<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพี ประกาศหนุนเอกชนซื้อวัคซีนทางเลือก ซิโนฟาร์ม ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ฉีดให้พนักงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย. 2564 นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ความชัดเจนของการนำเข้าวัคซีนทางเลือกมีมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากวัคซีนโมเดอร์นา ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และล่าสุด ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แถลงความคืบหน้า เตรียมนำเข้าวัคซีนทางเลือกของซิโนฟาร์มจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้เห็นโอกาสในการนำเข้าวัคซีนทางเลือก ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์เห็นด้วยและสนับสนุนแนวทางดังกล่าว โดยถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปิดโอกาสให้มีวัคซีนทางเลือก และเป็นโมเดลที่ดีที่มีหน่วยงานเป็นตัวแทนภาครัฐจัดซื้อวัคซีนทางเลือก เพื่อให้ภาคเอกชนที่มีกำลังซื้อเข้ามาดีลและดำเนินการตามข้อกำหนด เพราะขณะนี้วัคซีนโควิดยังเป็นการใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งการขยายวิธีการนำเข้าวัคซีนชนิดอื่นในลักษณะนี้จะเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงวัคซีนที่หลากหลายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และทำให้การกระจายวัคซีนวัคซีนของประเทศไทยมีความยืดหยุ่นกว่าการมีวัคซีนหลักเพียงสองชนิดคือแอสตราเซเนกาและซิโนแวคเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันจากสถานการณ์ความต้องการวัคซีนทั่วโลกที่มากขึ้น วัคซีนทางเลือกคือคำตอบที่จะช่วยให้โลกนี้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด โดยจะเห็นได้ว่า วัคซีนซิโนฟาร์ม ซึ่งต้องฉีด 2 โดส ได้รับการอนุมัติใช้แล้วใน 42 ประเทศทั่วโลก โดยมีการใช้มากเป็นอันดับ 4 รองจากวัคซีนแอสตราเซเนกา ที่ใช้ใน 166 ประเทศ วัคซีนซิโนแวค ที่ใช้ใน 25 ประเทศ วัคซีนไฟเซอร์-บิออนเทค ที่ใช้ใน 94 ประเทศ และวัคซีนโมเดอร์นา ที่ใช้ใน 46 ประเทศ ซึ่งการเข้าถึงวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและหลากหลายถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ มองว่า ซิโนฟาร์ม ไฟเซอร์ โมเดอร์นา และวัคซีนทางเลือกอื่นๆ ควรมีการเร่งเจรจานำเข้าโดยยึดจากโมเดลที่ทำสำเร็จแล้ว เพื่อให้สามารถเพิ่มปริมาณนำเข้าอย่างรวดเร็ว ตอบสนองความต้องการวัคซีนในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย กล่าวสรุปว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์มีจุดยืนสนับสนุนแนวทางการนำเข้าวัคซีนทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นซิโนฟาร์มที่กำลังดำเนินการอยู่ หรือ ไฟเซอร์ &amp;nbsp;โมเดอร์นา และวัคซีนอื่นๆที่อยู่ในขั้นตอนการอนุมัติ ซึ่งในฐานะภาคเอกชนต้องการให้มีวัคซีนทางเลือกโดยเร็ว โดยเอกชนยินดีใช้ทุนทรัพย์ของตนเอง เพื่อนำไปจัดฉีดให้แก่บุคลากร พนักงาน ครอบครัวพนักงาน หรือกลุ่มคนขององค์กร โดยไม่มีการเก็บเงินกับผู้รับวัคซีนแต่อย่างใด และไม่มีการนำไปจำหน่ายต่อ คาดว่าจะทำให้การเข้าถึงวัคซีนมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และถือเป็นการลดภาระงบประมาณภาครัฐอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104874</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนทางเลือก, ศุภชัย เจียรวนนท์, เครือเจริญโภคภัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60acbadece842.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดรหัส&#039;ซีอีโอเครือซีพี&#039;ติวเข้มสร้างธุรกิจให้อยู่รอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ร่วมกันจัดหลักสูตรระยะสั้น &amp;ldquo;สร้างผู้ประกอบการใหม่&amp;rdquo; สำหรับนักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เมื่อวันที่ 30-31 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา มุ่งเน้นสร้างโอกาสการเป็นผู้ประกอบการใหม่ให้กับกัปตันและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเพื่อความอยู่รอดในสถานการณ์โควิด-19 ในการนี้ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ร่วมเป็น 1&amp;nbsp; ในวิทยากรบรรยายในหัวข้อ &amp;ldquo;ผู้ประกอบการใหม่สร้างได้&amp;rdquo; สร้างแรงบันดาลใจและส่งต่อพลังในการสร้างธุรกิจใหม่เพื่อฟันฝ่าวิกฤตโควิด-19 แก่บรรดานักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจากการบินไทยที่ร่วมรับฟังอย่างสนใจกว่า 150 คน

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวถึงแนวคิดการทำธุรกิจในช่วงวิกฤตและหัวใจสำคัญของผู้ประกอบการ โดยยกกรณีศึกษาการดำเนินธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในอดีตตั้งแต่ 100 ปีก่อน ผ่านการปรับตัวเปลี่ยนแปลงและนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการสร้างธุรกิจที่หลากหลายกระทั่งสามารถขยายธุรกิจให้เติบโตได้กว่า 20 ประเทศทั่วโลก และทำการค้าขายกับอีก 100 ประเทศ โดยเครือซีพีผ่านทั้งอุปสรรคจากวิกฤตเศรษฐกิจ และการแข่งขันทางธุรกิจต่าง ๆ มาได้โดยยึดแนวคิดหลักสำคัญคือ &amp;ldquo;การดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์&amp;rdquo; &amp;ldquo;เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส&amp;rdquo; และการมี &amp;ldquo;วิสัยทัศน์ในการกล้าลงทุน&amp;rdquo; ซึ่งกรณีของเครือซีพีสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการทำธุรกิจในช่วงเวลาวิกฤต เช่นที่เกิดขึ้นขณะนี้จากภาวะโควิด-19 ดังนั้นมุมมองการทำธุรกิจของผู้ประกอบการ จึงต้องมีความกล้าที่จะเสี่ยงในวิกฤต ลงมือทำก่อนคนอื่น เห็นถึงโอกาสและ Pain Point ต่าง ๆ ของตลาดจะส่งผลให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้

ซีอีโอ เครือเจริญโภคภัณฑ์ แบ่งปันประสบการณ์ของเครือซีพีว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจากศูนย์ ซีพีเริ่มจากห้องแถว คือ ร้านเจียไต๋ จึง ตั้งอยู่ย่านเยาวราช เมื่อ 100 ปีที่แล้ว จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ เปิดขายวันแรก มียอดขาย 23 บาท เราเป็นผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์รายแรกที่ติดวันหมดอายุบนซอง หากซื้อไปแล้ว สินค้าหมดอายุ&amp;nbsp; ลูกค้าสามารถนำมาเปลี่ยนใหม่ได้&amp;nbsp; เรือบิน (เครื่องบิน) เป็นสัญลักษณ์ของ เทคโนโลยี และแสดงถึงความทันสมัย&amp;nbsp; เราเรียนรู้ว่านั่นคือความซื่อสัตย์ และคือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ พอมาถึงรุ่นที่2เปิดร้านเจริญโภคภัณฑ์ จำหน่ายอาหารสัตว์ และเข้าสู่การเลี้ยงสัตว์ ก็ต้องล้มลุกคลุกคลาน ขาดทุนอยู่ 15 ปี จึงต้องไปหาไก่สายพันธุ์ดีที่สุดในโลกจากต่างประเทศและเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงแบบดั้งเดิม ให้สามารถเลี้ยงได้จำนวนมากขึ้นเพื่อให้คุ้มต้นทุน และเมื่อเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีก เปิดร้านเซเว่น อีเลฟเว่นก็ขาดทุนจากการขยายกิจการถึง15ปี ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งก็ต้องปิดกิจการค้าปลีก คือ แม็คโคร และโลตัส ออกไป ซึ่งปัจจุบันได้ซื้อกิจการกลับคืนมา

&amp;ldquo;ถ้าจะเป็นผู้ประกอบการ หนึ่งในคุณสมบัติคือต้องยอมรับความเสี่ยง แต่ต้องเป็นความเสี่ยงที่ถึงตาย ต้องศึกษาให้ถึง Pain Point ของตลาด ที่สำคัญต้องมีศรัทธาและไม่ยอมแพ้ และต้องปรับตัว เห็นโอกาสในวิกฤตเสมอ ปัญหาทุกอย่างคือโอกาส คือ จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ&amp;rdquo; นายศุภชัยกล่าวให้เห็นถึงความเป็นผู้ประกอบการ

&amp;ldquo;กรณีโควิด-19 ส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจเดินทางได้รับผลกระทบ ผมมองว่าเป็นเหตุการณ์ชั่วคราวและจะกลับมาฟื้นอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้มีข่าวดีว่าวัคซีนที่ฉีดทั่วโลกมีผลลัพธ์ที่ดี และเชื่อว่าสิ้นปีนี้ทั่วโลกจะมีวัคซีนโดยทั่วและอาจได้เห็นพาสปอร์ตวัคซีนในการเดินทาง จะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจการบินกลับมา และอาจจะกลับมาพลิกฟื้นมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเชื่อว่าธุรกิจที่มารองรับต่อจากนี้น่าจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น โควิด-19 จึงไม่ใช่วิกฤตไปตลอด&amp;rdquo; นายศุภชัยกล่าว

ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวแนะนำแนวคิดการทำธุรกิจในช่วงวิกฤตว่า ในวิกฤตมีโอกาสทุกเรื่องไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมเดิมหรืออุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งช่วงวิกฤตโควิด-19 อุตสาหกรรมและธุรกิจที่เติบโตคือ เทคโนโลยี ดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ และธุรกิจสุขภาพ แสดงให้เห็นว่าเป็นโอกาสแม้ในช่วงแย่ที่สุดก็ยังมีธุรกิจที่ปรับตัวได้ และหลายธุรกิจยังเติบโตขึ้นดีกว่าเดิม&amp;nbsp; ดังนั้นผู้ประกอบการต้องสามารถเห็นปัญหาได้ก่อน รู้ก่อนและแก้ปัญหานั้น นอกจากนี้ยังต้องสังเกตและใส่ใจมองเห็นถึงเมกะเทรนด์ของโลกที่กำลังจะเปลี่ยนไปด้วย เพราะทุกธุรกิจและบริการกำลังปรับตัวไปสู่ออนไลน์ทำให้เกิดอาชีพใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสใหม่ ๆที่ผู้สนใจเป็นผู้ประกอบการที่จะสร้างธุรกิจใหม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องหรือเป็นผู้ริเริ่ม

นายศุภชัย กล่าวถึงหัวใจสำคัญของผู้ประกอบการในการทำธุรกิจยุค New Economy ให้ประสบความสำเร็จ คือ 1.การมองเห็นปัญหาเป็นโอกาส เพราะปัญหาที่เกิดในการทำธุรกิจ คือการเรียนรู้สู่ความสำเร็จ 2.ต้องมี Mindset หรือกรอบความคิดที่ดีในการทำงาน คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและองค์กรเป็นที่ตั้ง พร้อมเปิดใจและปรับตัวในการเปลี่ยนแปลง เพราะในอนาคตทุกธุรกิจจะก้าวเข้าสู่ดิจิทัลเทคโนโลยี 3.ต้องมีหลักทางพุทธศาสนาคือความเมตตา และ &amp;ldquo;มรรค 8&amp;rdquo; ที่สามารถนำมาประยุกต์ในการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจได้จริง ประกอบด้วย เห็นชอบ คิดชอบ พูดชอบ ทำชอบ อยู่ชอบ เพียรชอบ สมาธิชอบ และปัจจุบันชอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97986</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประกอบการ, ซีพี, ศุภชัย เจียรวนนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_606568e02b246.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คุณหญิงกัลยา”ดึง &quot;สุชัชวีร์ -ศุภชัย &quot;นั่งคณะอนุกก. Coding ปฏิรูปประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ก.พ.64-นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เเละนโยบาย เปิดเผยยว่า คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช &amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษา ในฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ Coding แห่งชา กล่าวว่าได้เตรียมเสนอคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้มีคณะกรรมการในการเชื่อมต่อนโยบายกับคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) แห่งชาติเเละทุกภาคส่วน คือ &amp;quot;คณะอนุกรรมการ Coding เพื่อการปฏิรูปประเทศ&amp;quot; ทั้งนี้เพื่อความสมบูรณ์ทั้งด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ และภาคปฏิบัติการ ลงสู่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและในระดับสากลอย่างรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ขณะนี้ ดร.คุณหญิงกัลยา ได้เดินหน้าทาบทามบุคลากรในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายศุภชัย เจียรวนนท์ และผู้ทรงคุณวุฒิหลาย ๆท่าน เพื่อเข้ามาร่วมขับเคลื่อนเชื่อมโยงนโยบายและการปฏิบัติ สู่เป้าหมาย ที่กว้างขวาง ให้ยั่งยืนตลอดไป และเป็นที่น่ายินดีว่าท่านที่มีรายชื่อตามที่ปรากฏได้ให้การตอบรับที่จะมาร่วมงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92365</URL_LINK>
                <HASHTAG>coding, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, ศุภชัย เจียรวนนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_6020df41f3bad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.-อบก. ลงนามปกป้องโลกร้อนกับซีพีเอฟ ปลูกป่าบก-ป่าชายเลน ดูดซับคาร์บอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;โดยกรมป่าไม้ &amp;nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช &amp;nbsp;และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ลงนามบันทึกความร่วมมือ &amp;ldquo;การปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) สู่การฟื้นฟูป่า&amp;rdquo; กับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ &amp;nbsp;ดำเนินโครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ปลูกป่าบกและป่าชายเลน ระยะที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่รวม 26,000 ไร่ เป้าหมายมีส่วนร่วมปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อความมั่นคงทางอาหารและสร้างสมดุลธรรมชาติอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานพิธี&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร่วมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส.&amp;nbsp; ผู้บริหาร อบก. &amp;nbsp;โดยมี &amp;nbsp;นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด &amp;nbsp;เป็นสักขีพยานการลงนาม ร่วมกันระหว่างนายอดิศร นุชดำรงค์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ อบก. และนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่าในโครงการซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง จังหวัดลพบุรี &amp;nbsp; ระหว่างปี พ.ศ. 2564 &amp;ndash; 2568 พื้นที่ 7,000 ไร่ และโครงการซีพีเอฟ &amp;nbsp;ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน พื้นที่อ่าวไทย ตัว ก. จังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างปี พ. ศ. 2562 &amp;ndash; 2566 พื้นที่ 14,000 ไร่ &amp;nbsp;รวมทั้งเพิ่มพื้นที่เขียวในสถานประกอบการของซีพีเอฟอีก 5,000 ไร่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าวว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือฯ ครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนแนวทางการพัฒนาประเทศไทยในระยะยาวในการมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรการระหว่างประเทศที่มุ่งสู่การเติบโตด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและภาคประชาชนให้ตระหนักรู้ต่อผลกระทบของก๊าซเรือนกระจกและเป็นเครือข่ายในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง&amp;nbsp; เพราะปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใกล้ตัวกว่าที่คิด การแก้ไขปัญหาต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ทส. กล่าวต่อว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นสัญญาณที่ธรรมชาติกำลังเตือนว่า ถึงเวลาแล้วที่มนุษย์ต้องคืนความสมดุลให้กับธรรมชาติ &amp;nbsp;เครือซีพี เป็นตัวอย่างของภาคเอกชนไทยที่เห็นความสำคัญและผลักดันนโยบายต่างๆ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ยั่งยืน เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทำให้สังคมไทยและประชาชนเห็นความสำคัญของการฟื้นฟูธรรมชาติเพื่อคืนความสมดุลของสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ​ พร้อมเป็นแรงผลักดันทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่าที่เขาพระยาเดินธง จ.ลพบุรี และพื้นที่อ่าวไทย ตัว ก. จังหวัดสมุทรสาครทั้งสองผืนของซีพีเอฟจะช่วยสร้างสมดุลธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าชายเลนซึ่งมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นที่พักพิงของสัตว์ทะเล ซึ่งการฟื้นฟูป่าทั้งสองแห่ง สามารถขยายผลและเป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่ป่าอื่นๆ ต่อไปในอนาคต&amp;nbsp; &amp;quot; นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศุภชัย&amp;nbsp;เจียรวนนท์ กล่าวว่า เครือซีพีตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืน และบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ภาคเอกชนมีหน้าที่ที่จะต้องมีความตระหนักรู้ และควรมีการวางเป้าหมาย กำหนดตัวชี้วัดในการก้าวสู่ยุคที่มีความรับผิดชอบต่อระบบของสิ่งแวดล้อม ระบบสังคม ระบบความยั่งยืนในภาพรวม เครือซีพีจึงตั้งเป้าหมายเป็นองค์กรปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (Carbon Neutral) ภายใน พ.ศ. 2573 เราตระหนักผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เหตุนี้ การดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานของเครือฯ​ จะต้องปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ และลดขยะของเสียเป็นศูนย์ วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นจุดหนึ่งของความพยายาม การผนึกกำลังและความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ทำให้มองเห็นทางออกในการแก้ปัญหาได้มากขึ้น โดยมีภาครัฐเป็นแกนนำเป็นตัวอย่างและเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับภาคเอกชน ซึ่งเครือซีพีพร้อมปฏิบัติตามแนวทางของภาครัฐในด้านความยั่งยืนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79994</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ป่าชายเลน, ซีพีเอฟ, ทส., นสพ.ไทยโพสต์, ฟื้นฟูปลูกป่าบก, ศุภชัย เจียรวนนท์, องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน), เขาพระยาเดินธง ลพบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f80487455ae4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซีพี&#039;ระดมสมองวางแผนสร้างความเชื่อมั่นไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค. 2563 นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหาร &amp;nbsp;บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด เปิดเผยว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศไทย ด้วยเหตุนี้บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด จึงมุ่งมั่นและตั้งใจดำเนินโครงการให้เกิดความยั่งยืน คือ การคิดให้ครบทุกมิติ และให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในทางเศรษฐกิจ และ เกิดประโยชน์ต่อคนในพื้นที่ &amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การให้ความสำคัญกับวิถีชีวิต การสร้างงาน สร้างรายได้ และ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม ในการนี้จึงได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา เข้าร่วมเป็น &amp;ldquo;คณะที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน&amp;rdquo;โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน&amp;rdquo; เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ประกอบด้วยผู้ทรงวุฒิจำนวน &amp;nbsp;7 ท่าน ได้แก่ &amp;nbsp;1.ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 2.ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง 3.ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ 4.ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 5.ผศ.ดร.อนุรัตน์ อนันทนาธร อาจารย์ประจำภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา 6.นายธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี และ 7.นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย กล่าวว่า การแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาฯเป็นไปตามความตั้งใจที่ต้องการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการนี้ การระดมสมองจากผู้เชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีจากทางภาครัฐ นักวิชาการ และหน่วยงานเอกชนชั้นนำ จะทำให้เข้าใจบริบทของการพัฒนาและปัจจัยความสำเร็จที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาสังคม โดยการพัฒนาด้านความยั่งยืนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน มุ่งเน้น 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การพัฒนาความยั่งยืนด้านสังคม 2.การพัฒนาความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมุ่งหวังที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ และระบบนิเวศน์เชิงเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งเป็นการตอบโจทย์การพัฒนาสังคมและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนทางธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม เหตุผลสำคัญที่เครือฯสนใจและเข้าไปลงทุน เนื่องจากเป็นโครงการพัฒนาที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และสังคม ที่เครือยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ ที่สำคัญโครงการนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานแรกของภูมิภาคอาเซียน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง และสามารถส่งเสริมประเทศเพื่อนบ้านในแถบ CLMV ให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นายศุภชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่รถไฟความเร็วสูงฯสายนี้คือเส้นทางสายโอกาส และสัญลักษณ์ความภูมิใจของประเทศไทย &amp;nbsp;ตลอดเส้นทาง 220 กิโลเมตรของรถไฟความเร็วสูงฯสายนี้จะสร้างโอกาส สร้างงาน และถือเป็นอีกหนึ่งโครงการระดับชาติที่จะทำให้การเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในประเทศไทย เหมือนกับโครงการระดับโลกในอดีต เช่น เขื่อนฮูเวอร์ในสหรัฐอเมริกาที่ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้านวิศวกรรม เป็นเขื่อนแห่งประวัติศาสตร์ที่สร้างภูมิใจอันยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา หรือ รถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่นที่เป็นรถไฟแห่งความผูกพันและเป็นตัวแทนความรุ่งโรจน์ที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตของผู้คนทั่วประเทศให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นความภูมิใจของประเทศไทยหรือ &amp;nbsp;Pride of Thailand &amp;nbsp;และในด้านความยั่งยืนของโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ต้องคำนึง 4 ด้าน ได้แก่ 1. Environmental friendly &amp;nbsp;2.Circular economy 3. Inclusive economy 4.Glass roots development ทั้งนี้มั่นใจว่ารถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินจะเป็นเครื่องมือสร้างความเจริญให้แก่คนในพื้นที่และทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่ารถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินจะนำไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำในอาเซียน &amp;nbsp;และมีความเห็นว่ารถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินเป็นของคนไทยทุกคน จะต้องสร้างให้เกิดพฤติกรรมการเดินทางรถไฟ &amp;nbsp;ด้วยการส่งเสริมแนวคิด เดินทางโดยรถไฟช่วยลดมลพิษ และเป็นการลดใช้พลังงาน นอกจากนี้ต้องพัฒนาคนและพัฒนาชุมชนในพื้นที่ให้แข็งแรง รักษาวัฒนธรรมและอาชีพของท้องถิ่นไว้ให้ได้ตลอดจนรักษาเงื่อนไขระดับนิเวศของสังคมและสิ่งแวดล้อมไว้ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินจะต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยดำเนินการในรูปแบบ &amp;ldquo;แพลตฟอร์มแห่งปัญญา&amp;rdquo; ด้วยการจัดทำผังภูมิศาสตร์เชื่อมโยง 5 จังหวัดที่รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินผ่าน คือ &amp;nbsp;กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา, &amp;nbsp;ชลบุรี และ ระยอง &amp;nbsp;โดยต้องวางรูปแบบการพัฒนาสำคัญ 3 ด้าน คือ 1.การพัฒนาอย่างชาญฉลาด โดยใช้รถไฟความเร็วสูงเป็นนวัตกรรมหรือเครื่องมือในการเชื่อมต่อพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อกระจายความเจริญ &amp;nbsp; 2.การพัฒนาคุณภาพชีวิต คือการคิดให้ครบทุกด้าน ให้โอกาสทุกคนอย่างเท่าเทียม &amp;nbsp;และ 3.สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ต้องคำนึงถึงการปกป้องธรรมชาติ รักษาสมดุลของระบบนิเวศน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มุมมองนักวิชาการในพื้นที่ภาคตะวันออก ผศ.ดร.อนุรัตน์ อนันทนาธร อาจารย์ประจำภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ในการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;ต้องเน้นการน้อมนำศาสตร์พระราชา &amp;ldquo;เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา&amp;rdquo; &amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ &amp;nbsp;ตอบโจทย์ 4 ประเด็นคือ ประโยชน์จากรถไฟฟ้า ประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น รวมไปถึงการเตรียมการเพื่อลดผลกระทบ &amp;nbsp; ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาใน 4 มิติ คือ พัฒนาโครงการ พัฒนาบุคลากร พัฒนาชุมชน และพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินจะต้องเชื่อมโยงกับชุมชน ส่งเสริมสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน เพื่อสร้างความภาคภูมิใจทั้งในระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถสนับสนุนเครือข่ายผู้ประกอบการ SMEs เพื่อกระจายรายได้อย่างทั่วถึงไม่เพียงแค่พื้นที่ตามสถานี แต่สามารถขยายไปยังพื้นที่รอบจังหวัดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการนี้ ต้องตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เข้าใจทุกการใช้ชีวิต และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งโครงการนี้สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมระยะยาวได้ แต่ต้องวางกรอบแนวคิดใหม่เพื่อให้เกิด &amp;ldquo;For Living Together&amp;rdquo; เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายคือรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินจะต้องสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีขึ้นกับทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มผู้พิการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, รถไฟเชื่อม3สนามบิน, ศุภชัย เจียรวนนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200804/image_big_5f28e1831d326.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มทรู หาทางออกให้องค์กรธุรกิจ ภาคการศึกษา และคนไทย ก้าวผ่านวิกฤต COVID–19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มทรู โดยคุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ แถลงข่าวรูปแบบเสมือน ร่วมหาทางออกให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID&amp;ndash;19 ไปด้วยกัน ส่งแพลตฟอร์มใหม่ &amp;ldquo;TRUE VIRTUAL WORLD&amp;rdquo; ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์จากทรู นำความพร้อมองค์รวมของกลุ่มทรูในด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ผสานจุดเด่นโซลูชั่นทั้งที่ใช้ในองค์กร และให้บริการแก่ลูกค้าและกลุ่มธุรกิจ เครือข่ายด้านการศึกษาออนไลน์ รวมถึงระบบเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ โครงข่ายที่ครอบคลุมทั้งบรอดแบนด์ 5G / 4G ตลอดจนคลังคอนเทนต์คุณภาพครบทุกเรื่องการศึกษาและสาระความรู้ เพื่อร่วมสนับสนุนทั้งภาคองค์กรธุรกิจ สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และคนไทยทุกคน ให้ทำงาน เรียน และใช้ชีวิตคุณภาพอย่างไร้ขีดจำกัดที่บ้าน และทุกที่ ทุกเวลา แบบง่ายๆ ผ่านออนไลน์ที่ www.truecorp.co.th ได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงสถานการณ์วิกฤตนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;ldquo;TRUE VIRTUAL WORLD&amp;rdquo; แบ่งเป็น TRUE VIRTUAL WORLPLACE หรือ VWORK ที่สนับสนุนองค์กรธุรกิจทุกระดับ ให้ทำงานที่บ้านได้เสมือนอยู่ที่ทำงานจริง รองรับการทำงานทุกที่ ทุกเวลา สามารถเชื่อมต่อระบบงานในบริษัท สั่งงาน ส่งรับไฟล์งาน อนุมัติงาน สื่อสารภายใน ตั้งกลุ่มแชท รวมถึงจัดการประชุมแบบออนไลน์ได้สูงสุดถึง 1,500 คน TRUE VIRTUAL LEARN หรือ VLEARN ที่สนับสนุนองค์กรสถาบันการศึกษา ให้สามารถบริหารจัดการเรียนการสอน และนิสิต นักศึกษา นักเรียนในสถาบัน ยังสามารถเข้าเรียนออนไลน์ได้จากที่บ้าน และที่อื่น ทุกที่ ทุกเวลา รวมทั้งยังเข้าถึงข้อมูลความรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาของภาครัฐ ตลอดจนวัดและประเมินผลการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ TRUE VIRTUAL LIVE หรือ VLIVE ที่จะมาเติมเต็มไลฟ์สไตล์คนไทย ให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตที่บ้านและที่อื่น ทุกที่ ทุกเวลา ได้อย่างมีคุณภาพและไร้ขีดจำกัด ทั้งด้านสุขภาพ ความบันเทิง วีคอมเมิร์ซ ตลอดจนสิทธิประโยชน์ต่างๆ พร้อม TRUE VIRTUAL SHARE หรือ VSHARE ที่ให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทุกที่ ทุกเวลา มั่นใจเป็นอีกหนึ่งทางออกร่วมบรรเทาปัญหาองค์กรธุรกิจ ภาคการศึกษา และทุกคนที่ได้รับผลกระทบขณะนี้ อีกทั้งปูพรมให้อนาคตของประเทศ ก้าวสู่การทำงาน การศึกษา และการใช้ชีวิตยุคใหม่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60648</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID–19, กลุ่มทรู, ศุภชัย เจียรวนนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e78a90e75254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกรัฐมนตรี เปิดงาน “ถนนคนเดินสีลม เดิน กิน ชิม เที่ยว Walking Street@Silom” พร้อมเยี่ยมชมบูธ CP-CPF</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงาน &amp;ldquo;ถนนคนเดินสีลม เดิน กิน ชิม เที่ยว Walking Street@Silom&amp;rdquo; พร้อมคณะรัฐมนตรี เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ในการนี้ คุณสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์และประธานกรรมการซีพีเอฟ พร้อมด้วย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์, คุณอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร ซีพีเอฟ, คุณสุเมธ เหล่าโมราพร CEO ซี.พี. อินเตอร์เทรด และคุณวรวิทย์ เจนธนากุล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ ร่วมให้การต้อนรับ และนำชิมผลิตภัณฑ์อาหารบูธ CP-CPF&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;บูธ CP-CPF นำผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ อร่อย ปลอดภัยได้มาตรฐานส่งตรงจากโรงงานมาจำหน่ายในราคาพิเศษ อาทิ สเต็กไก่เบญจา, ขาหมูเยอรมัน หมูดำ ซีพี-คูโรบูตะ, เบอร์เกอร์เชสเตอร์, ไก่ทอดห้าดาว, ซีพี เฟรชมาร์ท นำกุ้งขาวต้มสุกแช่แข็ง, แฟรงค์ไก่หนังกรอบรมควัน, ไส้กรอกซีพี ผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง อาหารพร้อมรับประทาน, กุ้งสดพรีเมี่ยม, ไข่ไก่ Cage Free และเครื่องดื่มชานมบุก, กาแฟมวลชน จากเครือ CP โดยได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;งานถนนคนเดิน กำหนดจัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ที่ 3 ของทุกเดือน ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2562 - พ.ค. 2563 เปิดโอกาสให้พ่อค้าและแม่ค้ามาจำหน่ายสินค้า รวมทั้งมีกิจกรรมแสดงศิลปวัฒนธรรมที่ดีของไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับถนนคนเดินสีลม จะปิดถนนสีลมทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่หัวถนนสีลมตัดถนนพระรามที่ 4 ถึงแยกนรารมย์ ตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น. หลังจบกิจกรรมจึงจะเปิดการจราจรอีกครั้ง เวลา 00.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53095</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศุภชัย เจียรวนนท์, สุภกิต เจียรวนนท์, เจริญโภคภัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e00670a66cda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
