<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘ธนาคารความดี’ ตำบลหนองสาหร่าย  ใช้ความดีกู้เงินแสน ส่งเสริม ‘ชาวนาอัจฉริยะ’ ใช้เทคโนโลยีใหม่ช่วยลดต้นทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตำบลหนองสาหร่าย&amp;nbsp; อ.พนมทวน&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp; ถือเป็นต้นแบบของชุมชนที่มี &amp;lsquo;ธนาคารชุมชน&amp;rsquo; หรือสถาบันการเงินชุมชนเอาไว้ช่วยเหลือจุนเจือกันเอง&amp;nbsp; ช่วยให้ชาวบ้านลดปัญหาหนี้นอกระบบ&amp;nbsp; มีแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปประกอบอาชีพหรือนำไปใช้จ่ายยามจำเป็น&amp;nbsp; ที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือ&amp;nbsp; สามารถใช้ &amp;lsquo;ความดี&amp;rsquo; ของตัวเองมาค้ำประกันเงินกู้ได้&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีกลุ่มวิสาหกิจทำนา&amp;nbsp; ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยทำนา&amp;nbsp; ใช้โดรนบินฉีดพ่นสารชีวภาพ-กำจัดแมลง&amp;nbsp; และใช้เครื่องพยากรณ์อากาศมาช่วยลดต้นทุนการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากหนี้หมู่บ้าน 86 ล้านบาทสู่สถาบันการเงินชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตำบลหนองสาหร่ายมีทั้งหมด 9 หมู่บ้าน&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 27 ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp; ประชากรประมาณ&amp;nbsp; 3,600 คน&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา&amp;nbsp; ปลูกอ้อย&amp;nbsp; ข้าวโพด&amp;nbsp; ผักต่างๆ&amp;nbsp; เลี้ยงวัว&amp;nbsp; แพะ&amp;nbsp; ปลา&amp;nbsp; เป็ด&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp; ค้าขาย&amp;nbsp; รับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)&amp;nbsp; กลุ่มอาชีพต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp; กลุ่มทำนา&amp;nbsp; กลุ่มปลูกผัก&amp;nbsp; กลุ่มเลี้ยงปลา&amp;nbsp; กลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp; กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการ&amp;nbsp; กลุ่มฌาปนกิจ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ศิวโรฒ&amp;nbsp; จิตนิยม&amp;nbsp; ประธานสถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่าย&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; จากการสำรวจข้อมูลในตำบลเพื่อนำมาจัดทำแผนแม่บทชุมชนในปี 2545&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านในตำบลหนองสาหร่ายมีรายได้รวมกันประมาณปีละ&amp;nbsp; 76&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; มีรายจ่ายรวมกันปีละ 72 ล้านบาท&amp;nbsp; แต่มีหนี้สินรวมกันมากกว่า&amp;nbsp; 86 ล้านบาท&amp;nbsp; และต้องจ่ายดอกเบี้ยปีละกว่า 10 ล้านบาท&amp;nbsp; จึงมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน &amp;nbsp;และเพื่อเป็นแหล่งทุนของตำบล &amp;nbsp;โดยการรวมคนทั้งตำบลมาออมเงินรวมกัน&amp;nbsp; จากเดิมที่แต่ละหมู่บ้านมีการรวมกลุ่มกันออมทรัพย์แบบหมู่บ้านใครหมู่บ้านมันและเปิดทำการเพียงเดือนละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; จึงนำไปสู่การจัดตั้ง &amp;lsquo;สถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่าย&amp;rsquo; ขึ้นมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ตำบลเรามีประชากรประมาณ&amp;nbsp; 3,000 กว่าคน&amp;nbsp; หากเราออมเงินรวมกันวันละ 1 บาท&amp;nbsp; ปีหนึ่งจะได้เงินรวมกันประมาณ 1 ล้านบาท&amp;nbsp; และต้องใช้เวลาถึง 80 ปีจึงจะปลดหนี้ได้หมด (มีหนี้รวมกัน 86 ล้านบาท)&amp;nbsp; แต่ถ้าออมวันละ 2 บาทจะใช้เวลาปลดหนี้ 40 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; และถ้าออมวันละ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาทหรือประมาณเดือนละ 100 บาท&amp;nbsp; เราก็จะปลดหนี้ได้ภายใน&amp;nbsp; 20 ปี&amp;nbsp; เราจึงนำแนวคิดนี้มาจัดตั้งสถาบันการเงินชุมชนฯ เพื่อให้ชาวบ้านมาออมเงินได้ตลอดทั้งเดือน&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายศิวโรฒบอกถึงแนวคิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การจัดตั้งสถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่ายมีการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ในปี 2548 &amp;nbsp;จัดประชุมกรรมการกองทุนหมู่บ้านทุกหมู่บ้านเพื่อรวมกองทุนหมู่บ้านเป็นสถาบันการเงินฯ, ประชุมร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และพัฒนาการอำเภอพนมทวน&amp;nbsp; เพื่อทำความเข้าใจและเตรียมขั้นตอนในการจัดตั้งสถาบันฯ,&amp;nbsp; ประชุมร่วมกับสภา อบต.หนองสาหร่ายและตัวแทนกลุ่มองค์กรทุกกลุ่มในตำบลเพื่อทำประชาคมและลงมติในการเข้าร่วมจัดตั้งสถาบันฯ&amp;nbsp; และจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการ (ผู้จัดการ, ผู้ช่วย&amp;nbsp; ฝ่ายการเงิน สินเชื่อ&amp;nbsp; บัญชี&amp;nbsp; ตรวจสอบ&amp;nbsp; ฯลฯ) &amp;nbsp;เมื่อทุกอย่างมีความพร้อมสถาบันฯ จึงเปิดดำเนินการในเดือนสิงหาคม 2549&amp;nbsp; โดยเปิดให้ชาวบ้านนำเงินมาฝากได้ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ &amp;nbsp;เหมือนกับธนาคารทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เราแจกกระปุกออมสินให้สมาชิกทุกคนเพื่อเอาไว้ออมเงิน&amp;nbsp; โดยมีหลักคิดว่า &amp;lsquo;ไม่ต้องออมจากรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ให้ออมจากรายจ่าย&amp;rsquo;&amp;nbsp; คือลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ลดการซื้อหวย&amp;nbsp; ลดดื่มเหล้า&amp;nbsp; ลดบุหรี่&amp;nbsp; เมื่อมีเงินเหลือก็นำมาออม อย่างน้อยเดือนละ 100 บาท &amp;nbsp;คนที่เหลือมากก็ออมมาก&amp;nbsp; เมื่อสถาบันฯ มีเงินออมมากก็นำมาให้สมาชิกกู้ยืมไปประกอบอาชีพ&amp;nbsp; หรือนำไปใช้จ่ายที่จำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นค่าศึกษาเล่าเรียนของลูกหลาน&amp;nbsp; หรือใช้จ่ายในยามที่เจ็บป่วย&amp;nbsp; เมื่อสถาบันฯ มีผลกำไรก็นำมาช่วยเหลือสมาชิกหรือพัฒนาชุมชนต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานสถาบันฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ธนาคารความดีตำบลหนองสาหร่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; แม้ว่าสถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่ายจะเปิดดำเนินการแล้ว&amp;nbsp; และสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางด้านการเงินให้แก่ชาวบ้านได้ในระดับหนึ่ง&amp;nbsp; แต่เมื่อพบปะพูดคุยและสอบถามชาวบ้านๆ ได้สะท้อนออกมาว่า &amp;ldquo;ชีวิตยังไม่มีความสุข&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นี่จึงกลายเป็นคำถาม&amp;nbsp; และทำให้ศิวโรฒนำไปจุดประกายคิดต่อว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทำอย่างไรชาวบ้านจึงจะมีความสุข ?&amp;rdquo; &amp;nbsp;และนำไปสู่การถอดบทเรียนร่วมกันในตำบลจนค้นพบว่า&amp;nbsp; มีปัจจัยอย่างน้อย 9 ประการที่จะทำให้ทุกคนในตำบลมีความสุข&amp;nbsp; คือ 1.มีผู้นำดี&amp;nbsp; ผู้ตามดี&amp;nbsp; 2.สุขภาพดี&amp;nbsp; 3.อาชีพดี&amp;nbsp; 4.กลุ่มองค์กรดี&amp;nbsp; 5.สวัสดิการดี&amp;nbsp; 6.ครอบครัวดี&amp;nbsp; 7.สามัคคีดี&amp;nbsp; 8.จิตใจดี&amp;nbsp; และ 9.มีสัจจะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากความดีทั้ง 9 ประการดังกล่าว&amp;nbsp; ศิวโรฒและคณะกรรมการสถาบันฯ จึงนำไปขยายเป็น &amp;lsquo;ธนาคารความดี&amp;rsquo; ในช่วงปลายปี 2549-2550&amp;nbsp; โดยการให้สมาชิกสถาบันการเงินฯ ทุกคนจดบันทึกความดีของตน&amp;nbsp; และนำมารายงานในที่ประชุมหมู่บ้านทุกเดือน&amp;nbsp; เพื่อให้ที่ประชุมรับรอง&amp;nbsp; เมื่อที่ประชุมหมู่บ้านรับรองแล้ว&amp;nbsp; จะผ่านไปยังที่ประชุมในระดับตำบล (สภาองค์กรชุมชนตำบล) เพื่อรับรองและบันทึกในธนาคารความดี&amp;nbsp; ซึ่งความดีของสมาชิกที่ผ่านการรับรองแล้ว&amp;nbsp; สามารถนำไปใช้แทนหลักทรัพย์เพื่อค้ำประกันเงินกู้ของตนเองจากสถาบันฯ ได้ &amp;nbsp;(กลุ่มออมทรัพย์หรือสถาบันการเงินชุมชนทั่วไป&amp;nbsp; หากสมาชิกจะกู้เงินจากกลุ่มหรือสถาบันฯ จะต้องมีสมาชิกคนอื่นมาค้ำประกัน&amp;nbsp; หรือใช้หลักทรัพย์ต่างๆ ค้ำประกัน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปัจจุบันธนาคารความดีชุมชนตำบลหนองสาหร่าย&amp;nbsp; กำหนดความดีเพิ่มขึ้นเป็น 23 ความดี (เพิ่มจาก 9 ข้อ) คือ&amp;nbsp; 10.เรียนรู้ดี&amp;nbsp; 11.มีความกตัญญูดี&amp;nbsp; 12.ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย&amp;nbsp; 13.ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม&amp;nbsp; 14.ประหยัด&amp;nbsp; พอเพียง 15.เก็บออมดี&amp;nbsp; 16.นิยมใช้ของไทย&amp;nbsp; 17.มีวิถีชีวิตตามหลักประชาธิปไตย&amp;nbsp; 18.มีวินัยดี&amp;nbsp; 19.ตรงเวลา&amp;nbsp; 20.ละเว้นสิ่งเสพติดและอบายมุข&amp;nbsp; 21.มีมารยาทและวัฒนธรรมไทย&amp;nbsp; 22.มีส่วนร่วมดี&amp;nbsp; และ 23.สิ่งแวดล้อมดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับความดีทั้ง 23 ข้อนั้น&amp;nbsp; มีเกณฑ์หรือตัวชี้วัดในแต่ละข้อ&amp;nbsp; เพื่อประเมินว่าสมาชิกรายใดผ่านเกณฑ์หรือไม่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ข้อ 3.อาชีพดี&amp;nbsp; มีเกณฑ์ชี้วัด&amp;nbsp; คือ 1.มีอาชีพสุจริต&amp;nbsp; ไม่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp; 2.มีรายได้พอเลี้ยงดูครอบครัว (ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. 23,000 บาท/ปี) 3.ไม่มีคนว่างงานในครอบครัว&amp;nbsp; ข้อ 6.ครอบครัวดี&amp;nbsp; มีเกณฑ์ชี้วัด เช่น&amp;nbsp; 1.ไม่มีการทะเลาะเฆี่ยนตี&amp;nbsp; 2.ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อ 7.สามัคคีดี เช่น 1.ไม่ทะเลาะวิวาทในชุมชน&amp;nbsp; 2.ร่วมมือกันทำงานส่วนรวมเสร็จตามกำหนด&amp;nbsp; ข้อ 8.จิตใจดี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่&amp;nbsp; บริจาคให้วัด&amp;nbsp; โรงเรียน&amp;nbsp; ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ข้อ 9.มีสัจจะ&amp;nbsp; มีเกณฑ์ชี้วัด&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;ซื่อตรง (ยืมเงิน/กู้เงิน ชำระคืนตามกำหนด) ข้อ 23.สิ่งแวดล้อมดี&amp;nbsp; มีเกณฑ์ชี้วัด&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;1.ใช้สารเคมีอย่างเหมาะสม&amp;nbsp; ลดการใช้สารเคมี &amp;nbsp;2.ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้&amp;nbsp; 3.คัดแยกขยะ&amp;nbsp; 4.ไม่เผาตอซัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ถ้าสมาชิกมีความดี&amp;nbsp; 4 ข้อ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ข้อ 3.อาชีพดี&amp;nbsp; ข้อ 6.ครอบครัวดี&amp;nbsp; ข้อ 7.สามัคคีดี&amp;nbsp; ข้อ 8.จิตใจดี&amp;nbsp; และผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด รวม 11&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อ&amp;nbsp; สามารถกู้ยืมเงินได้ไม่เกิน 20,000 บาท&amp;nbsp; ถ้ามีความดี&amp;nbsp; 9 ข้อ&amp;nbsp; สามารถกู้เงินได้&amp;nbsp; 40,000 บาท&amp;nbsp; มีความดี&amp;nbsp; 11 ข้อ&amp;nbsp; กู้เงินได้&amp;nbsp; 60,000 บาท โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลมาค้ำประกัน &amp;rdquo;&amp;nbsp; ศิวโรฒยกตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;(รูป 4)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้หากสมาชิกรายใดที่ผ่านเกณฑ์ความดีทั้ง 23 ข้อ&amp;nbsp; (ตัวชี้วัดรวม 67 ข้อ) สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ได้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท&amp;nbsp; หากใช้ความดีค้ำประกัน&amp;nbsp; เสียดอกเบี้ยร้อยละ 7 บาทต่อปี,&amp;nbsp; หรือหากกู้ไม่เกิน 20,000 บาท&amp;nbsp; ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย,&amp;nbsp; กู้เพื่อประกอบอาชีพ&amp;nbsp; เสียดอกเบี้ยร้อยละ 9 บาทต่อปี&amp;nbsp; ชำระคืนตั้งแต่ 1-8 ปี&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แปลงความดีเป็นที่ดินทำกิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ศิวโรฒ กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; นอกจากสมาชิกสถาบันการเงินฯ สามารถใช้ความดีเป็นหลักประกันค้ำเงินกู้แล้ว&amp;nbsp; หากสมาชิกรายใดมีความเดือดร้อน&amp;nbsp; ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง&amp;nbsp; สถาบันฯ จะนำที่ดินสาธารณะในตำบลมาให้สมาชิกได้ประกอบอาชีพ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ในหมู่ที่ 4&amp;nbsp; มีที่ดินสาธารณะจำนวน 8 ไร่&amp;nbsp; สถาบันฯ แบ่งให้สมาชิกที่ขาดแคลนที่ดินทำกินจำนวน 4&amp;nbsp; ครอบครัวๆ ละ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไร่&amp;nbsp; โดยไม่เสียค่าเช่า&amp;nbsp; แต่สมาชิกที่จะเข้ามาทำกินก็จะต้องมีความดีต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ช่วยเหลืองานส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จิตติมา&amp;nbsp; วรรณะ&amp;nbsp; อายุ 53 ปี&amp;nbsp; อยู่หมู่ที่ 4 บ้านหนองขุย&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ครอบครัวมีทั้งหมด 8 คน&amp;nbsp; (สามี&amp;nbsp; ลูกและหลาน)&amp;nbsp; เป็นสมาชิกสถาบันการเงินฯ&amp;nbsp; ตั้งแต่ปี 2549&amp;nbsp; เมื่อลูกชายแต่งงานในปี 2553 จึงกู้เงินจากสถาบันฯ จำนวน 160,000 บาท&amp;nbsp; โดยใช้ความดี 23 ข้อมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน&amp;nbsp; ตอนนี้ชำระเงินกู้คืนหมดแล้ว&amp;nbsp; ต่อมาในปี 2558&amp;nbsp; ทางสถาบันฯ นำที่ดินสาธารณะในหมู่บ้านมาให้สมาชิกที่มีความดีและมีที่ดินทำกินไม่เพียงพอมาให้ใช้ประกอบอาชีพครอบครัวละ 2 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตนจึงใช้ที่ดินปลูกข้าวโพดฝักอ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ข้าวโพดฝักอ่อนมีระยะปลูก 50 วันจึงเก็บฝักขายได้&amp;nbsp; ปีหนึ่งจะปลูกได้&amp;nbsp; 4 ครั้ง&amp;nbsp; ราคาขายประมาณกิโลฯ ละ 18 บาท&amp;nbsp; ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวราคาจะขึ้นเป็น 40 บาท&amp;nbsp; ปลูกรอบหนึ่งจะมีรายได้ประมาณไร่ละ 10,000 บาท&amp;nbsp; ก็ถือว่าพออยู่ได้ &amp;nbsp;ทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว &amp;nbsp;และดีใจที่สถาบันฯ เห็นความดีของเรา&amp;nbsp; เพราะฉันกับสามีก็ช่วยเหลืองานส่วนรวม&amp;nbsp; เวลาสถาบันฯ มีงานอะไรก็จะไปช่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; จิตติมาเล่าถึงความดีที่ได้รับการตอบแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปัจจุบันสถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่ายมีสมาชิกทั้งตำบลจำนวน 3,600 คน&amp;nbsp; มีกลุ่มต่างๆ&amp;nbsp; ประมาณ 50 กลุ่มเข้าร่วมเป็นสมาชิก&amp;nbsp; มีเงินออมรวมกันประมาณ&amp;nbsp; 15 ล้านบาท&amp;nbsp; และมีเงินหมุนเวียนประมาณ 50 ล้านบาท&amp;nbsp; มีบริการต่างๆ เช่น&amp;nbsp; โอนเงินผ่านธนาคารออมสิน&amp;nbsp; ธกส.&amp;nbsp; รับชำระเงิน&amp;nbsp; ต่อทะเบียนรถยนต์&amp;nbsp; จำหน่ายปุ๋ย&amp;nbsp; วัสดุภัณฑ์การเกษตร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีบัตร ATM ให้สมาชิกสามารถใช้บริการได้ทุกธนาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ตำบลหนองสาหร่ายยังมีกองทุนสวัสดิการตำบล&amp;nbsp; มีสมาชิกประมาณ 2,800 คน&amp;nbsp; โดยให้สมาชิกออมเงินเข้ากองทุนคนละ 400 บาท/ปี&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เกิด&amp;nbsp; ช่วย 1,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; แต่งงานช่วย 2,000 บาท&amp;nbsp; เจ็บป่วยช่วย 50-300 บาท/คืน&amp;nbsp; เสียชีวิตช่วย 6,000-10,000 บาท (ตามอายุการเป็นสมาชิก)&amp;nbsp; มีกลุ่มอาชีพและวิสาหกิจต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ธุรกิจน้ำดื่มชุมชน&amp;nbsp; ปั้มน้ำมันชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp; กลุ่มวิสาหกิจทำนา&amp;nbsp; โรงสีข้าว&amp;nbsp; ตลาดกลางรับซื้อข้าวเปลือก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทุนทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 94 ล้านบาท&amp;nbsp; สามารถสร้างทุนหมุนเวียนทั้งตำบลได้ประมาณ 495&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;ชาวนาอัจฉริยะ&amp;rsquo; ใช้โดรน-พยากรณ์อากาศช่วยทำนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แรม&amp;nbsp; เชียงกา&amp;nbsp; ประธานกลุ่มวิสาหกิจทำนาตำบลหนองสาหร่าย&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านตำบลหนองสาหร่ายส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา&amp;nbsp; มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 8,000 ไร่&amp;nbsp; นิมปลูกพันธุ์ข้าวหอมจังหวัด หอมปทุม&amp;nbsp; หอมมะลิแดง&amp;nbsp; ในปี 2558 &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยรังสิตได้สนับสนุนงบประมาณและความรู้ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อช่วยในการทำนาให้แก่กลุ่มฯ&amp;nbsp; (และใช้เป็นที่ฝึกงานของนักศึกษาคณะนวัตกรรรมเกษตร ม.รังสิต)&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การสร้างโรงสี&amp;nbsp; ยุ้งข้าว &amp;nbsp;โรงอบข้าว&amp;nbsp; เครื่องบรรจุข้าว&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ 19 ล้านบาท&amp;nbsp; ก่อสร้างเสร็จและเริ่มสีข้าวในปี 2559&amp;nbsp; สามารถสีข้าวเปลือกได้วันละ&amp;nbsp; 8 ตัน&amp;nbsp; ได้ข้าวสารวันละ 3-4 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วิสาหกิจโรงสีข้าวชุมชนบริหารงานในรูปแบบ &amp;lsquo;คณะกรรมการกลุ่มวิสาหกิจทำนาตำบลหนองสาหร่าย&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีชาวนาในตำบลเป็นสมาชิกกลุ่มฯ จำนวน 220 &amp;nbsp;คน&amp;nbsp; ถือหุ้นๆ ละ 100&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; มีทุนเริ่มต้นประมาณ&amp;nbsp; 700,000 บาทเศษ&amp;nbsp; และจัดตั้งตลาดกลางรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาทั่วไปและสมาชิกเพื่อนำมาสีบรรจุถุงขายในชื่อ &amp;lsquo;สาหร่ายทอง&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยแต่ละปีจะรับซื้อข้าวเปลือกประมาณ&amp;nbsp; 10,000 ตัน&amp;nbsp; คิดเป็นเงินประมาณปีละ 100 ล้านบาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการทำนาโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หรือ &amp;lsquo;ชาวนาอัจฉริยะ&amp;rsquo; นั้น&amp;nbsp; แรมเล่าว่า&amp;nbsp; กลุ่มวิสาหกิจฯ ได้สนับสนุนให้ชาวนาใช้โดรน&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;อากาศยานไร้คนขับ&amp;rsquo; มาใช้ในแปลงนา&amp;nbsp; เพื่อฉีดพ่นฮอร์โมน&amp;nbsp; หรือสารชีวภาพบำรุงต้นข้าว&amp;nbsp; และฉีดพ่นสารชีวภาพกำจัดแมลงและศัตรูพืช&amp;nbsp; โดยไม่ใช้สารเคมี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ใช้น้ำหมักจากสะเดา&amp;nbsp; ตะไคร้&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;นอกจากนี้โดรนยังสามารถบินเพื่อถ่ายภาพแมลงในนาข้าวได้&amp;nbsp; ทำให้รู้ว่าในนาข้าวมีแมลงชนิดใด&amp;nbsp; จะกำจัดโดยใช้สารตัวใด&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงแรกได้ใช้วิธีการจ้างโดรนมาฉีดแปลงข้าว&amp;nbsp; ในราคาไร่ละ&amp;nbsp; 100 บาท&amp;nbsp; แต่ขณะนี้กลุ่มวิสาหกิจฯ ได้สั่งซื้อโดรนมาจากประเทศเยอรมันแล้วจำนวน&amp;nbsp; 2 เครื่อง&amp;nbsp; (ราคาเครื่องละ 450,000 บาท) เพื่อนำมาบินฉีดพ่นให้สมาชิกและรับจ้างทั่วไปเพื่อให้มีรายได้เข้ากลุ่มฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ข้อดีของโดรนมีหลายอย่าง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ประหยัดเวลาและแรงงาน&amp;nbsp; เพราะโดรนสามารถบรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 15&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลิตร&amp;nbsp; บินฉีดพ่นนาข้าว&amp;nbsp; 4 ไร่ได้ภายใน 10 นาที&amp;nbsp; และภายใน 1 วันโดรนสามารถฉีดพ่นได้สูงสุดถึง 200&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไร่&amp;nbsp; ถ้าเทียบกับแรงงานคน&amp;nbsp; คนหนึ่งจะฉีดพ่นได้ไม่เกินวันละ 20&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไร่&amp;nbsp; นอกจากนี้การฉีดพ่นด้วยโดรนยังทำได้ทั่วถึง&amp;nbsp; ฉีดข้าวและแมลงได้ครอบคลุมทั้งแปลง&amp;nbsp; แต่ถ้าใช้คนฉีด&amp;nbsp; แมลงจะบินหนีไปแปลงอื่น&amp;nbsp; คนไล่ตามแมลงไม่ทัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; แรมบอกถึงประโยชน์ของโดรน&amp;nbsp; และขยายความว่า&amp;nbsp; การใช้โดรนสามารถใช้กับพืชผลชนิดอื่นๆ ได้&amp;nbsp; และจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ประมาณ 20-40 %&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากการใช้โดรนช่วยลดต้นทุน&amp;nbsp; ประหยัดเวลาและแรงงานแล้ว&amp;nbsp; แรมบอกว่า&amp;nbsp; กลุ่มวิสาหกิจทำนาตำบลหนองสาหร่ายยังใช้เครื่องพยากรณ์อากาศมาช่วยในการทำนาด้วย&amp;nbsp; โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์จากมหาวิทยาลัยมหิดล&amp;nbsp; มีรัศมีพยากรณ์ครอบคลุมทั้งตำบล&amp;nbsp; (ประมาณ 30&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตารางกิโลเมตร)&amp;nbsp; และมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ดูการพยากรณ์อากาศ&amp;nbsp; ทำให้รู้ล่วงหน้าเรื่องลม&amp;nbsp; แดด&amp;nbsp; และฝน&amp;nbsp; ซึ่งจะละเอียดและแม่นยำกว่าการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิมยมวิทยา&amp;nbsp; เพราะกรมอุตุฯ จะพยากรณ์เป็นวงกว้างทั่วทั้งประเทศ&amp;nbsp; แต่ของกลุ่มฯ จะพยากรณ์เฉพาะในรัศมีของตำบล&amp;nbsp; ทำให้เตรียมตัวได้ล่วงหน้า&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;หากพยากรณ์ว่าวันนี้จะมีฝน&amp;nbsp; ชาวนาก็จะไม่ฉีดพ่นสารต่างๆ ในแปลงนา&amp;nbsp; เพราะน้ำฝนจะชะล้างสารที่ฉีดพ่นเอาไว้&amp;nbsp; ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของธนาคารความดีตำบลหนองสาหร่าย&amp;nbsp; และการเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยในการทำนา...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ติดตามเรื่องราวการพัฒนาชุมชนตำบลหนองสาหร่ายและการพัฒนาตำบลต่างๆ โดยใช้แนวทาง &amp;lsquo;นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง&amp;nbsp; สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo; ได้ในงาน&amp;nbsp; &amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo; &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 3 &amp;ndash; 5 สิงหาคม 2561 &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา 9.00 &amp;ndash; 18.30 น. ณ ฮอลล์ 5-8&amp;nbsp; ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค&amp;nbsp; เมืองทองธานี&amp;nbsp; จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp; ประชาชน&amp;nbsp; นักศึกษา&amp;nbsp; และผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14527</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชน, พอช, ศิวโรฒ  จิตนิยม, หนองสาหร่าย, เทคโนโลยีใหม่, ‘ชาวนาอัจฉริยะ’, ‘ธนาคารความดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b6173b255998.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
