<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตธานี ยิ้มรับ ‘ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์’ ชี้ ก.ค.ยอดจองห้องพักแตะ 40% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ก.ค. 2564 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากโครงการ &amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 โดยนักท่องเที่ยวชุดแรกที่เดินทางมาถึงเป็นชาวเนเธอร์แลนด์และชาวไทย โดยบินมาจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งทางโรงแรมได้เตรียมการต้อนรับอย่างอบอุ่นภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย SHA Plus+ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องแห่งแรกของประเทศไทยที่ดำเนินการตามมาตรฐาน SHA Plus+ โดยมีระบบ &amp;ldquo;ภูเก็ตต้องชนะ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่สามารถใช้เป็นฐานข้อมูล Big Data ในการตรวจสอบประวัติและคำนวณอัตราการรับวัคซีนของบุคลากรผู้ให้บริการในสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน SHA Plus+ แล้วจำนวน 1,389 แห่ง แบ่งเป็นประเภทโรงแรมที่พัก จำนวน 882 แห่ง และโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนหน้าที่จะเริ่มต้นโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ทีมงานดุสิตธานีได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดประเทศอย่างเข้มข้นโดยมีจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่อง ซึ่งแน่นอนว่า จนถึงขณะนี้ก็ยังมีคำถามและมีความเป็นห่วงมากมาย แต่หลังจากการลงพื้นที่ สิ่งที่เราสัมผัสได้คือ ความมุ่งมั่นที่จะทำให้การเปิดประเทศใน &amp;ldquo;กล่องทราย&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;แซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; ครั้งนี้เป็นการนำร่องและนำไปสู่การเรียนรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประเทศในเดือนตุลาคม มีการเตรียมขั้นตอนและกฏเกณฑ์ที่เข้มงวดเพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างเต็มที่ และก็ได้ระดมฉีดวัคซีนกันเกือบ 70% แล้ว โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนขึ้นอีก ซึ่งจริงๆ แล้ว เดือนกรกฎาคมหรือตลอด 3 เดือนในไตรมาสที่ 3 เป็นช่วงโลว์ซีซั่น เพราะเป็นช่วงฤดูฝน ดังนั้น การที่จะหวังตัวเลขนักท่องเที่ยวในจำนวนมากคงเป็นไปได้ยาก แต่ชาวภูเก็ตก็ยอมจะเริ่มในช่วงเวลานี้ เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้และเตรียมความพร้อมสำหรับช่วงไฮซีซั่นตอนปลายปี รวมถึงยังเป็นโมเดลขยายต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ ด้วย&amp;rdquo; ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิตธานี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต นั้น จนถึงขณะนี้มียอดจองโรงแรมในเดือนกรกฎาคมเข้ามาแล้วราว 40% ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี โดยนักท่องเที่ยวมีทั้งจากในประเทศและต่างประเทศที่จองในนามรายบุคคล และการจองเดินทางแบบหมู่คณะ ทำให้ภาพรวมของการเดินทางและการเข้าพักจะเป็นลักษณะของการทยอยเดินทาง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเริ่มต้นของธุรกิจท่องเที่ยวที่คาดหวังว่าแนวโน้มจะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นในอนาคต ซึ่งจากการประเมินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในวันแรกของการเปิดโครงการจะอยู่ในราว 400-500 คน และในช่วง 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึง 30 กันยายน จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 1.29 แสนคน และจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มดุสิตธานี ได้จัดทำโปรโมชั่นแพคเกจ Back to Paradise &amp;nbsp;รองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการกลับมาเที่ยวภูเก็ต และนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ หรือนักธุรกิจที่เดินทางเข้าออกประเทศไทย ที่ต้องการกลับเข้าประเทศไทยแบบไม่ต้องกักตัว ด้วยการเข้าพักและท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตตามข้อกำหนด ก่อนจะเดินทางต่อไปในจังหวัดอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ รองรับนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สัมผัสและสนับสนุนอาชีพของคนท้องถิ่น เช่น วิถีชีวิตชาวประมงชายฝั่ง &amp;nbsp; การจัดกิจกรรมเวิร์คช้อปแบบยั่งยืน เช่น การทำผ้ามัดย้อมธรรมชาติจากดอกไม้ การลองหัดทำอาหารพื้นบ้านจากสูตรดั้งเดิม พร้อมกับเรียนรู้แหล่งที่มาของวัตถุดิบพื้นถิ่นที่ปลอดสารพิษและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ &amp;nbsp;ตลอดจน การเรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรมไทยแขนงอื่นๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังเพิ่มโปรแกรมดูแลสุขภาพกายและใจแบบองค์รวมที่หลากหลาย อาทิเช่น โยคะ Mindfulness ในชีวิตประจำวัน ดนตรีบำบัด กิจกรรมทางน้ำอย่าง Stand up paddle board รวมไปถึงกิจกรรมสนุกสนานสำหรับเด็กๆ อย่าง Kid&amp;rsquo;s Camp เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ คือ โอกาสในการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน &amp;nbsp;แม้ว่าที่ผ่านมา เราจะมีประสบการณ์เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องการบริการที่ดีเยี่ยม แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป มีความท้าทายมากขึ้น เราก็ต้องเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ ทดลองทำใหม่ และแน่นอนว่าในระหว่างทางอาจจะมีปัญหาหรืออุปสรรคเกิดขึ้น ซึ่งเราต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหา และค่อยๆ เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน กลุ่มดุสิตธานีในฐานะของผู้ประกอบการ เรามุ่งมั่นและตั้งใจที่จะให้บริการที่ดีที่สุดภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความประทับใจและสร้างความไว้วางใจให้กับนักท่องเที่ยว เพราะเมื่อถึงเวลาที่สถานการณ์คลี่คลายและมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เราจะได้พร้อมที่จะเดินหน้าได้อย่างเต็มที่กับสิ่งที่ได้ทดลองทำมาแล้วใน &amp;ldquo;กล่องทราย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งแน่นอนว่า จะทำให้การเดินหน้าครั้งใหม่เป็นไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo; นางศุภจีกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108269</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดุสิตธานี, ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์, ยอดจองห้องพัก, ศุภจี สุธรรมพันธุ์, โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d045db6bf29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ดุสิตธานีหัวหิน&quot;โมเดลชีวิตวิถีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ดุสิตธานี&amp;rdquo; สู้ไม่ถอย แม้จะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หลายระลอก ล่าสุดปรับกลยุทธ์เดินหน้าเข้าหาลูกค้า ประกาศเดินหน้าสร้างรายได้จาก Non-Room Business ใช้ทักษะและความเข้าใจในท้องถิ่นผลิตสินค้าเพื่อนำเสนอในชุมชนทดแทนรายได้ห้องพักในช่วงที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง รอจนกว่าสถานการณ์โควิดจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มดุสิตธานีปรับกลยุทธ์ด้วยการหันมาโฟกัสกับการสร้างรายได้อื่นๆ ที่ไม่ใช่รายได้จากการเข้าพัก (Non-Room Revenue) โดยใช้ทักษะความเข้าใจตลาด ความสนใจของคนในพื้นที่และข้อจำกัดในแต่ละพื้นที่มาเป็นปัจจัยในการวางเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้ การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้เปลี่ยนจากการที่ลูกค้าเดินมาหาเรา เป็นเราที่จะเดินเข้าไปหาลูกค้าเอง เพื่อรับมือกับการใช้ชีวิตตามวิถีนิวนอร์มอล ที่ลูกค้ายังไม่สะดวกเดินทาง ต้องการความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้นำอาหารเมนูพิเศษที่ปกติไม่ได้ขายเป็นเมนูประจำ เช่น โรงแรมดุสิตธานี พัทยา นำเสนอเมนูปาท่องโก๋ รวมถึงอาหารง่ายๆ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับดีมาก โรงแรมดุสิต เชียงใหม่ ทำเมนูติ่มซำและอาหารเช้าแบบอเมริกัน โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เปิด Pop Up Store ด้านหน้าโรงแรมเพื่อให้บริการอาหารคุณภาพดี ราคาย่อมเยา ขณะที่โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต เน้นนำเสนอบริการอาหารกล่องหรืออาหารปิ่นโตให้กับหน่วยงานราชการ โรงพยาบาลและโรงเรียน ส่วนโรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ เปิดให้บริการ Drive Through และบ้านดุสิตธานี ซอยศาลาแดง ที่ให้บริการอาหารเช้า เป็นอาหารกล่อง มีเมนูหลากหลายทั้งไข่เจียว จากไข่ออร์แกนิก หมูปิ้งพร้อมข้าวเหนียว โจ๊ก สลัด และอื่นๆ ในราคา 40-50 บาท ในคุณภาพระดับโรงแรม เพื่อเป็นการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของลูกค้าในภาวะวิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กลุ่มดุสิตธานียังเดินหน้าปรับปรุงโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ที่ให้บริการในรูปแบบรีสอร์ตมายาวนานถึง 30 ปี ให้เป็นโมเดลนำร่องในการต่อยอดพัฒนารีสอร์ตให้เป็นรีสอร์ตที่มีกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหลากหลาย เพื่อเป็นจุดขายดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับเข้ามาพักอีกครั้งเมื่อสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เนื่องจากโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง เราจึงได้แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งมาพัฒนาเป็นสวนผักผลไม้ออร์แกนิก เพื่อให้เป็นแหล่งกิจกรรมท่องเที่ยววิถีธรรมชาติสำหรับลูกค้าที่มาเข้าพัก ในขณะเดียวกันก็นำผลผลิตที่ได้มาทำผลิตภัณฑ์อาหารสดและแปรรูปจำหน่ายให้กับลูกค้า และปรุงอาหารให้พนักงานเพื่อบรรเทาค่าใช้จ่าย ซึ่งผลตอบรับดีมาก เราจึงขยายพื้นที่สวนเกษตรด้วยการลงแปลงนาข้าว ซึ่งผลผลิตจากนาแรกที่เพาะปลูกคาดว่าน่าจะได้ผลผลิตราว 200 กิโลกรัม ซึ่งจะนำมาลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารให้กับพนักงานของโรงแรมก่อน และถ้ามีผลผลิตมากพอก็อาจจะมีผลิตข้าวจากแปลงนาของดุสิตธานีเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปในอนาคต&amp;rdquo; นางศุภจีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศุภจีกล่าวอีกว่า กระบวนการเรียนรู้ที่จะปรับตัวและสร้างโมเดลการให้บริการในรูปแบบใหม่ตามวิถีการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นการตอกย้ำถึงความเข้มแข็งของพนักงานกลุ่มดุสิตธานี ที่พร้อมจะสู้และประคับประคองตัวเอง งานที่รัก ตลอดจนองค์กรให้สามารถฟันฝ่าวิกฤติ เพื่อที่จะกลับมาต้อนรับลูกค้าได้อีกครั้ง ขณะเดียวกันการพัฒนาแหล่งกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีธรรมชาติที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสกับการเรียนรู้วิถีการใช้ชีวิตแบบธรรมชาติควบคู่ไปกับการได้รับบริการที่สะดวกสบายและปลอดภัยภายใต้มาตรฐานของดุสิตธานีอีกด้วย ทำให้มั่นใจว่าเมื่อการท่องเที่ยวสามารถกลับมาได้อีกครั้ง กลุ่มดุสิตธานีจะมีความพร้อมในการให้บริการและจะสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้พนักงานกลุ่มดุสิตธานีสู้ทุกคน เราสู้ไม่ถอย และรวมใจเป็นหนึ่ง เพราะเรารู้ว่าการรับมือกับวิกฤติครั้งนี้เราไม่ใช้สามารถใช้ความรู้ ประสบการณ์เอาชนะได้ แต่เราต้องใช้หัวใจ ต้องอดทน ต้องเข้มแข็ง ต้องเรียนรู้ และต้องปรับตัวให้ได้ วันนี้เราไม่สามารถสร้างรายได้จากห้องพักได้เหมือนในอดีต เราจึงจำเป็นต้องพึ่งพารายได้จากส่วนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ห้องพัก (Non-Room Revenue) &amp;nbsp;ซึ่งน่ายินดีที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก และเสียงตอบรับจากลูกค้าทุกคนทำให้พนักงานของดุสิตธานีมีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป&amp;rdquo; ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92208</URL_LINK>
                <HASHTAG>csr, ศุภจี สุธรรมพันธุ์, โรงแรมดุสิตธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601e8d79748e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 23:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตธานี แตกแบรนด์ผุด”อาศัย”เจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดุสิตธานี โชว์แผนธุรกิจ ชู 3 กลยุทธ์หลักหวังสร้างการเติบโตระยะยาว ลุยขยายตลาด แตกแบรนด์ใหม่&amp;rdquo;อาศัย&amp;rdquo;เจาะลูกค้าระดับกลาง-บน คาดเปิดให้บริการได้ในปี 62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 เม.ย. 61-&amp;nbsp;นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล (DTC) เปิดเผยว่า ในปี 2561 นี้ บริษัทมีแผนการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งและผลตอบแทนที่ดีให้กับกลุ่มดุสิตธานีในระยะยาว ผ่านการดำเนินงานการใน 3 ด้าน ได้แก่ การขยายการเติบโตของธุรกิจหลัก การสร้างความสมดุลของธุรกิจ และ การกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ล่าสุดบริษัทเดินหน้าขยายการเติบโตธุรกิจด้วยการเปิดตัวแบรนด์กลุ่มโรงแรมใหม่ภายใต้ชื่อ&amp;rdquo;อาศัย&amp;rdquo;ซึ่งจะบริหารงานโดย บริษัท อาศัย โฮลดิ้ง จำกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แบรนด์โรงแรมอาศัย เป็นแบรนด์กลุ่มโรงแรมไลฟ์สไตล์ในราคาที่จับต้องได้ ที่ประมาณ 1,800 บาทต่อคืน เจาะกลุ่มนักเดินทาง กลุ่มไลฟ์สไตล์มิลเลนเนียม&amp;nbsp;โดยในปัจจุบันกลุ่มดุสิตธานี ได้มีการพัฒนาและอยู่ในช่วงของการเติบโตซึ่งบริษัทมีโรงแรมที่เปิดให้บริการภายใต้แบรนด์ดุสิต ได้แก่ ดุสิตธานี ดุสิตดีทู ดุสิตปริ๊นเซส และ ดุสิตเดวาราณา ครอบคลุมตลาดระดับกลางและระดับบน รวมทั้งสิ้น 27 แห่ง และมีแผนเตรียมเปิดให้บริการเพิ่มอีกกว่า 70 แห่งทั่วโลกภายใน 4 ปีข้างหน้า&amp;rdquo;นางศุภจี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรงแรมภายใต้แบรนด์อาศัยที่จะมีการพัฒนาเป็นแห่งแรกจะอยู่ในพื้นที่ใจกลางตลาดนัดสวนจตุจักร ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณช่วงไตรมาสแรก ปี 2562 โดยบริษัท อาศัย โฮลดิ้ง จำกัด จะมีการดำเนินการบริหารกลุ่มแบรนด์อาศัย ในอีก 5 แห่ง ได้แก่ โรงแรมอาศัย 3 แห่งในประเทศฟิลิปปินส์ และ อีก 1 แห่งในประเทศเมียนมาร์ รวมถึงโรงแรมในย่านสาทร กทม. อย่างไรก็ตามด้วยแผนการเปิดโรงแรมทั้งหมดคาดว่าจะมีห้องพักรวม 1,000 ห้อง และคาดว่าจะเปิดการให้บริการได้ในปี 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดุสิตธานี, ศุภจี สุธรรมพันธุ์, โรงแรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac3477ce20eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
