง คนที่พูด ถ้ารัฐบาลไม่ทำ เราทำเอง จะมีเงินไปซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดได้สักกี่ปี อุปสรรคในการแก้ปัญหาคือ รัฐบาลไม่ทำอะไร เพราะเอกชนบอกว่าเรามีโครงการ สังคมไทยเสียเวลามา 15 ปีแล้ว นับแต่รัฐบาลประกาศวาระแห่งชาติว่าด้วยการก่อตั้งสถาบันหนังสือแห่งชาติ แล้วก็เปลี่ยนใจไปทำอย่างอื่นที่ง่ายกว่า &amp;nbsp;ซึ่งประชาชน 80% ในต่างจังหวัดไม่มีโอกาสอ่านหนังสือดีหรือสื่อกระดาษ ชาวบ้านยังเฝ้ารอรัฐบาลเอาเครื่องมือความรู้ไปให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกอีกว่าไม่มีแม้สักคนในรัฐบาลคิดจัดการหนังสือเป็นระบบ จึงมีแต่กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน &amp;nbsp;เริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ก็นับหนึ่งใหม่ปีละพันล้าน แต่ไม่เคยติดตามหรือประเมินผล สังคมไทยไม่ได้อะไรเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงสร้างระบบหนังสือชาติจำเป็นสำหรับเรา แม้เรามีฐานะดี ความรู้ดี แต่อีก 80% ไม่มีเลย เราอาจเดือดร้อนจากความไม่รู้ของเพื่อนร่วมชาติ อนาคตลูกหลานจะลำบาก ขณะที่เราเปิดประตูอ้าซ่ารับเออีซี แต่คนของเรามีความรู้เฉลี่ยน้อยมากเทียบกับเพื่อนบ้าน นี่คืออันตรายในอีก 30 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเป็นที่ตักตวงผลประโยชน์ จากนั้นเหลือแค่ซากให้คนไทยเก็บกวาด&amp;quot; มกุฏย้ำชัดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่คนพูดถึงยุคโซเชียลมีเดียเข้ามาแทนหนังสือ มกุฎบอกว่าเราพูดถึงสื่อออนไลน์เหมือนคนไทยอยู่ในนครนิวยอร์ก หรือชาวบ้าน 90% เข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั้งหมด แต่ไม่ได้พูดถึงหนังสือสื่อกระดาษที่เป็นพื้นฐานความรู้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากพูดถึงชาวไทยมุสลิม จ.ยะลา ได้ไปทำโครงการระบบหนังสือหมุนเวียนในมัสยิด บังคนนี้จบ ป.6 เป็นกรรมกรรับจ้างรายวัน หลังอ่านหนังสือได้ 1 ปี โดยเฉพาะหนังสือดอกเตอร์ดูลิตเติล เกิดความคิดตั้งกองทุนหมู่บ้าน เก็บเงินสมาชิกวันละบาท ปีละ 365 บาท สร้างสวัสดิการ อีกเล่มอ่านเรื่องยุงลาย จากที่รัฐรณรงค์คว่ำกะลาไม่ให้น้ำขัง กำจัดที่เพาะยุง บังให้ชาวบ้านเก็บกะลามาขายเพื่อเผาเป็นถ่าน รายได้เดือนละ 4 หมื่นบาท ทุกวันนี้มีกิจการนับสิบ นี่คือผลจากการอ่านที่รัฐบาลยังไม่ทำ ห้องสมุดที่รัฐทำไม่มีหนังสือให้ชาวบ้าน ชาวประมง ชาวนาอ่าน จะทำอะไรให้จับปลามากขึ้น ทำนาได้ผลผลิตมากขึ้น&amp;quot; มกุฏกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มกุฏบอกด้วยว่า ขณะที่คนวิตกว่าหนังสือขายไม่ได้ คนไทยไม่อ่านหนังสือ มีภาพตลาดอยู่แค่เมืองกรุง แต่เราลืมตลาดชนบทที่เป็นตลาดใหญ่ของประเทศ ถ้าเปิดตลาดนี้ได้ธุรกิจหนังสือจะยืดอายุไปได้อีก 25 ปี ผลประโยชน์จะตกกับคนในวงการหนังสือเพิ่มขึ้นถึง 80 เท่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ในปีนี้ &amp;quot;มกุฏ&amp;quot; ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ บอกว่า ตนรับรางวัลในฐานะคนทำหนังสือในยุคสมัยนี้ ขอขอบคุณผู้ร่วมทำงานตั้งแต่ต้น ทำให้สำนักพิมพ์ผีเสื้อโบยบินมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนคุณผกาวดี อุตตโมทย์ ผู้อุปถัมภ์สำนักพิมพ์ผีเสื้อมากว่า 30 ปี การทำงานหนังสือไม่ได้คิดแค่ธุรกิจ แต่ลมหายใจต้องอยู่กับหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนี้จะเรียกว่าอาจารย์มกุฏ ครูมกุฏ หรือ &amp;quot;คุณตามกุฎ&amp;quot; ของเด็กๆ นักเขียนผีเสื้อ บุคคลผู้นี้ก็คือนักเขียนที่รังสรรค์วรรณกรรมจนเป็นที่ยอมรับ งานมอบรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ 15 พลอย-สโรชา กิตติสิริพันธุ์ สาวน้อยดวงตาพิการผู้เขียนหนังสือเรื่อง &amp;quot;จนกว่าเด็กปิดตาจะโต&amp;quot; ซึ่งเรียนวิชาบรรณาธิการศึกษาที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ กับอาจารย์มกุฏ มาร่วมพูดคุยถึงแรงบันดาลใจจากศิลปินผู้นี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลอย-สโรชา กิตติสิริพันธุ์ สาวน้อยดวงตาพิการผู้เขียนหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอเล่าว่าวิชานี้แตกต่างจากวิชาอื่นๆ นอกจากอาจารย์มกุฏสอนให้ทำหนังสือแล้ว ยังสอนให้เขียนหนังสือ การบ้านคือการเขียนบันทึกประจำวัน สังเกตประโยคที่เขียนผิดและหาวิธีแก้ให้ถูกต้อง การเขียนหนังสือยากมาก ต้องนึกภาพรอบตัว เราไม่เห็นจะเขียนได้อย่างไร แต่ครูแนะและสอนให้เขียนจากสิ่งที่อยู่ในตัวเรา แล้วสื่อสารให้คนอื่นรับรู้ จนกลายเป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิต &amp;quot;จนกว่าเด็กปิดตาจะโต&amp;quot; &amp;nbsp;รวบรวมบันทึกประจำวันของตน สิ่งที่พิเศษมากคือ วิชานี้นิสิตมีสิทธิ์ออกแบบข้อสอบตามความสนใจของตนเองและไปค้นหาคำตอบมานำเสนอ ซึ่งตนทำ 2 หัวข้อ คือ คนมองไม่เห็นเข้าถึงหนังสือสิ่งพิมพ์ได้ และการจัดระบบหนังสือเสียง จากการศึกษาได้ข้อค้นพบไม่ต่างจากที่อาจารย์บอก คือหนังสือต้องเลือกให้เหมาะกับคนกลุ่มต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังเรียนจบได้เข้ามาในสำนักพิมพ์ผีเสื้อกับอาจารย์มกุฏ นอกจากฝึกฝนเขียนหนังสือ ก็ฝึกวาดภาพประกอบและเขียนลายมือ แล้วก็ศึกษาปริญญาโทจิตวิทยาการปรึกษาควบคู่ไปด้วย การร่วมงานกับอาจารย์เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตครั้งสำคัญ เมื่อก่อนไม่เชื่อมั่นตัวเอง ไม่เห็นกลัวทำไม่ได้ ไม่กล้าทำ กลัวทำผิดแล้วตลก ก็กลับมามองตัวเอง เริ่มจากสิ่งที่มี เรามีความรู้สึก นำประสาทสัมผัสมาใช้ให้ดีที่สุด ที่ผ่านมาไม่ได้ใช้เต็มศักยภาพ ตอนนี้ก็ยังมีความกลัวอยู่ แต่ไม่ได้ปิดกั้น อาจารย์มกุฏให้พลอยเดินทางเอง เป็นอีกจุดเปลี่ยนเราได้ข้อมูลในการเขียนมากขึ้นจากสิ่งที่ได้ยินและรับรู้ รู้สึกว่าเห็น ซึ่งการเดินทางทำให้เห็นความยากลำบากของคนอื่น เป็นที่มาของหนังสือเล่มที่ 3 เรื่อง &amp;#39;เห็น&amp;#39; จะตีพิมพ์เร็วๆ นี้&amp;quot; พลอย-สโรชากล่าวขอบคุณและระลึกถึงคุณครูในงานครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเขียนผีเสื้อเด็กๆ มาร่วมแสดงความยินดีกับคุณตามกุฏ&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ กำเนิดขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่คุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ และเชิดชูบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นแบบอย่างการทำงานสร้างสรรค์ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานและพัฒนาให้ผู้คน โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ มีเงินรางวัล 5 แสนบาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ย้อนไปบุคคลที่ได้รับรางวัลปีที่ผ่านมา ได้แก่ อาจารย์จุลทัศน์ พยาฆรานนท์, นพ.วิวัฒน์ โรจนพิทยากร, ดร.สาทิศ อินทรกำแหง, นางรตยา จันทรเทียร, นายเดชา ศิริภัทร, พระราชสุทธิประชานาถ, นายเอนก &amp;nbsp;นาวิกมูล, ศ.สุทธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์, ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร และล่าสุดคือ มกุฏ อรฤดี บุคคลสำคัญในแวดวงวรรณกรรมไทย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18835</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ, บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), พลอย-สโรชา กิตติสิริพันธุ์, มกุฏ อรฤดี, ระบบหนังสือแห่งชาติ, รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์, ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์, เมตตา อุทกะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb204fb3ece4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
