<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;ยื่นหนังสือถึง&#039;ณัฏฐพล&#039;ขวางกลุ่มการเมืองใช้โรงเรียนเป็นเครื่องมือล้มล้างสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.63- นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานยุทธศาสตร์กลุ่มไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ว่านี่คือข้อความหนังสือที่กลุ่มไทยภักดียื่นต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีกลุ่มการเมืองพยายามเข้ามาแทรกแซงโรงเรียนและสถานศึกษา เพื่อใช้ครูและนักเรียนเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านเครือข่ายนักเรียน ตลอดจนเครือข่ายครูและบุคคลากรทางการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางกลุมไทยภักดีเห็นว่า โรงเรียนและสถานศึกษาต้องมีความชัดเจน ในการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งตกเป็นเป้าหมายในการทำลาย จึงขอเสนอมาตรการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กระทรวงศึกษา ต้องมีนโยบายที่ชัดเจนแก่ผู้บริหารทุกระดับ ของโรงเรียนและสถานศึกษา ในการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ต้องไม่เปิดโอกาสให้กลุ่มการเมือง และเครือข่ายใช้โรงเรียนและสถานศึกษาในการปลุกระดม จาบจ้วงสถาบันหลักของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กระทรวงศึกษาต้องมีนโยบาย ที่ชัดเจนต่อครูและบุคคลากรทางการศึกษา ในการพิทักษ์สถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะครูหรือบุคคลากรทางการศึกษา ที่มีจิตใจเอนเองสนับสนุนผู้ที่ไม่หวังดี เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ จะเป็นอันตรายต่อความคิดของนักเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กระทรวงศึกษาควรมีการปรับปรุงหลักสูตร เพื่อสร้างสำนึก ของความภูมิใจในความเป็นชนชาติไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.กระทรวงศึกษา ควรมีกิจกรรมรณรงค์ สร้างจิตสำนึกต่อนักเรียน ครู ตลอดจนบุคคลากรทางการศึกษา ให้เห็นถึงความสำคัญ และความเข้าใจที่ถูกต้อง ของสถาบันหลักของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ถ้าหากเกิดกิจกรรมทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ในโรงเรียนหรือสถานศึกษาใด ควรต้องให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษานั้น ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87774</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ศึกษาธิการ, สถาบันพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2c65a184e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูตั้น&#039;จัดแถวผู้บริหาร ศธ. เรียบร้อย &#039;สุภัทร&#039;นั่งปลัด &#039;อัมพร&#039;ขึ้นเลขาฯกพฐ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
8 ก.ย.63- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียนและทดแทนตำแหน่งผู้ที่ครองตำแหน่งอยู่เดิมจะเกษียณอายุราชการ จำนวน 4 ราย ดังนี้ 1.นายสุภัทร จำปาทอง ตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) ให้ดำรงตำแหน่ง ปลัด ศธ. 2.นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ดำรงตำแหน่งเลขาฯ สกศ. 3.นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.) ดำรงตำแหน่ง เลขาฯ กพฐ. และ4.นายสุเทพ แก่งสันเที๊ยะ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (รองเลขาฯ กอศ.) ดำรงตำแหน่งเลขาฯ กอศ.ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2563 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การโยกย้ายดังกล่าวเป็นการโยกสลับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม และความเปลี่ยนแปลงภายใน ศธ.ซึ่งต้องรอดูผลงานของทุกคนต่อไป ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำว่าการแต่งตั้งผู้บริหารระดับ 11 ของทุกกระทรวงให้ถือเป็นความรับผิดชอบของรัฐมนตรี ที่จะผลักดันให้ผลงานแต่ละคนเกิดขึ้นให้ได้ ดังนั้นการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.จะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมให้ได้ เช่น การจัดทำฐานข้อมูลบิ๊กดาต้า การทำเทคโนโลยีมาช่วยเรื่องการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การโยกนายอำนาจไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสกศ.นั้น ผมไม่ได้อยากให้มองว่ามีความผิดอะไร &amp;nbsp;เพราะทุกหน่วยงานในศธ.มีความสำคัญเท่ากันหมด โดยผมพิจารณาจากความสามารถตามความถนัดของแต่ละคน รวมถึงความเข้มข้นในการผลักดันนโยบาย ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ของศธ.นั้นจากนี้จะมาดูว่าในหน่วยงานที่มีผู้บริหารรับผิดชอบแล้วจะมาดูต่อว่าความเหมาะสมในการทำงานด้วยกันเป็นทีมจะดำเนินการร่วมกันอย่างไร เนื่องจากผใเน้นการทำงานที่เชื่อมโยงของทุกหน่วยงานในศธ.ให้เป็นหนึ่ง เพื่อที่เราจะเดินหน้าให้เห็นผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้ได้ &amp;nbsp;โดยผมต้องการสร้างความเป็นเอกภาพให้เกิดขึ้นในศธ.เช่น การเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพที่เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล ซึ่งสพฐ.และ สอศ.จะต้องร่วมเดินหน้าการทำงานในส่วนนี้ด้วยกัน&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลัดสธ., ศึกษาธิการ, แต่งตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200908/image_big_5f5740f306f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยอะ!ขอเกินกรอบงบฯ63 ‘ครม.’ตีกลับไปทำมาใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.โยนส่วนราชการเกลี่ยขอใช้งบปี 2563 หลังพบคำขอสูงลิ่ว 5.09 ล้านล้านบาท จากกรอบงบประมาณรายจ่ายแค่ 3.2 ล้านล้านบาท &amp;ldquo;ศึกษาธิการ-มหาดไทย&amp;rdquo; แชมป์ขอใช้เงินสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบตามที่สำนักงบประมาณรายงานเกี่ยวกับรายละเอียดคำขอ และจัดสรรงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2563 ให้เป็นไปตามแนวทางการจัดทำงบประมาณ โดยพบว่า ส่วนราชการได้ส่งคำของบประมาณทั้งสิ้น 5.09 ล้านล้านบาท จากกรอบงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ทั้งสิ้น 3.2 ล้านล้านบาท โดยเป็นงบกลาง 5.18 แสนล้านบาท พร้อมทั้งได้มอบหมายให้แต่ละกระทรวงและส่วนราชการทั้งหมด กลับไปปรับรายละเอียดแผนการใช้งบประมาณให้เหมาะสม โดยในเดือน ต.ค.2562 จะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่าย 2563 ให้ ครม. พิจารณา และคาดว่าจะสามารถเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาได้ภายในปลายปีนี้ หรืออย่างช้าที่สุดในช่วงต้นปี 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแนวทางการจัดทำงบประมาณ ให้คำนึงถึงประมาณการรายรับและฐานะทางการคลังของประเทศ ความจำเป็นในการดำเนินภารกิจเพื่อพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ นโยบายสำคัญของรัฐบาล ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศ ความเป็นธรรมทางสังคม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณและเกิดผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการภาครัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านกลไกบูรณาการ 3 มิติ ได้แก่ มิติกระทรวง/หน่วยงาน มิติบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ และมิติบูรณาการเชิงพื้นที่ โดยได้พิจารณาถึงความจำเป็น เร่งด่วน ความครอบคลุมทุกแหล่งเงิน ศักยภาพของหน่วยงาน ความพร้อมในการดำเนินงานและขีดความสามารถในการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณได้อย่างสมเหตุสมผล มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ ประกอบด้วย 7 ด้าน ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง วงเงิน 4.28 แสนล้านบาท คิดเป็น 13.4% ของงบประมาณรายจ่าย 2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน วงเงิน 3.8 แสนล้านบาท คิดเป็น 11.8% ของงบประมาณรายจ่าย 3. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ วงเงิน 5.7 แสนล้านบาท คิดเป็น 17.9% ของงบประมาณรายจ่าย 4.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม วงเงิน 7.66 แสนล้านบาท คิดเป็น 23.9% ของงบประมาณรายจ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วงเงิน 1.18 แสนล้านบาท คิดเป็น 3.7% ของงบประมาณรายจ่าย 6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ วงเงิน 5.04 แสนล้านบาท คิดเป็น 15.8% ของงบประมาณรายจ่าย และ 7. รายการค่าดำเนินการภาครัฐ วงเงิน 4.31 แสนล้านบาท คิดเป็น 13.5% ของงบประมาณรายจ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พบว่าส่วนราชการที่มีคำขอใช้งบประมาณสูงที่สุด ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน 3.68 แสนล้านบาท ตามมาด้วยกระทรวงมหาดไทย วงเงิน 3.53 แสนล้านบาท, กระทรวงการคลัง วงเงิน 2.49 แสนล้านบาท, กระทรวงกลาโหม วงเงิน 2.33 แสนล้านบาท, รายจ่ายทุนหมุนเวียน วงเงิน 1.89 แสนล้านบาท, กระทรวงคมนาคม วงเงิน 1.78 แสนล้านบาท, &amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ วงเงิน 1.56 แสนล้านบาท, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วงเงิน 1.4 แสนล้านบาท, กระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 1.38 แสนล้านบาท และส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมของนายกรัฐมนตรี วงเงิน 1.32 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงสร้างงบประมาณปี 2563 พบว่า กรอบงบประมาณรายจ่ายอยู่ที่ 3.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 17.9% ต่อจีดีพี เพิ่มขึ้น 2 แสนล้านบาทจากปีก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแบ่งเป็น งบรายจ่ายประจำ วงเงิน 2.39 ล้านล้านบาท คิดเป็น 74.8% ต่องบประมาณ เพิ่มขึ้น 1.19 แสนล้านบาทจากปีก่อน, รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 6.27 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1.9% ต่องบประมาณ, รายจ่ายลงทุน วงเงิน 6.55 แสนล้านบาท คิดเป็น 20.5% ของงบประมาณ เพิ่มขึ้น 6.66 พันล้านบาทจากปีก่อน และรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ วงเงิน 8.91 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.8% ของงบประมาณ เพิ่มขึ้น 1.09 หมื่นล้านบาทจากปีก่อน โดยคาดว่าจะมีรายได้ 2.73 ล้านล้านบาท คิดเป็น 15.3% ของจีดีพี เพิ่มขึ้น 1.81 แสนล้านบาทจากปีก่อน และเป็นวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล จำนวน 4.69 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.6% ต่อจีดีพี เพิ่มขึ้น 1.9 หมื่นล้านบาทจากปีก่อน โดยกรอบวงเงินกู้สูงสุดเพื่อชดเชยการขาดดุลตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ วงเงิน 7.11 แสนล้านบาท ภายใต้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ 17.83 ล้านล้านบาท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44955</URL_LINK>
                <HASHTAG>5.09 ล้านล้านบาท, งบปี 2563, มหาดไทย, รอบงบประมาณรายจ่าย, ศึกษาธิการ, ส่วนราชการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e82ac312f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“กนกวรรณ”ลุยรับฟังปัญหาโรงเรียนเอกชน แม่ “น้องเก้า” เหยื่อช่างกลแทงดับ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมทั้งน้ำตา หลังวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพปล่อยปัญหาเกิดซ้ำซาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยพ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย และคณะทำงาน เดินทางลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนลาซาล บางนาเพื่อดูการบริหารจัดการของโรงเรียนเพื่อให้เป็นสถานศึกษาที่ประสบความสำเร็จและอยู่รอด เมื่อเดินทางมาถึงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณะภราดา ซิสเตอร์ ผู้บริหาร ครูและนักเรียน พร้อมกันนี้นางกนกวรรณ ได้รับฟังปัญหาของคณะครูที่ต้องการให้กระทรวงศึกษาให้การช่วยเหลือ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกนกวรรณ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่โรงเรียนลาซาล ได้มีการหารือกันและรับฟังปัญหาของทางโรงเรียนที่สะท้อนมา อาทิ เรื่องภาษีโรงเรือนที่โรงเรียนเอกชนจะต้องชำระ ซึ่งเป็นภาระที่หนัก สำหรับโรงเรียนเอกชนที่ช่วยเหลือผู้ยากไร้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องสวัสดิการครูเอกชน เรื่องความมั่นคงของชีวิต เรื่องค่ารักษาพยาบาล เรื่องคุณภาพของครูที่จะมาสอนนักเรียนน่าจะได้รับการพัฒนาให้ดีกว่านี้ เรื่องใบประกอบวิชาชีพ เงินกู้ช.พ.ค. โดยเรื่องที่ได้รับวันนี้ขอให้ทางโรงเรียนทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรส่งไปยังกระทรวงอีกครั้งหนึ่ง เพื่อนำปัญหาไปประมวลและแก้ไข ส่วนเรื่องมาตรการแก้ปัญหานักเรียนโรงเรียนเอกชนตีกัน ขอให้ใจเย็นๆ กำลังหารือกันเพื่อหาทางออกให้เร็วที่สุด ขณะที่เรื่องเงินอุดหนุนรายบุคคลโรงเรียนเอกชน ทางกระทรวงศึกษาจะหารือกันเพราะเป็นเรื่องสำคัญ และที่ผ่านมามีหลายองค์กรมาหารือแล้ว จะมีการตั้งคณะทำงานจะเชิญผู้เกี่ยวข้องจากโรงเรียนเอกชนมาร่วมด้วย เพื่อให้ปัญหาเกาถูกที่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังพบปะคณะผู้บริหารโรงเรียนแล้วเสร็จ นางสุภารัตน์ แสงอรุณ มารดา นายกลมฉัตร แสงอรุณ หรือน้องเก้า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนโรงเรียนปทุมคงคา ถูกนายมานิตย์ ศรีหาจันทร์ นักเรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ ทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา บนรถเมล์สาย 180 ระหว่างทางกลับบ้านหลังจากสอบวัดความถนัดทั่วไป (GAT) ที่โรงเรียนบางปะกอก ซึ่งอีก 3 วันจะเรียนจบชั้นม.6 นั้น เดินทางเข้ามายื่นหนังสือเรียนต่อนางกนกวรรณ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและขอให้มีมาตรการกับกับการใช้ความรุนแรง โดยรมช.ศึกษาฯระบุว่าไม่นิ่งนอนใจและจะเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุภารัตน์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ลูกขอตนถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ปัจจุบันทางวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ ยังไม่มีมาตรการจัดการเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวเลย ยังคงปล่อยให้เกิดเหตุความรุนแรงซ้ำอย่างต่อเนื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะความเป็นเยาวชน ความผิดฐานลงโทษจึงเบา ไม่ก่อให้เกิดความเกรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนางกนกรรณเดินทางต่อไปยังวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ โดยมีคณะผู้บริหารโรงเรียน ตำรวจในพื้นที่ให้การต้องรับและมีการประชุมหารือกันเพื่อหาทางออกกรณีนักเรียนตีกัน โดยนางกนกวรรณ ได้ถามกับผู้บริหารวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพว่ากรณีที่นักเรียนของวิทยาลัยนี้ได้ทำร้ายน้องเก้าจนเสียชีวิตและมีการเยียวยาอย่างไรกับทางครอบครัวผู้เสียหาย รวมถึงมาตรการป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำซาก ซึ่งกรณีนี้ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาเรียบร้อยและได้เยียวยาให้มารดาผู้เสียหาย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42482</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคภูมิใจไทย, กนกวรรณ วิลาวัลย์, พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, ศึกษาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d42bb72958cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2019 06:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครูปฐมวัยไฮเทค ด้วย EF ภายใน4ปี กระทรวงศึกษาธิการ-ราชภัฏ 38 แห่ง-สสส.-รักลูกปั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.วีรสิทธิ์ สิทธิไตรย์ ที่ปรึกษารมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี MOU จับมือสสส. รักลูกเลิร์นนิ่งกรุ๊ป ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานสภาคณบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่งทั่วประเทศเป็นสักขีพยาน พัฒนาหลักสูตรครูปฐมวัย 4 ปี EF ในเด็กและเยาวชน สร้างครูเมล็ดพันธุ์ใหม่ หมดยุคครูเรือจ้างสอนหน้ากระดานดำ พัฒนาเป็นครูไฮเทค รู้เท่าทันเทคโนโลยีใหม่ๆ ใช้ประโยชน์การสื่อสาร&amp;nbsp; ชี้นำการเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ที่ห้องประชุมศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ชั้น 3 อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาหลักสูตรครูการศึกษาปฐมวัย (4 ปี) และฝึกอบรมอาจารย์ เสริมศักยภาพอาจารย์และนักศึกษาครู ระหว่างสภาคณบดีคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ กับณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สุภาวดี หาญเมธี ประธานสถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่งกรุ๊ป) และภาคีวิชาการ Thailand EF Partnership เพื่อมุ่งยกระดับการเรียนการสอนสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยและภาควิชาอื่นๆ ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ เกี่ยวกับทักษะสมองส่วนหน้า Executive Functions (EF) ในเด็กและเยาวชน พร้อมด้วย ผศ. ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานสภาคณบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่งทั่วประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า วันนี้กระทรวงศึกษาธิการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 2 รายการเพื่อปฏิรูปการศึกษาของประเทศ ในเรื่องการเรียนการสอน บ่มเพาะทักษะชีวิต ด้วยการมองไปข้างหน้าใน ความรู้เดิมล้าสมัย ปรับสมรรถนะให้มีทักษะวางรากฐานในการคิดวิเคราะห์ ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ความรู้จะช่วยในการขับเคลื่อนยกระดับความรู้ในการใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีให้มีความเชี่ยวชาญ&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล รู้จักการตั้งคำถามเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องด้วยเหตุผล ความคิดเชิงตรรกะใช้คณิตศาสตร์เชื่อมโยงอย่างมีเหตุผล เป็นการใช้พฤติกรรมของมนุษย์มาใช้ให้เกิดทักษะชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เรื่องของ Stem Skill ต้องมีเหตุผล ไม่ใช่เชื่อทุกเรื่องไปทั้งหมด&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์ ต้องอยู่บนพื้นฐานสมรรถนะ การผลักดันหลักสูตรให้ครูมีสิ่งเหล่านี้ติดตัว เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้เด็กเป็นการปูพื้นฐานที่สำคัญ กระบวนการวิทยาศาสตร์การแพทย์ พฤติกรรม ทัศนคติ อุปนิสัยต้องปลูกฝังใน 6 ปีแรกส่งต่อเชื่อมโยงเป็นลำดับ การศึกษาในช่วงปฐมวัยต้องดูแลอย่างใกล้ชิดส่งต่อคุณภาพมาถึงเด็กในระดับประถม มัธยม อาชีวศึกษา ถึงระดับมหาวิทยาลัย เป็นการสร้างเมล็ดพันธุ์ที่ดีจึงจะต่อยอดขึ้นมาได้ ออกดอกออกผลสร้างเมล็ดพันธุ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การศึกษาต้องบ่มเพาะครูในการสอนเด็กปฐมวัย ทุกวันนี้เราขาดแคลนครูในระดับนี้มาก จึงต้องร่วมมือกับสถาบันรักลูก ก่อนหน้านี้ได้ทำงานร่วมกับสถาบันเด็กแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งนี้ สสส.ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและครอบครัว ผนึกกำลังกันวางรากฐานเด็กปฐมวัยให้ดี ไม่ใช่เพียงการให้ความรู้อย่างเดียว แต่จะต้องปลูกฝังพฤติกรรมทั้งทัศนคติ อุปนิสัยใจคอ หน้าที่พลเมืองที่ดีต่อประเทศชาติ มีคุณธรรม จริยธรรม มีความคิดใฝ่รู้ ต่อต้านการคอร์รัปชัน เป็นการเปิดศักราชของการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมวัย ต่อยอดอนาคตด้านการศึกษา 4.0 ไม่ใช่สร้างเด็กเก่งอย่างเดียว แต่จะต้องเป็นคนดีสู่สังคมโลก ยกระดับเศรษฐกิจของประเทศด้วย&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การสร้างครูเมล็ดพันธุ์ใหม่ทั้งประเทศต้องเดินกลับเข้าสู่ห้องเรียนในหลักสูตร 4 ปี ไม่เพียงเก่งวิชาการอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนดีสู่สังคมโลก&amp;nbsp; เป็นการยกระดับครูทั้งประเทศ สร้างคนดีครุศาสตร์ราชภัฏ พัฒนาการฝึกครูทั่วประเทศ สร้างวิทยากรกระจายถ่ายทอดองค์ความรู้ Stem ศึกษา ทักษะสมองในหลายโครงการ แม้แต่หลักสูตรแพทย์ก็ให้นักศึกษาแพทย์ทำงานอยู่กับคนไข้มากขึ้น ปี 1 เรียนอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ปี 2-ปี 6 ให้นักศึกษาแพทย์ดูคนไข้ในบริบทของเขา ปี 3 เข้มข้นมากยิ่งขี้น ปี 4 ให้อยู่ในทีมแพทย์รักษา เพิ่มความรับผิดชอบมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึงปี 6 เป็นแพทย์ประจำบ้าน กระบวนการเรียนการสอนต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดียิ่งขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.วีรสิทธิ์ สิทธิไตรย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้รณรงค์เรื่องโรคเอดส์มา 30 ปี และอยู่ในแวดวงการศึกษามานาน มีความเชื่อมั่นว่าสื่อใหม่ๆ จากโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ตถ่ายทอดและแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ให้กับผู้อื่น เป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ออกนอกกรอบของห้องเรียน ให้ข้อคิดว่า การทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่งร่วมกับ สสส.สถาบันรักลูก ฯลฯ ผนึกกำลังสร้างครูเก่งให้เป็นไปตามหลักสากล และยังมีความต่อเนื่อง เมื่อได้มีข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ยกระดับครูกองทุน Digital ไปสู่ครูมหาวิทยาลัยราชภัฏ ส่งผลให้นักเรียนได้ประโยชน์จากการเรียนการสอนเป็นระดับสากลด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส. กล่าวถึงที่มาของความร่วมมือครั้งนี้ว่า โลกในศตวรรษที่ 21 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;พลิกผวน หรือ Disruptive World&amp;rdquo; ฉะนั้นเป้าหมายและกระบวนการในการสร้างคนรุ่นใหม่ที่จะสามารถดำรงชีวิตให้อยู่รอด มีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ ทั้งร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา รวมทั้งมีความสามารถสร้างสรรค์ เพื่อเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ อันจะเป็นรากฐานของการสร้างสังคมสุขภาวะของประเทศไทย จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สสส.ได้สนับสนุนให้จัดทำโครงการ &amp;ldquo;การพัฒนาองค์ความรู้และส่งเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะสมองเพื่อสุขภาวะเด็กและเยาวชนในประเทศไทย&amp;rdquo; แก่สถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) และภาคี Thailand EF Partnership ให้ร่วมกันจัดการความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า นักวิชาการจากทั่วโลกในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนามนุษย์ ทั้งจากประสาทวิทยาศาสตร์ จิตวิทยา และการศึกษา ค้นพบและยอมรับกันทั่วไปแล้วว่า ทักษะสมองที่เรียกว่า Executive Functions (EF) นี้ เป็นทักษะที่สำคัญยิ่ง เป็นศักยภาพที่มนุษย์ทุกคนมีมาแต่กำเนิด แต่จะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นรากฐานอันแข็งแกร่งของการพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21 ของเด็กและเยาวชนในประเทศไทย โดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) การคิดสร้างสรรค์ (Creativity) การสื่อสาร (Communication) การทำงานรวมหมู่ (Collaboration) การมีบุคลิกภาพที่เข้มแข็ง แต่ยืดหยุ่นปรับตัว การยอมรับความแตกต่าง และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุขในสังคม รวมถึงการมีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ สอดคล้องกับเป้าหมายแผนยุทธศาสตร์ระยะ 10 ปีของ สสส. ในด้านการเพิ่มสัดส่วนของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่มีความสุขในการดำรงชีวิต เพิ่มสัดส่วนของครอบครัวอบอุ่น ชุมชนและท้องถิ่นเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในปี 2562 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสถาบันหลักในการผลิตครูกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงหลักสูตรผลิตครู สสส. สถาบันอาร์แอลจี และภาคีวิชาการ Thailand EF Partnership เห็นถึงโอกาสสำคัญนี้ว่าจะก่อเกิดคุณูปการแก่การศึกษาของชาติเป็นอย่างยิ่ง หากมีการพัฒนาความร่วมมือกันในด้านการศึกษากับสภาคณบดีของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ในการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติการทำงานของสมองกับการเรียนรู้ และการพัฒนาสมองส่วนหน้า (Executive Functions (EF) พัฒนาเป็นหลักสูตรเพื่อให้อาจารย์ในภาควิชาปฐมวัยศึกษาและภาควิชาอื่นๆ ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งทั่วประเทศได้นำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังความรู้ความเข้าใจและทักษะแก่นักศึกษาครูในภาควิชาปฐมวัยและภาควิชาอื่นๆ ซึ่งจะนำไปจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กปฐมวัยและเด็กช่วงวัยอื่นๆ ต่อไป&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในปัจจุบันการผลิตครูในมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง ยังไม่มีวิชาที่สร้างความรู้ความเข้าใจแก่นักศึกษาครูในเรื่องธรรมชาติ การทำงาน การพัฒนาสมองของเด็กปฐมวัย มีเพียงวิชา &amp;ldquo;ทักษะการคิด&amp;rdquo; ซึ่งเน้นสอนให้นักศึกษาครูรู้จักการคิดว่ามีกี่ประเภท เช่น การคิดพื้นฐาน การคิดขั้นสูง และให้นักศึกษาเรียนรู้กิจกรรมเพื่อฝึก เพื่อส่งเสริมการคิด เช่น การตั้งคำถาม เป็นต้น นอกจากนี้ ในวิชาพัฒนาการเด็กมีการสอนเรื่องการส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ลงลึกถึงการพัฒนาทักษะสมอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานสภาคณบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏในการอบรมความรู้ EF พื้นฐานแก่อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏภาควิชาปฐมวัยกว่า 120 คนแล้ว ซึ่งอาจารย์เหล่านั้นได้นำความรู้ EF นี้ไปประยุกต์ใช้กับงานของตน บูรณาการเข้าไปในรายวิชาที่ตนเองสอน ซึ่งพบว่าเกิดประโยชน์ต่อตัวนักศึกษาครูอย่างมาก กล่าวคือนักศึกษาสามารถนำความรู้ไปใช้ในการออกแบบแผนการจัดประสบการณ์ในชั้นเรียนปฐมวัยเป็นรายบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สภาคณบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเห็นความสำคัญ และต้องการขยายความร่วมมือให้เข้มแข็งขึ้น โดยจะให้มีหลักสูตรสำหรับอาจารย์ที่จะสอนแก่นักศึกษาครูทั้งภาควิชาปฐมวัยและภาควิชาอื่นๆ อย่างเข้มข้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับความร่วมมือกันในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 พัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมอาจารย์สาขาการศึกษาปฐมวัยและจัดอบรมเพื่อพัฒนาอาจารย์สาขาการศึกษาปฐมวัยจำนวนประมาณ 240 คน เป็นระยะที่ 1 ภายในเดือนมิถุนายน 2562 ระยะ 2 พัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมอาจารย์สาขาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเกี่ยวกับทักษะสมอง Executive Functions (EF) และจัดอบรมเพื่อพัฒนาอาจารย์สาขาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจำนวนประมาณ 1,000 คน ภายในปี 2564 และสร้างวิทยากรแกนนำอีกจำนวน 38 คน ในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (สครภ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนัก 4 และสถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่งกรุ๊ป) ลงวันที่ 27 ก.พ. เพื่อร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อฝึกอบรมอาจารย์สาขาการศึกษาปฐมวัยและสาขาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในองค์ความรู้เรื่องทักษะสมองเพื่อบริหารจัดการชีวิต (Executive Functions:EF)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งสามฝ่ายตกลงที่จะร่วมมือกันพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมอาจารย์สาขาการศึกษาปฐมวัยและจัดอบรมเพื่อ 1.พัฒนาอาจารย์สาขาการศึกษาปฐมวัยจำนวน 240 คน เป็นระยะที่ 1 ภายในเดือน มิ.ย.2562 2.พัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมอาจารย์สาขาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเกี่ยวกับทักษะสมองเพื่อบริหารจัดการชีวิต (Executive Functions:EF) และจัดอบรมเพื่อพัฒนาอาจารย์สาขาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจำนวน 1,000 คน เป็นระยะที่ 2 ภายในปี 2564 3.พัฒนาอาจารย์ที่ผ่านการอบรมเพื่อเป็นวิทยากรด้านการพัฒนาทักษะสมองเพื่อบริหารจัดการชีวิต 38 คนภายในปี 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;4.ค่าใช้จ่ายซึ่งเกิดจากข้อ 1-3 ทั้งสามฝ่ายกำหนดให้สถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่งกรุ๊ป) เป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรม ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าเอกสารการฝึกอบรม&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยราชภัฏต้นสังกัดเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับอาจารย์ที่ร่วมพัฒนาเป็นคณะทำงานจัดหลักสูตร และอาจารย์ผู้เข้าร่วมรับการอบรม ค่าสถานที่จัดกิจกรรมการจัดประชุม ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเบี้ยประชุม ทั้งนี้ สภาคณบดีคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ (สครภ.) สนับสนุนค่าใช้จ่ายอื่นๆ สสส.จะสนับสนุนเชื่อมประสานนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือในครั้งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายการแรก MOU ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่องความร่วมมือในการพัฒนาอาจารย์และนักศึกษาในหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (สครภ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) (โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนัก 4) และสถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่งกรุ๊ป).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32717</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), นายแพทย์อุดม คชินทร, ราชภัฏ, ศึกษาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca1c77a9b18c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุปสมบทหมูป่า &#039;12ค่าย&#039;สนใจ สร้างหนังติดถํ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุปสมบททีมหมูป่าแล้ว &amp;ldquo;เมีย น.ต.สมาน-น้องอดุลย์&amp;rdquo; ร่วมงาน วัดพระธาตุดอยเวาจัดวัตรปฏิบัติให้ 12 พระ-เณรเหมือนรูปอื่นๆ วัฒนธรรมเผยตัวเลขยอดขอทำหนังล่าสุดมีรวม 12 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 25 ก.ค. คณะสงฆ์และฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีบรรพชาอุปสมบทให้นักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายจำนวน 12 คนที่นับถือศาสนาพุทธ ณ วัดพระธาตุดอยตุง ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในช่วงเช้า นาคทั้ง 12 คน ซึ่งได้ประกอบพิธีปลงผมที่วัดพระธาตุดอยเวา ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย เสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 24 ก.ค. ได้เดินทางไปยังมณฑลพิธีลานพระธาตุดอยตุง ใกล้กับพระอุโบสถของวัดพระธาตุดอยตุง เพื่อเตรียมขบวนแห่ไปสู่พระธาตุดอยตุง โดยมีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย, พ.ท.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 หรือหมอภาคย์ นำคณะผู้อัญเชิญผ้าไตรวางผ้าไตรบนพาน ขณะที่ตาลปัตรในขบวนแห่มีการพิมพ์เป็นรูปหมูป่า และพื้นหลังเป็นเทือกเขาดอยนางนอนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพิธีเริ่มต้นด้วยการที่นาคทั้ง 12 คน จุดธูปเทียนบูชาพระธาตุดอยตุง นายประจญจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายความเคารพและเปิดกรวยดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9&amp;nbsp;
&amp;nbsp;และก่อนประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบท นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก นำคณะนาคอีก 11 คนตั้งแถวหน้ารูป น.ต.สมาน กุนัน ผู้เสียชีวิตจากการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี โดยจุดธูปเทียนและวางพวงมาลัยหน้ารูป น.ต.สมาน ก่อนกราบลาพ่อแม่ ญาติมิตรและผู้บริหารทีมหมูป่าฯ พร้อมทั้งคณะผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยมีนางวลีพร กุนัน ภรรยาของ น.ต.สมาน เดินทางไปร่วมในพิธีดังกล่าว เช่นเดียวกับ ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน หรือน้องอดุลย์ อายุ 14 ปี ที่นับถือศาสนาคริสต์ ได้เดินทางมาร่วมงาน และเข้าไปพูดคุยกับนางวลีพรด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนาคทั้ง 12 คนเข้าประกอบพิธีในพระอุโบสถ พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าคณะ อ.แม่สาย และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยตุง ในฐานะพระอุปัชฌาย์ ได้นำคณะสงฆ์ประกอบพิธีบวชเณรหรือบรรพชาให้กับนาคจำนวน 11 คน และอุปสมบทหรือบวชเป็นพระภิกษุให้นาคเอกพล เป็นอันเสร็จพิธี โดยในเวลาประมาณ 11.00 น. มีการถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์และสามเณรใหม่ และจัดให้จำวัดที่พระธาตุดอยตุง 1 คืน ส่วนในวันที่ 26 ก.ค. จะเดินทางไปศึกษาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธาตุดอยเวาตามลำดับต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตลอดพิธีกรรมดังกล่าว พบว่าประชาชนทั่วไปและพุทธศาสนิกชนต่างเดินทางไปร่วมพิธีอย่างคับคั่ง ขณะที่ทางสำนักพระพุทธศาสนา จ.เชียงราย ได้เปิดกองทุนหมูป่าโดยพระรัตนมุนีและนายประพันธ์ คำจ้อยขึ้น เพื่อจัดหารายได้สำหรับเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวัตรปฏิบัติของพระภิกษุและสามเณรใหม่ทั้ง 13 รูปนั้น คณะสงฆ์ได้จัดทำเป็นตารางประจำวันให้เรียบร้อยเหมือนพระสงฆ์และสามเณรทั่วไป คือตื่นเวลา 04.30 น. โดยมีเสียงสัญญาณระฆังเตือนเพื่อทำภารกิจส่วนตัว เวลา 05.00 น. ทำวัตรเช้า ไหว้พระและทำสมาธิ, เวลา 06.00 น. ออกรับบิณฑบาต, เวลา 07.00 น. กวาดลานวัด ทำความสะอาดบริเวณวัด, เวลา 08.00 น. ฉันภัตตาหารเช้า, เวลา 09.30 น. ฟังบรรยายธรรมะและเจริญสมาธิโดยคณะสงฆ์, เวลา 11.00 น. ฉันภัตตาหารเพล, เวลา 13.00 น.ฝึกนั่งสมาชิก เดินจงกรม และรับฟังบรรยายธรรมะโดยคณะสงฆ์ ช่วงเย็นเวลา 15.00 น. กวาดลานวัดและทำความสะอาดบริเวณวัด, &amp;nbsp;เวลา 16.30 น. สรงน้ำทำภารกิจส่วนตัว, เวลา 17.30 น.ฉันน้ำปานะ และเวลา 18.00 น. ทำวัตรเย็น ไหว้พระ นั่งสมาธิ และรับฟังบรรยายธรรมะโดยคณะสงฆ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารจากกระทรวง ลงพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และการฟื้นฟูถ้ำหลวงฯ พร้อมมอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพย์และเครือข่ายต่างๆ จำนวน 5 หน่วยงาน 389 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จำนวน 781 คน และกรมป่าไม้ 79 คน รวมทั้งสิ้น 1,249 คน ซึ่งเป็นกำลังหลักและสนับสนุนในการค้นหาน้องๆ ทีมหมูป่าฯ ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงฯ นอกจากนั้น พล.อ.สุรศักดิ์ยังได้มอบเกียรติบัตรให้แก่คณะเจ้าหน้าที่และเครือข่ายต่างๆ รวมทั้งผู้พิทักษ์ป่า เพื่อเป็นการยกย่องชมเชย และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 5/2561 เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ได้มีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์กรณีถ้ำหลวงฯ ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธาน มีปลัด วธ.และปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นรองประธาน มีคณะกรรมการประกอบหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงกลาโหม, กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะมอบหมายให้ วธ.เร่งจัดทำคำสั่งคณะกรรมการดังกล่าวเพื่อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลงนามแต่งตั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ล่าสุดได้รับรายงานว่ามีผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศสนใจผลิตภาพยนตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยถ้ำหลวงมาแล้ว 12 โครงการ แบ่งเป็นโครงการของผู้ประกอบการไทย 4 โครงการ, โครงการร่วมทุนของผู้ประกอบการต่างประเทศและไทย 6 โครงการ และโครงการของผู้ประกอบการต่างประเทศ 2 โครงการ แสดงให้เห็นว่าเป็นเหตุการณ์หมูป่าเป็นเหตุการณ์สำคัญของโลก เนื่องจากมีเอกชน ผู้ประกอบภาพยนตร์ แสดงความจำนงต้องการผลิตภาพยนตร์พร้อมๆ กันจำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14127</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงสาธารณสุข, พ.ท.ภาคย์ โลหารชุน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, วัดพระธาตุดอยตุง, ศึกษาธิการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b588da67511e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
