<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบศึกซักฟอก  รัฐบาล &#039;บิ๊กตู่&#039; อยู่ยาว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทิศทางการเมืองหลังศึกซักฟอก อนาคต รบ.-แก้ รธน.บัตรสองใบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จบไปแล้วกับ ศึกซักฟอก-อภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นศึกซักฟอกที่การเมืองทั้งในและนอกห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ร้อนแรงตลอดช่วงการอภิปรายพอสมควร โดยเฉพาะการเมืองนอกห้องประชุมกับปัญหาคลื่นใต้น้ำในพรรคพลังประชารัฐ กับเรื่องการออกเสียงไว้วางใจนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จนเกิดความเคลื่อนไหวและกระแสข่าว ล้มบิ๊กตู่กลางสภา-เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม สุดท้ายที่ประชุมก็ลงมติออกเสียงไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและ 5 รัฐมนตรีที่ถูกยื่นซักฟอก โดยมีคะแนนเสียงไว้วางใจ-ไม่ไว้วางใจ แตกต่างกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส รองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ หนึ่งในรัฐมนตรีที่ถูกยื่นซักฟอก กล่าวก่อนการลงมติและจบศึกซักฟอก ถึงทิศทางการเมืองหลังรัฐบาลผ่านพ้นศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า&amp;nbsp; ไม่เชื่อว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ&amp;nbsp; ในพรรคร่วมรัฐบาล เพราะตอนนี้งานของรัฐบาลคือการแก้ปัญหาโควิด&amp;nbsp; เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดและการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยมีการเปิดประเทศ ประชาชนออกมาใช้ชีวิตตามปกติเพื่อทำมาหากินกันได้ตามปกติ สิ่งเหล่านี้คือภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งทำมากกว่าเรื่องการเมือง วันนี้หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจหยุดชะงักทำต่อไปไม่ได้ รัฐบาลก็ต้องรีบผลักดันตรงนี้ แก้ปัญหานี้ให้ผ่านไปให้ได้ก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปีหน้า 2565 หากสถานการณ์ดีขึ้น มีความพร้อมที่จะมีการเลือกตั้ง หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็ค่อยมาว่ากัน ผมว่าช่วงเวลานี้ไม่ใช่ช่วงเวลาจะมามองเรื่องประเด็นการเมือง เพราะวันนี้ หากจะมีการเปลี่ยนรัฐบาลก็ไม่ใช่ว่าเข้ามาแล้วจะแก้ปัญหาได้เลย จะทำให้เกิดการทะเลาะกันมากกว่า ควรทำให้ที่มีอยู่ตอนนี้ให้ทำงานต่อไปให้ได้ดีที่สุด ซึ่งผมก็คิดว่ารัฐบาลก็ทำได้ดีมากแล้ว ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -มีการมองกันว่ารัฐบาลอาจะอยู่ได้แค่ถึงสิ้นปีนี้หรือไม่เกินต้นปีหน้า โดยเฉพาะหลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบ แก้ พ.ร.บ.เลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันนี้ตอบไม่ได้ รอให้แก้รัฐธรรมนูญเสร็จก่อนแล้วกัน แต่ผมว่ามันคงไม่เกี่ยวกัน เพราะเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญก็แก้กันไป แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็ยังทำงานร่วมกันได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมเชื่อว่ารัฐบาลอยู่ครบเทอมอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลต้องยุบสภา ส.ส.ส่วนใหญ่ยังสนับสนุนพลเอกประยุทธ์อยู่ คุณให้เหตุผลมาหน่อยสิว่าทำไมต้องยุบสภา ผมยังนึกไม่ออกเลย ยังไงก็อยู่ครบเทอม จนกว่าจะพร้อมมีการเลือกตั้ง เพราะสภาเองตอนนี้ก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ พิจารณาผ่านกฎหมายไป ไม่มีปัญหาอะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามว่า มีการประเมินกันหลังจากนี้กระแสม็อบไล่รัฐบาลอาจจะเริ่มกลับมาแรงขึ้น หลังจบศึกซักฟอกและสถานการณ์โควิดเริ่มดีขึ้น&amp;nbsp; ชัยวุฒิ-รมว.ดีอีเอส มองว่า รัฐบาลเกือบทุกรัฐบาลก็โดนม็อบมาไล่เกือบทุกรัฐบาล ก็ยังอยู่กันได้ไม่เห็นมีอะไร ประเทศไทยก็อยู่แบบนี้จนชินแล้วมั้ง สิบกว่าปีแล้ว จนคนไทยเริ่มชินแล้ว จนกลายเป็นเรื่องปกติ มันเป็นวิถีการเมืองไทย ไม่ต้องตกใจอะไร ก็มีทุกยุคทั้งทักษิณ ชินวัตร, สมัคร สุนทรเวช, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มันมีม็อบทุกยุค แต่อยู่ได้หรือไม่ได้ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่สถานการณ์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ยังดูไม่ออก ตอบไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยวุฒิ-รมว.ดีอีเอส ยังกล่าวถึงความเห็นที่แตกต่างกันของพรรคร่วมรัฐบาล เช่น ภูมิใจไทยที่ไม่เอาด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องบัตรสองใบว่า เป็นเรื่องธรรมดา รัฐธรรมนูญเป็นกติกาที่เวลาเขียนขึ้นมา มีทั้งคนได้เปรียบและคนเสียเปรียบ ก็จะมีคนมองเห็นแตกต่างกันไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างผมเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้จะอยู่ในพรรคเดียวกันเองในพรรคพลังประชารัฐ แต่ผมก็ไม่ได้เห็นด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...เพราะเรื่องรัฐธรรมนูญลองเอานักการเมืองห้าคนมานั่งคุยกัน ให้คุยกันเรื่องนี้ ก็คิดกันไปห้าคนห้าแบบ ไม่มีใครคิดตรงกันหรอก เพราะเป็นเรื่องที่มีความคิดได้หลากหลายมาก เป็นเรื่องธรรมดา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ทำไมพรรค พปชร.ถึงเอาด้วยกับเรื่องบัตรสองใบ ทั้งที่เป็นระบบเลือกตั้งที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นผลดีกับคู่แข่งอย่างพรรคเพื่อไทยมากกว่า? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันนี้ผมก็ยังงงเหมือนกัน ก็รู้อยู่ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ประโยชน์ ก็ไม่รู้ว่าไปคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เขาทำไม ก็ไม่รู้ ก็งงเหมือนกัน ส่วนการโหวตหลังจากนี้ต้องรอก่อน อย่าเพิ่งไปคาดเดาอนาคต รัฐธรรมนูญยังไม่ผ่านเลย อาจจะไม่ผ่านก็ได้ ใครจะไปรู้ได้ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน อาจจะมีการต่อรอง ต้องวัดกันดูว่าจะเป็นยังไง อาจจะสูสี โอกาสจะผ่านหรือจะไม่ผ่านยังเดาไม่ได้ ยังดูไม่ออก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟกนิวส์มีการทำเป็นขบวนการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยวุฒิ-รมว.ดีอีเอส ยังกล่าวถึงเรื่องการควบคุมและดำเนินคดีการเผยแพร่ ข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ หลังจากนี้ว่า ปัญหาเฟกนิวส์กระทรวงก็มีการดำเนินการติดตามตรวจสอบอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกันก็ต้องรณรงค์ขอความร่วมมือภาคประชาสังคม เช่นเพจต่างๆ ให้ช่วยด้วย เช่นการช่วยแชร์ข้อมูลที่เราทำเรื่องเฟกนิวส์ ที่ตอนนี้ก็มีการทำกันอยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการดำเนินงานของกระทรวงดีอีเอส และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ของกระทรวงดีอีเอสที่ผ่านมา มีการปิดกั้น ดำเนินคดี ในหนึ่งสัปดาห์มีร่วมเป็นร้อยเพจหรือร้อยโพสต์ ก็มีการทำอยู่ เนื้อหาก็มีทั้งพวกจาบจ้วงสถาบัน หรือเรื่องเกี่ยวกับการชักชวนให้เล่นการพนัน แต่ก็ยอมรับว่าคงไม่หมดไปเลยเสียทีเดียว เพราะปิดไปก็มีการเปิดใหม่ขึ้นมาอีกเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วิธีการที่ดีที่สุดก็คือ ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการระวังป้องกัน&amp;nbsp; ไม่ไปยุ่งเกี่ยว พยายามไม่แชร์หรือส่งต่อพวกเฟกนิวส์ เรื่องนี้ก็อยู่ที่ประชาชนด้วยในการต้องช่วยกันป้องกัน ซึ่งสาเหตุที่เฟกนิวส์เกิดขึ้นมากก็ต้องยอมรับว่าเพราะมีโซเชียลมีเดีย ใครคิดหรือนึกอยากโพสต์อะไรก็โพสต์กัน ไปห้ามไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ที่เฟกนิวส์เยอะเป็นเพราะกฎหมายที่ควบคุมเอาผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตอนนี้ยังอ่อนเกินไป บทลงโทษไม่รุนแรง คนเลยไม่กลัว? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จริงๆ กฎหมายบ้านเราก็เป็นไปตามมาตรฐานสากล ก็เหมือนกันเกือบทุกประเทศ แต่สุดท้ายมันอยู่ที่คน และสองเป็นเพราะมีขบวนการที่พยายามปลุกปั่นให้เกิดสิ่งเหล่านี้ในสังคมไทย ซึ่งถ้าไม่มีขบวนการที่มาทำ ปัญหานี้อาจจะไม่รุนแรง เรื่อง &amp;quot;ความคึกคะนองเล่น&amp;quot; แล้วทำกัน จริงๆ มันก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่ว่าขณะนี้มันคือการทำเป็นขบวนการ เช่นมีวัตถุประสงค์ทางการเมือง หรือต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ หรือว่าอยากสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง มีขบวนการที่ทำอยู่ มันก็เลยมีเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยวุฒิ ยอมรับว่า ช่วงสถานการณ์โควิดพบว่าเฟกนิวส์เพิ่มขึ้นค่อนข้างเยอะ โดยเป็นเฟกนิวส์เกี่ยวกับโควิด เช่นการพยายามดิสเครดิตวัคซีนโควิด รวมถึงเรื่องต่างๆ ที่ไม่พอใจรัฐบาลแล้วก็นำมาโพสต์กัน ก็มีทั้งเรื่องจริงและเรื่องเท็จ แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ&amp;nbsp; เพราะเวลามีปัญหาในสังคมหรือเวลามีปัญหาใหญ่ๆ ในบ้านเมือง ก็ทำให้ข่าวหรือสิ่งที่คนสนใจเรื่องเหล่านี้ก็จะออกมาเยอะ ก็เป็นหน้าที่เราต้องคอยชี้แจงแก้ไข ส่วนที่นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานแก้ปัญหาเฟกนิวส์และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ก็เพราะเฟกนิวส์ส่วนหนึ่งก็เป็นเป็นเรื่องใหม่ แต่ละหน่วยงานก็พยายามปรับตัวทำกัน และเฟกนิวส์ก็มาเกิดเยอะช่วงหลังตอนนี้ช่วงโควิด มันก็ต้องค่อยๆ ปรับตัวเหมือนกัน&amp;nbsp; ต้องค่อยๆ ทำ ซึ่งการที่นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงก็เพราะห่วงว่าหากปล่อยให้ขบวนการ หรือปัญหาเฟกนิวส์มันแพร่หลายแบบนี้ ประชาชนก็จะเกิดความสับสน เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อบ้านเมือง หรือเกิดความแตกแยกระหว่างประชาชน ซึ่งมันก็จะส่งผลให้บ้านเมืองวุ่นวาย ก็อาจส่งผลทำให้การบริหารราชการแผ่นดิน การแก้ปัญหาต่างๆ จะทำได้ยาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -การควบคุมจัดระเบียบโซเชียลมีเดียสามารถทำ หรือแยกได้ไหมว่าอันไหนเป็นสื่อจริงๆ อันไหนไม่ใช่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในทางเทคนิคทำยากเพราะทุกคนมีสิทธิ์ หากผมจะไปบอกบางแห่งว่าคุณไม่ใช่สื่อมวลชน แต่เขาก็มีสิทธิ์จะโพสต์อะไรต่างๆ ได้ เพราะเป็นพื้นที่โซเชียลมีเดีย จะไปห้ามเขาก็ไม่ได้ เพียงแต่เขาก็จะไปทำหนังสือพิมพ์ หรือออกสื่อแบบวิทยุ โทรทัศน์ไม่ได้ เพราะสื่อเหล่านี้ หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ มีสมาคมวิชาชีพ มีใบอนุญาตต่างๆ แต่พวกโซเชียลมีเดียไปคุมไม่ได้ หากจะคุมได้ก็ต้องทำแบบประเทศอื่นอย่างกัมพูชา&amp;nbsp; จีน ซึ่งไม่ใช่แนวทางประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมลงไปดูรายละเอียดไหมว่า กลุ่มที่เผยแพร่เฟกนิวส์เป็นกลุ่มไหนบ้างหลักๆ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมก็ไม่ได้ลงไปดูรายละเอียด แต่เท่าที่ทราบก็คือทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เวลาเขาพบเฟกนิวส์ก็จะไล่ตรวจสอบโพสต์ไปเรื่อยๆ จนเจอแหล่งที่มาที่เป็นโพสต์แรกๆ แล้วก็จะมีการดำเนินคดีกับแหล่งแรกที่เริ่มโพสต์ รวมถึงกลุ่มที่มีการแชร์เฟกนิวส์ที่ก็จะเป็นกระบวนการเดียวกัน&amp;nbsp; อันนี้ทางศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์ดำเนินการอยู่ แล้วก็ออกไปจับดำเนินคดี&amp;nbsp; แต่กระบวนการยุติธรรมบ้านเรามีหลายขั้นตอน ต้องรวบรวมพยานหลักฐานอะไรต่างๆ บางอันออกหมายเรียกไปหลายรอบก็ไม่ยอมมา จนมีการออกหมายจับ คือบางทีเรื่องมันก็ไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรง ตำรวจก็อาจไม่อยากไปทำอะไรรุนแรงมาก คดีก็เลยอาจคืบหน้าช้า ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบการกระทำความผิดก็เป็นลักษณะความผิดส่วนบุคคล การจะไปพบว่าทำแบบเป็นกลุ่มบุคคลมันก็ยาก เพราะเรื่องพวกนี้ก็จะไม่ได้ทำในนามกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่เราก็จะรู้ว่าเป็นเครือข่ายกัน มีความเกี่ยวข้องกัน มีคนโพสต์แล้วก็มีการนำไปแชร์ต่อๆ กัน คนที่เอาไปแชร์ก็เป็นกลุ่มเดิมๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเป้าหมายของคนที่ทำเฟกนิวส์ก็มีรวมๆ กัน เป็นลักษณะดิสเครดิตกระบวนการทำงาน บางทีก็มีเรื่องผลประโยชน์ด้วย บางทีเรื่องของธุรกิจก็มีการโจมตีกัน เช่นคนหนึ่งกำลังจะขายผลิตภัณฑ์ยา ก็จะมีการทำเรื่องออกมาเพื่อดิสเครดิตยาคู่แข่งขันว่าเป็นยาที่ไม่ดี หรืออยากจะนำเข้าวัคซีนมาขาย ก็บอกว่าวัคซีนอีกยี่ห้อไม่ดี หรือบางคนชอบสหรัฐอเมริกา ไม่ชอบจีน ก็ทำเรื่องดิสเครดิตจีน หรือชอบจีน ไม่ชอบอเมริกา ก็เลยดิสเครดิตอเมริกา มันก็เป็นแบบนี้ทุกประเทศในโลก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สกัดคนทำผิด 112&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางโซเชียลมีเดีย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยวุฒิ-รมว.ดีอีเอส ยังกล่าวถึงการควบคุม ติดตาม เอาผิดคนที่กระทำผิดมาตรา 112 ทางโซเชียลมีเดียด้วยว่า กระทรวงก็มีการเข้าไปดำเนินการปิดกั้น กระบวนการแบบนี้กระทรวงเราทำได้ ซึ่งการปิดกั้นก็ทำได้สองแบบคือ หนึ่ง-เป็นลักษณะการขอความร่วมมือกับทางเฟซบุ๊กโดยตรง โดยส่งอีเมลแจ้งไปว่าเว็บบางแห่งมีเนื้อหาไม่เหมาะสม รวมถึงการขอความร่วมมือด้วยการให้ลบโพสต์บางโพสต์ ซึ่งเขาก็ทำให้ วิธีที่สองคือการใช้คำสั่งศาล ก็ทำได้สองช่องทาง บางกรณีเฟซบุ๊กเขาก็ทำให้เลยถ้าพบว่าเนื้อหามันชัดเจน และทางกระทรวงช่วยยืนยันก็ส่งเรื่องไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนความร่วมมือของแพลตฟอร์มต่างประเทศที่เป็นแพลตฟอร์มใหญ่ๆ ถ้าเป็นกรณีอย่างแอกเคาต์ปลอม ฉ้อโกง หลอกลวง พวกนี้เขาก็จะให้ความร่วมมือ รวมถึงกรณีที่เป็นลักษณะเกี่ยวกับความมั่นคง ที่อาจจะเข้าข่ายก่อความวุ่นวาย ทำให้เกิดความแตกแยก เช่นอย่างยุให้คนมาม็อบแบบนี้ บางทีเขาก็ปิดกั้นให้ ถ้าดูแล้วมันรุนแรงเกินไป ซึ่งอย่างที่สหรัฐอเมริกาเขาก็มีการทำให้ อย่างกรณีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ก่อเหตุตอนหลังเลือกตั้ง ก็มีการปิดกั้นไม่ให้ใช้ เขาเรียก Community &amp;nbsp;Standard เป็นลักษณะแบบหลักการของเขา แต่อาจไม่ตรงกับหลักการของคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้บางกรณีก็ต้องใช้ คำสั่งศาล แต่บางทีถึงเป็นคำสั่งศาลก็จะไปบังคับเขาไม่ได้อยู่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างบางกรณีมีคำสั่งศาลให้ปิดเพจของบางคนก็ไม่มีการปิดให้&amp;nbsp; และอีกหลายเพจพวกเพจลักษณะล้มสถาบัน ทางเฟซบุ๊กก็ไม่ปิดให้ ก็ปิดยาก อาจเป็นเพราะเขา (สำนักงาน) ไม่ได้อยู่เมืองไทย ตรงนี้ก็อาจเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง อีกทั้งตัวผู้ถูกดำเนินคดี (ผู้ต้องหา) อยู่ต่างประเทศ&amp;nbsp; เพราะการปิดกั้นก็มีการดำเนินคดีด้วย เช่นคนทำผิดมาตรา 112 ก็ถูกดำเนินคดี 112 หรือผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ทำผิดเรื่องเผยแพร่เฟกนิวส์ แต่เมื่อผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศการดำเนินคดีก็ค่อนข้างยาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยวุฒิ-รมว.ดีอีเอส ยังกล่าวถึงการผลักดันนโยบายการบริหารงานของกระทรวงดีอีเอสที่จะต้องสานต่อว่า มีอีกหลายเรื่องโดยบางเรื่องก็ทำไปมากแล้ว เช่นนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ Cyber Security เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีประกาศออกมารองรับแล้ว หลังมีการตั้งสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) หรือ National Cyber Security &amp;nbsp;Agency: NCSA ที่ก็มีหน้าที่เช่น ก็จะไปกำหนดว่าสาธารณูปโภคอย่างไฟฟ้า ประปา ธนาคาร โรงพยาบาล เป็นหน่วยงานสำคัญที่ต้องมีการปฏิบัติตามมาตรการ Cyber Security ที่ก็จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ แล้ว สกมช.ก็จะคอยกำกับดูแล ซึ่งการดำเนินการทุกอย่างเราก็ทำตามมาตรฐานสากล โดยผู้ประกอบการอย่าง ธนาคาร บริษัทประกันภัย ก็มีระบบป้องกันอยู่แล้ว อย่าง โรงไฟฟ้า ก็จะมีการติดซอฟต์แวร์ป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์อยู่แล้ว เพราะไม่เช่นนั้นหากมีคนโจมตีเข้ามาแล้วโรงไฟฟ้าดับหมดก็เสียหาย เขาจึงมีระบบป้องกันที่ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ สกมช.ก็เข้าไปช่วยให้คำแนะนำกำกับดูแล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนแนวนโยบายเรื่องการทำให้อินเทอร์เน็ตเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานกำลังพิจารณาดำเนินการอยู่ แต่การดำเนินการก็ต้องมีหลายอย่างประกอบ แต่สิ่งที่ได้ขับเคลื่อนไปก็คือ ทำให้เกิดมีโครงข่ายเกือบทุกพื้นที่แล้ว ก็พยายามขยายให้ครอบคลุมบ้านเรือนประชาชน ให้มี&amp;nbsp; Wi-Fi ฟรีเพื่อให้ประชาชนได้ใช้มากขึ้น ล่าสุดก็ไปประสานกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้รับเรื่องอินเทอร์เน็ตไว้เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในระดับท้องถิ่น โดยให้ท้องถิ่นช่วยซัพพอร์ต เพราะท้องถิ่นเช่น องค์การบริหารส่วนตำบลก็มีงบประมาณ ก็ไปทำเรื่องการให้ประชาชนใช้อินเทอร์เน็ต Wi-Fi ฟรี เริ่มจากย่านชุมชน ในโรงเรียนให้เด็กนักเรียนใช้ โดยใช้งบประมาณของท้องถิ่นมาสนับสนุน หรืองบจากส่วนอื่นก็ว่าไป เพราะภารกิจดังกล่าวควรเป็นเรื่องที่ท้องถิ่นต้องเข้ามาดูแลสนับสนุน เพราะท้องถิ่นจะรู้ว่าประชาชนมีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตตรงจุดไหนในชุมชน โดยส่วนกลางก็ไปดูเรื่อง เช่น การพัฒนาโครงสร้างและระบบการให้บริการ ตอนนี้กระทรวงดีอีเอสก็พยายามจะผลักดันให้เรื่องนี้เข้าไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้เห็นชอบออกมาเป็นแนวนโยบายต่อไป หากทำได้ก็จะช่วยพลิกระบบให้ดีขึ้น ลักษณะก็อาจให้ท้องถิ่นทำ แล้วท้องถิ่นจะใช้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตยี่ห้อไหนก็เปิดให้ประชาชนใช้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนในช่วงโควิดที่ค่าบริการอินเทอร์เน็ตลดลงไม่ได้ ก็เพราะเครือข่ายผู้ให้บริการมีหลายบริษัท การลดค่าบริการช่วงโควิดเลยทำไม่ได้ มันไม่เหมือนน้ำไฟที่เป็นของการประปานครหลวง การไฟฟ้านครหลวง แต่ก่อนหน้านี้ก็มีการนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.ไปแล้ว เพื่อให้การให้บริการอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องของสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แต่ขณะนี้บางส่วนที่รัฐทำอยู่ เช่น อินเทอร์เน็ตประชารัฐ ที่ก็มีอยู่แล้วที่ให้บริการฟรี แต่มันยังไม่ค่อยขยาย ก็จะทำให้ขยายมากขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ&amp;nbsp; 24,000 จุดที่กระทรวงดีอีเอสทำไว้ และของสำนักงาน กสทช.อีกประมาณ 15,000 จุด รวมแล้วก็ประมาณ 40,000 จุดในพื้นที่ห่างไกล ในกรุงเทพมหานครจะไม่ค่อยมี จะเป็นพื้นที่ห่างไกลซึ่งอินเทอร์เน็ตยังไปไม่ถึง ก็มีการลากสายไฟเบอร์ไปให้ เพื่อให้อินเทอร์เน็ตไปถึงตำบลต่างๆ ซึ่งการดำเนินการตามที่วางไว้ก็จะให้ท้องถิ่นเข้ามาช่วยนำไปขยายเครือข่าย โดยคิดค่าบริการกับประชาชนในพื้นที่ราคาไม่แพงมาก แต่หากไม่ต้องการก็สามารถไปใช้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี Wi-Fi ในพื้นที่ชุมชนที่ท้องถิ่นทำไว้ให้ได้ เช่น ศาลาวัด ศาลาหมู่บ้าน ซึ่งเรื่องนี้ทำมาหลายปีในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ โครงข่ายต่างๆ ถือว่าดีแล้ว เพียงแต่ทำให้มันมีการนำมาใช้ให้แพร่หลายมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -กรณีบอร์ด กสทช.มีคำสั่งยกเลิกและเลื่อนประมูลสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) จะมีผลกระทบอะไรกับการพัฒนาประเทศในด้านดิจิทัล การสื่อสาร หรือระบบ 5G อะไรหรือไม่? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จริงๆ ไม่ค่อยเกี่ยวเท่าไหร่ เพราะดาวเทียมตอนนี้จริงๆ ใช้บรอดแคสต์ (Broadcast) เป็นหลัก เช่นเรื่องของระบบทีวี อย่างการถ่ายทอดสดหรือการสื่อสาร เรื่อง Broadband อินเทอร์เน็ต แต่ก็จะมีผลกระทบกับคนที่อยู่ชายขอบหน่อยที่ไฟเบอร์ออปติกไปไม่ถึง แต่ก็ไม่เยอะ เข้าใจว่าตอนนี้มีประมาณสองพันกว่าหมู่บ้าน สองพันกว่าจุดที่ใช้อินเทอร์เน็ตจากดาวเทียม แต่ก็ยังไม่ได้เลิกไป ยังมีอยู่อีกประมาณ&amp;nbsp; 2-3 ปี เราก็ต้องแก้ปัญหาว่าจะยิงดาวเทียมดวงใหม่อย่างไร จะแก้ปัญหาอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังวันที่ 10 ก.ย. ทางบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด&amp;nbsp; (National Telecom Public Company Limited) ก็จะเป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ดาวเทียมไทยคม 4 หรือไอพีสตาร์ และไทยคม 6) หลังสิ้นสุดอายุสัญญาสัมปทาน (บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ) เรียกว่าการ operate ต่อ แล้วก็ไปดูเรื่องการปรับโครงสร้าง รายได้ รายจ่าย จะทำอย่างไร เพราะต่อไปจะเป็นของรัฐแล้ว ไม่ใช่ของไทยคม ส่วนที่มีการเปิดประมูล เป็นเรื่องของการทำดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นไปเพื่อให้บริการประชาชน ซึ่งตอนที่เปิดประมูลมีบริษัทเอกชนยื่นแค่รายเดียว (บริษัท&amp;nbsp; ทีซี สเปซ คอนเน็ค จำกัด มีบริษัท ไทยคมฯ ถือหุ้น 100%) ทาง กสทช.เลยให้เลื่อนไปก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...หากประมูล ไทยคมที่ตอนนี้เป็นแค่เจ้าเดียว และที่ผ่านมาก็ทำเพียงรายเดียวมาสามสิบปี วันนี้ก็เป็นปัญหาท้าทายว่า หากเปิดประมูล ก็จะมีแค่รายเดียวที่ก็คือไทยคมที่มายื่นประมูล เพราะทำเป็นอยู่รายเดียว โดยหากเปิดประมูลแล้วเขาได้ไป เขาก็จะผูกขาดต่อไปอีกยี่สิบปี&amp;nbsp; ก็เป็นปัญหาสำหรับรัฐบาลว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ตกผลึก อย่างไรก็ตามเรื่องนี้จริงๆ ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงดีอีเอสหรือเรื่องของรัฐบาล เป็นเรื่องของสำนักงาน กสทช.ที่เป็นหน่วยงานอิสระ ที่จะไปสั่งอะไรเขาไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายโครงการที่กำลังจะต้องผลักดัน เช่น&amp;nbsp; Digital Locations ที่เป็นลักษณะเช่นหากมีคนจะสั่งซื้อพิซซ่ามากินที่สำนักงานแห่งหนึ่ง ปกติตอนนี้ก็จะใช้จีพีเอส หรือ Google Maps ซึ่งจริง ๆ ทุกคนควรมีอีเมลและจีพีเอสของตัวเอง คือเวลาคนคนหนึ่งเช่นนาย&amp;nbsp; ก.สั่งพิซซ่ามาที่สำนักงานของตนเอง ทางผู้จำหน่ายพิซซ่าเขาก็สามารถมาส่งพิซซ่าถึงสถานที่ location ของคนที่สั่งได้เลย รวมถึงอย่างอื่นเช่น&amp;nbsp; ใบสั่ง หมายศาล ทำให้สามารถส่งของหรือสินค้าไปถึงคนคนนั้นได้เลย&amp;nbsp; รวมถึงส่งเอกสารต่างๆ พวกใบสั่ง หมายศาล ใบแจ้งเสียภาษี ปกติจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ก็จะให้สามารถส่งทางอีเมลได้เลยโดยไม่ต้องส่งเป็นกระดาษ เขาเรียกว่าเป็นอีเมลของประชาชนและบวก location&amp;nbsp; มาให้ด้วยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...โดยหากส่งของก็ส่งทางโลเกชัน แต่หากส่งเป็นเอกสารก็ส่งทาง อิเล็กทรอนิกส์เมล ทางบริษัทไปรษณีย์ไทยฯ ก็คิดจะทำอยู่ เพื่อให้การติดต่อทำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้หมด ไม่ต้องใช้กระดาษ เป็น&amp;nbsp; Eco-system เพื่อรองรับการเติบโตของการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็น Digital Location ที่ทุกคนก็ต้องมีอีเมลที่สามารถติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ทำให้ต่อไปการทำธุรกรรมออนไลน์ การทำธุรกิจในโลกโซเชียลมีเดียก็จะครอบคลุม ซึ่งทุกฝ่ายกำลังผลักดันกันอยู่. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115620</URL_LINK>
                <HASHTAG>จบศึกซักฟอก  รัฐบาล &#039;บิ๊กตู่&#039; อยู่ยาว, ศึกซักฟอก, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_6133662816a6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 07:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 07:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีลการเมืองเพื่อไทย-พลังประชารัฐ ประธานวิปฝ่ายค้าน มีคำตอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ส.ค. 2564 ท่ามกลางกระแสข่าวการเมืองให้จับตาผลการลงมติไว้วางใจ-ไม่ไว้วางใจ หลังเริ่มมีกระแสข่าวการต่อรองทางการเมือง ภายในพรรคร่วมรัฐบาลกับการลงมติที่จะมีขึ้น เพราะรัฐมนตรีบางคนอาจจะได้คะแนนเสียงไว้วางใจน้อยกว่ารัฐมนตรีคนอื่นหลายเสียง จนอาจนำมาสู่การปรับครม.หรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่จะตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือประธานวิปฝ่ายค้านและส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยกล่าวหลังถูกถามถึงเรื่องข่าวดีลการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพลังประชารัฐโดยเฉพาะช่วงนี้ที่สองพรรคจับมือร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราเรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบและแกนนำพลังประชารัฐบางคนไม่โดนอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องดีลระหว่างเพื่อไทยกับพลังประชารัฐเห็นพูดทำนองนี้กันมานานแล้ว ก็ไม่เคยเห็นมีอะไรเกิดขึ้น ผมดูแล้ว มันเป็นไปได้ยาก เพราะธรรมชาติและจุดยืนและของพลังประชารัฐกับเพื่อไทยมันต่างกัน มันจึงไม่ง่าย แต่หากถามว่ามันเป็นไปได้ไหม มันก็มีเป็นไปได้ แต่มันยาก ยากมาก เพราะสองพรรคนี้มันอยู่กันคนละซีก นี้คือประการสำคัญที่ทำให้เรื่องดีลอะไรมันไม่ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวอีกว่า &amp;nbsp;ส่วนที่มีการนำเรื่องที่พลังประชารัฐ กับเพื่อไทยเห็นตรงกันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วบอกว่าเพราะมีดีลจะร่วมกันตั้งรัฐบาล จริงๆมันไม่ใช่ เพราะที่ผ่านมา เพื่อไทย แสดงจุดยืนมาแต่แรกแล้วว่า ต้องการให้แก้ไขรธน.เพื่อให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ พรรคร่วมฝ่ายค้านอย่าง พรรคก้าวไกล ก็เห็นด้วยกับเรามาก่อน แต่ช่วงหลังเขาเปลี่ยนไม่เอาด้วย ส่วนพลังประชารัฐ ก่อนหน้านี้ไม่เอาด้วยเรื่องบัตรสองใบ แต่จู่ๆ พลังประชารัฐ จะเอาบัตรสองใบ มาคิดเหมือนเรา เพื่อไทยเราก็งงกันอยู่เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเราก็มาคิดได้ว่า วันหนึ่งเขา(พลังประชารัฐ)เคยตัวเล็ก เขาก็คิดแบบคนตัวเล็กที่ใส่เสื้อไซส์&amp;nbsp;S&amp;nbsp;ก็จะเอาบัตรใบเดียว แต่วันหนึ่งเขาเริ่มตัวโตขึ้นมา แล้วก็คิดว่าเลือกตั้งรอบหน้าเขาจะโตขึ้น ก็คิดว่าต้องหาเสื้อไซส์L&amp;nbsp;มาใส่ เขาก็เลยคิดแบบคนตัวโต มันก็เลยมาเหมือนกับเพื่อไทย ที่เป็นพรรคที่โตใหญ่อยู่แล้ว คนตัวโตเลยคิดจะตัดเสื้อใส่ไซส์เดียวกัน การที่เขาจะเอาบัตรสองใบด้วย มันจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเรื่องพัฒนาการของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่บอกสองพรรค เพื่อไทยกับพลังประชารัฐ จะไปจับมือกันตั้งรัฐบาล ผมยังไม่เห็นโอกาสว่ามันจะเป็นไปได้เลย เพราะเงื่อนไขต่างๆ เช่นจะต้องเปลี่ยนนายกฯใหม่หรือไม่ จะเป็นพลเอกประยุทธ์คนเดิม แบบนี้เราจะไปเป็นรัฐบาลร่วมด้วยกันได้ยังไง หรือจะเปลี่ยนตัว ไม่เอาประยุทธ์แล้ว ถามว่าจะเปลี่ยนกันได้ง่ายๆหรือ มันก็ไม่ง่าย แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ก็ไปคุยกับแกนนำ แล้วไปบอกว่าให้เอาประยุทธ์ออกแล้วเราจะเข้าไป แบบนั้นหรือ ผมว่ามันยาก แล้วหากประยุทธ์ออก แล้วใครจะมาเป็นนายกฯ ก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกัน เพราะมันต้องได้ตัวนายกฯมาก่อน ถึงจะได้พรรคร่วมรัฐบาล ก็ยังไม่รู้ใครจะได้เป็นนายกฯ ผมว่าเรื่องนี้คนคิดกันไปไกลเกิน มันเป็นไปได้ยาก&amp;rdquo;ประธานวิปฝายค้านกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงหากในอนาคตถ้ามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พลเอกประยุทธ์ ไม่อยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อไทยสามารถจับมือกับพลังประชารัฐตั้งรัฐบาลร่วมกันได้หรือไม่ ประธานวิปฝ่ายค้านจากพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ถ้าไม่มีพลเอกประยุทธ์ แล้วจะมาตั้งรัฐบาลใหม่ ก็ต้องมาดูว่า คนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีเขาอยู่ในแนวประชาธิปไตยหรือไม่ หากยังอยู่ในแนวเผด็จการเหมือนเดิม พรรคเพื่อไทย ก็ต้องคิดหนัก และต้องดูไปถึงขั้นนโยบายอีกว่า จะยอมให้เราแก้ปัญหาเศรษฐกิจหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ระดับไหน ซึ่งผมว่า แค่ด่านแรก ก็เหนื่อยแล้ว คือแล้วจะเอาใครมาเป็นนายกฯแทนพลเอกประยุทธ์ สมมุติเป็นคนอื่น เป็นคนกลางที่สังคมยอมรับ แล้วดูว่ามีศักยภาพจริง เพราะเราไม่อยากเข้าไปแล้วล้มเหลว เพราะหากเราคิดจะเป็นรัฐบาลในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนสภาฯชุดนี้หมดสมัย มันก็ต้องคิดว่าหากเราเข้าไปแล้วสามารถไปแก้วิกฤตได้จริงๆ ถ้าเข้าไปแล้ว ทำไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าไปทำไม ก็รอเลือกตั้งคราวหน้าก็ได้ ผมถึงบอกว่าไม่ง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อไปว่า หากว่าถ้าพลเอกประยุทธ์ไม่อยู่แล้ว และมีการหาคนอื่นมาเป็นนายกฯ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ แล้วหากมีความพยายามเอานายกฯคนนอกเข้ามา เพื่อไทย จะเอาด้วยหรือไม่ ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า มันก็จำเป็นถ้ามาตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราคิดว่ามันไม่ดีหรอก แต่ว่า ณ สถานการณ์วิกฤตอย่างนี้ มันไม่มีอะไรดีกว่าการยึดกติกาไว้ก่อน ถ้ามาตามกติกา ก๊อกแรกไม่ได้ มาเป็นก๊อกสอง แต่คนที่จะมาจากก๊อกสอง ก็ต้องมาดูอีก ว่าวิธีคิด ทิศทาง เขาจะนำประเทศไปทางไหน ถ้าไปในทางเผด็จการ ไปทางที่ตรงข้ามประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทย ไม่มีทางเอาด้วยอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114882</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ดีลการเมือง, ศึกซักฟอก, เพื่อไทย-พลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612ad69be67bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ยัน‘บิ๊กตู่’ลงคนเลิกตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โหมโรงศึกซักฟอก น้ำลายยังท่วมเหมือนเดิม เพื่อไทย ยืนยันเล่นทั้งในและนอกสภา ปลุกม็อบร่วมไล่รัฐบาล ทุบโต๊ะความเจ็บป่วยล้มตายและความอดอยากของประชาชนแก้ได้ด้วยการเปลี่ยนตัวนายกฯ และรัฐบาลเท่านั้น ติดโควิดทะลุล้าน ตายทะลุหมื่น ยิ่งกว่าใบเสร็จ &amp;quot;เสกสกล&amp;quot; ด่ากลับพวกสร้างภาพจอมปลอม ตบตาหลอกประชาชน&amp;nbsp; ไม่ต่างกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กระหายเหยื่อกระหายอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2564 นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม - 4 กันยายนว่า จะเป็นการอภิปรายเพื่อขอชีวิตขออนาคตประเทศไทยคืนจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และต้องทำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง พรรคเพื่อไทยจะสร้างความเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กับประชาชน กล่าวคือในสภาก็จะอภิปรายอย่างเต็มที่ นอกสภาพี่น้องประชาชนก็จะร่วมอภิปรายไปด้วย&amp;nbsp; เพื่อบอกกับรัฐบาลว่าเราพบเห็นปัญหาอะไร พี่น้องเดือดร้อนลำบากแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แน่นอนว่าพลังการยกมือในสภาผู้แทนราษฎรของฝ่ายค้านอาจไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ แต่พลังการยกมือของพี่น้องประชาชนด้านนอกสภา จะเป็นพลังสำคัญในการชี้ขาดว่าการลงคะแนนในสภาจะเป็นเงาสะท้อนจากประชาชนไปสู่รัฐบาล การอภิปรายนี้จึงเป็นมิติใหม่ของการอภิปรายร่วมพร้อมกันทั้งในสภาและนอกสภา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า แม้รัฐบาลจะรู้อยู่เต็มอกว่าฝ่ายค้านจะถามอะไร&amp;nbsp; แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ตอบไม่ได้ เพราะรัฐบาลทำไม่ได้ ไม่รู้ถึงปัญหาและแก้ปัญหาที่ผ่านมาด้วยกลวิธีซ่อนเร้น รัฐบาลเถลิงอำนาจ อายุรัฐบาลที่ต่อออกไปแลกกับชีวิตของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณกำลังทุจริตบนความตาย หากินบนความตาย และเอาเงินของลูกหลานในอนาคตมาแลกกับอายุรัฐบาลในวันนี้ ซึ่งลูกหลานเราจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากความเจ็บปวด ความตายและความอดอยาก แล้วที่สำคัญการจะออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมโควิด หนีความผิด คืออาการของคนที่คิดว่าตอบไม่ได้ สู้ไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า วันนี้ความเจ็บป่วยล้มตายและความอดอยากของประชาชน จะแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเท่านั้น และนี่จะเป็นฉันทามติประชาชนที่ต้องการมาแก้ไขปัญหาที่ดีกว่านี้&amp;nbsp; ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล วันที่ 31 สิงหาคม - 4 กันยายน แล้วมาร่วมไล่ประยุทธ์ พร้อมกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า&amp;nbsp; เกือบ 8 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ครองอำนาจ ล้มเหลวแทบทุกด้าน คำสัญญาปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเป็นเพียงข้ออ้างในการยึดอำนาจ การปฏิรูปตำรวจเห็นชัดที่สุดว่าเป็นเพียงไอโอชวนเชื่อที่ว่างเปล่า การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผิดพลาดล้มเหลวซ้ำซากเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ประชาชนจะไม่ทนอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านและกระบวนการมีส่วนร่วมภาคประชาชนพร้อมที่สุดครั้งหนึ่ง สวนทางกับรัฐบาลที่กำลังอยู่ในภาวะเปราะบาง ขาลงเต็มสูบ การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ได้ขาดแคลนข้อมูล แต่ข้อมูลเยอะมาก เมื่อจัดระเบียบข้อมูลแล้วจะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ครอบคลุมครบถ้วน ประชาชนที่ติดตามการอภิปรายจะรอดูว่า จะมีนักการเมืองคนใดพรรคใดกล้ายกมือไว้วางใจรัฐบาล สวนประชาชนที่ไม่ไว้วางใจไม่เชื่อมั่นรัฐบาล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เลิกไอโอเลิกพูดได้แล้วว่าประเทศไหนก็ติดโควิด ต้องดูความเป็นจริงด้วยว่า เมื่อมีปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์บริหารจัดการแบบแก้ปัญหาหรือแก้แบบซ้ำเติมสถานการณ์ หลายสถาบันจากต่างประเทศทั้งนิเกอิ เอเชีย,&amp;nbsp; บลูมเบิร์ก ต่างก็ประเมินว่าไทยรั้งท้ายอันดับโลกดัชนีฟื้นตัวจากโควิด&amp;quot;
ตายทะลุหมื่นยิ่งกว่าใบเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ประชาชนตั้งคำถามว่าถ้าไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่จะลดลงหรือไม่ มาตรการคลายล็อกดาวน์จะเกิดขึ้นในช่วงนี้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีคำถามมาตลอดว่า การล็อกดาวน์แบบไม่มียุทธศาสตร์รองรับไม่ได้ตอบโจทย์การแก้ปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;4 กันยายน ประชาชนจะรอดูว่าใครบ้างที่กล้าโหวตไว้วางใจรัฐบาล ถ้ากล้ายกมือโหวตสวนประชาชน เท่ากับว่าไม่ได้ยินเสียงร้องไห้&amp;nbsp; ไม่รับรู้ความสูญเสีย เดือดร้อนทุกข์เข็ญของประชาชน ติดทะลุล้าน ตายทะลุหมื่น ยิ่งกว่าใบเสร็จ รัฐบาลไปไม่ได้แล้ว&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีชื่อที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ได้พูดคุยกับนายเฉลิมชัยแล้ว ยืนยันว่าไม่มีอะไรกังวล มั่นใจตอบคำถามได้ และพรรคพร้อมที่จะสนับสนุน&amp;nbsp; ส่วนตัวก็มั่นใจในการทำหน้าที่ของนายเฉลิมชัยในฐานะเลขาธิการพรรคทุกประการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ได้พูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องการลงมติและผลคะแนนหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ได้รู้สึกกดดัน แต่ก็ตอบได้ยากว่าผลคะแนนจะเท่ากันทุกคนหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมสนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เพราะอยู่ด้วยกันต้องไว้เนื้อเชื่อใจกัน สุดท้ายใครจะได้คะแนนเท่าใดไม่สามารถตอบได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า สำหรับกระแสข่าวจะมีการเปลี่ยนพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยอาจจะเปลี่ยนพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันออกและให้พรรคเพื่อไทยเป็นแทนนั้น ไม่ได้ยินข่าว ต้องไปถามต้นตอพรรคที่กล่าวอ้างว่าจริงหรือไม่ แต่ยืนยันในส่วนประชาธิปัตย์อยู่ตรงไหนก็ทำหน้าที่ได้ หัวใจสำคัญคือการทำหน้าที่ให้เต็มกำลังความสามารถ ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วทั้งตอนที่เป็นฝ่ายค้าน และวันนี้เป็นรัฐบาลทำหน้าที่ตามรับผิดชอบ ไม่มีอะไรกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายสุทินที่เชิญชวนประชาชนติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมไล่นายกฯ พร้อมกันทั้งในและนอกสภาว่า ตลอดการบริหารราชการแผ่นดินนายกฯ และรัฐบาลบริหารงานอย่างโปร่งใส ทุ่มเทการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประเทศ และช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด&amp;nbsp; ดังนั้นนายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงไม่ได้กลัวการถูกอภิปราย และพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงทุกประเด็นที่ฝ่ายค้านและประชาชนสงสัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ตนเองยืนยันว่านายกฯ ชี้แจงได้อย่างแน่นอน เพราะเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี&amp;nbsp; และการระบาดก็เป็นการระบาดไปทั่วโลก นายกฯ และรัฐมนตรี รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย&amp;nbsp; แต่ยังได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย ขณะเดียวกันก็ไม่มีใครอยากให้มีผู้ติดเชื้อหรือผู้เสียชีวิตแม้แต่คนเดียว ดังนั้นพรรคฝ่ายค้านก็ไม่ควรหยิบมาเป็นประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรี
สร้างภาพจอมปลอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หรืออาจเป็นเพราะว่าพรรคฝ่ายค้านไม่มีประเด็นอะไรที่จะนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีแล้ว จึงหยิบประเด็นคนป่วย คนเสียชีวิตมาอภิปราย นอกจากนี้มองว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านก็คงจะเป็นเรื่องเดิมๆ ที่บรรดาสมาชิกพรรคเพื่อไทยนำมาแถลงข่าวรายวัน แล้วนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมกันนี้ขอให้ประชาชนได้รับฟังการชี้แจงของนายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายก่อน อย่าไปหลงเชื่อพรรคฝ่ายค้านที่ออกมาปลุกระดมให้ลงชื่อไล่นายกฯ เพราะพรรคฝ่ายค้านทำเพื่อประโยชน์ของฝ่ายค้านเอง ไม่ใช่เพื่อประชาชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การออกมาแสดงท่าทีแต่ละเรื่อง เป็นการสร้างภาพจอมปลอม ตบตาหลอกประชาชาชนให้หลงเชื่อ เพื่อสร้างภาพพจน์ให้ดูดีในสายตาประชาชน สุดท้ายก็ไม่ต่างกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กระหายเหยื่อกระหายอำนาจ จนทำให้บ้านเมืองสับสนวุ่นวาย ทำตัวเป็นตัวถ่วงความเจริญของบ้านเมือง น่าขยะแขยงผิดหวังนักการเมืองพรรคการเมืองประเภทนี้ที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายไล่ประยุทธ์ (อ.ห.ต.)&amp;nbsp; เตรียมจัดกิจกรรมชุมนุมใหญ่ &amp;ldquo;Car Mob &amp;ndash; Call Out&amp;rdquo; ในวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการบริหารราชการด้วย&amp;nbsp; พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; การรวมกลุ่มกันของคนจำนวนมากถือว่าเป็นการละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งจะมีความผิดทางอาญา โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp; 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพราะมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วย จึงอยากฝากไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมว่าไม่อยากให้ทำผิดกฎหมาย รวมทั้งไม่ควรละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น โดยเฉพาะประชาชนส่วนใหญ่ที่ใช้รถใช้ถนนและการจราจรต่างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม - 2 กันยายนนี้ จะมีการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผู้ชุมนุมหรือผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง สามารถนำเสนอความคิดเห็นต่างๆ ผ่านผู้แทนราษฎร เพื่อสอบถามนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐบาลได้ตามวิถีประชาธิปไตยสากล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความห่วงใยต่อการชุมนุมในแต่ละครั้ง โดยเฉพาะความปลอดภัยทั้งของผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจกลายเป็นคลัสเตอร์การแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ ที่ผ่านมาจึงกำชับเจ้าหน้าที่ให้ใช้ความอดทนสูงสุดในการดูแลการชุมนุม และทำงานโดยยึดหลักสากล อย่างไรก็ตามสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น พล.อ.ประยุทธ์พร้อมชี้แจงในทุกข้อกล่าวหา ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะได้รับทราบข้อเท็จจริงถึงการทำงานของรัฐบาลที่มุ่งแก้ปัญหาโควิด-19&amp;nbsp; และเดินหน้าเยียวยาทางเศรษฐกิจด้วย เพราะนายกรัฐมนตรีย้ำเสมอว่า ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไม่ใช่เรื่องของผลประโยชน์ทางการเมือง และประชาธิปไตยก็ต้องมีกฎหมาย
หวงยิ่งกว่าสามเหลี่ยมทองคำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การนัดหมายชุมนุมคาร์ม็อบ-คอลเอาต์ เป็นการแสดงออกของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อความเดือดร้อนทุกข์ยากเกิดขึ้นทั่วทุกหัวระแหง ประชาชนก็ออกมาแสดงตัวว่าได้รับผลกระทบหนักทั่วหน้า แกนนำได้ประกาศชัดหลายครั้งว่าไม่ประสงค์ให้เกิดความรุนแรง ไม่มีลุย ไม่มีบวก ไม่มีปะทะ มีแต่ความมุ่งมั่นไม่ลดละที่จะไล่ พล.อ.ประยุทธ์และคณะให้ออกไป การกำหนดเส้นทางคาร์ม็อบก็เห็นชัดว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สามเหลี่ยมดินแดงที่ คฝ.หวงแหนยิ่งกว่าสามเหลี่ยมทองคำก็ไม่ไปเฉียดใกล้ โผแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจก็ออกแล้ว คงไม่ต้องปั่นผลงานเอาใจอำนาจรัฐที่ล้มเหลวในช่วงนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ประชาชนจับตาดูอยู่ด้วยความสงสัย จับนักเรียนนักศึกษาคนรุ่นใหม่ฟิตเหมือนนักมวย จับอดีตตำรวจพวกเดียวกันเหมือนคนป่วยหรือไม่ รถคันไหนพาผู้ต้องหาอดีตผู้กำกับมาส่ง ไม่รู้ไม่เห็น ให้ข้อมูลไม่ได้ แต่ขู่จับประชาชนที่นำรถออกมาคาร์ม็อบทุกคัน รัฐบาลมาแล้วก็ไป แต่มาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมไทยต้องเป็นหลัก ต้องไม่บังคับใช้กฎหมายแบบสองมาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การจัดกิจกรรมที่มีเวลาเริ่มเวลาเลิกชัดเจน การกำหนดเส้นทางที่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าจุดสุ่มเสี่ยง ถ้าทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ไม่หวังโอเวอร์แอคชั่นเอาใจรัฐบาลเกินเหตุ เชื่อว่าความรุนแรงจะไม่เกิด&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายนวพล ต้นงาม หรือไดโน่ แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า เปิดเผยถึงการชุมนุมในวันนี้ว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ถึงความหวังในการต่อสู้ของประชาชนกับระบบอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในประเทศ กิจกรรมในวันนี้ประกอบไปด้วยการปราศรัย การจัดแสดงแกลเลอรีเกี่ยวกับการต่อสู้ของกลุ่มและเครือข่ายทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมวันนี้ทั้งหมดเพื่อสื่อถึงการต่อสู้ของประชาชนในทุกๆ วัน แม้ที่ผ่านมาจะมีแกนนำประชาชนถูกคุมขัง แต่ก็ต้องการจัดกิจกรรมเพื่อสื่อถึงความหวังที่ยังเดินหน้าต่อสู้ สำหรับการจัดกิจกรรมมีการยกระดับอยู่แล้วตลอดเวลา แต่ติดที่ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ภาครัฐมองไม่เห็นถึงภาคประชาชน โดยอาจจะมีการร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มอื่นๆ ที่มีเป้าหมายเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 31 ส.ค.นี้ กลุ่มจะจัด กิจกรรมอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกรัฐสภาคู่ขนานกันไปด้วย โดยจะจับตาไปที่การอภิปรายในส่วนของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาและเป็นผู้กุมอำนาจทั้งหมด รวมถึงรัฐมนตรีที่เป็นนั่งร้าน ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยแก้ไขปัญหาของประชาชนและเศรษฐกิจ รวมถึงมองข้าม การแสดงออกของประชาชนตามสิทธิตามประชาธิปไตย จึงต้องทำให้พลเอกประยุทธ์ลาออก รวมถึงรัฐมนตรีที่สนับสนุนก็จะต้องให้ลาออกไปเช่นกัน เพราะไม่ได้มาจากเสียงและการสนับสนุนของประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114870</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลุกม็อบร่วมไล่รัฐบาล, พรรคเพื่อไทย, ศึกซักฟอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปลี่ยนตัวนายก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c17d3cdf318.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิดศึกซักฟอก  เปิดแผลรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศึกซักฟอก ครั้งสุดท้ายของสภา ดีลลับ&amp;ldquo;พท.-พปชร.&amp;rdquo;?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์หน้านี้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีแมตช์ใหญ่ทางการเมือง นั่นก็คือ ศึกซักฟอก-การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในช่วงวันที่ 31 ส.ค.ถึง 3 ก.ย. และลงมติในวันที่ 4 ก.ย. ซึ่งการอภิปรายรอบนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นซักฟอก 6 รัฐมนตรี ได้แก่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม-อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข-ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม-สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน-ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเศรษฐกิจและเพื่อสังคม และเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือประธานวิปฝ่ายค้าน และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย หนึ่งในขุนพลหลักของเพื่อไทยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กล่าวถึงภาพรวมของฝ่ายค้านในศึกซักฟอกที่จะมีขึ้น ตลอดจนได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองหลังการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่เขาเชื่อว่า ศึกซักฟอกรอบนี้น่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายของสภาชุดนี้ เพราะมองว่าหลังการอภิปรายจบลง จะทำให้เกิดการสั่นคลอนในรัฐบาลตามมาจนเกิดการต่อรองทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้น ซึ่งแม้จะไม่เกิดขึ้นทันทีหลังจบศึกซักฟอกแต่จะเกิดผลตามมาในช่วงปลายปีนี้ หรือช้าสุดต้นปีหน้า รวมถึงยังได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ของ ดีลพิเศษ ของเพื่อไทยกับพลังประชารัฐในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน ซึ่งเนื้อหาปรากฏดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า ส.ส.ฝ่ายค้านที่จะลุกขึ้นอภิปรายจะมีประมาณ 25-26 คนหรือร่วมๆ 30 คน โดยในส่วนของเพื่อไทย ประมาณ 18 คน ซึ่งประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นอกจากเรื่องวิกฤตโรคระบาดโควิด-การบริหารจัดการวัคซีน-เรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องการทุจริต ความไม่ชอบในการทำงานของรัฐบาลอีกหลายเรื่องที่เป็นเรื่องไม่สมควร เพราะมันคือการซ้ำเติมสถานการณ์ โดยฝ่ายค้านจะนำข้อมูลมาอภิปรายให้ประชาชนเห็นว่าที่รัฐบาลแก้ปัญหาโควิดไม่ได้ไม่ใช่เพราะสถานการณ์โลก แต่เพราะรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ ขาดความรู้ความสามารถในการบริหารงาน และยังไปคิดทุจริตในวิกฤตที่คนกำลังจะเป็นจะตายจากโควิดมาอภิปราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการตั้งข้อหาอภิปรายพลเอกประยุทธ์ในญัตติที่ระบุว่า ค้าความตาย นั้น สุทิน ยืนยันเป็นการตั้งข้อกล่าวหาที่ไม่ได้เกินเลย เพราะวันนี้คนไทยตายจากโควิดเป็นหมื่นแล้ว ขนาดสงครามยังไม่ตายเยอะขนาดนี้ ที่บอกว่าค้าความตาย ก็เพราะมีคนตายทุกวัน และตายเพราะโควิดที่ระบาดหนักเพราะพลเอกประยุทธ์รับผิดชอบโดยผิดพลาดในเรื่องการบริหารวัคซีน เพราะถ้ามีวัคซีนฉีดครบตามกำหนดคนไม่ตายขนาดนี้ แล้วที่วัคซีนมาไม่ครบ มาก็ไม่มีคุณภาพ เพราะอะไร มันตรงไปตรงมาไหม ถ้าไม่ตรงไปตรงมาเพราะอะไร เพราะมีเงินทอนหรือไม่ หรือเพราะไปมีผลประโยชน์เรื่องวัคซีน ก็เท่ากับค้าความตาย แต่หากไม่ใช่อย่างที่ฝ่ายค้านอภิปราย ก็ชี้แจงมา สัญญาซื้อขายวัคซีนก็เอามาเปิดเผยให้ประชาชนเห็น วัคซีนที่ทั่วโลกเขาใช้กันและประชาชนต้องการให้นำเข้ามาฉีดทำไมถึงเข้ามายาก แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาคิดว่าคุณไม่ไปมีผลประโยชน์ได้ยังไง ถ้าคุณมีผลประโยชน์ก็คือคุณค้าความตาย สมัยก่อนโกงสร้างถนน สร้างบ่อน้ำ อย่างมาก ยังไงคนก็ไม่ตาย แต่ถ้าโกงเรื่องนี้คนมันตาย แล้วใช่หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ปัจจุบันสังคมอภิปรายนายกฯ ก็หนักแล้ว ทั้งประชาชน ทั้งหมอที่ออกมาพูด เขาอภิปรายไปก่อนฝ่ายค้าน ความไม่ไว้วางใจของสังคมมันจึงเกิดขึ้นก่อนที่ฝ่ายค้านจะอภิปราย เพียงแต่ฝ่ายค้านจะมาเช็กบิล-วางบิลเท่านั้น หากถามว่าอภิปรายรอบนี้นายกฯ จะบอบช้ำหรือไม่ ต้องบอกว่าตอนนี้ก็บอบช้ำหนักแล้ว แต่หลังอภิปรายไม่ใช่แค่บอบช้ำ จะเปื่อยเลย เพราะผมเชื่อว่านายกฯ จะตอบในสภาไม่ได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วมันจะอยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาล ต้องถามใจพรรคร่วมรัฐบาล จะยอมตายด้วยกันไหม จะยอมเน่าด้วยกันหรือจะชิ่งออกมาอยู่กับประชาชน เพราะฝ่ายค้านเชื่อว่านายกฯ ไม่มีทางตอบได้ แล้วก็อาศัยมือเสียงข้างมากในสภาว่าไป แต่มือมากวันนี้ อย่าประมาท เพราะมือเหล่านั้นต้องกลัวประชาชน เพราะอภิปรายรอบนี้จะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่หนักที่สุดของพลเอกประยุทธ์ และฝ่ายค้านเองทำงานหนักที่สุดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ..อย่างไรก็ตาม ต้องบอกสังคมก่อนว่ามันอาจไม่ได้มีอะไรเซอร์ไพรส์มากมาย เพราะทุกวันนี้เป็นโลกโซเชียลมีเดีย สังคมก็รู้ ไม่ได้น้อยกว่านักการเมืองหรือสื่อ แต่ว่าฝ่ายค้านก็จะร้อยเรียงเรื่องเหล่านั้นให้ประชาชนเห็นว่ามันเป็นความล้มเหลวทั้งระบบที่เดินต่อไม่ได้แล้ว ปล่อยไปอีกไม่ได้แล้ว เพราะปัจจุบันมันไม่เหมือนสมัยก่อนที่สังคมปิด ชาวบ้านอาจไม่ค่อยรู้ พอฝ่ายค้านเปิดออกมาที บอกโอ้โหกันเลย แต่ยุคนี้ประชาชนเขารู้ทุกเรื่อง แต่ฝ่ายค้านจะมาย้ำแผล และต่อจิ๊กซอว์ทั้งหมดให้เห็นว่ามันเป็นความล้มเหลวที่ใหญ่หลวง โดยหากปล่อยไว้มันจะแย่ มันจะพังทั้งหมด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ส่วนอนุทิน รมว.สาธารณสุข ประเด็นการอภิปรายก็ชัดเจนเหมือนพลเอกประยุทธ์ คือมีส่วนในการร่วมสร้างความผิดพลาด เพราะเรื่องโควิด ด่านหน้ามันคือกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ระบบสาธารณสุขมันพัง อย่างในกรุงเทพฯ มีข่าวร้านขายอาหาร คนในบ้านติดโควิดตายหมดยกครัวสามศพ และยังมีคนตายจากโควิดกันอีกเยอะ สิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไร และไปเช็กดูแล้วที่คนตายกันเยอะ เพราะรอตรวจ รอเตียง มันคือระบบสาธารณสุขล้มเหลว จริงอยู่แม้พลเอกประยุทธ์จะออกคำสั่งรวบอำนาจต่างๆ ไว้ที่ตัวเอง ในฐานะประธาน ศบค. แต่ก็ยังมีอำนาจอีกหลายส่วนที่อยู่กับกระทรวงสาธารณสุข และเป็นส่วนสำคัญด้วย อย่างการจัดซื้อจัดจ้างเวชภัณฑ์ต่างๆ ศบค.ไม่ได้เอาอำนาจส่วนนี้ไปด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศักดิ์สยาม-เฉลิมชัย โคม่า!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-จะอภิปรายเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างในส่วนของสาธารณสุขในช่วงโควิดด้วยหรือไม่ เช่น ปมปัญหาเรื่องการจัดซื้อชุดตรวจ&amp;nbsp; ATK จะโยงไปถึงเครือข่ายอนุทินหรือไม่? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี้คือสิ่งที่ฝ่ายค้านจะนำมาอภิปรายให้สังคมเห็นว่าที่วัคซีนไม่มา ระบบสาธารณสุขล้มเหลว ชุดตรวจมาช้าและราคาแพงมันเกิดจากอะไร เป็นเรื่องเหตุสุดวิสัยหรือไม่ หรือเป็นความด้อยประสิทธิภาพของเขา หรือความไม่ชอบมาพากลของคุณ สังคมจะได้รู้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนศักดิ์สยาม รมว.คมนาคม จริงๆ เขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับโควิดอยู่ แล้วเรื่่องการทุจริตในกระทรวงคมนาคมเยอะ แต่ว่าขอยังไม่พูดก่อน แต่ว่าเป็นกรณีทุจริต ไม่ชอบมาพากล เป็นการทุจริตท่ามกลางคนในชาติกำลังลำบาก เป็นเรื่องไม่น่าเกิดขึ้น โดยประเด็นที่จะอภิปรายเขามีทั้งประเด็นใหม่และบางเรื่องก็เป็นประเด็นที่อาจเคยอภิปรายมาตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบที่แล้ว แต่มันมีพัฒนาการและมันมีข้อมูลที่ลึกลงไปอีก ส่วนกรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ของการรถไฟแห่งประเทศไทยก็อาจมีคนอภิปราย แต่จะไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่จริงๆ เรื่องนี้ลองอธิบายต่อสังคมออกมา เพราะดูแล้วประเด็นนี้ชี้แจงไม่ได้&amp;nbsp; ถ้าเป็นประเทศศิวิไลซ์ผมว่ารัฐบาลอยู่ไม่ได้แล้วแค่เรื่องนี้ สำหรับศักดิ์สยาม รอบนี้ถือว่าหนัก หากไม่หนักจริงฝ่ายค้านไม่เอามาอภิปรายรอบนี้แน่นอน ขณะที่ในส่วนของ เฉลิมชัย-รมว.เกษตรฯ เป็นชื่อที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอมา โดยมีประเด็นเกี่ยวกับการทุจริตที่ชัดเจนและมีความผิดพลาดในการบริหารงานที่ทำให้ประเทศเสียหาย ซ้ำเติมโควิดและสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทิน-ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวต่อไปว่า สำหรับ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ถือว่าเป็น รมต.ที่มีส่วนในความล้มเหลวเรื่องเศรษฐกิจจากกรณีโควิด เรียกว่าเป็นเครือข่ายกลุ่มบริหารงานเศรษฐกิจโควิดของรัฐบาลที่บริหารงานผิดพลาดในวันนี้ และน่าวิตกมากในวันข้างหน้า ขณะที่ ชัยวุฒิ-รมว.ดีอีเอส จะเป็นรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายหลายเรื่อง ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ใหญ่หลวงของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ใช่เรื่องกรณีที่มีการยกเลิกการประมูลวงโคจรดาวเทียม หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจจะมีส่วน ไปหลายเรื่อง แต่มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ถูกดึงไปโดยที่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ของประชาชนในเชิงโครงสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องเกรงจะมีข้อสอบรั่วก่อนการอภิปรายรัฐมนตรีบางคนหรือไม่นั้นก็เกรงอยู่ แต่ว่าถึงรั่วยังไงก็ตอบไม่ได้ เคยเห็นการสอบช่วงหลังๆ ของการเรียนไหม ครูให้นักเรียนเอาหนังสือเข้าไปเปิดดูตอนสอบเลย แต่บางคนก็ตอบไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ฝ่ายค้านคาดหวังอะไรกับอภิปรายครั้งนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นทางออกของประเทศ วันนี้ฝ่ายค้านไม่ได้อภิปรายเพื่อต้องการจะล้มรัฐบาล เพราะคำว่าล้มรัฐบาลมันเป็นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่สุดคืออภิปรายเพื่อหาทางออกให้ประเทศ เพื่อผ่าทางตันให้กับประเทศ เพื่อสร้างความหวังให้กับประชาชน เพราะวันนี้ปัญหาของประเทศในเรื่องโควิดและผลกระทบทางเศรษฐกิจ คนก็จะชอบถามว่าจะแก้ยังไง ก็ต้องไปดูที่สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาตอนนี้ ที่ก็คือการบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องวัคซีน-ระบบสาธารณสุข ถ้ารัฐบาลบริหารงานดีมันก็ไม่เกิดปัญหาแบบตอนนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางออกก็คือ ต้องเปลี่ยนผู้นำประเทศ เปลี่ยนรัฐบาล สิ่งนี้คือทางออก การเปลี่ยนรัฐบาลที่เป็นไปได้คือ ทำผ่านกลไกระบบรัฐสภา ให้กลไกรัฐสภาเป็นจุดเริ่มต้น ให้มันจบที่สภา จบได้ก็จบ หากจบไม่ได้มันก็เป็นบันไดเริ่มต้น แล้วก็อาจไปสู่การเปลี่ยนแปลงภายหลัง นี่คือทางออกของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่บอกว่าอภิปรายเพื่อเป็นความหวังให้กับประชาชน เพราะวันนี้ประชาชนหวังจะมีการเปลี่ยนแปลง เอาผู้บริหารประเทศชุดใหม่มาบริหาร มันจะดีขึ้น เราก็ทำให้เขาสมหวัง หากเราไม่ทำ เขาก็ไม่มีความหวัง เพราะหากปล่อยไว้แบบนี้นายกฯ ก็อยู่แบบนี้ เพราะเมื่อประชาชนอยากให้รัฐบาลออก ความหวังอะไรที่จะทำให้รัฐบาลออก ประชาชนจะไปม็อบก็ไม่ได้ อาจบาดเจ็บหรือถูกตำรวจจับ ก็มีแต่ในสภาที่จะทำให้เขา เราอภิปรายเพื่อทำให้บ้านเมืองดีขึ้น รัฐบาลอาจไม่รู้ตัวเอง อาจจะหย่อนยาน แต่เมื่อเราอภิปรายก็ทำให้รัฐบาลอาจตื่นตัว ปรับปรุง กระตือรือร้นในการแก้ปัญหา ที่ก็คือต้องคอยลงแส้เรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้านคาดหวังไว้แค่ไหน เพราะหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ก็ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ด้วย? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็คิดได้ทั้งสองแบบ ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายรัฐมนตรีโดยลงแส้พร้อมกันหมดแบบที่เห็น ทางหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาลก็อาจรุมช่วยกัน หรือทางที่สองก็คือ ก็ตัวใครตัวมันไปเลย แล้วผลลงมติไว้วางใจหากรัฐมนตรีแต่ละคนคะแนนออกมาแตกต่างกัน ก็อาจเกิดปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องเสถียรภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมมองว่าผลการลงมติไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีอีกห้าคน คะแนนไว้วางใจจะออกมาแบบแตกต่างกันมาก ดีไม่ดี เสียงนายกฯ อาจได้น้อยกว่าคนอื่น แล้วนายกฯ จะต้องพิจารณาตัวเองไหม ก็รอดูกัน ผมคิดว่าหลังอภิปรายรอบนี้ในทางการเมือง จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใหญ่กว่าทุกครั้ง ที่่ผ่านมาส่วนใหญ่คือปรับ ครม. แต่การอภิปรายรอบนี้จะมีผลทำให้นายกฯ อยู่ไม่ได้ หรือถึงอยู่ได้ก็จะอยู่แบบขอกันว่าให้นายกฯ อยู่ถึงช่วงนั้นช่วงนี้ ในลักษณะต่อรองกัน จะขอกันว่าขอให้นายกฯ อยู่ต่อได้ถึงวันไหน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจบการอภิปราย เชื่อว่าการเมืองในรัฐบาลจะไปไกลกว่าการปรับ ครม.แน่นอน คือการคุยกันหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจคือจบแล้ว ไม่ยอมรับกัน ก็เหลือแค่จะให้เวลาอยู่ได้อีกถึงเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ถ้าเจรจากันไม่ได้ก็คือก็คว่ำกันตรงนั้น แต่ถ้าเจรจาได้ก็คือจะทอดเวลาให้กันถึงวันไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-แต่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา ต่างบอกทำนองต้องอยู่ด้วยกัน ลงเรือลำเดียวกันแล้ว? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาก็คงพูดโดยมารยาท เพราะยังไม่ถึงจุดที่เห็นจุดที่แย่ที่สุด พรรคร่วมก็ต้องพูดแบบนี้ไว้ก่อน แต่ข้างในเรารู้ว่าการยอมรับมันต่ำลงมาเรื่อยๆ แต่การแสดงออกเขาก็ต้องทำแบบนี้ไปก่อน ก็อย่างนี้ พอถึงจุดหนึ่ง พออภิปรายเสร็จ ตีแผ่เสร็จ ก็จะเหมือนสำนวนประมาณ ไม่พายเรือให้โจรนั่งหรือ สุนัขป่วย แม้แต่เห็บเหาก็ยังต้องเผ่น ฝ่ายค้านถึงคิดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้น่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายของสภาชุดนี้ จะเป็นการอภิปรายก่อนเข้าสู่การเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;....ส่วนหากนายกฯ จะไม่ลาออก แต่เลือกจะยุบสภา ถามว่าเป็นไปได้ไหม ก็เป็นไปได้ แต่ต้องหลังอภิปรายเสร็จ แต่การจะยุบสภาหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจในขณะที่รัฐบาลกระแสนิยมตกต่ำ โดยปกติจะไม่ยุบสภากัน แกนนำพรรครัฐบาลเขาคงไม่ยอม ก็อาจใช้วิธีให้นายกฯ ลาออก เพื่อจะได้ตั้งหลักได้ หรือไม่ก็เอาผู้นำพรรคคนใหม่ของเขาขึ้นมาแทนเพื่อฟื้นศรัทธา ถ้าทำแบบนั้นได้ถึงค่อยให้ยุบสภา เพราะคนที่มีอำนาจยุบสภาอยู่ในมือ เขาก็ต้องคิดว่ายุบสภาแล้วจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการเมือง ถ้ายุบในช่วงตัวเองอ่อนแอปกติจะไม่ยุบสภากัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -แล้วถ้าพลเอกประยุทธ์อาจคิดว่าตัวเองพอแล้ว และไม่ยอมแน่นอนที่จะมาลาออก อาจเลือกจะยุบสภาแทน? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็มีวิธีคิดแบบนี้เท่านั้น ที่พลเอกประยุทธ์จะยุบสภาคือ คิดว่าตัวเองจะไม่กลับมาการเมืองอีกแล้ว ใครจะเป็นหรือใครจะไปก็แล้วแต่ แต่ตัวเองพอแล้ว แต่หากให้มอง ถ้าพลเอกประยุทธ์จะยุบสภา ก็คิดว่าพวกแกนนำพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาลคงไม่อยากให้พลเอกประยุทธ์ยุบสภา เขาคงไม่ยอม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-การเมืองหลังจบศึกซักฟอก ทั้งการเมืองในและนอกสภา ถึงฝ่ายค้านอภิปรายไป แต่ถึงตอนลงมติ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องโหวตไว้วางใจอยู่ดี?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระแสข้างนอกสภาก็อาจรู้สึกสิ้นหวังที่กลไกสภาไม่สามารถเปลี่ยนรัฐบาลให้เขาได้ คนจะรู้สึกอยู่ในสภาพที่ไร้ความหวังไปปีกว่าหรืออีกร่วมสองปี คนจะไม่ยอม พอไม่ยอม วิกฤตศรัทธาจะเกิดมากๆ แล้วจะเกิดการเรียกร้อง วันนี้ม็อบมันมีหลายม็อบ Mob from Home ที่คือการพิมพ์แป้นหน้าจอแล้วกดไล่รัฐบาล ทุกวันนี้มีทั้ง mob from home-mob from street แต่ Mob from Home อันนี้น่ากลัว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่ากระแสประชาชน แม้ว่าเขาอาจไม่ได้ออกมาร่วมม็อบแบบกลุ่มก้อน แต่ก็จะกดดันผ่านช่องทางอื่นๆ และพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคก็จะเกิดความคิดว่า อนาคตของพรรคตัวเองจะเป็นอย่างไร เขาจะยอมอุ้มบิ๊กตู่ หรือจะยอมพายเรือให้บิ๊กตู่นั่ง แล้วอนาคตในการเลือกตั้งของพวกพรรคร่วมรัฐบาลต่อไปจะเป็นอย่างไร สดใสหรือจะมืดมน เขาก็ต้องตัดสินใจ เพราะคงไม่มีใครอยากเดินไปสู่ความมืดมน ทุกคนอยากเดินไปสู่แสงสว่าง ผมก็คิดว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กระแสสังคมจะลุกขึ้นแรง และจากเรียกร้องให้บิ๊กตู่ลาออก มันหมดแล้ว เขาจะหันมาเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว ถึงตอนนั้นก็อยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาลจะยอมตายไปด้วยกันหรือจะเอาตัวรอด คิดว่าหลังจบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ จะอยู่ไม่ได้ หรืออาจจะอยู่ได้ถ้าแกดื้อได้ระดับ ก็อาจจะทอดเวลาออกไปได้อีก แต่ผมว่าไม่น่าจะถึงช่วงปีใหม่ มากสุดก็แค่อาจจะข้ามไปต้นปีหน้า แต่แค่ถึงช่วง พ.ย.-ธ.ค. ปลายปีนี้น่าจะลำบากแล้ว ความเป็นไปได้ผมยังเชื่อว่าน่าจะเป็นการลาออกมากกว่ายุบสภา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีลลับการเมือง พท.-พปชร.?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-เรื่องเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ดีลลับการเมืองระหว่างเพื่อไทยกับพลังประชารัฐเกิดขึ้นมาตลอด โดยเฉพาะช่วงนี้ที่สองพรรคยับมือกันแก้รัฐธรรมนูญและแกนนำพลังประชารัฐบางคนก็ไม่โดนอภิปราย? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องดีลพิเศษระหว่างเพื่อไทยกับพลังประชารัฐเห็นพูดทำนองนี้กันมานานแล้ว ผมก็ไม่เคยเห็นมีอะไรเกิดขึ้น ผมดูแล้วมันเป็นไปได้ยาก เพราะธรรมชาติและจุดยืนของพลังประชารัฐกับเพื่อไทยมันต่างกัน มันจึงไม่ง่าย แต่หากถามว่ามันเป็นไปได้ไหม มันก็มีความเป็นไปได้ แต่มันยาก ยากมาก เพราะสองพรรคนี้มันอยู่กันคนละซีก นี่คือประการสำคัญที่ทำให้เรื่องดีลอะไรมันไม่ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการนำเรื่องที่พลังประชารัฐ กับเพื่อไทยเห็นตรงกันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วบอกว่าเพราะมีดีลจะร่วมกันตั้งรัฐบาล จริงๆ มันไม่ใช่ เพราะที่ผ่านมาเพื่อไทยแสดงจุดยืนมาแต่แรกแล้วว่าต้องการให้แก้ไข รธน.เพื่อให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ พรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างพรรคก้าวไกลก็เห็นด้วยกับเรามาก่อน แต่ช่วงหลังเขาเปลี่ยนไม่เอาด้วย ส่วนพลังประชารัฐ ก่อนหน้านี้ไม่เอาด้วยเรื่องบัตรสองใบ แต่จู่ๆ พลังประชารัฐจะเอาบัตรสองใบ มาคิดเหมือนเรา เพื่อไทยเราก็งงกันอยู่เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเราก็มาคิดได้ว่า วันหนึ่งเขา (พลังประชารัฐ) เคยตัวเล็ก เขาก็คิดแบบคนตัวเล็กที่ใส่เสื้อไซส์ S ก็จะเอาบัตรใบเดียว แต่วันหนึ่งเขาเริ่มตัวโตขึ้นมา แล้วก็คิดว่าเลือกตั้งรอบหน้าเขาจะโตขึ้น ก็คิดว่าต้องหาเสื้อไซส์ L มาใส่ เขาก็เลยคิดแบบคนตัวโต มันก็เลยมาเหมือนกับเพื่อไทย ที่เป็นพรรคที่โตใหญ่อยู่แล้ว คนตัวโตเลยคิดจะตัดเสื้อใส่ไซส์เดียวกัน การที่เขาจะเอาบัตรสองใบด้วยมันจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเรื่องพัฒนาการของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่บอกสองพรรค เพื่อไทยกับพลังประชารัฐจะไปจับมือกันตั้งรัฐบาล ผมยังไม่เห็นโอกาสว่ามันจะเป็นไปได้เลย เพราะเงื่อนไขต่างๆ เช่น จะต้องเปลี่ยนนายกฯ ใหม่หรือไม่ จะเป็นพลเอกประยุทธ์คนเดิม แบบนี้เราจะไปเป็นรัฐบาลร่วมด้วยกันได้ยังไง หรือจะเปลี่ยนตัว ไม่เอาประยุทธ์แล้ว ถามว่าจะเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ หรือ มันก็ไม่ง่าย แล้วไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ก็ไปคุยกับแกนนำแล้วไปบอกว่าให้เอาประยุทธ์ออกแล้วเราจะเข้าไป แบบนั้นหรือ ผมว่ามันยาก แล้วหากประยุทธ์ออกแล้วใครจะมาเป็นนายกฯ ก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกัน เพราะมันต้องได้ตัวนายกฯ มาก่อน ถึงจะได้พรรคร่วมรัฐบาล ก็ยังไม่รู้ใครจะได้เป็นนายกฯ ผมว่าเรื่องนี้คนคิดกันไปไกลเกิน มันเป็นไปได้ยาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พลเอกประยุทธ์ไม่อยู่แล้ว เพื่อไทยสามารถจับมือกับพลังประชารัฐตั้งรัฐบาลร่วมกันได้หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าไม่มีพลเอกประยุทธ์แล้วจะมาตั้งรัฐบาลใหม่ ก็ต้องมาดูว่าคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีเขาอยู่ในแนวประชาธิปไตยหรือไม่ หากยังอยู่ในแนวเผด็จการเหมือนเดิม พรรคเพื่อไทยก็ต้องคิดหนัก และต้องดูไปถึงขั้นนโยบายอีกว่าจะยอมให้เราแก้ปัญหาเศรษฐกิจหรือแก้ปัญหาต่างๆ ได้ระดับไหน ซึ่งผมว่าแค่ด่านแรกก็เหนื่อยแล้ว คือแล้วจะเอาใครมาเป็นนายกฯ แทนพลเอกประยุทธ์ สมมุติเป็นคนอื่น เป็นคนกลางที่สังคมยอมรับ แล้วดูว่ามีศักยภาพจริง เพราะเราไม่อยากเข้าไปแล้วล้มเหลว เพราะหากเราคิดจะเป็นรัฐบาลในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนสภาชุดนี้หมดสมัย มันก็ต้องคิดว่าหากเราเข้าไปแล้วสามารถไปแก้วิกฤตได้จริงๆ ถ้าเข้าไปแล้วทำไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าไปทำไม ก็รอเลือกตั้งคราวหน้าก็ได้ ผมถึงบอกว่าไม่ง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -แล้วหากว่าถ้าพลเอกประยุทธ์ไม่อยู่แล้ว และมีการหาคนอื่นมาเป็นนายกฯ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ แล้วหากมีความพยายามเอานายกฯ คนนอกเข้ามา เพื่อไทยจะว่าอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันก็จำเป็นถ้ามาตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราคิดว่ามันไม่ดีหรอก แต่ว่า ณ สถานการณ์วิกฤตอย่างนี้ มันไม่มีอะไรดีกว่าการยึดกติกาไว้ก่อน ถ้ามาตามกติกา ก๊อกแรกไม่ได้ มาเป็นก๊อกสอง แต่คนที่จะมาจากก๊อกสองก็ต้องมาดูอีก ว่าวิธีคิด ทิศทาง เขาจะนำประเทศไปทางไหน ถ้าไปในทางเผด็จการ ไปทางที่ตรงข้ามประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยไม่มีทางเอาด้วยอยู่แล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114859</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระเบิดศึกซักฟอก  เปิดแผลรัฐบาล, ศึกซักฟอก, สุทิน คลังแสง, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_612a197044162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป. นัดส.ส.ประชุมรับมือเปิดสภา &#039;องอาจ&#039;ชี้พรรคไม่หวั่นศึกซักฟอก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค. 2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาเพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญๆ ว่า ตนได้เชิญ ส.ส. ประชาธิปัตย์ประชุมในวันอังคารที่ 17 ส.ค. นี้ เวลา 13.30 น. เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ซึ่งมีเรื่องสำคัญที่จะเข้าสู่การพิจารณาในสภาหลายเรื่อง เริ่มตั้งแต่การพิจารณางบประมาณประจำปี 2565 ซึ่งจะเป็นการพิจารณาเนื้อหาสาระที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณามาแล้ว ก่อนลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลังจากนั้นสภาก็จะพิจารณาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งในส่วนของพรรคได้แสดงจุดยืนชัดเจนมาตั้งแต่ต้นถึงความตั้งใจที่จะผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ถึงแม้ช่วงเวลาที่ผ่านมา การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราต้องการทั้งหมด เนื่องจากข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้ต้องมีความเห็นพ้องต้องกันทั้งจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่งตามเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดไว้ แต่เราก็ได้พยายามอย่างถึงที่สุด ถึงแม้จะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่ได้ เราก็พยายามเสนอแก้รายมาตราในประเด็นที่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ในที่สุดจะแก้ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะแสดงความเห็นพ้องต้องกันของฝ่ายต่างๆ ได้มากน้อยแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนยันว่าเราได้แสดงออกถึงการกระทำให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญอย่างเต็มกำลังตลอดมา เรื่องสำคัญอีกเรื่องที่จะต้องพิจารณาในสภาคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกระบวนการปกติของการทำงานในระบบรัฐสภา ที่ฝ่ายบริหารต้องพร้อมรับการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รัฐมนตรีของพรรคก็พร้อมจะให้ตรวจสอบและเชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีทุกคนทำงานโดยยึดประโยชน์ของประชาชนส่วนรวมเป็นหลัก จึงไม่รู้สึกหวั่นไหวถ้ามีรายชื่อถูกอภิปรายและพร้อมจะชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องให้สภาและสาธารณชนรับทราบได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ขณะนี้จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดอย่างรุนแรงในประเทศไทย ซึ่ง ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างเต็มที่ต่อเนื่องตลอดมาควบคู่ไปกับการทำหน้าที่ในสภา ก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนตลอดไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113321</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป, พรรคประชาธิปัตย์, ศึกซักฟอก, องอาจ คล้ามไพบูลย์, เปิดประชุมสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f531be4daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้มซักฟอกธรรมนัส  พรรคเล็กสับพอเป็นพิธี/บิ๊กป้อมสั่งโหวตให้คะแนนเท่ากัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักฟอกวันสุดท้ายเข้มข้น &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; แฉกองทัพทำไอโอโจมตีฝ่ายตรงข้าม &amp;ldquo;บิ๊กช้าง&amp;rdquo; สวนกลับไม่ได้ทำเพื่อให้ร้ายเหมือนที่พวกท่านมีความเชี่ยวชาญมากกว่ากองทัพ &amp;ldquo;รังสิมันต์&amp;rdquo; ชี้ ตร.มหาดเล็กฯ ทำหนังสือขอ 3 นาย ตร. นายกฯ ลั่น ตร.มหาดเล็กฯจัดตั้งเพื่อถวายความปลอดภัย-ถวายพระเกียรติ &amp;ldquo;ศรัณย์เกตุ-หนวดงาม&amp;rdquo; โวมีใบเสร็จเช็กบิลนายกฯ โยงโกงจัดซื้อรถบัส กห.เอื้อ 2 เจ้าสัวใหญ่ ปูดมีบ้านแฝดหรูมูลค่า 500 ล้านของขวัญเจ้าสัว จ. &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; งงยังไม่รู้บ้าน 2 หลังอยู่ไหน เย้ยใบเสร็จเก๊ขู่ดำเนินการทางกฎหมาย วิปฯ นัดลงมติ 10.30 น. วันเสาร์ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; เรียกประชุมส.ส.พปชร.ทุบโต๊ะคะแนนโหวตต้องเท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่รัฐสภา วันที่ 19 กุมภาพันธ์ มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 10 คน เป็นวันสุดท้าย โดยก่อนการประชุม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของมวลชน 2 กลุ่มบริเวณรอบรัฐสภาได้มีการกำชับเรื่องความปลอดภัยอย่างไรบ้างว่า ภายในรัฐสภาไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเลขาธิการสภาฯ ได้รายงานแล้ว ส่วนด้านนอกของรัฐสภามีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัย ส่วนความกังวลว่าจะมีการปิดรัฐสภาจนไม่สามารถออกไปได้ คงไม่มีปัญหาขนาดนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงหลักฐานที่ฝ่ายค้านอภิปรายบางเรื่องจะมีการไปยื่นต่อ ป.ป.ช.ในภายหลังว่า ดูจากหลักฐานที่นำมาอภิปราย คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ไม่ทราบว่าในเบื้องหลังมีอะไรหรือไม่ที่จะไปยื่นกับ ป.ป.ช. อย่างเช่นอาจจะมีหลักฐานอื่นที่ชัดเจนมากกว่า ถ้าอย่างนั้นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเอาที่อภิปรายในสภาไปบอกกับ ป.ป.ช.หรือศาลคงไม่ได้ ซึ่งฝ่ายค้านคงมีอะไรในมือ แต่ตนไม่ทราบ ถือเป็นธรรมดาของการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าเมื่อจบลงแล้วฝ่ายบริหารจะต้องทำอะไรบางอย่าง แต่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องวิตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 09.00 น. มีการประชุมสภาเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นวันที่สี่ มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม โดยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารไอโอของกองทัพ โดยนายณัฐชาได้เปิดคลิปวิดีโอและอ้างว่าเป็นการประชุมวิดีโอผ่านระบบออนไลน์ของมณฑลทหารราบที่ 21 ที่ผู้บังคับบัญชามอบภารกิจสั่งให้ทหารโจมตีเพจของฝ่ายตรงข้าม อย่างเพจของนายปิยบุตร แสงกนกกุล มีส่วนหนึ่งเป็นการประชุมในวันที่ 17 ก.พ.63 ซึ่งเป็น 4 วันก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชายังได้เปิดเอกสารของกองทัพ ที่มีการแบ่งแยกการทำงานปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสารไอโอ โดยแบ่งเป็นทีม พร้อมยืนยันว่า เอกสารต่างๆ ที่นำมาแสดงในการอภิปรายครั้งนี้เป็นเอกสารจริง และยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของกลุ่มดำและกลุ่มขาว ฝ่ายพัฒนาแอปพลิเคชันยังตั้งรหัสต้นฉบับ (Source Code)ว่า &amp;ldquo;จิตอาสาไอโอ&amp;rdquo; เพื่อให้ทราบว่าเป็นของกองทัพด้วย มีบัญชีไอโอมากถึง 58,400 บัญชี และมี 19 หน่วยงานของทหารปฏิบัติการ สอนการปั่นทวิตเตอร์และการทำงาน โดยมี พล.ต.จักรชัย ศรีคชา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) สั่งการให้ด้อยค่าความเป็นมนุษย์ และมี พ.ท.ธรรม์ มาลัยทอง กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ หรือ &amp;quot;เฮียตือ หนามเป้า&amp;rdquo; สั่งการหลังบ้าน เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งกรณีถือว่าใช้กองทัพแบ่งแยกประชาชน เพื่อสร้างความเกลียดชัง และทำเพื่อประโยชน์ของ นายกรัฐมนตรีและพวกพ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชาอภิปรายด้วยว่า การปฏิบัติการไอโอยังขยายจากสังคมออนไลน์มายังกรมประชาสัมพันธ์ อยู่ภายใต้การกำกับของพล.อ.ประยุทธ์ และที่มี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เป็นอธิบดี ที่นำงบประมาณแผ่นดินผลิตรายการโจมตีฝ่ายตรงข้าม &amp;nbsp;
ไม่เชี่ยวชาญไอโอเหมือนพวกท่าน
ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงว่า ทหารไม่ได้ให้ร้ายประชาชน แต่ยอมรับว่าสถานการณ์ปัจจุบันในโซเชียลฯ มีข้อความที่ไม่ถูกต้อง มีคำพูดที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง แตกแยก กระทบต่อความสงบอันดีเกิดขึ้นจริง และต่อเนื่อง รวมถึงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ส่วนกรณีการอบรมจิตอาสาพระราชทานนั้น ทำเพื่อให้ทหารเรียนรู้ เข้าใจ และรู้เท่าทันต่อการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างถูกต้อง รวมถึงการโพสต์หรือส่งต่อต้องใช้วิจารณญาณว่าจะกระทบความมั่นคงหรือไม่ ซึ่งเป็นการใช้สื่อโซเชียลอย่างสร้างสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บัญชีเปิดเผยชัดเจน ไม่ได้ทำเพื่อให้ร้าย ที่ท่านโยงไปโยงมา เหมือนว่าท่านมีความเชี่ยวชาญมากกว่ากองทัพ ส่วนที่ระบุว่ามีฝ่ายขาว ฝ่ายดำ ถือเป็นการเรียนรู้ เป็นการฝึกปฏิบัติการทางทหารให้เกิดความเข้าใจ ไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามเป็นประชาชนทั่วไป ส่วนคลิปวิดีโอประชุมคอนเฟอเรนซ์ของมณฑลทหารบกที่ 21 ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่มองว่าการใช้สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านที่สื่อให้ประชาชนได้เห็น ยืนยันว่าไม่ใช้เพื่อใส่ร้ายหรือสร้างความเกลียดชังให้ประชาชนแตกแยก&amp;rdquo; พล.อ.ชัยชาญกล่าวชี้แจง
จากนั้น นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า การบริหารงานราชการตำรวจของทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ตั้งแต่สมัย คสช.เป็นต้นมา ที่มีการมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตรดูแล&amp;nbsp; กลับได้ให้ผู้ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่เข้ามาบงการการแต่งตั้ง โยกย้าย และเลื่อนตำแหน่ง ละเลยกฎเกณฑ์จนก่อให้เกิดระบบอุปถัมภ์และการใช้เส้นสาย ต่อมาเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามา ก็ยังปล่อยให้ผู้กระทำการเหล่านั้นลอยนวล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์กล่าวตอนหนึ่งถึงความเหมาะสมหรือไม่ กรณีที่พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เขียนหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอสนับสนุนแต่งตั้งตำรวจ 3 นาย โดยอ้างเหตุว่านายตำรวจทั้งสามได้ผ่านการอบรมหลักสูตรจิตอาสา นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการโยกย้ายแต่งตั้งตำรวจที่มีตั๋วทั้งของ ผบ.ตร. พล.อ.ประยุทธ์ และมีตั๋วอีกหนึ่งประเภทคือเรียกกันว่า &amp;quot;ตั๋วช้าง&amp;quot; มีตำรวจ 20 นายได้รับตั๋วนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่นายรังสิมันต์อภิปรายเรื่องตั๋ว ซึ่งพาดพิงสถาบัน ก็ถูกประท้วงอย่างหนักจากฝั่งรัฐบาล กระทั่งนายรังสิมันต์ต้องอภิปรายข้ามไปหลายประเด็น สุดท้ายนายรังสิมันต์ กล่าวสรุปว่า ระบบที่ไม่เป็นธรรมนี้เราเห็นทุกวัน และเราก็อยู่กับมันทุกวัน หลายคนอาจภาวนาว่าสักวันหนึ่งจะมีอัศวินขี่ม้าขาวมาทำร้ายวงจรอุบาทว์นี้ แต่คงได้แต่รออย่างสิ้นหวัง คิดว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประวิตรชี้แจงว่า ขณะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้ปฏิบัติตามระเบียบของตำรวจ กฎ ก.ตร. และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน แต่รายละเอียดการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นเรื่องของตำรวจที่พิจารณาคนของเขาว่ามีความสามารถอย่างไร ยืนยันทำตามกฎระเบียบข้อบังคับทุกประการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า การแต่งตั้งเพื่อยกเว้นหลักเกณฑ์ เป็นเรื่องที่ ก.ตร.ต้องตั้งขึ้นมา และต้องพิจารณาจากผลงานที่ปรากฏด้วย การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทุกประการ ส่วนที่ได้มีการกล่าวหาว่าตำรวจไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างชอบธรรม สามารถร้องเรียนร้องทุกข์ได้ ทั้งนี้ ตำรวจส่วนใหญ่มีความพอใจในการทำงานของตนและ พล.อ.ประวิตร เราสั่งทุกอย่างเองไม่ได้ทั้งหมด เพราะทุกอย่างต้องเป็นมติ บอกมาเลยใครเสียเงิน กลัวจะเป็นการแอบอ้าง การอ้างว่านายกฯ กับรองนายกฯ ได้ประโยชน์ อยากถามว่าได้ประโยชน์หรือยังมีหลักฐานหรือไม่
ตร.มหาดเล็กฯ ถวายพระเกียรติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับการปรับ ย้าย โอน เจ้าหน้าที่ตำรวจไปปฏิบัติงานในหน่วยงานในพระองค์ที่เรียกว่าตำรวจมหาดเล็กรักษาพระองค์ ที่จัดตั้งมาเพื่อถวายงานใกล้ชิดในการดูแลถวายความปลอดภัยและถวายพระเกียรติ จึงจำเป็นต้องคัดเลือกคัดสรรสอบถามทัศนคติ ถ้าไม่ผ่านหรือไม่เหมาะสม ก็ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่เดิม ไม่ได้ลงโทษใดๆ เรื่องนี้มีความจำเป็น เพราะเป็นเรื่องความสง่างาม ยืนยันเราทำทุกอย่างให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ชี้แจงกรณีนายณัฐชาพาดพิงถึงรายการในช่อง 11 ว่านายกฯ ไม่เคยสั่งการอะไรเป็นพิเศษในเรื่องทำงานของกรมประชาสัมพันธ์ สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติของกรมประชาสัมพันธ์ที่เป็นสื่อของรัฐ เพื่อชี้แจงข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับประชาชน รวมถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคมว่ากรณีใดเป็นเท็จหรือเป็นจริง เป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ เช่น เพจบางเพจบอกว่าประเทศเราจะไม่ได้วัคซีน ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้ชี้แจงชัดเจน แล้วกรมก็ได้นำมาเผยแพร่ อย่างไรก็ตาม รายการทีวีของกรมประชาสัมพันธ์ ต้องยอมรับว่าไม่สามารถสั่งการการนำเสนอข่าวของพิธีกรได้ เพราะพิธีกรก็มีความคิดเห็นของตัวเอง แต่ก็ต้องรับผิดชอบในการนำเสนอข่าวของตัวเองด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.40 น. เป็นคิวของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า คนที่บอกว่าไม่รับเงินชั่วๆ วันนี้ตนจะบอกว่ารับเงินชั่วอย่างไร จึงขอพุ่งเป้าที่กระทรวงกลาโหมและนายกรัฐมนตรีโดยตรง ซึ่งมีการจัดซื้อรถบัสประมาณ 429 คัน มูลค่ารวม 2,250 ล้านบาท โดยมีบริษัท อ ชนะการประมูลทุกครั้ง เทคนิคการประมูลจะไม่ซื้อล็อตใหญ่ แต่ซอยล็อตเล็กๆ เพื่อผ่านแบบสบายๆ เช่นซื้อ 512 คัน แต่ประมูลแค่ 500 คันก่อนเพื่อไม่ให้เงินเกินที่ประมูลไปทั้งหมด แก๊งนี้กว่าหมื่นล้านบาท&amp;nbsp; ส่วนเทคนิคการเทียบราคาจะเห็นว่าปล่อยให้เป็น บ.ภรรยากับสามีมาเป็นคู่เทียบตลอด เป็นบริษัทคู่เทียบกำมะลอ เพื่อฮั้วประมูล มันเจ็บปวดจริงๆ เพราะเอางบประมาณไปโกงกิน โดยตนจะดำเนินการกับนายกรัฐมนตรีในฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ในมาตรา 10 เนื่องจากละเว้นไม่ยกเลิกการเสนอราคา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรัณย์วุฒิอภิปรายในตอนท้ายถึงเจ้าสัว 2 คน โดยระบุว่า เจ้าสัว จ. รายแรกที่จะกล่าวถึงมีพฤติกรรมชอบควบรวมกิจการต่างๆ และนิยมเลี้ยงนายทหารที่มีแววตั้งแต่ที่มียศเล็กๆ จนนายทหารเหล่านั้นเติบโต จากนั้นก็จะขอให้เซ็นอนุมัติโครงการ วันนี้ตนมีบ้านหรูมานำเสนอ เป็นบ้านแฝดหลังใหญ่ มูลค่า 500 ล้านในหมู่บ้านเดอะรอยัล เรสซิเดนซ์ คิดว่าน่าจะเป็นของขวัญจากเจ้าสัว จ. อยากถามนายกฯ ว่ารู้จัก &amp;ldquo;เสี่ยโต้ง&amp;rdquo; มาเฟียพัทยาที่ไปปลูกต้นไม้ให้กับบ้านหรูหลังนี้หรือไม่ สำหรับเจ้าสัวรายที่สอง เคยยื่นซองประมูลรถไฟ และมีธุรกิจอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันเจ้าสัวได้ควบรวมกิจการต่างๆ 70 เปอร์เซ็นต์ เกินเกณฑ์ที่ ก.ล.ต.กำหนดไว้ว่าห้ามเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งความจริงเจ้าสัวรายดังกล่าวต้องได้รับโทษจำคุกและปรับ แต่ปรากฏว่าเขาเสียแค่ค่าปรับเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการอภิปรายของนายศรัณย์วุฒิ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ ได้ลุกขึ้นประท้วงเนื่องจากมีการแสดงท่าทีและกิริยาวาจาไม่สุภาพและเอ่ยพาดพิงศาลและบุคคลภายนอก และในช่วงท้ายมีช่วงหนึ่งที่นายศรัณย์วุฒิพาดพิงถึงสถาบัน ทำให้ประธานในที่ประชุมขออย่าออกนอกถ้อยคำในญัตติ
&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;ขู่ใช้กม.ฟัน&amp;rdquo;ศรัณย์วุฒิ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า เรื่องบ้านสองหลังตนยังไม่รู้เลยว่าหมู่บ้านอยู่ตรงไหน เป็นของใคร กรณีท่านไปเชื่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างแล้วมาอ้างตรงนี้ ตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสังคมจะว่าอย่างไร ก็ระมัดระวังการถูกฟ้องด้วยแล้วกัน ทราบว่าท่านโดนหลายคดีเหมือนกัน เจ้าสัวรายใหญ่รายเล็ก ยืนยันว่ารัฐบาลดำเนินการทุกอย่างไปตามกฎหมาย และได้ชี้แจงมาหลายครั้งหลายเรื่อง หลักฐานของท่านที่บอกมีใบเสร็จเยอะแยะนั้น ตนไม่แน่ใจว่าใช่ใบเสร็จถูกต้องและกฎหมายรับรองหรือไม่ ถ้ายังอ้างอยู่เช่นนี้มันจะวุ่นวายไป เพราะเป็นหลักฐานที่ยังพิสูจน์ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องรถบัส กองทัพบกเป็นการดำเนินการของกองทัพบก มีการดำเนินการเป็นขั้นตอนของเขา เพื่อทดแทนในส่วนที่ทรุดโทรม รายละเอียดต่างๆ และทีโออาร์ก็เป็นเรื่องที่เขากำหนดกัน และเรื่องงบกลางนั้นไม่ใช่นายกฯ เอาเงินมาอยู่ที่ตัวเองแล้วสั่งทุกอย่างได้ เพราะต้องเข้า ครม. เข้าใจกันเสียที ส่วนข้อกล่าวหาอื่นๆ ค่อนข้างที่จะก้าวล่วงหมิ่นประมาทตนหลายเรื่อง ขอให้ไปพูดข้างนอกแล้วกัน และยืนยันถึงการใช้กฎหมายต่างๆ เมื่อมีการละเมิดเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายศรัณย์วุฒิลุกขึ้นโต้พร้อมชูเอกสารใบเสร็จว่า ใบเสร็จที่นำมาชี้แจงเป็นหลักฐานจริงๆ และยืนยันได้ หมดอำนาจเมื่อไหร่ก็โดนไล่บี้ไล่ต้อนเมื่อนั้น เพราะหลักฐานการคอร์รัปชันไม่มีหมดอายุความ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับลุกขึ้นสวนว่า &amp;quot;กระดาษที่ถือเป็นหัวข้อนั้นเป็นใบเสร็จอย่างไร ใบเสร็จที่ท่านเขียนเอง รูปร่างใบเสร็จไม่ใช่แบบนั้น ก็ขอให้ไปพิสูจน์ต่อไปในกระบวนการยุติธรรม&amp;quot; &amp;nbsp;
ต่อมา นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์บริหารเศรษฐกิจล้มเหลว นายกฯ เป็นทหาร ท่านมีความสามารถ แต่ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศนั้นใหญ่เกินกว่าที่ท่านจะบริหารจัดการได้ จึงไม่สามารถไว้วางใจให้ท่านบริหารประเทศต่อไปได้ ดังนั้นขอให้ออกจากตำแหน่ง หรือเปลี่ยนไปดำรงตำแหน่งอื่น
ต่อมาในเวลา 18.25 น. นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย ได้อภิปราย พล.อ.ประวิตร ว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากได้รับเหล็กไหลเป็นของขวัญวันคล้ายวันเกิดปีที่ 75 จากนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 3,000 บาท โดยจะส่งเรื่องดังกล่าวให้ ป.ป.ช.ไต่สวน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคมยังได้อภิปรายถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เรื่องที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรว่า ออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์นายทุน แต่พี่น้องประชาชนเสียประโยชน์ จึงไม่อาจไว้วางใจการทำหน้าที่ของ ร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่นายนิคมอภิปรายจบ พล.อ.ประวิตรได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า &amp;ldquo;สิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมดไม่เป็นความจริง&amp;rdquo; แล้วเดินออกจากห้องประชุมไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัสชี้แจงว่า ในอดีตผู้ที่กำกับดูแล ส.ป.ก. มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้ที่ดินเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยมาโดยตลอด ส่วนประกาศที่ตนเองประกาศไป เกี่ยวข้องมาจากประกาศเดิมในอดีต ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น เพียงแต่ต้องการระบุวัตถุประสงค์ลงไปให้ชัดว่า อะไรทำได้ หรือทำไม่ได้ สิ่งที่ได้ทำไป วัตถุประสงค์ เพื่อต้องการให้พี่น้องเกษตรกรหลุดจากกับดักความยากจนเท่านั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส มีเพียงนายนิคมคนเดียวเท่านั้นที่ยื่นอภิปราย ร.อ.ธรรมนัส โดยระบุข้อกล่าวหาร้ายแรงทั้งทุจริตต่อหน้าที่ ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน และทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล แต่ปรากฏว่านายนิคมอภิปรายเฉพาะเรื่องนโยบายที่ดิน ส.ป.ก.เพียงเล็กน้อย ส่วนข้อกล่าวหาอื่นๆ ก็ไม่ได้อภิปรายแต่อย่างใด
ส่วนความเคลื่อนไหวในการลงมติ เมื่อเวลา 15.45 น. ที่ห้องพรรคพลังประชารัฐ ชั้น 6 อาคารรัฐสภา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เรียกประชุม ส.ส.พรรค พปชร.เป็นการด่วน มีรัฐมนตรี ส.ส. และแกนนำของทุกกลุ่มในพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่มีข่าวว่าจะได้รับคะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด 2 คน คือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน โดย พล.อ.ประวิตรได้ใช้เวลาพูดคุยกับที่ประชุมไม่ถึง 10 นาที และกำชับเพียงสั้นๆ ถึงการลงมติโหวตว่า ให้ ส.ส.ลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรค พปชร.ให้เท่ากันทุกคน และให้ ส.ส.ของพรรคหยุดประท้วง เพื่อให้เวลาเดินไปตามกรอบ จบประชุมได้ภายในคืนนี้ และลงมติได้ในวันที่ 20 ก.พ. ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรยังถาม ส.ส.ว่าใครมีอะไรสงสัยหรือไม่ให้ถามมา คุยกันให้รู้เรื่องไปเลย และให้โหวตไปตามที่คุยกันไว้ ให้สามัคคีกัน
พปชร.แฮปปี้คะแนนเท่ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลังการประชุม บรรดารัฐมนตรี ส.ส. ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พูดในทางเดียวกันว่าไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าการเรียกประชุมด่วนครั้งนี้เกิดจากกรณีที่มีข่าวว่า ส.ส.บางส่วนจะลงมติไว้วางใจให้กับนายสุชาติน้อยที่สุด จนนายสุชาติต้องเข้าไปพบ พล.อ.ประวิตร เพื่อสะท้อนปัญหาและขอความช่วยเหลือ ขณะที่ พล.อ.ประวิตรที่ต้องออกมากำชับ ส.ส.ให้ลงมติให้รัฐมนตรีเท่ากัน เพราะต้องการรักษาภาพลักษณ์ของพรรค ไม่ให้เกิดความเสียหายว่าไม่เป็นเอกภาพ เนื่องจากเป็นพรรคแกนนำพรรครัฐบาล
ต่อมา พล.อ.ประวิตรกล่าวภายหลังการประชุมถึงการลงมติว่า ไม่มีอะไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้น พล.อ.ประวิตรกล่าวเสียงแข็งกับสื่อว่า &amp;ldquo;คุณปรับเลย ปรับให้ดีนะ ผมยังไม่รู้เลย ปัดโธ่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงแนวโน้มการลงคะแนนโหวตว่า พรรคภูมิใจไทยมีมติพรรคว่า หากรัฐมนตรีชี้แจงได้ และฝ่ายค้านไม่มีหลักฐานอะไรที่จะมาหักล้างคำชี้แจงของรัฐมนตรี เราก็ต้องให้การสนับสนุนในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เราก็ต้องมีมติไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊กว่า ส่วนตัวอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ยืนยันจุดยืนเดิมคือต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ และพร้อมเป็นหนึ่งเสียงที่ &amp;quot;จะลงมติ&amp;quot; สะท้อนความเห็นและปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนทุกคน พนิตคนเดิมต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ไม่พายเรือให้โจรนั่ง
เมื่อเวลา 18.20 น. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) และนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ร่วมแถลงข่าวหลังหารือเพื่อกำหนดกรอบเวลาในการโหวตลงมติในญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายวิรัชกล่าวว่า ได้เห็นชอบร่วมกันว่าจะมีการลงมติในเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ก.พ. โดยทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยและตกลงในการบริหารเวลาร่วมกัน และตกลงว่าการอภิปรายจะให้จบในคืนวันเดียวกันนี้ โดยฝ่ายค้านจะมีการอภิปรายครบทุกคนตามที่ได้วางไว้ และฝ่ายรัฐบาลเองพร้อมจะบริหารเวลาที่เหลือ คือทั้งฝ่ายค้านก็ไม่กระทบ และฝ่ายรัฐบาลผู้ชี้แจงก็ไม่กระทบ พร้อมได้เสียสละเวลาผู้ชี้แจงลดลงเล็กน้อย
ด้านนายสุทินกล่าวว่า การพูดคุยและลดจำนวนเวลาการอภิปรายลงไปไม่กระทบแผนการอภิปรายของฝ่ายค้าน และต้องขอบคุณฝ่ายรัฐบาลที่อาจมีผลกระทบบ้างเล็กน้อยในเรื่องของเวลาที่ลดลง การที่มีมติรวมกันให้จบการอภิปรายในคืนนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นการกลัวที่จะเกิดการชุมนุมของกลุ่มราษฎรในวันที่ 20 ก.พ. ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย สิ่งสำคัญที่สุดคืออยากใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93607</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ศึกซักฟอก, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602fc985ea17d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อบบี้ยกมือโหวตแล้ว ฝ่ายค้านถล่มรายรมต./พปชร.ขยับขอเสียงคาด‘ป้อม’แชมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 3 ฝ่ายค้านกะซวกรายรัฐมนตรี เน้นไปที่พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะ &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย&amp;rdquo; ไล่มาตั้งแต่ &amp;ldquo;จุรินทร์-ศักดิ์สยาม-นิพนธ์&amp;rdquo; พร้อมไม่ลืมเชือด &amp;ldquo;บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก&amp;rdquo; รัฐมนตรีเรียงหน้าแจงไม่มีทุจริต ยันทำตามกฎหมาย ปชป.จัดหนักถอดเทปคำปราศรัย หากมั่วนิ่มเอาคืนทั้งแพ่ง-อาญา สะพัด! ล็อบบี้ยกมือโหวตแล้ว &amp;ldquo;สุชาติ&amp;rdquo; มั่นใจหนีบ๊วย &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ครองแชมป์ไว้วางใจสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคค ล จำนวน 10 คน ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภา โดยมีสีหน้าที่เรียบเฉย และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงบรรยากาศการอภิปราย 2 วันที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายว่า ถ้าถามว่าการที่หาว่าตอบตรงหรือไม่ตรง ขอบอกว่าเป็นการตอบด้วยหลักการกว้างๆ หลักการใหญ่ๆ และถ้ามีรายละเอียดอะไรออกมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาจะชี้แจงเองอีกที นายกฯ มีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว แต่บางครั้งตอบไปไม่เกิดประโยชน์
&amp;ldquo;พูดแล้วพูดอีกก็ยังพูดซ้ำซากอยู่ อยากขอว่าควรพูดจาให้สุภาพเรียบร้อย เป็นคนไทยด้วยกันก็ควรมีมารยาทกันบ้าง โดยเฉพาะสภาที่เรียกกันว่าสภาผู้ทรงเกียรติแห่งนี้ ผมให้เกียรติทุกคน ดังนั้นขอให้เกียรติกับสถานที่เขาบ้าง ทำงานก็ดี สะดวกสบายกว่าคนอื่นเขาเยอะ เพราะฉะนั้นก็ควรเป็นสุภาพชน เมื่อเดินเข้ามาในสถานที่แห่งนี้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าวถึงเนื้อหาการอภิปรายที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ว่าโกหกทั้งนั้น ซึ่งคุณหมอก็ออกมาโต้ตอบชี้แจงหมดแล้ว ความจริงแล้วถือเป็นสิ่งที่น่าละอายมากที่เอาเวทีของสภามาหวังผลทางการเมือง และเอาข้อมูลที่ไม่มีประโยชน์เลยมาให้ประชาชนตื่นตระหนก ไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย ไปทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจริงนายวิโรจน์ถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ไม่น่าทำตัวแบบนี้ น่าเสียดาย ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ไม่คิดจะฟ้องร้องอะไร คนแบบนี้ฟ้องไปแล้วมีประโยชน์อะไร ฉีดแอลกอฮอล์ใส่ตัวก็พอแล้ว&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงภาพรวมการอภิปราย ว่าวันแรกเป็นการนำร่องพูดถึงความล้มเหลว เป็นเชิงนามธรรม วันที่สองเป็นเนื้อหาจับต้องได้ คือเรื่องทุจริต? และวันที่สามเริ่มเป็นเรื่องทุจริตเป็นราย?กรณี ทั้งกระทรวงคมนาคมและพาณิชย์ และในวันสุดท้ายจะปิดที่การอภิปรายของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง? พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้? ภาพรวมเป็นไปอย่างที่วางแผนไว้ ถือเป็นเรื่องน่าพอใจ เริ่มด้วยนำร่อง เข้าถล่ม และวันสุดท้ายจะได้สำเร็จตามเป้าหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวว่า ฝ่ายค้านมีการเตรียมข้อมูลมาเป็นอย่างดี เพื่อที่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบข้อสงสัย แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ แต่มาการันตีว่าทั้งตัวเอง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ว่าไม่มีใครรับผลประโยชน์แน่นอน และท้าฝ่ายค้านเอาข้อมูลมา ทั้งที่เป็นความรับผิดชอบของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการดำเนินทำความจริงให้ปรากฏ แต่ก็ไม่รับผิดชอบ
ฟันธงบิ๊กป้อมคะแนนสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คำพูดที่ออกมาจากปากโมฆบุรุษจะสามารถเชื่อได้หรือไม่ เพราะผ่านมาไม่เคยรักษาคำพูดตัวเองได้เลย โกหกมาตลอด ตั้งแต่บอกไม่คิดรัฐประหาร ฝ่ายค้านอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ทราบว่าใบเสร็จของการบริหารแผ่นดินที่ไร้ประสิทธิภาพ คือใบเสร็จที่ดีที่สุด น้ำตาประชาชนที่ไหลออกมาจากความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่รัฐบาลไม่เห็นหัวประชาชน&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึงครึ่งทางของศึกอภิปรายว่า ไม่เหนือความคาดหมายที่รัฐบาลตอบไม่ตรงคำถาม และพยายามโบ้ยให้เป็นความผิดของฝ่ายค้านที่ถามไม่ตรงคำตอบ 2 วันที่ผ่านมา รัฐบาลตอบคำถามไม่ผ่าน คาดว่าหลังอภิปรายอาจนำไปสู่การปรับ ครม.เพื่อหาแนวทางอยู่ต่อ ในพี่น้อง 3 ป. คนที่อาจได้คะแนนไว้วางใจสูงสุดคือ พล.อ.ประวิตร ตามมาด้วย พล.อ.ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 วันที่ผ่านมาว่า ถือว่าช้ากว่ากำหนด จึงไม่แน่ใจว่าวันสุดท้ายจะทำได้ตามกำหนดหรือไม่ ซึ่งไม่เป็นปัญหา เพราะถ้าไม่ได้เป็นตามเวลาก็ขยายเวลาไป? วิปฯ ต้องหารือกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 09.00 น. ได้เปิดประชุม โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธาน ซึ่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรค พท. อภิปรายเป็นคนแรก กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตการจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ว่าการทุจริตจัดซื้อถุงมือยางของ อคส.จำนวน 500 ล้านกล่อง วงเงิน 112,500 ล้านบาท มีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำ โดยมีตัวละครสำคัญคือ นายสุชาติ เดชจักรเสมา ประธานกรรมการ อคส. เป็นคนสนิทนายจุรินทร์ และอดีตผู้ช่วยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นคนเปิด-ปิดประตูรถให้นายบัญญัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายประเสริฐยังได้ไล่เรียงตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงการทำสัญญาก่อนที่จะสรุปว่า คดีนี้วงเงินทุจริตสูงถึง 2,000 ล้านบาท กระทำโดยพฤติกรรมอุกอาจจากคนสนิทนายจุรินทร์ นายจุรินทร์ต้องใช้อำนาจหน้าที่สั่งนายสุชาติรายงานข้อเท็จจริง แต่นายจุรินทร์ไม่ทำ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ไม่ดำเนินการใดๆ กับนายจุรินทร์ นายสุชาติ หรือบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้เงิน 2,000 ล้านได้อันตรธานหายไปจากบัญชีของ อคส.เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นการกระทำการทุจริตอย่างหน้าด้าน ไร้ยางอาย ปล้นชาติ โดยช่วยกันคิด แยกหน้าที่กันทำ แต่ร่วมกันหาผลประโยชน์อย่างไร้ยางอาย จึงไม่อาจไว้วางใจนายกฯ และนายจุรินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
จากนั้น เวลา 10.40 น. นายจุรินทร์ชี้แจงว่า เห็นด้วยเกือบจะเรียกว่าทุกประการ ไม่มีอะไรไปโต้แย้ง แต่ขอปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องหรือยุ่งโครงการทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ หรือแอบสั่งการในที่ลับหรือแจ้งก็ตาม และต้องขออภัยที่ต้องใช้คำว่าผู้อภิปรายโกหกหลายประการ โดยเฉพาะที่บอกว่าไม่เคยตั้งกรรมการสอบ ไม่อายัดเงินหรือหน่วยงานมีอำนาจไม่อายัดเงิน เพราะมีการตั้งกรรมการสอบโดย อคส. แต่ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่โตพาดหัวเท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้ทำทุกอย่างเรียกได้ว่าครบถ้วนด้วยความปรารถนาอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจจะนำคนผิดมาลงโทษ และเอาเงิน 2,000 ล้านของ อคส.พร้อมดอกเบี้ยกลับคืนมาเป็นของรัฐโดยเร็ว ภายใต้อำนาจที่มีอยู่ ส่วนที่ห่วงว่ามีการอายัดบัญชีหรือไม่ ขณะนี้ ปปง.ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
จ่อเช็กบิลฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ยังกล่าวว่า เรื่องนี้ส่งไปยัง ป.ป.ช.แล้ว เนื่องจากมีอำนาจในการตรวจสอบ สิ่งที่เขียนในญัตติว่าพฤติกรรมไม่มีธรรมาภิบาล แต่ท่านกำลังเรียกร้องอะไร เรียกร้องให้ใช้ธรรมาภิบาลหรือลุแก่อำนาจ อยากปลดใครก็ปลด อยากสอบใครก็สอบ ท่านทราบหรือไม่ว่าคนที่ลุแก่อำนาจ เคยมีตัวอย่างปรากฏให้เห็นมาแล้ว อดีตนายกฯ ท่านคงรู้จักดี ไปย้ายอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สุดท้ายไปศาลปกครองสูดสุด และตัดสินว่าใช้อำนาจโดยไม่ชอบ ไปศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งกำลังอธิบายว่าเหตุใดไม่ตั้งกรรมการสอบ ไม่ปลดประธานบอร์ด ไม่ต้องการใช้อำนาจที่ลุแก่อำนาจโดยไม่ชอบ
ภายหลังนายจุรินทร์ชี้แจงเสร็จ เกิดการโต้เถียงกันระหว่างนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กับนายบรรลังก์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย โดยนายอัครเดช ในฐานะเลขานุการ และโฆษก กมธ.พาณิชย์ ยืนยันว่าเอกสาร กมธ.ที่นายประเสริฐใช้อภิปรายเป็นเท็จ ขณะที่นายบรรลังก์ยืนยันว่าเป็นเอกสารจริง และเอกสารลงนามโดยเลขาฯ กมธ. คือนายอัครเดช &amp;nbsp;
จากนั้น นายประเสริฐชี้แจงอีกครั้งว่า เอกสารที่ใช้อภิปรายเป็นบันทึกการประชุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. และยังอาศัยรายงานการศึกษาออกโดย กมธ.พาณิชย์ทั้งคู่ และอยากถามนายจุรินทร์ว่าผ่านมา 6 เดือนจนถึงวันนี้ เงิน 2,000 ล้านบาทยังไม่ได้คืน ทำได้เพียงแค่นี้หรือ
นายจุรินทร์สวนว่า ท่านถามว่า 6 เดือนทำได้เพียงนี้หรือกับการทุจริตถุงมือยาง ทราบหรือไม่ทุจริตจำนำข้าวจนถึงขณะนี้ยังบังคับเงิน 3.5 หมื่นล้านบาทจากอดีตนายกฯ ไม่ได้ แต่นี่ 6 เดือน นำเรื่องเข้าสู่ ป.ป.ช. เราก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ถือว่าทำจนสุดศักยภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่สุดนายประเสริฐกล่าวว่า ขอให้นายจุรินทร์และนายกฯ เตรียมไปชี้แจงที่ ป.ป.ช.ได้เลย เพราะจะฟ้องดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายจุรินทร์ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายแกะเทปการอภิปรายของนายประเสริฐ ที่กล่าวหานายจุรินทร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการจัดซื้อถุงมือยางแล้ว หากถอดเทปการอภิปรายแล้วพบว่ามีคำใดที่ทำให้นายจุรินทร์และพรรคเสียหาย จะยื่นฟ้องทั้งคดีแพ่งและอาญาแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 12.10 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรค พท. อภิปรายไม่ไว้วางใจโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท ตั้งแต่เริ่มก่อนระบุว่า มีการแบ่งงานกันทำ และเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง โดยไม่เห็นประโยชน์ของประเทศชาติ อยากเตือนเอาไว้ว่าก่อนหน้านี้ศาลก็ได้ตัดสินจำคุก 6 ปี อดีตผู้ว่าฯ รฟท.คดีแอร์พอร์ตลิงก์เอาไว้เป็นอุทาหรณ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ชี้แจงว่า ขอชมลีลาการพูดของนายจิรายุว่าน่าฟัง บางประเด็นชัดเจน แต่บางประเด็นก็ขาด ที่กล่าวหาว่าเอื้อประโยชน์นั้น อยากถามว่าเอื้อประโยชน์ใคร เพราะโครงการนี้ยังไม่ได้เปิดซอง ยังไม่ได้ตัดสินว่าใครจะชนะ ยืนยันว่าคมนาคมทำตามกฎหมาย ขอถามว่าที่ท่านอภิปรายมาตลอดนั้นผิดกฎหมายตรงไหน เกี่ยวข้องกับคมนาคมอย่างไรที่ไม่ได้ไปกำกับดูแล นี่เป็นเรื่องที่ท่านนำข่าวมาปะติดปะต่อมาจินตนาการเองใช่หรือไม่ ซึ่งตนเองติดตามและชอบที่ท่านอภิปราย แต่ท่านจะไม่พูดให้ครบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายนายศักดิ์สยามในการถือครองบุกรุก และพักอาศัยในพื้นที่สมบัติของแผ่นดิน หรือที่สงวนหวงห้ามที่มีไว้เพื่อประโยชน์ประชาชนโดยรวม ที่รถไฟเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ขณะที่นายศักดิ์สยามชี้แจงว่า ที่ดินดังกล่าวมีโฉนดเลขที่ 3466 มีการซื้อขายกันมาจนออกเป็นโฉนด มีการชี้แนวเขตโดยวิศวกรการรถไฟฯ&amp;nbsp; และมีประชาชนอยู่ในที่ดินบริเวณดังกล่าวมานานขนาดที่ว่าเราเกิดกันไม่ทัน ยืนยันว่าไม่เคยแทรกแซงสั่งการใดๆ ในที่ดินดังกล่าว ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าคนใกล้ชิดหรือไม่ใกล้ชิด ต้องยึดหลักภายใต้หลักกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการอภิปรายของ พ.ต.อ.ทวีนั้น ส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ลุกขึ้นประท้วงการอภิปรายดังกล่าวเป็นระยะ ซึ่ง พ.ต.อ.ทวีใช้สิทธิ์พาดพิงโดยกล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;มีในบันทึกด้วยว่าพ่อชัย&amp;nbsp; ชิดชอบ ได้เข้าไปอยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟฯ ด้วย&amp;rdquo; ทำให้นายศักดิ์สยามโต้ว่า &amp;ldquo;เรื่องที่พาดพิงถึงบิดาของผมนั้น ผมไม่โกรธ แต่ไม่แน่ใจว่าทายาทคนอื่นจะโกรธหรือไม่ หากเขาโกรธขอให้ท่านเตรียมรับหมายศาล&amp;rdquo;
ต่อมาที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรค ภท.พร้อมคณะ รวมถึงผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาแถลงข่าวชี้เเจงเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันว่าทุกอย่างดำเนินตามกฎหมายครบถ้วน สมบูรณ์ทุกประการ
ก้าวไกลถล่ม ปชป.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.50 น. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กรณีโครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจะนะ เมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ จ.สงขลา ว่าเป็นคนวิ่งเต้นโครงการตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเป็นนายก อบจ. ซึ่งโครงการนี้เบื้องหลังเกิดมาจากกลุ่มทุนทีพีไอพีพี ที่มาพร้อมกับโครงการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และอย่าลืมว่ากลุ่มทุนนี้มีความใกล้ชิดแนบแน่นกับคนในรัฐบาลชุดนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การซื้อที่ดินของกลุ่มทีพีไอพีพี เงินตกถึงชาวบ้านไม่ถึง 1 ใน 5 ของมูลค่าการซื้อขาย เพราะในจำนวนทั้งหมด กลุ่มทีพีไอพีพีซื้อจากนายชัยโรจน์และนายวุฒิชัย 224 ล้านบาท และซื้อจากชาวบ้านเพียง 17% ครอบครัวนายนิพนธ์รู้ล่วงหน้าว่ามติ ครม.จะออกมาวันใด ถึงได้เร่งซื้อเร่งโอนที่ดินก่อนที่มีมติ ครม.ออกมา นายนิพนธ์จึงมีพฤติกรรมใช้ข้อมูลภายในจากฐานะ รมต.เอื้อประโยชน์ให้เครือญาติ&amp;rdquo; นายประเสริฐพงษ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐพงษ์ยังได้ไล่เรียงการซื้อขายที่ดินจนมาถึงมติ ครม. ก่อนทิ้งท้ายว่า นายนิพนธ์ ในฐานะ รมช.มหาดไทย ที่กำกับดูแลกรมที่ดิน แต่กลับมีเครือญาติเป็นนายหน้าค้าที่ดิน ในพื้นที่ที่ตัวเองผลักดันโครงการ และร่วมออกมติ ครม.ผลักดัน มีการออกนโยบาย และใช้อำนาจในทางบริหารเร่งรัดออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ ใช้ข้อมูลภายในในฐานะรัฐมนตรีร่วม ครม.อนุมัติดำเนินโครงการ จึงไม่สามารถไว้วางใจให้นายนิพนธ์ต่อไปได้ รวมถึงไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกฯ ที่รู้อยู่แล้วว่าคนคนนี้มีประวัติที่ไม่โปร่งใส ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีเรื่องร้องเรียนอยู่ใน ป.ป.ช.นับสิบคดี แต่ก็ยังแต่งตั้งคนคนนี้ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ชี้แจงแก้ว่า ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะข้อมูลของนายประเสริฐพงษ์มีเฉพาะฝ่ายตรงข้ามที่คัดค้านและเป็นเพียงการตัดแปะเท่านั้น การกล่าวหาไปใช้อำนาจหน้าที่และเอื้อนายทุนนั้น เป็นกล่าวหาเป็นเท็จทั้งสิ้น เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการพิพาทในเรื่องสิทธิในที่ดินเท่านั้น ทั้งหมดเป็นการซื้อขายที่ดินตามปกติ ไม่ได้มีการแย่งที่ดินชาวบ้านใดๆ ทั้งสิ้น ที่กล่าวหาเอื้อประโยชน์พวกพ้องตนเองนั้น ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ คนเป็นนายก อบจ.จะไปย้ายเจ้าหน้าที่ที่ดินเพื่อให้เอื้อประโยชน์ได้อย่างไร
&amp;ldquo;โครงการนี้คนไม่เห็นด้วยเยอะ และคนที่ไม่เห็นด้วยเหล่านั้นผมก็รู้จัก และคนเหล่านี้ก็ไม่ได้คัดค้านโครงการนี้เป็นโครงการแรก มาถึงตอนนี้คนคัดค้านโครงการที่ อ.จะนะเริ่มน้อยลง แต่ตนเองเคารพความเห็นที่แตกต่าง เอกชนไปลงทุนที่ดินก็เพื่อนำไปพัฒนา เขาจะไปซื้อที่ดินกับใครก็เป็นการตกลงกันเอง บางคนค้าขายกับบริษัททีพีไอมานานก็ย่อมต้องรู้จักกัน ซึ่งผมไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ ใครจะรู้จักใครก็ไปว่ากันเอาเอง ค่านายหน้าก็ว่ากันเองของเอกชน&amp;nbsp; เอกชนไปรับความเสี่ยงเอาเอง ผมไม่ยุ่งเรื่องการซื้อขายที่ดิน เพียงแต่ผมเห็นด้วยกับโครงการพัฒนาอำเภอจะนะเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในภาคใต้&amp;rdquo; นายนิพนธ์กล่าว
จากนั้น เวลา 17.30 น. น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ได้อภิปรายถึงงบประมาณองค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) ในการขุดลอกคูคลอง พร้อมระบุว่า มีการอ้างชื่อบิ๊กผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย คือบิ๊ก ป. และบิ๊ก ฉ. เพื่อให้ได้งาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พล.อ.ประวิตรชี้แจงว่า อผศ.เป็นองค์การกุศลดูแลทหารผ่านศึก ส่วนการอ้างชื่อไปรับเงินรับทอง ไม่รู้ใครเป็นคนอ้าง ใครจะเชื่อก็เชื่อไป แต่ไม่ได้ทุจริต ไม่มีรายรับเรื่องเหล่านี้
พล.อ.อนุพงษ์ชี้แจงว่า ถ้าทำผิดก็พร้อมยอมรับ แต่ยืนยันไม่เคยทำผิด ตลอดรับราชการมาจนเกษียณไม่เคยทำผิดกฎหมาย&amp;nbsp; ในฐานะข้าแผ่นดินไม่เคยทำ ถ้ามีหลักฐานเอาไปให้หน่วยงานตรวจสอบได้เลย
ต่อมาเวลา 17.55 น. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล อภิปรายนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ โดยได้พุ่งเป้าไปที่การแต่งตั้งที่มีแต่คนใกล้ชิด ต่อมานายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ก็อภิปรายในทำนองเดียวกันในเรื่องการตั้งคนรู้จัก โดยการอภิปรายของนายยุทธพงศ์ ถูก ส.ส.พลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ประท้วงว่า พูดวนเวียนซ้ำซาก ไม่ได้อยู่ในประเด็น ทั้งที่ควรอภิปราย รมว.ศึกษาธิการ ในการบริหารงานผิดพลาดเป็นหลัก แต่กลับอภิปรายถึงแต่คนนอก
เริ่มล็อบบี้มือโหวต
วันเดียวกัน เริ่มมีความเคลื่อนไหวโหวตลงมติแล้ว โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวว่า มั่นใจว่าการอธิบายชี้แจงได้ทุกข้อกล่าวหา ทุกประเด็น ส่วนกระแสจะได้คะแนนโหวตรั้งท้ายนั้น สิ่งที่ทำมา 6 เดือนการันตีผลงานว่าทำเยอะมาก เหมือนกับทำมาแล้ว 4 ปี มั่นใจว่าในเมื่อไม่ได้ทำทุจริต หรือผิดกฎหมายคะแนนน่าจะได้เท่ากับรัฐมนตรีคนอื่น และประเด็นที่ถูกอภิปรายก็ไม่ได้พูดเรื่องทุจริตเลย
มีรายงานจากพรรค พปชร.ที่มีกระแสข่าวว่า นายณัฏฐพลและ และนายสุชาติจะได้คะแนนน้อยที่สุด ได้มีความพยายามประสานขอเสียงสนับสนุนจากกลุ่มต่างๆ ในพรรค พปชร. โดยเฉพาะกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส ที่มีเสียงมากที่สุดประมาณ 40 เสียง รวมถึงกลุ่มสามมิตร ที่นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่มีเสียง ส.ส.ประมาณ 30 เสียง เพื่อให้เกิดความอุ่นใจ ให้เสียงรัฐมนตรีออกมาใกล้เคียงกัน ซึ่งล่าสุดว่าการเจรจาลงตัว คะแนนแต่ละคนจะสูสีกัน โดย ร.อ.ธรรมนัสได้ประสานไปยังพรรคเล็กให้ช่วยลงมติไว้วางใจด้วย นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวของแกนนำแต่ละกลุ่มในพรรค พปชร.ที่ต้องการเอาใจ พล.อ.ประวิตร โดยจะทำให้ พล.อ.ประวิตรได้รับเสียงไว้วางใจมากที่สุดเป็นครั้งที่สองเพื่อรักษาแชมป์ไว้
&amp;ldquo;ภายหลังการลงมติ จะมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำบางกลุ่มใน พปชร.เพื่อเคลื่อนให้เกิดการปรับ ครม. โดยต้องการผลักดันแกนนำกลุ่มรัฐมนตรีช่วยขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ และเปิดตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยให้กลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มภาคใต้ ที่ยังไม่มีรัฐมนตรี ซึ่งต้องจับตามองว่า หากชนะการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช จะทำให้ ส.ส.ใต้มีเสียงขึ้นเป็น 14 เสียง โดยหลักต้องได้โควตารัฐมนตรี 1 ตำแหน่งจะได้รับการตอบรับหรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรค ปชป. ได้ส่งข้อความเป็นเอกสารผ่านไลน์กลุ่ม ส.ส.พรรค ถึงหลักเกณฑ์การตัดสินใจลงมติว่า ขอยึดหลักถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด ครั้งที่แล้วเราถูกยกมือให้ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคนทั้งๆ ที่ไม่น่าไว้วางใจ เชื่อว่าทุกท่านจำใจต้องลงมติ ส่วนความรู้สึกของตนเอง เพราะผู้บริหารพรรคอ้างว่าเป็นมารยาททางการเมือง จึงทำให้นักการเมืองอย่างพวกเราถูกผูกมัดไว้ แต่วันนี้ พล.อ.ประวิตรประกาศแล้วว่ามารยาททางการเมืองนั้นไม่มี เป็นประชาธิปไตย ที่ต้องแข่งขันการทำประโยชน์เพื่อประชาชน มีคำถามว่าพวกเราพรรค ปชป.จะยอมให้มีการถูกบังคับต่อหรือไม่ หวังว่าทุกท่านจะพิจารณาตัดสินใจในแนวทางที่รักษาระบอบประชาธิปไตยที่ควรจะเป็นเพื่อรักษาภาพพจน์ของพรรคต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เรื่องเวลาการอภิปราย หากไม่จบกันจริงๆ ก็ต้องขยายเวลาการอภิปรายออกไป ส่วนจะขยายอย่างไรนั้น จะต้องดูวันที่ 18 ก.พ.ว่าข้ามเที่ยงคืนไปหรือไม่ ถ้ายาวไปก็โหวตกันวันอาทิตย์ที่ 21 ก.พ. นอกจากนี้ ในการประชุมวิปรัฐบาล วันที่ 19 ก.พ. จะพูดคุยกันถึงทิศทางในการลงมติว่าจะเป็นไปในแนวทางใด โดยพรรคร่วมรัฐบาลจะโหวตไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าใครไม่โหวตตาม แต่ละพรรคจะมีบทลงโทษ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93506</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ประชาธิปัตย์, พรรคร่วมรัฐบาล, ภูมิใจไทย, ศึกซักฟอก, ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e8b0148f0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
