<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด้านหนึ่งก็เดินสายทำร้ายประเทศ อีกด้านก็แปลงสภาฯเป็นสภาอาภรณ์ตามใจฉัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.62 - นายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี และอดีตรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าด้านหนึ่งก็เดินสายทำร้ายประเทศตัวเอง อีกด้านก็แปลงสภาผู้แทนราษฎรเป็นสภาอาภรณ์ตามใจฉัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40684</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศุภชัย ศรีหล้า, อนาคตใหม่, แต่งกายเข้าสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d26a0fc95f63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.รุดถกตัวแทนชาวนา รุมจี้สนช.ชะลอพรบ.ข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ฮึ่มข่าว พ.ร.บ.ข้าวถูกปั่นสร้างความเกลียดชัง ชี้เป็นกฎหมายของ สนช.มุ่งหวังดูแลเกษตรกรไม่ให้ถูกเอาเปรียบ บี้รัฐมนตรีเร่งแจงข้อเท็จจริงก่อนข่าวถูกกระพือไปไกล กมธ.รุดหารือตัวแทนเกษตรกรร่อนเอกสารแจงยิบ &amp;ldquo;ชาวนา-เอ็นจีโอ-อัยการ-ปชป.&amp;rdquo; ประสานเสียงชะลอนำเข้าที่ประชุม 20 ก.พ.นี้ ระบุหากดื้ออาจเห็นม็อบชาวนาลุกฮือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพระราชบัญญัติข้าว พ.ศ. ... ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ว่าเป็นกฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เสนอมายังรัฐบาล เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งได้พิจารณาส่งกลับไปแล้วและให้ปรับประเด็นต่างๆ ที่มีปัญหา แต่สิ่งที่เอามาเผยแพร่กันเป็นการนำสิ่งที่ไม่ใช่กฎหมายตัวจริงมาเผยแพร่ ทำให้เกิดความเกลียดชังกันทั่วไปหมด ทั้งที่เจตนารมณ์ของ สนช.และรัฐบาลมุ่งหวังดูแลเกษตรกรให้มากขึ้น ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบไม่ว่าใคร ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบกับเกษตรกร ทั้งการเก็บเมล็ดพันธุ์ การแลกเปลี่ยน และการขายเมล็ดพันธุ์ &amp;nbsp;เพียงแต่ดูส่วนภาคเอกชนว่าจะทำอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันรัฐบาลมุ่งหวังที่จะดูแลเกษตรกร แต่จำเป็นต้องมีกระบวนการ โดยที่กติกาต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป ส่วนของ สนช.เองก็ไม่ได้มุ่งหวังเอาเป็นเอาตายกับใคร วัตถุประสงค์สำคัญคือดูแลพี่น้องเกษตรกรไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ เราต้องไว้ใจกันตรงนี้ ถ้าไม่ไว้ใจกันเลยก็ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง 4-5 &amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา ถ้าไม่ออกกฎหมายอะไรก็ทำอะไรกันไม่ได้อีก&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวออกโดย สนช. ไม่ใช่ร่างของรัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งอธิบดีกรมการข้าวไปเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณากฎหมายในวาระที่ 2 ซึ่งยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอความเห็นใน 2 ประเด็น &amp;nbsp;คือ 1.ยังไม่ควรกำหนดให้มีการลงทะเบียนผู้ประกอบการค้าพันธุ์ข้าว และ 2.การรับรองพันธุ์ข้าว เพราะเห็นว่ามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวนาในการผสมพันธุ์และขยายพันธุ์ข้าว โดยทราบว่า กมธ.ได้ปรับแก้ถ้อยคำเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้นต้องรอดูอีกครั้ง ขอย้ำอีกครั้งว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ออกโดยกระทรวงเกษตรฯ หรือรัฐบาล แต่ออกโดย สนช. แต่ก็ได้รับฟังเสียงประชาชนมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) &amp;nbsp;ว่า พล.อ.ประยุทธ์ปรารภในที่ประชุม ครม.เน้นย้ำให้รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบประเด็นข่าวที่มีการเผยแพร่ทั้งในสื่อหลักและโซเชียลมีเดีย หากพบข้อมูลอะไรที่บิดเบือนให้รีบชี้แจง ไม่ให้กระจายในวงกว้างแล้วต้องมาแก้ไขในภายหลัง และต้องมาถามที่นายกฯ เพียงคนเดียว รวมถึงอยากให้ประชาชนรับฟังการสื่อสารในช่องทางของรัฐบาลจะได้เชื่อมั่นว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เช่นกรณีร่าง พ.ร.บ.ข้าวที่พูดกันออกมาว่าประชาชนจะได้รับผลกระทบ เรื่องนี้อยากให้ฟัง สนช.ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างดังกล่าว ดีกว่าไปรับฟังข้อมูลที่อาจไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน คณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าวได้เชิญตัวแทนเกษตรกรมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าว ก่อนที่ประชุม สนช.จะพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ &amp;nbsp;20 ก.พ. โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.กล่าวว่า ข้อวิจารณ์ต่างๆ เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ &amp;nbsp;สนช.กำลังพิจารณา ส่วนถ้อยคำที่เกิดการตีความคลุมเครือนั้น สนช.จะแก้ไขให้เกิดความชัดเจนต่อไป &amp;nbsp;และเมื่อร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาแล้ว สมาชิก สนช.จะตรวจสอบให้รอบคอบอีกครั้ง โดยเอาความคิดเห็นของเกษตรกรมาเป็นตัวตั้ง เชื่อได้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพราะเป็นครั้งแรกที่เขียนลงลึกไปถึงวิถีชีวิตของชาวนา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ภาพรวมของการประชุม กลุ่มเกษตรกรได้สลับกันสอบถามถึงความชัดเจนเกี่ยวกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยกันเอง ว่ากระทำได้หรือไม่โดยไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งคณะ กมธ.ชี้แจงว่าร่างกฎหมายยังเปิดโอกาสให้ชาวนาที่มีเมล็ดพันธุ์ข้าวสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้อย่างอิสระ และหลังร่วมประชุมกว่า 2 ชั่วโมง คณะ กมธ.ได้จัดทำเอกสารชี้แจงในสาระสำคัญหลายประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ คือ 1.ประเด็นที่มีการระบุว่าชาวนาต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ หากเก็บเมล็ดพันธุ์เองต้องโทษจำคุกและปรับ 1 แสนบาทนั้น กฎหมายได้เขียนยกเว้นในกรณีชาวที่เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้กันเองแล้วอย่างชัดเจน และไม่มีการลงโทษจำคุกหรือปรับใดๆ เว้นแต่ชาวนาไปทำในลักษณะเป็นผู้ประกอบการเพื่อค้ากำไรเสียเอง เช่นนี้ก็ต้องขอรับรองพันธุ์ข้าวก่อนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ประเด็นที่ว่าร่าง พ.ร.บ.ข้าวจัดทำขึ้นและเสนออย่างเร่งรีบและไม่รอบคอบนั้น ร่างกฎหมายเสนอโดยกลุ่ม สนช.ตั้งแต่ ส.ค.61 แต่เนื่องจากเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินจึงต้องให้รัฐบาลรับรอง ก่อนเสนอกลับมายัง สนช.เมื่อเดือน พ.ย.61 ดังนั้นขั้นตอนการดำเนินการจึงเป็นไปตามกลไกปกติ 3.ประเด็นการกำหนดให้ขึ้นทะเบียนชาวนาทุกคน และให้ผู้ประกอบการโรงสีต้องออกใบรับรองข้าวเปลือกนั้นไม่เป็นความจริง เพราะการขึ้นทะเบียนชาวนาไม่มีการระบุเอาไว้ในกฎหมาย และ 4.ที่มีการรายงานว่ามีการให้อำนาจเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรฯ เข้าไปตรวจสอบโรงสีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เรื่องนี้เข้าใจกันคลาดเคลื่อน เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ มาตรวจใบรับซื้อ แต่เป็นเจ้าพนักงานที่ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐมนตรีตาม พ.ร.บ.ข้าว มีหน้าที่ดูแลกำกับเรื่องเมล็ดพันธุ์พืชเท่านั้น ไม่ใช่การไปตรวจใบรับซื้อ เพราะร่าง พ.ร.บ.ไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้าข้าว&amp;nbsp;
ขณะเดียวกันในหลายพื้นที่ก็มีการแสดงพลังคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ข้าว โดยที่จังหวัดพิจิตร กลุ่มชาวนาจาก 12 อำเภอ กว่า 100 รายได้เข้าพบนายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ จ.พิจิตร เพื่อร้องทุกข์และยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกจาก สนช. โดยนายวรพันธุ์ยืนยันว่าจะรีบส่งหนังสือไปยังนายกฯ และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งชาวนาที่รวมตัวกันระบุว่าจะมาติดตามความคืบหน้าทุกๆ &amp;nbsp;7 วันหลังจากนี้ แต่ถ้าสิ้นเดือน ก.พ.นี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ก็จะประสานกลุ่มเครือข่ายชาวนาทั่วประเทศเคลื่อนไหวในช่วง มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ (พอช.) ด้านหน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่น มีเกษตรกรและกลุ่มองค์กรเอกชน (เอ็นจีโอ) มาอ่านแถลงการณ์คัดค้านร่าง พ.ร.บ.ข้าวเช่นกัน โดยนายชูชาติ ผิวสว่าง ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับชาติอ่านแถลงการณ์ยืนยันว่า ให้ &amp;nbsp;สนช.ยุติการเสนอกฎหมาย และให้ยกเลิก พ.ร.บ.ข้าวฉบับนี้โดยทันที ซึ่งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั้ง 77 &amp;nbsp;จังหวัด และองค์กรภาคีทั่วประเทศจะร่วมกันคัดค้านจนถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ความจริงเรื่อง พ.ร.บ.ข้าว&amp;rdquo; โดยได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเป็นข้อๆ ก่อนสรุปว่าบทบัญญัติตามร่าง พ.ร.บ.ข้าวอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตการทำนาปลูกข้าวของชาวนาไทยและการพัฒนาพันธุ์ข้าวในหลายๆ กรณี อีกทั้งยังอาจมีความไม่ชัดเจนของความผิดทางอาญาในกรณีของการขายหรือการจำหน่าย ซึ่งมีประเด็นปัญหาเรื่อง &amp;ldquo;เพื่อประโยชน์ทางการค้า&amp;rdquo; จึงควรที่ สนช.จะได้พิจารณาและรับฟังความคิดเห็นจากผู้คนที่เกี่ยวข้องในวงการต่างๆ ให้รอบด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้แต่ร่าง พ.ร.บ.ข้าว ที่เสนอโดยสมาชิก สนช. เองก็ยังถูกคณะกรรมาธิการฯ ปรับแก้ไขเพิ่มเติมร่างเป็นจำนวนมากแทบตลอดทั้งร่างในชั่วเวลาแค่เดือนครึ่ง หาก สนช.จะรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ย่อมมีข้อเสนอแนะที่ดีและเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.ข้าวให้มีความถูกต้องเหมาะสมและเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น ดังนั้น ถึงแม้ในขณะนี้คณะกรรมาธิการฯ จะได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าวในวาระ 2 เสร็จสิ้นแล้ว สนช.ก็ยังไม่ควรที่รีบเร่งนำ พ.ร.บ.ข้าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.ในวาระ 3 โดยทันที และควรที่จะชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าวนี้ไว้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ถี่ถ้วน รอบคอบ และให้ได้ความครบถ้วนเสียก่อน&amp;rdquo; ดร.ธนกฤตระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายศุภชัย ศรีหล้า ในฐานะกรรมการนโยบายของพรรค ปชป. แถลงภายหลังนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช.ซึ่งเป็นผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ข้าว พ.ศ. ...ได้เข้าชี้แจงเนื้อหาสาระของร่างกฎหมายดังกล่าวต่อคณะกรรมการนโยบายของพรรค ว่าพรรคกังวลใจเพราะในร่างไม่ปรากฏว่ามีเนื้อหาสาระใดบ่งบอกว่าจะก่อประโยชน์ให้ชาวนา โดยเฉพาะการทำสหกรณ์ชาวนา, สมาร์ตฟาร์เมอร์ และการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ได้อย่างไร โดยเฉพาะมาตรา 20 ที่กำหนดให้โรงสีข้าว เมื่อรับซื้อพันธุ์ข้าวต้องออกใบรับซื้อข้าวเปลือกและส่งไปยังกรมการข้าว ซึ่งหมายความว่าข้าวที่โรงสีจะรับซื้อต้องได้รับการอนุมัติจากกรมการข้าวเสียก่อน ส่งผลทำให้ระบบการค้าข้าวถูกควบคุมตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ข้าว เท่ากับเป็นการควบคุมของระบบพันธุ์ข้าวโดยรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเมื่อใดพันธุ์ข้าวอยู่ในมือของคนไม่กี่กลุ่มในประเทศ เท่ากับพันธุ์ข้าวถูกควบคุมหมดแล้ว คุณทำไปเถอะ ถ้าโรงสีไม่ซื้อก็จบ น่าเป็นห่วงมาก ถ้าเมื่อใดออก พ.ร.บ.ฉบับนี้มา คนที่จะรับรองว่าเป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับการรับรองหรือไม่คือราชการ แต่ชาวนาเข้าไม่ถึง&amp;quot; นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัยกล่าวอีกว่า ดังนั้นการที่ สนช.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระ 2 และ 3 วันที่ 20 &amp;nbsp;ก.พ.นี้ พรรคขอวิงวอนให้ สนช.หยุดเรื่องนี้ไว้ แล้วรอให้มีสภาที่มาจากการเลือกตั้งพิจารณาแทน แต่หาก สนช.ผ่านกฎหมายดังกล่าวจริง และพรรคได้เป็นรัฐบาลจะแก้ไขแน่นอน เพราะร่างดังกล่าวไม่ใช่แค่ไม่ปลดแอก แต่เป็นการเพิ่มโซ่ตรวนให้ชาวนาอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29438</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา บุญราช, ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล, พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศุภชัย ศรีหล้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6ac2a04a20f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2018 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2018 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.จัดทัพใหม่ &quot;มาร์ค&quot; นั่งหน.พรรคหมอวรงค์ดัน&quot;ศุภชัย ศรีหล้า&quot; ขึ้นเก้าอี้รองฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปชป.ประชุมใหญ่&amp;quot;มาร์ค&amp;quot;นั่งหัวหน้าพรรคอีกสมัย &amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot;ฝากเพื่อนร่วมรบ &amp;quot;ศุภชัย ศรีหล้า&amp;quot;นั่งรองหน.พรรค ด้าน&amp;quot;อลงกรณ์&amp;quot;ยันอยู่ปชป.ต่อไปจนตาย ขณะที่ &amp;quot;ไตรรงค์&amp;quot;ชี้ผลหยั่งเสียงสะท้อนปชป.ชนะ ไม่ใช่แค่&amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot;ชนะ


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดีรังสิต พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) จัดการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 2 พ.ศ.2561 ที่เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.) พรรคชุดใหม่ จำนวน 41 คน ตามข้อบังคับพรรคฯใหม่ พร้อมกับเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. 11 คน&amp;nbsp; โดยมีองค์ประชุมจำนวน 304 คน ประกอบด้วยกก.บห.ชุดปัจจุบัน อดีตกก.บห. อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี อดีตส.ส. อดีตประธานสาขาพรรครวมถึงสมาชิกพรรคที่เป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยมีสมาชิกพรรคอีกจำนวนหนึ่งมาเป็นผู้สังเกตการณ์ สำหรับบรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก สมาชิกพรรคทยอยเดินทางมาตั้งแต่เวลา 07.00 น.&amp;nbsp; ขณะที่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค หมายเลข 2 พร้อมด้วยอดีตส.ส.ในทีมเพื่อนหมอวรงค์ รวมถึงนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค หมายเลข 3 มาร่วมประชุมด้วยเช่นกัน&amp;nbsp; นอกจากนี้ กลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคที่ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;นิวเด็ม&amp;rdquo; (New Dem) ก้าวนอกกรอบ&amp;quot; ได้มาร่วมงานนี้เพื่อประชาสัมพันธ์งานเปิดตัวสมาชิกและแนวนโยบายจากคนรุ่นใหม่ ในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10.00 น. ที่พรรคประปชป.


ทั้งนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคฯ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคฯ เป็นประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และดำเนินการประชุมใหญ่ โดยแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบผลการหยั่งเสียงลงคะแนนเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เป็นผู้ได้รับคะแนนสูงสุด&amp;nbsp; จากนั้นที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งของพรรค 5 คน มาดูแลการเลือกตั้งในการประชุมครั้งนี้ ขณะที่การลงคะแนนเลือกตั้งในแต่ละตำแหน่งนั้น ปชป.ได้นำเครื่องลงคะแนนอิเล็คทรอนิกส์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาใช้ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่พรรคใช้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์มาดำเนินการ


โดยเริ่มที่ตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรค เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ ขณะที่นายสงกรานต์ ตั้งจิตติสุทธิภากร อดีตส.ส.นครสวรรค์ พรรคปชป. เสนอชื่อนพ.วรงค์ แต่ทางด้าน นพ.วรงค์ กล่าวต่อที่ประชุมว่า วันนี้ตนใส่เสื้อที่ไม่เหมือนใคร แต่ที่หน้าอกเสื้อของตนมีลายเซ็นของคนที่ชื่อ&amp;rdquo;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;rdquo;เพื่อมาแสดงความยินดีกับนายอภิสิทธิ์ และคะแนน 67,505 คะแนนที่สมาชิกเลือกมา จะถูกบันทึกว่านายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคปชปคนแรกที่มาจากประชาชน ตนเชื่อว่าหัวหน้าพรรคจะนำพรรคของเราไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้ พร้อมขอขอบคุณจากหัวใจที่มาสมาชิกเลือกตน 57,689 คะแนน แม้จะไม่สูงเพียงพอ แต่มีน้ำหนักพอที่หัวหน้าพรรคใหม่จะพิจารณา เพราะนั่นคือเสียงของสมาชิกอีกส่วนหนึ่งที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของพรรค


นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า ในช่วงการหาเสียง 1 เดือนที่ผ่านมา พวกเราต่อสู้กันอย่างเต็มที่ บางสิ่งบางอย่างที่ตนทำไปอาจทำให้ไม่สบายใจหรือล้ำเส้นไปบ้าง ตนต้องขอโทษจากใจ รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่บางท่านที่ตนแข่งขันกับท่าน ก็ต้องขอโทษอีกครั้ง และตลอดเวลา 1 เดือนเศษนี้ ได้พิสูจน์หัวใจของทุกคน ซึ่งหลายคนขึ้นมาบนขบวนรถไฟแล้วคิดจะลงกลางทาง แต่เขาก็ไม่ลง ยังอยู่ร่วมขบวนด้วยกันมาตลอด ดังนั้นตนขอฝากหัวหน้าพรรคคนใหม่ด้วย เพราะทุกคนมีพละกำลัง และพื้นที่ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่มีการต่อสู้กันมาก จึงขอให้เสนอชื่อนายศุภชัย ศรีหล้า อดีตส.ส.อุบลราชธานี ในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคทั่วไปด้วย เนื่องจากพื้นที่อื่นมีส.ส.มาก แต่ในภาคนี้เรามีส.ส.น้อยมาก เราจึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์เพื่อต่อสู้เขา ซึ่งตนเชื่อว่าเพื่อนตนคนนี้มีความสามารถที่จะทำกลยุทธ์ในภาคอีสาน


&amp;quot;พรรคปชป.คือบ้านของพวกเรา มีประตูบานใหญ่ 4 บาน ผมอยากพูดกับพวกเราทุกคนว่าวันนี้ภูมิใจในพรรคฯ ถือว่าพรรคปชป.เป็นพรรคที่ดีที่สุดในประเทศนี้ คนที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนทั่วประเทศ พวกเราต้องเคารพมติมหาชน ผมเคารพ และต้องเป็นบรรทัดฐานอย่างนี้ต่อไปในอนาคต ผมจึงขอถอนตัวจากการเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรค&amp;quot; นพ.วรงค์ กล่าว


ต่อมา นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองหัวหน้าพรรคฯ ในฐานะกกต.พรรค&amp;nbsp; กล่าวว่า เราจะเป็นผู้นำอันดับ 1 ในการสร้างมาตรฐานของการเมืองไทย และพรรคจะต้องเป็นอย่างนี้ไปตลอด&amp;nbsp; เราต้องรักษาความเป็นปชป. ไม่ใช่ทำตามวิธีของพรรคอื่น ไม่ใช่พรรคอื่นทำมิชอบ โกงคะแนนบ้าง ซื้อสิทธิ์ขายเสียงบ้าง แล้วเราต้องทำตามเขา แต่พรรคปชป.ต้องเป็นมาตรฐาน มิฉะนั้นถ้าไปทำตามเขา ก็ไม่ต้องมีพรรคประชาธิปัตย์อีกต่อไป การหยั่งเสียงเมื่อจบแล้ว เราต้องรักกันกอดกันรมเป็นหนึ่งเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21741</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, ศุภชัย ศรีหล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7ac9ae3917f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แดงอีสานแปรพักตร์ แม้วแค่อดีตหันซบ3มิตรชู&#039;บิ๊กตู่&#039;/ฉะ&#039;ณัฐวุฒิ&#039;แกนนำกำมะลอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ย้ำ ครม.สัญจรไม่มุ่งหวังทางการเมือง อ้างติดตามโครงการไทยนิยม &amp;quot;เกรียง-เด็กเจ๊แดง&amp;rdquo; เปิดบ้านเมืองอุบลฯ กำชับห้ามร่วมสังฆกรรม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เยือนเมืองดอกบัว สุมหัววางแผนเลือกตั้งไร้เงา &amp;ldquo;สุพล-สุทธิชัย-อดิศักดิ์&amp;rdquo; เชื่อย้ายซบพลังประชารัฐแน่ แต่ไม่สนได้อดีต ส.จ.ลงชน ส่วนอดีต ส.ส.ปลาไหลโผล่ร่วมวงด้วย นปช.สุรินทร์ย้อนเกล็ด &amp;quot;ทั่นเต้น&amp;quot; อ้าง ปชต.แต่แต่งตั้งกันเองเป็นแกนนำ นปช. เผยตกลงกลุ่มสามมิตรไม่ทิ้งอุดมการณ์-ไม่ด่าทักษิณ พร้อมหนุนลุงตู่เป็นนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีวิพากษ์วิจารณ์ว่าการประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ที่ จ.อุบลราชธานี มีนัยทางการเมืองว่า ตนได้พูดหลายครั้งแล้วของจุดประสงค์ในการไปว่าไปทำอะไร อย่ามองเป็นเรื่องการเมืองอย่างเดียว ขอให้มองเป็นการทำงานในลักษณะของส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น ที่จะขับเคลื่อนงานกันอย่างไร และหลายๆ โครงการเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ทำมาตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา จึงต้องไปติดตามความก้าวหน้า และดูความต้องการของเขาว่าพอเพียงหรือยัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า อะไรที่ติดปัญหาอุปสรรคอะไรต่างๆ ก็จะไปเพิ่มเติมให้การติดตามงาน คงไม่ใช่นายกฯคนเดียว ครม.ไปทั้งหมด โดยแบ่งเป้าหมายการลงไปทำงานในหลายจังหวัด หลายพื้นที่ ตามที่รัฐมนตรีแต่ละคนกำกับดูแลงานแต่ละส่วนของตัวเอง ส่วนนายกฯ จะไปดูเรื่องการบูรณาการ การประชุมร่วมกับคณะกรรมการระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด และภาค ที่มีความต้องการ เป็นการไปเติมเต็ม สำหรับในท้องที่รัฐบาลได้มีโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เติมจากข้างล่างขึ้นมา โดยมีการใช้งบประมาณท้องถิ่นเข้ามาช่วยด้วย เป็นการทำงานในรูปแบบประชารัฐ ซึ่งจะต้องมีการติดตามความคืบหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่อาจพูดได้ว่าสิ่งที่ทำมันดีที่สุด แต่ก็คงไม่ใช่แย่ที่สุด เพราะคงไม่มีใครทำอะไรที่มีเจตนาที่ไม่ดี รัฐบาลนี้ไม่ได้มุ่งหวังทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ผมขอยืนยัน ส่วนเรื่องการเมืองก็ว่ากันไป ผมไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวตรงนั้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะนำรัฐมนตรีตรวจพื้นที่และประชุมครม.สัญจรที่ จ.อุบลราชธานีและใกล้เคียงว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สายภาคอีสานกลุ่มเจ๊แดง น.ส.เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้เปิดบ้านที่อำเภอเมืองฯ จ.อุบลฯ เพื่อนัดประชุมและร่วมรับประทานอาหารกับอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่อุบลฯ อำนาจเจริญ และยโสธร ที่มีอดีต ส.ส.ในพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมวงด้วยประมาณ 15 คน โดยพบว่าวงหารือดังกล่าว 3 อดีต ส.ส.อุบลฯ ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อที่มีข่าวโดนดูดออกจากพรรคเพื่อไทยไม่มาร่วมวงหารือด้วย ทั้งนายสุพล ฟองงาม อดีต รมช.มหาดไทยและอดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, &amp;nbsp;นายสุทธิชัย จรูญเนตร อดีต ส.ส.อุบลฯ และนายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ อดีต ส.ส.อุบลฯ รุ่นใหญ่ตั้งแต่ปี 2518 แต่ช่วงหลังเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่เป็นพ่อตาของนายสุทธิชัย ไม่ได้มาร่วมหารือด้วย แต่กลับมีนายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ อดีต ส.ส.อุบลฯ พรรคชาติไทยพัฒนา ที่นายทักษิณ ชินวัตร สั่งให้กลุ่มอุบลฯ ดึงมาเข้าพรรคเพื่อไทยไปร่วมหารือด้วย
สั่งห้ามต้อนรับนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากมีการหารือเรื่องนายกฯจะมาประชุม ครม.สัญจรที่อุบลฯ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า คนของเพื่อไทยต้องไม่ไปร่วมกิจกรรมหรือคอยต้อนรับนายกฯ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น แม้จะมีการติดต่อจากข้าราชการหรือทหารในพื้นที่ขอความร่วมมือก็ให้ปฏิเสธทุกกรณี จากนั้นวงหารือได้คุยกันว่า นายสุพล &amp;nbsp;นายสุทธิชัย และนายอดิศักดิ์ คงย้ายไปพรรคพลังประชารัฐแน่นอนแล้ว หลังไม่มาร่วมกิจกรรมใดๆ กับกลุ่มอุบลฯ ของเพื่อไทย และแม้จะมีความพยายามเคลียร์ปัญหาในพื้นที่ แต่ก็ไม่สำเร็จ โดยนายสุพลกับพวกกลุ่มสามมิตรมีการทำรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.อุบลฯ 10 &amp;nbsp;เขต ที่ลดลงจากปี 54 ที่มี 11 เขตไว้หมดแล้ว ซึ่งในนั้นจะมีคนของกลุ่มนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ และ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกฯ ยุครัฐบาลไทยรักไทยรวมอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในการคุยกันได้มีการนำอดีต ส.จ.หลายสมัยของอุบลฯ ในพื้นที่ของนายสุพล มาร่วมประชุมด้วย และวงหารือได้ข้อยุติว่า นายสุพลไปแน่นอนแล้ว ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจะส่งอดีต ส.จ.คนดังกล่าวลงสู้กับนายสุพล รวมถึงจะให้นายรัฐกิตติ์ที่ย้ายมาจากชาติไทย มาลงแทนนายสุทธิชัย ตามที่ผู้ใหญ่ในพรรคต้องการ&amp;ldquo; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในวงหารือ ปรากฏว่านายชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ อดีต ส.ส.อุบลฯ หลายสมัย ได้แจ้งกับที่ประชุมว่า ต้องการลงสมัครนายกฯ อบจ. ไม่ต้องการเล่น ส.ส.อีกแล้ว ซึ่งกลุ่มอุบลฯ ก็เห็นด้วย เพื่อให้มีคนของเพื่อไทยไปคุมท้องถิ่นด้วย แต่ก็มีการขอนายชูวิทย์ไว้ว่า หากว่าการเลือกตั้ง ส.ส.เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่น ก็ขอให้ลงสมัคร ส.ส.ไว้ก่อน แล้วค่อยมาคุยกันอีกทีว่าจะเอาอย่างไร เพราะผู้ใหญ่ในพรรคต้องการให้เพื่อไทยชนะเลือกตั้งให้มากที่สุดในอุบลฯ &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน นายปัญญา จินตะเวช อดีต ส.ส.อุบลฯ หลายสมัยของเพื่อไทย ก็แจ้งกับที่ประชุมว่า หลานสาวที่เป็นลูกของนายตุ่น จินตะเวช พี่ชาย จะไปลงสมัครส.ส.พลังประชารัฐ ในพื้นที่อุบลฯ แต่ตนเองจะไม่ย้ายตามไปด้วย จะลงสมัครพรรคเพื่อไทยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการทาบทามคนเสื้อแดง แนวร่วมเสื้อแดงทางภาคอีสานว่า เฉพาะในจังหวัดอุบลฯ มีเสื้อแดงมากกว่า 50 กลุ่ม เท่าที่สอบถามแกนนำกลุ่มหลักๆ ยังไม่มีใครออกไป ส่วนกลุ่มย่อยตามอำเภอนั้นจะออกไปร่วมงานกับกลุ่มการเมืองอื่นหรือไม่นั้น ไม่ทราบ เรื่องนี้คงไม่มีอะไร เป็นการสร้างราคา เพื่อทำให้เห็นว่ามีหลายกลุ่ม มีคนเยอะนะที่จะมาอยู่ที่นี่ เป็นการสร้างราคาทางการตลาดธรรมดาๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายทักษิณพยายามให้แกนนำพรรคดึงกลุ่มนายสุพล ฟองงาม ไม่ให้ย้ายออกจากพรรคเพื่อไทย นายสมคิดกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบ ตนก็ทราบเพียงแค่ข่าวเท่านั้น แต่คนเราถ้าดึงไว้ ถ้าใจไม่อยู่ก็ไม่อยู่หรอก การเมืองก็เป็นอย่างนี้ ถ้าตัดสินใจไปแล้วก็ตอบยาก สำหรับกลุ่มนายสุพล คงไปมากกว่า 80เปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะตั้งแต่มีข่าวมาเป็นเดือนๆ นายสุพลไม่เคยออกมาแก้ข่าวเลย &amp;nbsp;
ไม่สน&amp;quot;แรมโบ้&amp;quot;ย้ายขั้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลฯ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าข่าวดูดอดีต ส.ส.ภาคอีสานพรรคเพื่อไทยเลือดไหลไม่หยุดว่า นึกไม่ออกว่าคนที่ได้ฟังนิยายน้ำเน่าปลอบใจตัวเองของนายศุภชัยแล้วจะมีอาการเพลิดเพลินตรงไหน เพราะมโนล้วนๆ ไม่มีข้อเท็จจริงแม้แต่น้อย การย้ายพรรคของนักการเมืองเป็นเรื่องปกติธรรมดา ถ้าจะมีที่ไหลลงไม่หยุด ก็คงเป็นคะแนนนิยมของพรรคเก่าแก่บางพรรคในภาคอีสานที่ไหลต่ำลงตลอด กลายเป็นพรรคอันดับ 4-5 ในภาคอีสาน กรณีนายสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.อุบลฯ ก็ไม่ทราบว่าออกจริงหรือไม่ ถ้าออกจริงก็ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเป็นหน้าที่ของนายสุพล ที่จะต้องอธิบายกับประชาชนและรับผิดชอบชีวิตการเมืองที่ตัวเองเลือกเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวถึงกลุ่มสามมิตรดูดตัว ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อ นปช.ทั้งหมดและมวลชนส่วนใหญ่ที่ร่วมต่อสู้กันมา ทุกคนยังยืนยันในหลักการประชาธิปไตย และไม่ได้ต่อต้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ไม่ได้ไปกดดันกับมวลชนว่าห้ามไปร่วมกับกลุ่มสามมิตร ถ้าคิดว่าขบวนการดูดจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองก็ทำได้ ถ้าฝ่ายผู้มีอำนาจจะดูด ตนก็ไม่ห้ามก็ขอให้ไปเต็มที่ ส่วนประชาชนจะตัดสินใจอย่างไร ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนด้วย ซึ่งจะเป็นการชี้ทางออกของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขบวนการดูดแกนนำ นปช.มีการต่อรองเรื่องคดีความ โดยเฉพาะนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เท่าที่จำได้นายสุภรณ์ได้ประกาศยุติบทบาททางการเมือง และได้สาบานที่อนุสาวรีย์ย่าโม หลังจากการยึดอำนาจของ คสช.ได้ไม่นาน จากนั้นตนก็ไม่ได้พบกับนายสุภรณ์อีก ถ้าเขาตัดสินใจร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ ซึ่งความเป็น นปช.ดำรงอยู่ตามหลักการประชาธิปไตย เมื่อใดก็ตามที่ใครทิ้งหลักการนี้ หรือไปสนับสนุนขบวนการสืบทอดอำนาจ ก็ถือว่าสิ้นสภาพความเป็น นปช. เท่าที่ได้ยินมาในพื้นที่ภาคอีสาน เมื่อมีกระแสข่าวว่าจะดูดส.ส.ออกไป ก็จะมีคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาอีก 3-4 เท่าตัวเข้ามาที่พรรคเพื่อไทย แต่ขณะนี้ยังติดล็อกทางการเมืองอยู่ ไม่สามารถคัดสรรผู้สมัครได้ ก็ต้องรอระยะเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ครม.สัญจรใน จ.อำนาจเจริญและอุบลราชธานี เพื่อไปดูดตัว ส.ส. นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เมื่อนายกฯ ยืนยันว่าการเดินทางดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการเมือง ตนก็จะรับฟังท่าน ส่วนพฤติกรรมหรือการปฏิบัติของฝ่ายต่างๆ ที่ประกาศตัวว่าจะสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายเทพพนม นามลี แกนนำ นปช.สุรินทร์ เปิดเผยว่า จากกรณีกลุ่มสามมิตรเดินสายพูดคุยกับกลุ่ม นปช.หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมีการเปิดเผยชื่อของตนอยู่ในกลุ่มที่พูดคุยด้วยนั้น ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งตนเป็นฝ่ายเข้าไปหานายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯ กลุ่มสามมิตรเอง เพราะเห็นว่ากลุ่มสามมิตรมีแนวความคิดที่ดี คือการสร้างความปรองดองของคนในชาติ และทำประโยชน์เพื่อประชาชน ส่วนอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นเพียงอดีต และยังคงเป็นนายกฯ ในดวงใจของคนเสื้อแดง รวมทั้งกลุ่ม นปช.ทั่วประเทศ ซึ่งพวกตนไม่เคยทิ้งท่านเลย แต่พี่น้องสมาชิกเสื้อแดงและ นปช.ต้องเดินหน้าเพื่อหากินเลี้ยงครอบครัวต่อไป
นปช.สุรินทร์โต้ทั่นเต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แล้วนายณัฐวุฒิ ที่ยืนยันนักหนาว่าทำเพื่อประชาธิปไตย เคยมีการเลือกตั้งเข้าไปเป็นแกนนำ นปช.หรือไม่ ซึ่งไม่มีเลย นายณัฐวุฒิแต่งตั้งตัวเองขึ้นมาโดยตรง และแกนนำที่อยู่เคียงข้างก็มีแต่พวกมาจากการแต่งตั้งทั้งนั้น ใครไม่มีเส้นไม่มีสาย ไม่มีทางได้ขึ้นเวทีพูด ดังนั้นจะเชื่อได้อย่างไรว่าคนเหล่านั้นรักประชาธิปไตยจริง ขณะที่ผมเป็นแกนนำ นปช.สุรินทร์ ที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิก นปช.สุรินทร์กว่า 20,000 คน แล้วอย่างนี้จะเรียกว่า นปช.เทียมได้อย่างไร&amp;quot; แกนนำ นปช.สุรินทร์ กล่าวตอบโต้กรณีนายณัฐวุฒิ ที่ระบุว่าเป็น นปช.เทียม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าพร้อมที่จะสนับสนุนใครก็ได้ที่พูดจริง ทำจริง ใกล้ชิดกับประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้ามาอย่างถูกต้องจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยมี ส.ส.ยกมือให้ ตนก็พร้อมที่จะสนับสนุน สิ่งที่พวกตนเสียใจที่สุดก็คือการสูญเสียชีวิตของพี่น้องคนเสื้อแดง และ นปช. 99 ศพ ที่รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์รับปากว่าจะเร่งดำเนินการเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว แต่ผ่านไปกว่า 3 ปี ก็ยังไม่สามารถเอาคนผิดมาลงโทษได้เลย ที่สำคัญ แกนนำที่เคยรับปากในเวทีที่สนามหลวงว่าจะไม่ลงรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. จะอยู่เคียงข้างพี่น้องเสื้อแดง และ นปช.เพื่อตรวจสอบรัฐบาล แต่สุดท้ายก็โกหกทั้งเพ ตนได้ตกลงกับเลขาฯ กลุ่มสามมิตรว่า ถ้าร่วมกับกลุ่มสามมิตรแล้วขอ 2 เรื่อง คืออย่าให้เปลี่ยนอุดมการณ์ของคนเสื้อแดง และสอง อย่าให้พวกตนไปด่านายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งนายภิรมย์ก็รับปากโดยดี ดังนั้นเมื่อรับปากแล้วเราจึงได้คุยกันต่อ และพร้อมที่จะทำงานช่วยกลุ่มสามมิตรเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมซิตี้พาร์ค อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชาชาติไทย นำผู้ร่วมก่อตั้งพรรคฯ หรือกลุ่มอดีตแกนนำ กปปส. อาทิ ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสำราญ รอดเพชร จัดกิจกรรมการปาฐกถาพิเศษ และมุมมองของผู้คร่ำหวอดวงการ เรื่องเศรษฐกิจหลังเลือกตั้ง โคราชรุ่งเรืองหรือร่วง พลิกวิกฤติเป็นโอกาสให้ความหวังของชาวชุมชน โดยมีอดีตแกนนำ กปปส.สาขานครราชสีมา เช่น นายแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมธาวี, นายจักริน เฉิดฉาย และอดีตสมาชิก กปปส. และเครือข่าย กลุ่มเสื้อเหลือง ประชาชนในพื้นที่ร่วมรับฟังกว่า 300 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายเอนกกล่าวตอนหนึ่งถึงเรื่องการดูด ส.ส. และ ดูด นปช.ว่า ในส่วน กปปส.ยังไม่ถูกดูด เราไม่ได้คิดเรื่องการดูด เพราะเราต้องการทำพรรคแบบใหม่โดยคนรุ่นใหม่ให้มากที่สุด เราก็พยายามที่จะทำให้เกิดอะไรใหม่ๆ คิดว่าจะทำให้ได้มากที่สุด ส่วนจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยนั้น เราไม่ได้เริ่มจากเรื่องนี้ ถ้าเราเริ่มคิดจากเรื่องนี้ การเมืองไทยจะเข้าทางตัน วังวนอีก เราต้องคิดว่าจะสร้างพรรคการเมืองแบบใหม่ มีแนวนโยบายแบบใหม่ เรื่องใครจะเป็นหัวหน้าพรรค ใครจะร่วมกับใคร เป็นเรื่องที่ยังไม่คิด เราต้องการให้การเมืองไทยได้ทบทวนตัวเอง จับกลุ่มกันเองโดยที่ไม่ต้องไปผูกขา ผูกมัดตัวเองไว้กับอะไร และตอนนี้ต้องฟังเสียงประชาชนให้มากที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13608</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, คณะรัฐมนตรี, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ทักษิณ ชินวัตร, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์, ศุภชัย ศรีหล้า, สมคิด เชื้อคง, สุทธิชัย จรูญเนตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เยาวภา วงศ์สวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4e0342545db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอ่!ดูด&#039;ส.ส.-นปช.&#039;10จว.อีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กอบศักดิ์&amp;quot; ย้ำเหตุผลเลือก &amp;quot;อุบลฯ-อำนาจเจริญ&amp;quot; ประชุม ครม.สัญจรมีความพร้อม ไร้การเมืองแฝง แกนนำกลุ่มสามมิตรโคราชเดินสายดูด นปช.อีสานกว่า 10 จังหวัด อ้างเพื่อสร้างความปรองดอง เผยกลุ่มขอนแก่นโมเดลระบายความทุกข์ในใจ จ่อนัดประชุมใหญ่กว่า 500 คน อดีต ส.ส.ปชป.อุบลฯ จับตา &amp;quot;สุพล ฟองงาม&amp;quot; โดนดูด อาจเป็นจุดจบพท. &amp;quot;สุเทพ&amp;quot; แทงกั๊กหนุน &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; เป็นนายกฯ ยันพร้อมร่วมมือกับใครก็ได้ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)สัญจรที่ จ.อุบลราชธานี และ จ.อำนาจเจริญ ในระหว่างวันที่ 23-24 ก.ค.นี้ อาจจะแฝงนัยทางการเมืองว่า ข่าวที่ออกมาไม่เป็นความจริง เพราะปัจจัยสำคัญที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจเลือก จ.อุบลราชธานี และ จ.อำนาจเจริญ เป็นที่ประชุม ครม.สัญจรในครั้งนี้ คือความพร้อมของพื้นที่ เพราะปกติแล้วการเตรียมการจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน เพื่อให้พื้นที่ระดมทุกฝ่ายจัดเตรียมข้อเสนอโครงการสำคัญเพื่อเสนอ ครม.พิจารณา เมื่อชัดเจนว่าการประชุม ครม.สัญจรควรย้ายจากที่เดิม กำหนดไว้ที่ จ. เชียงรายและ จ.พะเยา เพื่อไม่สร้างภาระเพิ่มเติมแก่ข้าราชการและหน่วยงานที่ต้องอดหลับอดนอนฟันฝ่าอุปสรรค ต่อสู้กับเวลา เพื่อนำน้อง 13 หมูป่ากลับบ้าน ดังนั้นทีมงานของท่านนายกรัฐมนตรีจึงพยายามหาจังหวัดอื่นมาเป็นทางเลือก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจริงเราได้มีการพิจารณาในหลายทางเลือก ในหลายจังหวัด โชคดีที่บังเอิญผมเพิ่งไปเยี่ยมกลุ่ม จ.อุบลราชธานี จ.ยโสธร จ.อำนาจเจริญ และ จ.ศรีษะเกษ พอดี ในฐานะผู้กำกับดูแลกลุ่มจังหวัดดังกล่าว จึงเห็นว่าข้าราชการและหน่วยงานมีความพร้อมอยู่แล้ว เนื่องจากได้ทำงาน เตรียมงานทุกอย่างไว้หมดแล้ว จึงได้เสนอให้จังหวัดทั้งสองเป็นทางเลือกหลักในการประชุม ครม.สัญจรในครั้งนี้ และน่าจะพร้อมกว่าทางเลือกอื่นๆ ที่จะมีเวลาเตรียมการแค่ 2 สัปดาห์ ซึ่งจะทำให้ขลุกขลักมาก&amp;quot; นายกอบศักดิ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ตลาดเทิดไท อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯ กลุ่มสามมิตร อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน พร้อมทีมงานกลุ่มสามมิตรโคราช เดินสายลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าเพื่อต้องการดูภาพรวมเศรษฐกิจ เพื่อนำเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนตั้งโต๊ะแถลงข่าว โดยนายภิรมย์ กล่าวว่า กลุ่มสามมิตรต้องการที่จะสร้างความปรองดองแห่งชาติ เนื่องจากบ้านเมืองในอดีตแตกแยกทางความคิด การเลือกตั้งจะสมบูรณ์แบบไม่ได้ถ้าหากเรายังมีความคิดเห็นที่แตกแยกออกเป็นหลากสีอย่างในอดีต ตนเลยนำแนวทางของกลุ่มสามมิตรไปแลกเปลี่ยนความคิดเบื้องต้นกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ภาคอีสานกว่า 10 จังหวัด และได้รับการตอบรับจากพี่น้องนปช.อย่างดี ถ้าวันนี้จะให้มีความมั่นคงปรองดองจริงๆ แล้วต้องให้พี่น้องทุกกลุ่ม นปช.ทั้งหลาย และทุกอาชีพในประเทศไทยมาแลกเปลี่ยนกันว่าตกลงเราจะเดินหน้าจาก 4-5 ปี หรือ 10-20 ปี โดยไม่ต้องมาทะเลาะกันหรือแตกแยกกัน ประท้วงกัน และเมื่อตกผลึกเรื่องความคิดวันไหน เราก็จะเชิญ นปช.หรือกลุ่มอาชีพมาแลกเปลี่ยนร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจาก นปช.แล้ว กลุ่ม กปปส.จะเชิญมาร่วมแลกเปลี่ยนด้วยหรือไม่ นายภิรมย์ กล่าวว่า วันนี้เรายังไม่ได้เดินทางไปถึง กปปส. แต่เห็นว่าพี่น้อง นปช.ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของภาคอีสาน เราเลยเดินสายแลกเปลี่ยนกับ นปช.ภาคอีสานก่อน เมื่อ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้หวังว่าจะไปหาหัวคะแนนหรือผู้สมัครในกลุ่มสามมิตร แต่เราต้องการพบกับ นปช.ตัวจริง เสียงจริง มีตัวตนจริงๆ อาทิ นปช.สกลนคร, นปช.มุกดาหาร, นปช.อำนาจเจริญ, นปช.บุรีรัมย์, นปช.นครราชสีมา, นปช.ศรีสะเกษ, นปช.ร้อยเอ็ด, นปช.หนองบัวลำภู, นปช.บึงกาฬ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่ที่มากับตนก็มีบัตร นปช.มาด้วย ไม่ใช่ตนมาอ้างอิง แต่ต้อง นปช.ที่มาพบไม่ใช่ว่าคนที่จะย้ายมาอยู่กับพวกเราหรือพรรคเรา แต่เขาต้องการสะท้อนความคิดของเขาว่าเดือดร้อนอะไร ต้องการอะไร และเขาอยากให้คนที่มีอำนาจจะทำอะไรให้กับกลุ่ม นปช.ภาคอีสานที่เดือดร้อนหลายอย่างอยู่&amp;nbsp;
สามมิตรผนึก นปช.กว่า 500 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้แลกเปลี่ยนกับพี่น้องที่เขาเรียกว่าขอนแก่นโมเดล มาระบายความทุกข์ใจว่าความจริงเป็นอย่างไร ขอนแก่นโมเดลไม่ใช่เฉพาะกลุ่มขอนแก่น, สุรินทร์, &amp;nbsp;นครราชสีมา, ชัยภูมิ หรืออีกหลายจังหวัด มีทั้งหมด 25 คน เสียชีวิตแล้ว 1 คน, หนีไปแล้ว 1 คน และอยู่ในเรือนจำอยู่ 2 คน ที่เหลือ 20 คนประกันออกมาอยู่ในชั้นสืบพยาน แล้วได้มาเสนอความคิดกับพวกผมว่าทำอย่างไรจะมีวิธีการที่เขาจะได้สื่อว่าจริงๆ แล้วความจริงเป็นอย่างไร ตรงนี้ผมจะนำไปแลกเปลี่ยนในแกนนำกลุ่มสามมิตร เพื่อให้เกิดการปรองดองจริงๆ ในชาติ เรียนว่าเขาไม่มีความประสงค์ว่าจะมาอยู่กับกลุ่มสามมิตร แต่ว่าต้องการที่จะมาช่วยให้พี่น้อง นปช.ได้ประโยชน์จากการบริหารจัดการ ได้โอกาส ได้การดูแลจากรัฐบาลโดยทัดเทียมกัน นปช.จึงยอมมาแลกเปลี่ยนเสนอกับกลุ่มสามมิตร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ กลุ่มสามมิตรกล่าวว่า ส่วนเรื่องหลักที่พูดคุยกับ นปช. จะนำไปเสนอแกนนำสามมิตรที่เราจะไปสรุปในที่ประชุมใหญ่ระหว่าง นปช.กับกลุ่มสามมิตร และอาจจะเชิญหลายกลุ่มมาแลกเปลี่ยนด้วย ส่วนจะเมื่อไหร่นั้น เราคงต้องขออนุญาตรัฐบาลหรือ คสช.ก่อน ถ้าอนุมัติก็จะทำในเร็วๆ นี้ ซึ่ง นปช.ก็อยากจะมากันเยอะ แต่อยู่กับ คสช.เท่านั้น น่าจะมากว่า 500 คน ส่วนใหญ่พร้อมที่จะมาแลกเปลี่ยน แนวทางนี้ปรองดองแห่งชาติ ออกไปทางบวก ไม่มีประโยชน์แอบแฝงทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภิรมย์กล่าวว่า จุดยืนสามมิตรยังยืนยันอยู่ว่าเห็นการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเดินหน้าให้ประชาชนทั้งประเทศได้ประโยชน์สูงสุด แต่บางเรื่องอาจจะไม่ทันใจประชาชน เช่น นปช.ส่วนใหญ่บอกว่า บัตรคนจน คนจนได้ประโยชน์ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นขวัญใจพวก นปช.จริงๆ จากบัตรรูดเป็นสิ่งของ ขอรูดเป็นเงินสดเลย เพราะจะได้ซื้อหาสิ่งของตามใจเขาได้ ไม่ใช่ให้เฉพาะร้านธงฟ้าจุดเดียวตำบลเดียว ร้านค้าตามหมู่บ้านจะเจ๊งหมด เป็นต้น ให้เอาเงินโอนเข้าบัญชีเลย นายกฯ ประยุทธ์ก็จะเป็นขวัญใจพวก นปช.แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การแลกเปลี่ยนกับ นปช.ตรงนี้ใช่ดูดอีกหรือไม่ เลขาฯ กลุ่มสามมิตรกล่าวว่า จะดูดเรื่องไหน วันนี้เราข้ามคำว่าดูดไปแล้ว เราไปถึงปัญหาความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไป ครม.สัญจรภาคอีสานตอนล่างอีกที่ จ.อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี คิดว่ามันต้องฉลาดเหมือน จ.บุรีรัมย์ เอาคนกว่า 3 หมื่นคนมาตบมือต้อนรับนายกฯ ประยุทธ์ แล้วได้จัดสรรงบประมาณมาก &amp;nbsp;อย่างโคราชจะเอาเป็นแสนคนก็ได้ถ้านายกฯ ประยุทธ์มาอีก ยิ่งมายิ่งได้พัฒนา และได้ประโยชน์โดยส่วนรวม ฉะนั้นอย่าคิดเป็นอคติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยโจมตีว่ามีนัยการเมืองที่จะไปดูด ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.อุบลฯ 7 คน นายภิรมย์ กล่าวว่า ตนไม่อยากพูดถึงเขา เพราะนั่นคือความคิดที่แตกต่าง แต่มั่นใจว่าประชาชน จ.อุบลฯ และ จ.อำนาจเจริญ อยากให้นายกฯ ไป ครม.สัญจร ยืนยันว่าสามมิตรไม่เคยดูดใคร ดูดแต่ความคิดความอ่าน ซึ่งก็ตกผลึกพอสมควร วันนี้เรามีกลุ่มสามมิตรประมาณเกือบ 200 คนแล้ว ยืนยันว่าไม่เคยใช้เงินดูด ถ้ามีข่าวว่าใช้เงินใช้ทองมันจะดังกว่านี้ จะไปเบิกมาจากไหนคนละ 50 ล้าน ตนเองทำมา 4-5 เดือนก็ยังลำบากอยู่เลย ยังขับรถคันเดิมๆ อยู่&amp;nbsp;
จับตา&amp;quot;สุพล&amp;quot;โดนดูด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเดินสายดูดอดีต ส.ส.จ.อุบลฯ อย่างหนักขณะนี้ว่า ในอดีตพรรคประชาธิปัตย์เคยเป็นพรรคที่ประสบความสำเร็จในอีสาน ส.ส.อุบลฯ มี ส.ส.ที่เคยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์หลายคน แต่ด้วยพลังดูดของพรรคความหวังใหม่ในขณะนั้น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.อุบลฯ หลายคนก็ย้ายไปตามกระแสดูดนั้น ต่อมามีพรรคไทยรักไทยเกิดขึ้นกระแสดูดก็เกิดขึ้นอีก ส.ส.อุบลฯ จำนวนหนึ่งที่ย้ายมาอยู่พรรคความหวังใหม่ ก็ย้ายไปอยู่พรรคไทยรักไทย ตนจึงมองเป็นเรื่องธรรมดา แต่กระแสข่าวการดูด การย้ายพรรคของอดีต ส.ส อีสานในขณะนี้ คนสร้างข่าวต้องการปั่นกระแส มีเป้าประสงค์ทางการเมืองแน่นอน แต่อย่าลืมเรื่องราวในอดีตเคยโดนดูดมาแล้วกี่ครั้ง ย้ายมาแล้วกี่พรรค อุดมการณ์ที่พูดอยู่ในขณะนี้ ต้องถามตนเองด้วย ในขณะที่ชี้นิ้วไปที่คนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนกรณีนายสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.อุบลฯพรรคเพื่อไทย นักการเมืองคนหนึ่งที่อยู่ในกระแสข่าวจะย้ายซบพรรคอื่นในขณะนี้นั้น เป็นเจ้าของวาทกรรมที่ขัดใจนายใหญ่เป็นอย่างยิ่งว่า &amp;quot;ผมเป็น ส.ส. ไม่ใช่ลูกจ้างบริษัท&amp;quot; นายสุพลเคยเป็นเลขาธิการพรรคไทยรักไทย เป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง สุขุม พูดน้อย คิดมาก ใคร่ครวญ มีเหตุมีผล การตัดสินใจของนายสุพลคราวนี้สะเทือนพรรคเพื่อไทยแน่นอน ยิ่งเมื่อเข้าถึงสถานการณ์เลือกตั้ง หากนายสุพลพูดความในใจ ถึงวันนั้นอาจเป็นจุดสนใจของคนทั้งประเทศ และเป็นจุดจบของพรรคเพื่อไทยก็ได้&amp;quot; นายศุภชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข่าวการดูด ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่าไม่ค่อยกังวลกับเรื่องนี้ อดีต ส.ส.จำนวนมากยังอยู่กับพรรค สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใน 10 วินาทีที่เข้าไปคูหากาบัตรเลือกตั้ง ปัจจัยในการตัดสินเลือกใครเป็น ส.ส.นั้น เนื่องจากระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ที่ให้กาเพียงบัตรเดียว จะทำให้ประชาชนให้น้ำหนักกับตัวพรรค &amp;nbsp;นโยบายพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคนำเสนอด้วย ขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองพัฒนาถึงขั้นที่ว่าประชาชนวิเคราะห์ได้ถึงตัวตน อุดมการณ์และผลงาน และรู้ท่าทีของพรรคต่างๆ ต่อเรื่องการสืบทอดอำนาจ ท่าทีของพรรคทำให้ประชาชนมีตัวเลือกค่อนข้างชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการเลือกตั้งครั้งหน้า คิดว่าประชาชนจะไม่ถามเพียงแค่ว่าเลือกนโยบายพรรคนี้แล้วชีวิตประชาชนจะดีขึ้นอย่างไร แต่จะถามอีกว่าเลือกพรรคนี้ประเทศจะดีขึ้นอย่างไร พรรคเพื่อไทยเคารพการตัดสินใจของประชาชนในวันเลือกตั้ง แต่ความท้าทายขณะนี้คือ ทุกฝ่ายต้องทำให้การเลือกตั้งเสรี เป็นธรรม และมีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้&amp;quot; นายนพดลกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า กรณีรองนายกฯ ระบุการท่องเที่ยวจีนในไทยลดลงทันทีถึง 42,000 ล้านบาทในอีกสามเดือนข้างหน้า ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ แต่พฤติกรรมกร่าง หลงอำนาจ ยิ่งคำพูดที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุน เพราะต่างประเทศจะไม่เชื่อถือและขาดความเชื่อมั่น วันนี้ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาล คสช.ควรประกาศกำหนดการเลือกตั้งให้ชัดเจนได้แล้ว เพราะจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้คนไทยภายในประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นเชื่อถือต่อต่างประเทศกลับคืนมา การค้าการลงทุนภายในประเทศและการส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศก็จะดีขึ้น ที่สำคัญรัฐบาลควรเลิกใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยเพื่อหวังผลการสืบทอดอำนาจ ควรหันมาใช้จ่ายเงินที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแก้ปัญหาความยากจนอย่างแท้จริงได้แล้ว
กำนันแทงกั๊กหนุนลุงตู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารทูแปซิฟิกเพลส นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งรวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า ในวันที่ 5 ส.ค. จะมีการประชุมผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รปช. จำนวน 500 คน เพื่อคัดเลือกกรรมการบริหารพรรค รปช.ชุดแรก จากนั้นจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นจดทะเบียนก่อตั้งพรรคการเมืองต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐมีกระแสดูดอดีตนักการเมืองจำนวนมาก รปช.จะมีการเปิดตัวอดีตนักการเมืองชื่อดังๆ บ้างหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ยืนยันว่าพรรค รปช.เป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง และหวังสร้างการเมืองที่ดี สร้างประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์ และจะสรรหานักการเมืองใหม่ๆ และเป็นคนที่ดี มีความรู้ความสามารถและคุณธรรม รักชาติรักบ้านเมือง เพื่อมาเป็นตัวแทนของประชาชน ให้ทำหน้าที่ในฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติต่อไป และยืนยันว่าเป้าหมายของพรรคเราแตกต่างจากพรรคพลังประชารัฐอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าพลังพรรคประชารัฐมีแนวทางสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อไป และพรรค รปช.มีแนวทางอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า พรรค รปช.มีแนวทางปฏิรูปประเทศตามแนวทางของประชาชน เราพร้อมที่จะร่วมมือกับใครก็ได้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันกับเรา และร่วมมือกับพรรคการเมืองอะไรก็ได้ที่มีเจตนารมณ์กับเรา เพื่อปฏิรูปประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ และยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะต้องมีโพรมารีโหวต และพรรคก็พร้อมจะปฏิบัติตาม เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจเรื่อง &amp;quot;พรรคการเมือง&amp;quot; ในสายตาผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,094 คน ระหว่างวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2561 สรุปผลดังนี้ 1.&amp;ldquo;5 ปัจจัยหลัก&amp;rdquo; ที่ประชาชนให้ความสนใจต่อพรรคการเมืองไทย พบว่า อันดับ 1 นโยบายพรรค 27.42%, อันดับ 2 หัวหน้าพรรค&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22.16%, อันดับ 3 ผลงานและประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมา 21.05%, &amp;nbsp;อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สมัครของพรรค 19.12%, อันดับ 5 ชื่อพรรค 10.25%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.&amp;ldquo;จุดแข็ง&amp;rdquo; ของพรรคการเมืองไทย ณ วันนี้ ในสายตาประชาชน อันดับ 1 เน้นนโยบายช่วยเหลือประชาชน และพัฒนาประเทศ 41.45%, อันดับ 2 ทำงานดี มีผลงานให้เห็น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;38.91%, อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีพรรคใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ เป็นทางเลือกใหม่ มีคนรุ่นใหม่ 34.18%, &amp;nbsp;อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีพรรคเก่าแก่หลายพรรค มีประสบการณ์ มีฐานเสียงเฉพาะ 21.09%, อันดับ 5 หัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคเป็นคนเก่ง มีความรู้ความสามารถ 15.27%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.&amp;ldquo;จุดอ่อน&amp;rdquo; ของพรรคการเมืองไทย ณ วันนี้ ในสายตาประชาชน อันดับ 1 ไม่สามารถทำตามนโยบายที่ให้ไว้ เน้นแค่หาเสียง 51.75%, อันดับ 2 ไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน สนับสนุนเพียงคนบางกลุ่ม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน 32.87%, อันดับ 3 มีการดูด ส.ส. เปลี่ยนพรรค มีปัญหาภายในพรรค 25.87%, อันดับ 4 นโยบายไม่ชัดเจน ไม่มีรายละเอียดเพียงพอ 23.08% และอันดับ 5 หัวหน้าพรรคไม่น่าสนใจ เป็นคนหน้าเดิมๆ 18.18%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13461</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, นพดล ปัทมะ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคไทยรักไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พายัพ ปั้นเกตุ, ภิรมย์ พลวิเศษ, ศุภชัย ศรีหล้า, สวนดุสิตโพล, สุพล ฟองงาม, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4b5d0538dda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความจริงอันเจ็บปวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถึงเวลาที่ ๑๓ หมูป่าต้องรับรู้ความเป็นจริงว่า.....&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ติดถ้ำอยู่ ๑๗ วันนั้น เกิดอะไรขึ้นบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงเป็นเรื่องเจ็บปวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต้องทำใจรับมันให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และความเจ็บปวดจะแปรเปลี่ยนเป็นพลังได้หรือไม่ อยู่ที่ความเข้มแข็ง และสำนึกของแต่ละคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกัน ประชาชนทั้งประเทศต้องหันกลับมามองความจริงอีกครั้ง หลังลืมไปว่าตลอดระยะเวลา ๑๗ วันนั้น บ้านเมืองไม่ได้หยุดนิ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเมืองคืบคลานไปตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงเวลาคนไทยทั้งหมดต้องหันกลับมามอง &amp;quot;การเมือง&amp;quot; ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง แม้จะเป็นความจริงที่แสนเจ็บปวดก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้การแยกแยะการเมืองที่เลว กับการเมืองที่ดี อาจเป็นเรื่องลำบาก เพราะความจริงคือ การเมืองไทยยังย่ำอยู่กับที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีอะไรเฉียดคำว่า ปฏิรูปการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนแย้งว่า ก็กฎหมายนั่นไง มีการปฏิรูปไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ความจริงคือ การเมืองยังย่ำอยู่ในวังวนเก่าๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูดกันไปมา เป็นวงจรอุบาทว์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรามาถึงยุคที่คนชั่วอ้างว่าตัวเองมีความชอบธรรมที่จะด่าฝ่ายตรงข้าม คงเพราะคิดว่าก็ชั่วเหมือนๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พายัพ ปั้นเกตุ&amp;quot; ชื่อนี้คนส่วนใหญ่คงจำได้ไม่ลืม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือหัวโจกเสื้อแดง ที่ยกพวกครึ่งพันบุกโรงพยาบาลจุฬาฯ ในการชุมนุมเผาบ้านเผาเมืองปี ๒๕๕๓ &amp;nbsp;อ้างว่าในโรงพยาบาลเป็นที่ซ่องสุมของทหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทบไปถึงผู้ป่วย รวมทั้ง สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก &amp;nbsp;สมเด็จพระสังฆราชในขณะนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้นายคนนี้เรียกร้องให้รีบๆ เลือกตั้ง เพราะหวังว่าพรรคเพื่อไทยจะกลับเข้าสู่อำนาจอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ลองหลับตานึกดูหากคนพวกนี้ได้อำนาจไปครอบครองอีกครั้ง จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่....แน่ใจหรือว่า พรรคเพื่อไทย จะชนะการเลือกตั้ง!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่บอกการเมืองวันนี้ แยกดีเลวลำบาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แยกที่เลวน้อยกว่ามีความเป็นไปได้มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพูดของ &amp;quot;ศุภชัย ศรีหล้า&amp;quot; อดีต ส.ส.อุบลราชธานี และอดีตรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนการเมืองไทยได้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในอดีตพรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็นพรรคที่ประสบความสำเร็จในอีสาน ส.ส.อุบลราชธานีมี ส.ส.ที่เคยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์หลายคน แต่ด้วยพลังดูดของพรรคความหวังใหม่ในขณะนั้น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.อุบลราชธานี หลายคนก็ย้ายไปตามกระแสดูดนั้น ต่อมามีพรรคไทยรักไทยเกิดขึ้น กระแสดูดก็เกิดขึ้นอีก ส.ส.อุบลราชธานีจำนวนหนึ่ง ที่ย้ายมาอยู่พรรคความหวังใหม่ ก็ย้ายไปอยู่พรรคไทยรักไทย ผมจึงมองเป็นเรื่องธรรมดา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเห็นได้ว่าการดูด ส.ส.เป็นเรื่องธรรมดาอันแสนชั่วร้ายเสียเหลือเกิน สำหรับการเมืองที่ไร้การปฏิรูป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายก็ต้องยอมรับความจริงที่สุดแสนจะเจ็บปวดว่า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การดูด ส.ส.คือส่วนหนึ่งของการทำลายระบอบทักษิณ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13454</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคประชาธิปัตย์, พายัพ ปั้นเกตุ, วงจรอุบาทว์, ศุภชัย ศรีหล้า, อ่านเอาเรื่อง, เสื้อแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เย้ย&quot;สุพล ฟองงาม&quot; ย้ายหนีอาจเป็นจุดจบพรรคเพื่อไทย  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศุภชัย&amp;rdquo;ซัด จงใจปั่นกระเเสดูดอีสานหวังผลการเมือง เย้ย &amp;ldquo;สุพล&amp;rdquo;ย้ายหนีอาจเป็นจุดจบเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 ก.ค.นายศุภชัย ศรีหล้า อดีตส.ส.อุบลราชธานี และอดีตรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเดินสายดูดอดีต ส.ส.จ.อุบลราชธานี อย่างหนักขณะนี้ ว่า ว่าด้วยเรื่องการดูดในอดีตพรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็นพรรคที่ประสบความสำเร็จในอีสานส.ส.อุบลราชธานี มี ส.ส.ที่เคยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์หลายคน แต่ด้วยพลังดูดของพรรคความหวังใหม่ในขณะนั้น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.อุบลราชธานี หลายคนก็ย้ายไปตามกระแสดูดนั้น ต่อมามีพรรคไทยรักไทยเกิดขึ้น กระแสดูดก็เกิดขึ้นอีก ส.ส.อุบลราชธานีจำนวนหนึ่ง ที่ย้ายมาอยู่พรรคความหวังใหม่ ก็ย้ายไปอยู่พรรคไทยรักไทย ตนจึงมองเป็นเรื่องธรรมดา แต่กระแสข่าวการดูด การย้ายพรรคของ อดีตส.ส อีสานในขณะนี้ คนสร้างข่าวต้องการปั่นกระแส มีเป้าประสงค์ทางการเมืองแน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย กล่าวว่า แต่อย่าลืมเรื่องราวในอดีตเคยโดนดูดมาแล้วกี่ครั้ง ย้ายมาแล้วกี่พรรคอุดมการณ์ที่พูดอยู่ในขณะนี้ ต้องถามตนเองด้วยในขณะที่ชี้นิ้วไปที่คนอื่น ส่วนกรณีนายสุพล ฟองงามอดีตส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย นักการเมืองคนหนึ่งที่อยู่ในกระแสข่าวจะย้ายซบพรรคอื่นในขณะนี้นั้น เป็นเจ้าของวาทะกรรมที่ขัดใจนายใหญ่เป็นอย่างยิ่งว่า &amp;quot;ผมเป็น ส.ส. ไม่ใช่ลูกจ้างบริษัท&amp;quot; นายสุพล เคยเป็น เลขาธิการพรรคไทยรักไทย เป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง สุขุม พูดน้อย คิดมากใคร่ครวญ มีเหตุมีผล การตัดสินใจของนายสุพล คราวนี้สะเทือนพรรคเพื่อไทยแน่นอน ยิ่งเมื่อเข้าถึงสถานการณ์เลือกตั้ง หากนายสุพลพูดความในใจ ถึงวันนั้นอาจเป็นจุดสนใจของคนทั้งประเทศ และเป็นจุดจบของพรคเพื่อไทยก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13436</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูดส.ส., พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พลังดูด, ศุภชัย ศรีหล้า, สุพล ฟองงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4af8e15d0a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
