<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนารักษ์&#039;จ่อรีดค่าถือครองที่ราชพัสดุ2%ดัดหลังส่วนราชการไม่ใช้ประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.2563 นางศุกร์ศิริ บุญญเศรษฐ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์กำลังจัดทำมาตรการพัฒนาให้หน่วยงานราชการรับรู้ต้นทุนการถือครองที่ราชพัสดุ (แคปิตอล ชาร์จ) โดยจะเรียกเก็บค่าเช่าถือครองที่ดิน 2% ของมูลค่าที่ดิน กับหน่วยราชการ หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่ถือครองที่ราชพัสดุไว้ แต่เลิกใช้ประโยชน์ หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งกับกรมฯ รวมถึงมีการครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่นำส่งคืนกลับมาให้กรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย ซึ่งกรมฯได้นำแนวคิดจากประเทศออสเตรเลีย และมอบหมายให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศึกษาอยู่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปีนี้ จากนั้นจะได้นำเสนอ ครม.เพื่อขอความเห็นชอบ และแจ้งให้ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับทราบ โดยคาดว่าจะเริ่มเก็บจริงได้ปีงบประมาณ 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่จริงกรมฯไม่ได้มีเจตนาอยากเก็บค่าเช่ากับหน่วยงานรัฐ แต่ต้องทำเพื่อกระตุุ้นให้มีการส่งมอบที่ดินที่ไม่ได้ใช้คืน โดยแนวทางการเก็บค่าเช่าอาจไม่ต้องถือเงินมาจ่ายกับกรมฯโดยตรง แต่อาจใช้วิธีหักจากงบประมาณรายรับประจำปีที่ได้รับแทน ซึ่งจะต้องหารือกับสำนักงบประมาณด้วย สำหรับการคิดค่าเช่า 2% ของมูลค่าทรัพย์สินต่อปี ไม่ถือว่าแพง เพราะถูกกว่าค่าเช่าอัตราพาณิชยกรรมถึง 50% นอกจากนี้ยังมีการสอบถามความเห็นจากทุกฝ่าย และศึกษาแนวทาง ตัวชี้วัดการส่งคืนที่ราชพัสดุที่มีศักยภาพให้กรมธนารักษ์ด้วย&amp;quot; นางศุกร์ศิริ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศุกร์ศิริ กล่าวว่า ปัจจุบันมีที่ราชพัสดุที่ใช้ประโยชน์ในราชการประมาณ 10.06 ล้านไร่ คิดเป็น 96% ของจำนวนที่ราชพัสดุทั้งหมด ซึ่งตามพ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 กำหนดให้ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งใช้ที่ราชพัสดุมีหน้าที่ใช้ที่ราชพัสดุให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และความตกลงที่ทำไว้กับกรมธนารักษ์ โดยให้กรมธนารักษ์มีหน้าที่ในการปกครอง ดูแล และบำรุงรักษาที่ราชพัสดุ และสามารถเรียกคืนที่ราชพัสดุจากส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ในกรณีเลิกใช้ที่ราชพัสดุ ครอบครองที่ราชพัสดุโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ใช้ที่ราชพัสดุภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ได้ทาความตกลงกับกรมธนารักษ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีส่วนราชการผู้ครอบครองที่ราชพัสดุบางแปลง ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ตามที่ได้รับอนุญาต หรือใช้ประโยชน์ไม่ครบถ้วน ไม่ยอมส่งที่ดินคืนกรมฯอยู่หลายแห่ง เนื่องจากไม่ได้กำหนดบทบังคับทางกฎหมาย ตลอดจนหน่วยงานไม่เห็นความจำเป็น หรือไม่ได้รับประโยชน์จากการส่งคืนที่ราชพัสดุ ส่งผลให้กรมฯ ไม่สามารถบริหารที่ราชพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อให้การบริหารที่ราชพัสดุเกิดประโยชน์สูงสุด กรมธนารักษ์จึงต้องจัดทำมาตรการ แคปิตอล ชาร์จ โดยนำเครื่องมือในการบริหารทางการเงินเรื่องต้นทุนของเงินมาพิจารณาเพื่อให้ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รับรู้ถึงต้นทุนการถือครองที่ราชพัสดุของหน่วยงาน โดยมาตรการนี้จะทำให้หน่วยงานภาครัฐที่ครอบครองทรัพย์สินเกินความจำเป็นต้องส่งคืนที่ราชพัสดุให้กรมธนารักษ์เพื่อบริหารต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69997</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้นทุนการถือครองที่ราชพัสดุ, รองอธิบดีกรมธนารักษ์, ศุกร์ศิริ บุญญเศรษฐ์, เก็บค่าเช่าถือครองที่ดิน 2%</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef958aba372d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
