<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีโอไอเคลียร์ทางหนุนเอกชนลุย 5 ตลาดใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีโอไอ ศึกษา 5 ตลาดใหม่ พร้อมทำข้อมูลอำนวยความสะดวกนักลงทุนเตรียมพร้อมลดความเสี่ยงและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น ย้ำเป็นโอกาสสำคัญของไทยเพราะยังเป็นแหล่งใหม่คนทำธุรกิจน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (มูลนิธิ สวค.) จัดทำผลศึกษาข้อมูลด้านการลงทุนของกลุ่มประเทศตลาดใหม่ ได้แก่ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สาธารณรัฐเคนยา สาธารณรัฐซูดาน สาธารณรัฐอินเดีย และสาธารณรัฐประชาชนบังคลาเทศ ซึ่งบีโอไอได้จัดทำเป็นข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนไทยได้ศึกษาเพื่อเตรียมพร้อมก่อนไปลงทุนจริงในต่างประเทศ อาทิ ขั้นตอนการเริ่มต้นทำธุรกิจ หน่วยงานที่ต้องติดต่อประสานงาน ข้อกฎหมายที่ควรรู้ ตลอดจนกลยุทธ์ในการทำธุรกิจแต่ละประเภท ซึ่งเพื่อลดความเสี่ยงหรือปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตลาดใหม่ทั้ง 5 ประเทศ ยังมีโอกาสที่จะเข้าไปลงทุนสูงเนื่องจากยังมีผู้บุกเบิกเข้าไปไม่มากนัก โอกาสทางธุรกิจจึงยังเปิดกว้างสำหรับนักลงทุนไทย ขณะเดียวกันยังพบว่าอุปสรรคสำคัญของนักลงทุนส่วนใหญ่อยู่ที่ขั้นตอนการเริ่มต้นทำธุรกิจ จึงเชื่อว่าผลการศึกษาครั้งนี้จะมีส่วนช่วยให้นักลงทุนไทยได้ใช้เป็นข้อมูลต่อยอดประกอบการพิจารณาตัดสินใจ เกี่ยวกับข้อดีข้อเสียก่อนในการเข้าไปลงทุนในแต่ละประเทศฃ&amp;rdquo;นายโชคดี กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน มีทรัพยากรที่สมบูรณ์ ทั้งน้ำมัน เหมืองแร่ และทรัพยากรทางทะเล นักลงทุนไทยควรเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องของค่าเงิน กฎระเบียบด้านการลงทุนและผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของนานาชาติ โดยอิหร่านมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่น่าสนใจ คือ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ นิคมอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมที่อิหร่านต้องการให้เข้ามาลงทุน คือ พลังงานแสงอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สาธารณรัฐเคนยา จุดเด่นสำคัญคือ เรื่องกฎระเบียบที่รัฐบาลเคนยากำลังปรับปรุงให้ง่ายและสะดวกต่อการลงทุน มีนโยบายด้านการลงทุนจะส่งเสริมผ่านมาตรการทางภาษี แต่ข้อจำกัดคือ ตลาดในประเทศมีขนาดเล็ก ทำให้มีกำลังซื้อน้อย ประชากรมีรายได้ต่อหัวต่ำ นักลงทุนไทยเหมาะที่จะใช้เคนยาเป็นฐานการผลิตเพื่อขยายการลงทุนไปยังตลาดยุโรปและอาหรับ อุตสาหกรรมที่เคนยาต้องการคือ พลังงาน เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร ยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสาธารณรัฐซูดาน เป็นประเทศที่มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติเต็มที่ ให้นักลงทุนต่างชาติถือครองกิจการได้ 100% ซูดานต้องการกระตุ้นการลงทุนในทุกอุตสาหกรรม แต่ที่ต้องการเป็นพิเศษ ได้แก่ น้ำมัน ทองคำ และสินค้าเกษตร ด้านสาธารณรัฐอินเดีย ศึกษาเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า เหมาะที่นักลงทุนไทยจะใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานแปรรูปทรัพยากรธรรมชาติที่มีเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นจึงขยายไปยังตลาดที่ใหญ่กว่าได้แก่ บังคลาเทศ อินเดียส่วนกลาง และทิเบต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตสาหกรรมที่เหมาะในการลงทุนคือ เกษตรแปรรูป สินค้าอุปโภคบริโภค ยาเวชภัณฑ์ ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้า และสาธารณรัฐประชาชนบังคลาเทศ จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ เรื่องต้นทุนค่าแรงที่ต่ำและมีแรงงานในระบบจำนวนมาก จุดที่ควรระมัดระวังของบังคลาเทศ คือมาตรการและกฎระเบียบต่าง ๆ มีความซับซ้อน อุตสาหกรรมที่นักลงทุนไทยควรไปลงทุน คือ อาหาร เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมสิ่งทอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17364</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, ซูดาน, บังคลาเทศ, บีโอไอ, ศึกษาข้อมูลด้านการลงทุน, อินเดีย, อิหร่าน, เคนยา, โชคดี แก้วแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b987662c1f80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
