<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ด้วนด่านลอย&#039;ล้ม สังคมโพสต์อาลัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดตำนาน &amp;quot;ด้วนด่านลอย&amp;quot; สังคมโซเชียลแสดงความอาลัยช้างป่าเขาอ่างฤาไนที่ออกมาปล้นรถอ้อยบ่อยครั้ง ล่าสุดล้มลงแล้ว หลังเป็นแผลที่ปลายหางก่อนลามมาที่โคนหางและติดเชื้อรุนแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมออนไลน์ต่างแสดงความเสียใจต่อข่าวเจ้า &amp;quot;ด้วนด่านลอย&amp;quot; ช้างป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ล้มลงแล้ว ทั้งนี้ เพจเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความแจ้งว่า &amp;quot;ด้วนด่านลอย&amp;quot; ผู้ริเริ่มการตั้งด่านลอยที่โด่งดังจนมีลูกศิษย์ลูกหาหลายรายลอกเลียนแบบ ก่อนหน้านี้พบว่ามีแผลบริเวณปลายหาง เป็นหนอง หางหลุดขาด คาดว่าแผลติดเชื้อ ล่าสุดล้มแล้ว ...ขอบคุณที่ด้วนเป็นครูให้เราได้เรียนรู้ศึกษาพฤติกรรม..ปิดตำนาน &amp;quot;ด้วนด่านลอย&amp;quot; ..ชื่อนี้จะอยู่ในใจ R.I.P.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช้างป่าตัวนี้เป็นที่รู้จักรักใคร่ของชาวโลกโซเชียล และผู้ที่ขับรถที่ขับผ่านถนนสายฉะเชิงเทรา-วังน้ำเย็น โดยเฉพาะรถบรรทุกอ้อย ที่จะถูกช้างออกจากป่ามาดักกลางถนน แล้วใช้งวงล้วงอ้อยออกมากินอย่างสบายใจ จากนั้นจึงปล่อยให้รถเดินทางต่อไปได้ จนเป็นที่มาของฉายา &amp;quot;ด้วนด่านลอย&amp;quot; ขณะที่ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนออกมาประกาศเตือนให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวเพิ่มความระมัดระวัง เพื่อป้องกันอันตรายจากพฤติกรรมของช้างป่าตัวนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภกิจ วินิตพรสวรรค์ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าพบช้างป่ามีบาดแผลที่โคนหาง ต่อมาแผลเกิดการอักเสบอย่างหนัก กระทั่งกระดูกโคนหางหลุดออกมา ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการรักษาและพบว่ามีแผลติดเชื้ออย่างรุนแรง มีหนองและหนอนแมลงที่โคนหางจำนวนมาก จึงทำความสะอาดแผลและให้ยาแก้อักเสบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันทีมวิจัยได้ตัดสินใจติดปลอกคอสัญญาณดาวเทียมให้กับช้างป่าตัวดังกล่าว เพื่อติดตามอาการ โดยสัญญาณจากปลอกคอเริ่มอ่อนลงตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตาม พบว่าช้างยังมีชีวิต แต่เคลื่อนที่ช้าลง วันที่ 17 มี.ค. เจ้าหน้าที่เข้าติดตามอาการอีกครั้ง แต่ไม่พบตัวช้าง กระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 18 มี.ค. เจ้าหน้าที่จึงออกค้นหาและพบว่าช้างตายแล้ว ซึ่งเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ทีมสัตวแพทย์ได้ผ่าพิสูจน์ซากช้างเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ก่อนจะฝังกลบตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31767</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด้วนด่านลอย, ศุภกิจ วินิตพรสวรรค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90f90145079.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
