<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งทุกเหล่าทัพ เร่งทำฝนเทียม บรรเทาภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;3 รมช.เกษตรฯ&amp;quot; ลงพื้นที่ จ.ตาก หารือชาวนา-ชาวไร่ 22 จว.แก้ปัญหาภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง &amp;quot;ประภัตร&amp;quot; รับ 4 เขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยาปริมาณน้ำเข้าขั้นวิกฤติ น้ำเหลือเพียง 1.5 พันล้าน ลบ.ม. คาดมีน้ำใช้อีกแค่กว่า 40 วัน สั่งลดการระบายน้ำเหลือ 40 ล้าน ลบ.ม. หวังยืดถึงเดือน ส.ค. รอฝนตก &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; เตรียมเสนอ ครม.ให้มหาดไทยร่วมบูรณาการแก้แล้งทั้งระบบ &amp;quot;ผบ.ทบ.&amp;quot; มั่นใจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เอาอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก วันที่ 19 ก.ค. นายประภัตร โพธสุธน พร้อมด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ สามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ประชุมเร่งด่วนเพื่อแก้ไขสถานการณ์ภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง ร่วมกับแกนนำชาวนาชาวไร่กว่า 500 คน จาก 22 จังหวัด ที่มาเสนอข้อร้องเรียนให้รัฐบาลหามาตรการเยียวยาต้นทุนทำเกษตรที่ผลผลิตเสียหาย ทั้งนาข้าว ไร่อ้อย มันสำปะหลัง และพืชอื่นใกล้ยืนต้นตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมหารือครั้งนี้ มีชาวนาชาวไร่บางรายถึงกับร้องไห้กลางห้องประชุม เพราะอยู่ปลายน้ำ โดยขอให้เพิ่มพื้นที่แก้มลิงขนาดใหญ่ เช่น บึงบอระเพ็ด และขอให้กรมชลประทานสูบน้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่มาช่วย อาทิ บ่อทราย ทำฝายในลำน้ำ และเร่งทำฝนหลวง ซึ่งนายประภัตรได้สั่งการกรมชลประทานไปช่วยทันที พร้อมทั้งจดชื่อเบอร์โทร.เกษตรกรเพื่อช่วยเหลือได้ทั่วถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเพิ่มปฏิบัติการทำฝนหลวง ร.อ.ธรรมนัส รับจะประสานทุกเหล่าทัพ ร่วมบูรณาการนำเครื่องบินมาช่วยระดมทำฝนหลวงให้มีประสิทธิภาพ เกิดผลสำเร็จ ได้ปริมาณฝนตกมากยิ่งขึ้น เพื่อเร่งช่วยเหลือพื้นที่เกษตร โดยจะนำเรียนต่อนายกรัฐมนตรี ในฐานะรมว.กลาโหม ให้สั่งการนำเครื่องบินมาร่วมทำฝนหลวงทั่วประเทศภายในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัตรกล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าปัญหาน้ำเข้าขั้นวิกฤติแล้ว ปริมาณน้ำใช้ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสัก มีน้ำเหลือรวมกันเพียง 1.5 พันล้าน ลบ.ม. ระบายวันละ 45 ล้าน ลบ.ม. ก็จะมีน้ำใช้อีกกว่า 40 วัน ดังนั้นจะลดการระบายน้ำลงเหลือ 40 ล้าน ลบ.ม. พร้อมกับต้องมีแผนจัดสรรน้ำอย่างเข้มข้น ซึ่งจะสามารถยืดเวลาการใช้น้ำออกไปจนกว่าฝนจะมาเดือน ส.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.เกษตรฯ รายนี้ระบุว่า จากการคาดการณ์กรมอุตุนิยมวิทยารายงานปีนี้ปริมาณฝนเฉลี่ยน้อยกว่าปกติ 10% และที่น่าเป็นห่วงมากที่ตอนนี้ยังไม่มีฝนลงมา ข้าวปลูกไปแล้วจะอันตรายเสียหาย ดังนั้นการจัดการน้ำครั้งนี้ ทุกภาคส่วนร่วมมือกันบริหารน้ำตามรอบเวร โดยให้กรมชลฯ ทำแผนใช้น้ำ หยุดเครื่องสูบน้ำไฟฟ้ากว่า 400 เครื่อง ในลุ่มน้ำตอนบนขอหยุดไว้ก่อน เช่น หยุดสูบ 3 วัน เพื่อให้น้ำไปถึงลุ่มเจ้าพระยา พร้อมกับชี้แจงชาวนา ถ้าไม่มีน้ำฝนมาเติม ห้ามทำนาปรังรอบสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะวางแผนจัดสรรน้ำกับทุกหน่วยงาน แบ่งการส่งน้ำเข้าแม่น้ำน้อย ท่าจีน มโนรมย์ มหาราช สลับกันใช้ต้องประหยัดมีวินัย อาจขอกำลังทหารมาร่วมด้วยตอนนี้เริ่มเกิดปัญหาแย่งน้ำในพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ต้องหยุดสูบน้ำแถว จ.กำแพงเพชร นครสวรรค์ ให้น้ำไปถึงลุ่มเจ้าพระยา เราเคยทำมาแล้วสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องใช้แผนงดส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรเหมือนปี 58 ซึ่งยืนยันกับเกษตรกรจะหาน้ำให้จนกว่าข้าวนาปี 6 ล้านไร่เก็บเกี่ยวเสร็จ และห้ามทำนารอบสอง เชื่อว่าชาวนารู้สถานการณ์ว่าไม่มีน้ำก็จะไม่ทำนาต่อเนื่อง&amp;rdquo; นายประภัตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า จะนำปัญหาที่รับฟังครั้งนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม.ให้นายกฯ รับทราบ เพื่อมีมาตรการแก้ภัยแล้ง โดยจะบูรณาการกับกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดต้องมาประชุมด้วยตนเอง ไม่ใช่ส่งแต่ตัวแทน เพราะหากปลัดมหาดไทยลงมาผู้ว่าฯ จะมารับกันเต็ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จำเป็นต้องเพิ่มความถี่ทำฝนหลวง เพราะน้ำในเขื่อนน้อยวิกฤติ รวมทั้งจะเพิ่มพื้นที่แก้มลิงกักเก็บน้ำ เช่น บึงบอระเพ็ด กว๊านพะเยา มีปัญหาน้ำแห้งลงตลอด ซึ่งติดปัญหาเป็นที่ราชพัสดุ ที่ผ่านมามีปัญหาเรื้อรัง ต้องแก้กฎหมาย จะเร่งขุดลอก ผมเห็นตรงกับท่านประภัตร หาที่เก็บปริมาณน้ำให้ได้มากๆ ช่วงต้นน้ำสามารถส่งมาช่วยพื้นที่ปลายน้ำได้&amp;quot; ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจริยะ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำลุ่มเจ้าพระยาใน 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 8,293 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 33 (ปริมาณน้ำใช้การได้ 1,597 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 9) ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จำนวน 2.71 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายจำนวน 44.91 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 16,578 ล้าน ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า ปีนี้ภัยแล้งค่อนข้างวิกฤติ แต่ถือว่าเป็นวัฏจักรที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ในส่วนของทหารได้เตรียมความพร้อม ขณะที่ในส่วนของรัฐบาลได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพมีความพร้อมอยู่แล้วในการระดมศักยภาพ ทั้งเครื่องมือและกำลังพล เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และมั่นใจรัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ ที่ผ่านวิกฤติรู้เรื่องพวกนี้ตั้งแต่เป็นทหาร รู้ว่าจะต้องใช้หน่วยงานอะไรร่วมกับกระทรวงอะไร และทำงานร่วมกับหน่วยงานไหน ดังนั้นการบูรณาการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของทุกคน ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องช่วยกัน อย่าหยิบประเด็นนี้มาทำให้เกิดความแตกแยก อีกทั้งโครงการจิตอาสาพระราชทานก็ออกมาช่วยเหลือทั้งหมด ทุกฝ่ายเราคิดแบบบูรณาการและร่วมกันแก้ไขปัญหา เพื่อประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ขอให้สบายใจได้ แต่อย่าหยิบมาเป็นประเด็น&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นว่า ห่วงใยสถานการณ์ภัยแล้งในหลายพื้นที่ จึงได้สั่งการด่วนให้ทุกเหล่าทัพสนับสนุนอากาศยานและกำลังพล เพื่อทำฝนเทียมเพิ่มปริมาณน้ำเหนือเขื่อน และร่วมแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำกับฝ่ายพลเรือนแบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประกาศพื้นที่เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ในหลายจังหวัด พร้อมดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น จัดรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำ ปฏิบัติการฝนหลวง ขุดเจาะบ่อบาดาล เพิ่มความจุแหล่งน้ำ เป็นต้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าฯเชียงใหม่ กล่าวว่า จากภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้เกิดผลกระทบกับเกษตรกรในด้านการเพาะปลูก หลายพื้นที่กำลังประสบปัญหานาข้าวแห้ง รวมถึงน้ำอุปโภคบริโภค เพราะปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนสำคัญมีน้อยลง อีกทั้งน้ำท่าก็มีน้อยกว่าเกณฑ์ปกติเกือบเท่าตัว ขณะนี้ได้แจ้งไปยังทุกอำเภอให้เร่งสำรวจและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติในฤดูฝนที่เกิดขึ้นในรอบหลายสิบปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯ ขอนแก่น กล่าวว่า ขอนแก่นมีพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งจากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงรวมแล้ว 12 อำเภอ โดยเฉพาะที่ อ.หนองนาคำ และ อ.หนองสองห้อง ที่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงนานติดต่อกันนานกว่า 20 วัน ประชาชนเริ่มประสบปัญหาน้ำสำหรับการอุปโภค บริโภคและทำการเกษตร ทำให้ในขณะนี้มาตรการการให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ทั้งการนำน้ำไปเติมใส่ในถังเก็บน้ำส่วนกลางประจำหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนมีน้ำกินและน้ำใช้ ตลอดทั้งช่วงภัยแล้งปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้รับรายงานจากศูนย์อุตุนิยมฯ ว่าในช่วงระหว่างวันที่ 23-25 ก.ค.ที่จะถึงนี้ จะมีฝนตกในพื้นที่ ขอนแก่น ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์และอ่างเก็บน้ำต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัด ซึ่งก็จะบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนและเกษตรกรได้เป็นอย่างดี&amp;quot; ผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 นครราชสีมา กล่าวว่า สถานการณ์ฝนทิ้งช่วงเกิดปัญหาภัยแล้งครอบคลุมในพื้นที่ 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ขยายวงกว้างและทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง หลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา มีอำเภอที่ยังมีการแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง จำนวน 9 อำเภอ 17 ตำบล 28 หมู่บ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41424</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประภัตร โพธสุธน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, ศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31d95a36dcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้อมนำทำดีด้วยใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พสกนิกรยังพร้อมใจกันทำความดีเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รพ.สมเด็จพระยุพราชตะพานหิน เปิดตรวจสุขภาพและรักษาผู้ป่วยฟรีตลอดเดือนนี้ ผู้ว่าฯ อำนาจเจริญนำปลูกต้นรวงผึ้ง สุรินทร์ กลุ่ม จยย.ช่วยบ้านถูกไฟไหม้ ชลบุรี-ชุมพร ก๋วยเตี๋ยวดังเปิดกินฟรีทั้งวัน ส่วนเพชรบุรีแปรอักษร &amp;quot;ทรงพระเจริญ&amp;quot; แสดงความจงรัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกช่วงบ่ายวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก และถวายราชสักการะพระบรมราชบุพการีแล้ว กองพระราชพิธีได้กราบบังคมทูลรายงานเครื่องราชสักการะที่ทรงพระราชอุทิศพระราชทานให้ผู้แทนกระทรวงมหาดไทยเชิญไปถวายเป็นพุทธบูชาปูชนียสถานสำคัญตามต่างจังหวัดทั่วประเทศ 10 แห่ง ได้แก่ จังหวัดสระบุรี จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดลำพูน จังหวัดนครปฐม จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครพนม จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดสกลนคร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนพสกนิกรชาวจังหวัดเชียงใหม่ทุกหมู่เหล่าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะฯ ในวันอังคารที่ 7 พฤษภาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับข้าราชการทหาร ตำรวจ แต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบปกติขาวไม่สวมหมวก จิตอาสาแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบจิตอาสา และประชาชนทั่วไปแต่งกายด้วยชุดสุภาพโทนสีเหลืองเข้าร่วมพิธีเชิญเครื่องราชสักการะที่ทรงพระราชอุทิศพระราชทานถวายเป็นพุทธบูชาปูชนียสถานสำคัญโดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิจิตร แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของ รพ.สมเด็จพระยุพราชตะพานหิน ตรวจสุขภาพและรักษาผู้ป่วยฟรีตลอดเดือนพฤษภาคม เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะ รพ.สมเด็จพระยุพราชตะพานหิน เป็นหนึ่งใน รพ.สมเด็จพระยุพราช 21 แห่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงพยาบาลเมื่อ พ.ศ.2522 และพระราชทานพระราชทรัพย์ให้โรงพยาบาลจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิษณุโลก ทางจังหวัดได้จัดเตรียมสถานที่ ทั้งซุ้มเฉลิมพระเกียรติพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และติดตั้งจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ไว้บริเวณเวทีกลาง ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ประชาชนได้รับชมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเสด็จออก ณ สีหบัญชร พร้อมกับประชาชนทั่วประเทศ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์สำคัญของไทย โดยในเวลา 15.45 น. มีพิธีถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อำนาจเจริญ ที่อ่างเก็บน้ำด้านหลังศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผวจ.อำนาจเจริญ เป็นประธานนำข้าราชการ จิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ ประชาชนทุกหมู่เหล่าพร้อมใจกันแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง กว่า 500 คน ร่วมกิจกรรมปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 จำนวน 7 ต้น เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอนแก่น บริเวณสวนสาธารณะบึงแก่นนคร เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายบุญจันทร์ ขอนยาง หรืออาจารย์ไมเคิล อีสาน ช่างตัดผมชื่อดัง จัดกิจกรรมจิตอาสาตัดผมฟรี และสอนตัดผมฟรีให้กับผู้ที่สนใจ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุรินทร์ ด.ต.พล สายกระสุน หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงสังขะ ร่วมกับทีมงาน 2T 150 อีสานใต้ ร้อยเอ็ด อุบล สุรินทร์ ศรีสะเกษ 4 ล้อสายบุญ, อาสาสมัครสมาคมวีอาร์กู้ชีพสุรินทร์ จุดอำเภอศรีณรงค์ สังขะ และจุดกังแอน, จิตอาสา ชมรมผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์ และยังมีพี่น้องทีม 2T 150 CC. จากจังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา และพันธมิตรภาคีเครือข่ายร้านค้า มอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือนายวิชาญ สุทธิรัก และนางอัมพร แสนรู้ ภรรยา ที่บ้านถูกไฟไหม้ในบ้านท่าพระ ต.ศรีสุข อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ เป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 10&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชบุรี พระครูวิทิตวัฒนโสภณ เจ้าอาวาสวัดพระศรีอารย์ ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารคาว-หวานฟรีแก่ประชาชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมีชาวบ้านใกล้เคียงนำอาหารคาว-หวานมาร่วมเลี้ยงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาญจนบุรี ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด มีการติดตั้งซุ้มเฉลิมพระเกียรติ เพื่อใช้เป็นสถานที่ถวายพระพรชัยมงคล พร้อมร่วมชมการถ่ายทอดสดตามหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท เวลา 16.30 น. จากนั้นในเวลา 17.30 น. เสด็จออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ให้คณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา พระครูเกษมจันทวิมล หรือพระอาจารย์แดง เจ้าอาวาสวัดป้อมรามัญ และนายลายทองเหรียญ มีพันธ์ ประธานมูลนิธิพระคชบาล เจ้าของวังช้างอยุธยาแลเพนียด พร้อมเครือข่ายอนุรักษ์ช้างไทยและควาญช้าง นำช้าง 11 เชือก ประกอบพิธีบวงสรวงศาลปะกำ เพื่อเป็นสิริมงคล จากนั้นพระครูเกษมจันทวิมลได้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์แก่ช้างงางามทั้ง 11 เชือก และคชอาภรณ์ชุดใหม่ ก่อนนำช้างเดินผ่านประตูโขลนทวารช้างเป็นการเสร็จสิ้นพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลายทองเหรียญกล่าวว่า วังช้างอยุธยาและกลุ่มคนเลี้ยงช้างทั่วประเทศกำหนดจัดกิจกรรม &amp;quot;คชสารคู่แผ่นดิน เทิดไท้องค์ราชัน&amp;quot; เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยวันที่ 7 พ.ค.นี้ ช้างทั้ง 11 เชือกจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อจัดขบวนคชสารประดับคชอาภรณ์อย่างสวยงาม ในเวลาประมาณ 09.00 น. ซึ่งพลายสยามจะเดินนำหน้าขบวนช้าง 10 เชือก ตามจังหวะกลองพิชิตมารจากหน้าหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เข้าสู่ถนนสนามไชย ไปสิ้นสุดหน้าวัดพระแก้ว เพื่อร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชลบุรี ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าแดง ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณ หน้าบ้านเลขที่ 26 ซอย 12 หมู่ 6 ต.บ้านสวน อ.เมือง ได้เปิดให้ประชาชนกินก๋วยเตี๋ยวฟรีตลอดทั้งวัน จนกว่าของจะหมด เพื่อเป็นการทำความดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 10 ทำให้มีชาวบ้านและผู้ยากไร้จำนวนมากทยอยมาต่อแถวเพื่อรับประทานก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณ หรือใครจะขอใส่ถุงกลับบ้าน ทางร้านก็ทำให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล พร้อมขับร้องบทเพลงสรรเสริญพระบารมี เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมีผู้แทนหน่วยงานจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน จากได้ร่วมรับชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพชรบุรี ที่ลานรัฐพิธี ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นำโดย ผศ.ดร.เสนาะ กลิ่นงาม อธิการบดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนที่เป็นสมาชิกโครงการส่งเสริมความรัก สามัคคี ความมีระเบียบวินัย เข้าใจสิทธิ หน้าที่ของตนเองและผู้อื่นจังหวัดเพชรบุรี จำนวนกว่า 1,000 คน เข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลและถวายคำสัตย์ปฏิญาณ &amp;ldquo;น้อมถวายความภักดี น้อมพลีด้วยจิตอาสา&amp;rdquo; จากนั้นมีการแปรอักษรเลข ๑๐ ล้อมรอบด้วยรูปหัวใจ ตามด้วยคำว่า &amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; แสดงถึงความจงรักภักดีที่ประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรีมีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมพร ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว &amp;ldquo;เตี๋ยวทะเลโหด&amp;rdquo; เลขที่ 188/117 ซอยจันทร์สม ทางเข้าห้างสรรพสินค้าโอเชี่ยนช้อปปิ้งมอลล์ชุมพร ซึ่งจำหน่ายก๋วยเตี๋ยวหมูและก๋วยเตี๋ยวปลา ได้เปิดให้ประชาชนรับประทานก๋วยเตี๋ยวฟรีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นางธนพร เมืองแก้ว หรือ เจ๊เล็ก อายุ 58 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ตนและสามีคือนายพรศักดิ์ ภาควดล หรือ เฮียคิ้ม อายุ 66 ปี และเพื่อนนักธุรกิจคือนางอรพร ลิ้มชูเชื้อ หรือเจ๊เอียด อายุ 60 ปี เจ้าของร้านขายรองเท้า เสิ่นเจิ้น ที่อยู่ติดกัน ได้ลงขันทำก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวปลา แจกฟรี เพื่อต้องการถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี ว่าที่ร้อยโทสมชาย เรืองจันทร์ นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ &amp;nbsp;เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการจิตอาสาแห่งแรกของจังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;หลังจากนั้นจิตอาสาทั้งหมดกว่า 300 คน ช่วยกันขนหิน ดิน สร้างฝายมีชีวิต กว้างประมาณ 6 เมตร ยาว 10 เมตรที่บริเวณลำคลองมัน หมู่ 1 ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ ซึ่งอยู่ห่างจากทะเลประมาณ 3 กิโลเมตร กั้นน้ำทะเลไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำจืด เพื่อกักเก็บน้ำจืดใว้ใช้ในกิจการสาธารณะช่วงหน้าแล้ง รวมทั้งช่วยหล่อเลี้ยงพืชผลทางด้านการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 1 ถึงหมู่ 9 ต.พลายวาส ประมาณ 300 ครัวเรือน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35139</URL_LINK>
                <HASHTAG>รพ.สมเด็จพระยุพราชตะพานหิน, ศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190506/image_big_5cd03071e6417.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุดฮอตสปอตเหนือลดฮวบ ปชช.9จว.อ่วมค่าใช้จ่ายพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ยังติดตามปัญหาฝุ่นภาคเหนือแม้เป็นวันหยุด ชี้สถานการณ์ดีขึ้นหลังลงพื้นที่จุดฮอตสปอตลดต่อเนื่อง &amp;ldquo;กอบศักดิ์&amp;rdquo; ขนคณะลงพื้นที่ก่อนจัดประชุมใหญ่หาแนวทางแก้ยั่งยืน โพลชี้คน 9 จังหวัดรับกระทบสุขภาพ ต้องไปหาหมอพ่วงภาระค่าใช้จ่ายดูแลพุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ไฟป่าและปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ว่าโดยรวมดีขึ้น แต่ยังคงมีผลกระทบอยู่ 3 จังหวัดคือ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย โดยที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ สามารถมองเห็นดอยสุเทพได้ชัดเจนขึ้น
พล.ท.วีรชนกล่าวอีกว่า ในช่วงวันหยุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่น ไฟป่า และหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด และได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าจุดความร้อนหรือ Hotspot โดยรวมวันนี้ลดลงจากวันที่ 2 เม.ย.อย่างมากจาก 1,969 จุด เหลือ 375 จุดใน 9 จังหวัด แต่บางพื้นที่จุด Hotspot มีขึ้นมีลงตามสภาพอากาศและภูมิประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งปฏิบัติการอย่างไม่หยุดหย่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนาย พร้อมกำชับให้จังหวัดดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย&amp;quot; พล.ท.วีรชนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเดินทางมารับมอบงบประมาณสนับสนุนในการทำเครื่องฟอกอากาศ จำนวน 100 ชุด เพื่อนำไปใช้ทำเซฟตี้โซนให้กับพื้นที่ซึ่งมีกลุ่มเปราะบางตามโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) จาก พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า และนางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายศุภชัยกล่าวถึงข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ให้เร่งแก้ปัญหาหมอกควันและฝุ่นใน 7 วันว่า ได้ปฏิบัติงานทำเต็มที่ทุกภาคส่วน โดยฮอตสปอต &amp;nbsp;ลดลงอยู่ในแนวโน้มทิศทางที่ดี แต่เราต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนตระหนักมากขึ้น และเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหา มั่นใจว่าจะสามารถนำไปสู่ความสำเร็จในการระงับยับยั้งปัญหาเรื่องหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ได้ ซึ่งจังหวัดยังได้รับความอนุเคราะห์จากเอกชนและหน่วยราชการต่างๆ สนับสนุนติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำชนิดพิเศษ โดยใช้รถเครนขนาดใหญ่ยกอุปกรณ์ขึ้นไปฉีดพ่นละอองน้ำลงมา เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่โดยรอบให้เป็นวงกว้างระยะ 2 กิโลเมตร บริเวณหน้าแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1 เพิ่มความชื้นในอากาศ ให้กับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ถนนนิมมานเหมินท์ สนามบิน ตลอดจนชุมชนโดยรอบ เพื่อพ่นละอองน้ำไปจับเศษฝุ่นควันที่อยู่ในอากาศ และสร้างความชุ่มชื้นให้กับเมืองเชียงใหม่
&amp;ldquo;ข้อเสนอที่ให้เชียงใหม่เริ่มเล่นสาดน้ำสงกรานต์ก่อนเทศกาลจริงนั้น กำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ช่วงนี้ซึ่งมีภาวะหมอกควัน ก็อยากให้พี่น้องประชาชนและหน่วยงานที่มีเครื่องพ่นน้ำช่วยกันฉีดพ่นล้างบ้าน ล้างและรดต้นไม้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดภาวการณ์ปรับเปลี่ยนอากาศ และมีผลต่อสุขภาพสอดคล้องกับแนวทางการแก้ปัญหาพอดี มีประโยชน์ในแค่ความคิด แต่เท่าที่ดูสภาพในตัวเมืองเชียงใหม่ทั้งคูเมือง สะพานนวรัฐ ประตูเมือง และจุดอื่นๆ ขณะนี้มีที่พ่นละอองน้ำ ซึ่งทุกอย่างมีการเตรียมไว้เพื่อเทศกาลสงกรานต์ด้วย เรามีหน้าที่ลดลงภาระฝุ่นละออง แต่ทุกอย่างที่ติดตั้งไว้มีการพ่นละอองน้ำจะคงไว้จนกว่าจะหมดสงกรานต์ยาวไปจนวันที่ 30 เม.ย.เป็นอย่างน้อย และคิดว่าบรรยากาศสงกรานต์ในปีนี้คงจะดี&amp;rdquo; นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมคณะทำงานด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควันที่ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ โดยได้หารือสถานการณ์และแนวทางการแก้ปัญหาจัดการไฟป่ากับเจ้าหน้าที่ศูนย์กำกับดูแลไฟป่า อ.สะเมิง และได้สอบถามปัญหาด้านสุขภาพกับประชาชนผู้ประสบเหตุในพื้นที่จำนวนมากที่ได้มารอรับบริการตรวจสุขภาพจากสาธารณสุข และมารับการให้การอบรมความรู้เรื่องฝุ่น PM 2.5 และสาธิตวิธีการดัดแปลงพัดลมให้สามารถดักฝุ่นผ่านแผ่นกรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองมีผลกระทบอย่างมากกับประชาชนในพื้นที่ โดยเห็นได้จากวันนี้มีผู้ประสบเหตุมารวมตัวเพื่อขอความช่วยเหลือด้านสุขภาพจากทางสาธารณสุขจำนวนมาก ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีมาตรการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวทั้งในระยะสั้น กลาง และยาวให้ได้ โดยมลพิษในฝุ่นนั้น สร้างความเสียหายให้กับประเทศปีละหลายหมื่นล้าน ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เดินไม่ได้ สร้างปัญหาด้านสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนในระยะกลาง และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางทีมนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของพรรคได้หารือแนวทางนโยบายการแก้ปัญหาเบื้องต้นกับนักวิชาการต่างๆ มาระยะหนึ่งแล้ว วันนี้มาลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังปัญหาและข้อคิดเห็นกับเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม โดยหลังจากนี้จะเดินทางต่อไปพบนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค เพื่อหารือการบริหารจัดการพื้นที่เซฟโซนและระดมความคิดกับนักวิชาการในหลายภาคส่วนที่ศูนย์ประชุมในพื้นที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่&amp;rdquo; นายกอบศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรค พปชร.ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาในระยะยาว ว่าจำเป็นต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการลดความรุนแรงของไฟป่า การลดการเผาฟางจากไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด เป็นต้น โดยปัจจุบันมีตัวอย่างในการนำฟางข้าวโพดให้เกิดประโยชน์และรายได้สูงสุด ซึ่งจะทำให้เกิดการนำฟางข้าวโพดไปใช้ประโยชน์แทนการเผาแล้ว เช่น นำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ ใบอ้อยนำไปทำใช้ผลิตไฟฟ้า นำไปเป็นอาหารให้วัววากิว เป็นต้น ซึ่งในอนาคตควรมีการทำวิจัยต่อยอดและมีมาตรการส่งเสริมให้เกิดการนำวัตถุดิบจากฟางข้าวโพดไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง &amp;ldquo;ปัญหาฝุ่นควันใน 9 จังหวัดภาคเหนือ&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4-5 เม.ย. จากผู้ที่พักอาศัยอยู่ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน ลำปาง พะเยา แพร่ และตาก จำนวน 1,253 หน่วยตัวอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผลการสำรวจถึงการได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นควันของผู้ที่พักอาศัยอยู่ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ พบว่า 36.47% ระบุว่าได้รับผลกระทบมาก, &amp;nbsp;20.51% ระบุว่าได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก, 25.54% ได้รับผลกระทบบ้าง ไม่ถึงกับมาก, 8.22% ระบุว่าได้รับผลกระทบน้อยหรือแทบไม่ได้รับผลกระทบเลย และ 9.26% ระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบเลย ทั้งนี้ในผู้ที่ระบุว่าได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นควันใน 9 จังหวัดภาคเหนือ พบว่า 60.51% ระบุว่ามีอาการ แสบจมูก เป็นหวัด น้ำมูกไหล รองลงมา 49.34% ระบุว่าหายใจไม่สะดวก, 48.11% ระคายเคืองตา, 39.23% ไอ จาม เจ็บคอ แสบคอ, 7.12% คันตามร่างกาย, 2.37% อื่นๆ ได้แก่ วิสัยทัศน์การมองเห็นลดลง และ 0.18% ไม่แน่ใจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวิธีป้องกันตัวเองของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นควันใน 9 จังหวัดภาคเหนือ พบว่า ส่วนใหญ่ 83.73% ระบุว่าสวมหน้ากากอนามัย, 29.02% หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้าน, 21.64% ปิดประตู-หน้าต่างกันฝุ่น, 10.64% งดออกกำลังกายกลางแจ้ง และดื่มน้ำมากๆ ในสัดส่วนที่เท่ากัน, &amp;nbsp;6.16% ใช้พัดลม-เครื่องฟอกอากาศ, 5.63% งดการเผาขยะ, 4.13% ปิดห้องแอร์ให้สนิท, 3.96% ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ, 1.5% งดสูบบุหรี่, 0.7%เดินทางไปต่างจังหวัดที่ไม่มีฝุ่น, 0.44% ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว และ 2.81% ระบุอื่นๆ ได้แก่ ฉีดน้ำบริเวณรอบๆ บ้าน สวมใส่แว่นตา ขณะที่บางส่วนระบุว่าไม่มีการป้องกันใดๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามผู้ที่ได้รับผลกระทบว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องฝุ่นควันจนต้องไปหาหมอหรือไม่ พบว่า 87.95% ระบุว่าไม่ได้ไปหาหมอ, 10.82% ระบุว่าไปหาหมอ และ 1.23% ไปหาหมอแต่ไม่ทราบว่าเกี่ยวกับเรื่องฝุ่นหรือไม่ โดยในจำนวนของผู้ที่ระบุว่าไปหาหมอ พบว่า ส่วนใหญ่ 50.14% ระบุว่าไปหาหมอ 1 ครั้ง รองลงมา 30.08% ไปหาหมอ 2 ครั้ง, 13.82% ไปหาหมอ 3 ครั้ง และ 5.69% ไปหาหมอ 4 ครั้งขึ้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการไปหาหมอของผู้ที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากปัญหาฝุ่นควันตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบว่า 45.53% ระบุว่าไม่มีค่าใช้จ่าย/ใช้สิทธิรักษาฟรี 26.83% ไม่เกิน 500 บาท, 13.01% ระบุว่า 501- 1,000 บาท, 2.44% ระบุว่า 1,001-1,500 บาท, &amp;nbsp;6.50% ระบุว่า 1,501-2,000 บาท และ 5.69% ระบุว่า 2,001 บาทขึ้นไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามผู้ที่ได้รับผลกระทบถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการป้องกันหรือแก้ปัญหาฝุ่นควัน ตั้งแต่ต้นปีมานี้ พบว่า ส่วนใหญ่ 56.9% ระบุว่า มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการป้องกันหรือแก้ปัญหาฝุ่นควัน ขณะที่ 43.1% ระบุว่า ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการป้องกันหรือแก้ปัญหาฝุ่นควัน โดยในจำนวนของผู้ที่ระบุว่ามีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการป้องกันหรือแก้ปัญหาฝุ่นควัน พบว่ามีค่าใช้จ่ายรายการใหญ่ๆ เช่น ซื้อเครื่องฟอกอากาศ พบว่า 61.7% ระบุว่า ไม่เกิน 5,000 บาท 14.89% ระบุว่า 5,001-10,000 บาท 4.26% ระบุว่า 5,001-10,000 บาท 8.51% ระบุว่า 15,001-20,000 บาท และ 10.64% ระบุว่า 20,001 บาทขึ้นไป ส่วนค่าใช้จ่ายรายการย่อย ๆ เช่น หน้ากาก เสียค่าเดินทางเพิ่มขึ้น พบว่า ประชาชน 42.44% ระบุว่า ไม่เกิน 100 บาท 23.09% ระบุว่า 101-200 บาท 12.68% ระบุว่า 201- 300 บาท 4.88% ระบุว่า 301-400 บาท และ 16.91% ระบุว่า 401 บาทขึ้นไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33174</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, ศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190407/image_big_5caa0928241fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวงทรงห่วงหมอกควัน ผนึกตั้งศูนย์บัญชาการ9จว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ เผยในหลวงทรงห่วงภัยหมอกควันพิษภาคเหนือ ผนึกกำลังยกระดับแก้ปัญหาตั้งศูนย์บัญชาการ 9 จังหวัด ด้าน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เมินลากฝุ่นควันคลุกการเมือง เผยพบพื้นที่ได้รับผลกระทบกว่า 3,000 จุด ไทยพร้อมหารือเวทีอาเซียนแก้ปัญหาไฟป่ายั่งยืน ขณะที่ &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; ชงแก้ กม.เพิ่มโทษ จับแล้วกว่า 230 คดี นักวิชาการชี้หยุดธุรกิจทุนข้ามชาติไทยลุ่มน้ำโขงต้นตอควันพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ที่ห้องวายุภักษ์ 2-4 ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมประชุมติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ภาคเหนือว่า ต้องดูสถานการณ์ แต่ได้กำชับเจ้าหน้าที่ไปเป็นเดือนแล้ว ซึ่งปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือมาจาก 2 สาเหตุ คือไฟป่าและมลภาวะในเมือง จากการตรวจสอบของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) โดยรวมแล้วในหลายจังหวัดภาคเหนือและต่างประเทศมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกว่า 3,000 จุด ซึ่งเราต้องแก้ไขปัญหาตรงนี้ ในเขตเมืองก็ต้องเข้มงวด ซึ่งประชาชนไม่ค่อยมีความสุขนักเพราะต้องบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ประชาชนต้องร่วมมือในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ไฟไหม้ป่าส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากไฟป่าอย่างเดียว แต่เกิดเพราะถูกจุดขึ้น ดังนั้นวันนี้จะต้องมีความร่วมมือในพื้นที่ผ่านกระทรวงมหาดไทย ในส่วนกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะหารือในเวทีอาเซียน เพื่อทำให้การแก้ไขปัญหาไฟป่ามีความยั่งยืน เพราะที่ผ่านมาเกิดขึ้นทุกปี เรามีการดำเนินการแก้ไขมาเป็นระยะ แต่ที่สำคัญเราไม่สามารถควบคุมพื้นที่ป่าได้มากนักเพราะเป็นพื้นที่ภูเขาสูง ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วย และทราบว่าเมื่อ 31 มี.ค.มีอาสาสมัครดับไฟป่าเสียชีวิต สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นผลดีกับประเทศชาติบ้านเมือง อยู่ที่ความเข้าใจความรู้ว่าจะรักษาธรรมชาติอย่างไร ตนเห็นใจผู้มีรายได้น้อย แต่ไม่ว่าจะมีรายได้น้อยหรือมาก เป็นคนรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ ก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหาประเทศของเราให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ระบุว่ามีกระบวนการลอบเผาป่าเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะต้องสืบสวนกันต่อไป ถ้าสอบสวนแล้วพบว่าใครเป็นคนปลุกปั่นก็ไปหากันตรงโน้น อย่ามาเกี่ยวพันกันมากนัก คนที่ทำรู้ตัวเองอยู่แล้ว ตนเองยืนยันไม่ต้องการให้ทุกคนใช้เรื่องนี้ในทางการเมืองอีก ทุกอย่างเป็นการเมืองไปหมด ประเทศชาติเดินไม่ได้ ตนคิดว่าสื่อรู้ทุกเรื่องและต้องเข้าใจด้วยวิจารณญาณของสื่อ เพียงแต่จะช่วยประเทศชาติกันอย่างไร ขอฝากตรงนี้ด้วยแล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของการศึกษา การทำความเข้าใจในระเบียบวิธีการปฏิบัติต่างๆ ของราชการ ของรัฐบาล ท้องถิ่นและประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการหารือร่วมกันแก้ปัญหาเหล่านี้ &amp;nbsp;วันนี้ถ้าเรารวมจุดที่มีไฟไหม้ป่าทั้งในประเทศและนอกประเทศ มีจำนวนไม่ต่ำเป็นพันจุดขึ้นไป วันนี้รัฐบาลได้ปรึกษาหารือกับประเทศเพื่อนบ้านไปแล้ว แต่ต้องเริ่มจากภายในประเทศของเราไปพร้อมกันด้วย อย่าให้ใครมาบิดเบือนในเรื่องต่างๆ เหล่านี้นำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นอีก
ในหลวงทรงห่วงภัยหมอกควัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโสภณ ทองดี ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะโฆษก ทส.ระบุว่า นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัด ทส.ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยปัญหาหมอกควันไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ อีกทั้งนายกฯ ได้สั่งการให้ยกระดับการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยให้ ทส.ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ และประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน &amp;nbsp;และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยปลัด ทส.กล่าวว่า ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือมีคำสั่งจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในพื้นที่ร่วมปฏิบัติงาน และผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเป็นเลขาฯ ประสานงานประจำศูนย์ฯ ทั้งนี้การปฏิบัติงานจะใช้รูปแบบ Single Command เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความชัดเจน รวดเร็ว และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิจารย์ระบุด้วยว่า สำหรับมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อเตรียมการรองรับการระงับเหตุและการป้องกันปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ทุกหน่วยงานได้แสดงเจตจำนงร่วมมือหยุดการลุกลามของไฟป่า (Hot Spot) ที่เกิดขึ้นในทุกพื้นที่และป้องกันเหตุไฟป่าที่อาจจะเกิดขึ้นใหม่ &amp;nbsp;นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดเตรียมทีมงานด้านสาธารณสุขและจิตอาสาเข้าดูแลสุขภาพประชาชน &amp;nbsp;จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถยนต์และเครื่องยนต์ที่อาจก่อให้เกิดควันดำ ตรวจสภาพโรงงานอุตสาหกรรมและเหมืองแร่เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 2,000 นาย &amp;nbsp;เฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าจากกระทรวง 3 ลำ และจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1 ลำ ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานกับทุกหน่วยงานในพื้นที่ และดำเนินการควบคุมป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่รับผิดชอบทั้งเขตอุทยานแห่งชาติและเขตป่าสงวนฯ อย่างเข้มข้น&amp;quot; นายวิจารย์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่จะต้องช่วยกันสอดส่องว่านอกจากเกิดไฟป่าเองตามธรรมชาติแล้ว มีผู้ตั้งใจจุดไฟป่าเพื่อทำกิจกรรมหรือวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงหรือไม่ และจะต้องดำเนินการสืบหาจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ ได้กำชับให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ดำเนินการตรวจสอบเฝ้าระวัง และป้องกันมิให้เกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ หากเจ้าหน้าที่ระดับใดย่อหย่อนประสิทธิภาพไม่สามารถดำเนินการได้ตามนโยบายก็จะพิจารณาลงโทษอย่างเฉียบขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.เชียงใหม่ เรียกประชุมด่วนนายอำเภอ 25 แห่งและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สั่งการให้เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานดับไฟป่าในพื้นที่และกำชับต้องดับให้ได้ &amp;nbsp;โดยต้องรายงานจำนวนจุด Hot Spot ในพื้นที่และจำนวนจุดที่สามารถดับไฟได้ทุกวัน สองช่วงเวลา คือ 12.00 น. และ 17.00 น.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การบรรเทาสภาวะอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ให้เพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศเพิ่มความชุ่มชื้นให้เกิดขึ้น และกำชับให้อำเภอจัดหาพื้นที่ตามความเหมาะสมจัดเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนเข้ามาพักผ่อนหลบหมอกควัน และกำชับให้นายอำเภอสั่งการไปยังโรงเรียนในพื้นที่ให้ดูแลเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบเป็นพิเศษ ทั้งนี้ได้สั่งการไปยังหอกระจายข่าวในพื้นที่และวิทยุชุมชนให้แจ้งเตือนประชาชนงดกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ทำกิจกรรมนอกอาคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องมลพิษเป็นเรื่องของกรมบรรเทาสาธารณภัย ส่วนตำรวจเป็นผู้สนับสนุน ปีนี้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดเพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นการเผาพื้นที่สวนไร่นาเป็นเรื่องของตำรวจและฝ่ายปกครอง ถ้าเรื่องบนภูเขาหรือในป่าเป็นเรื่องของกองทัพภาคที่ 4 และกระทรวงทรัพยากรฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่ตั้งใจเผาพืชผลเพื่อเก็บเกี่ยวการเกษตร &amp;nbsp; ถ้าจับถึงไหนก็ถึงนั่น ขณะนี้มีการจับกุมดำเนินคดีไปแล้วกว่า 230 คดี ส่วนจะเป็นการเผาดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ การสอบสวนยังไม่ปรากฏ เรื่องนี้นายกฯ ได้กำชับมาตลอด เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตนได้กำชับไป 50 กว่ารอบแล้ว ถ้าจะให้เด็ดขาดต้องแก้กฎหมายเพราะกฎหมายยังมีโทษน้อยอยู่ ยืนยันว่าไม่มีการเกรงใจ การเผาป่าของนักธุรกิจในพื้นที่ว่าไปตามเนื้อผ้า ใครทำผิดก็จับกุมดำเนินคดี ถ้าทรัพย์สินคนอื่นเสียหายก็ใช้กฎหมายอาญา ถ้าเผาเฉพาะไร่ของตัวเองก็ใช้ พ.ร.บ.สาธารณสุขดำเนินการ
ชี้หยุดต้นตอธุรกิจรมควันพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Chainarong Setthachua ระบุว่า รัฐบาลต้องเร่งเจรจากับประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและทุนข้ามชาติจากไทย เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันพิษ ทั้งนี้หมอกควันพิษไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทยเท่านั้น แต่ยังเกิดเข้มข้นในลาวและเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ไชยณรงค์ระบุว่า การแก้ไขปัญหาหมอกควันพิษนอกจากแก้ไขที่ต้นตอในประเทศแล้ว ยังต้องแก้ที่ต้นตอในต่างประเทศด้วย ดังนั้นรัฐบาลไทยควรถือว่าปัญหานี้เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำโขง ไม่ใช่อธิบายโดยทำให้เป็นการเมืองไปหมด โดยกล่าวหาว่าหมอกควันพิษจากการเผาป่าเป็นการเผาเพื่อการเมืองทำนองเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล ดังที่นายทหารระดับสูงได้ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวานนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้แม้ว่าเรายังไม่ได้รัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้ง และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังทำหน้าที่เป็นรัฐบาลอยู่ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเร่งให้มีการเจรจากับประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ที่เกี่ยวข้องทั้งลาว เมียนมา และจีน รัฐบาลไทยยังต้องเร่งเจรจากับทุนไทยเองที่ข้ามชาติไปลงทุนปลูกข้าวโพดในพม่าด้วย เพื่อให้กลุ่มทุนหยุดธุรกิจที่รมควันพิษคนไทยและคนลุ่มน้ำโขง&amp;quot; ดร.ไชยณรงค์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยงยุทธ ติยะไพรัช กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ โพสต์เฟซบุ๊กถึงปัญหาหมอกควันพื้นที่ภาคเหนือว่า เรื่องหมอกควัน (Smoke Haze) ตนใช้เวลาศึกษาหลายปีเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ เป็นงานวิจัยระดับปริญญาเอก ซึ่งจากการติดตามทางดาวเทียมกลุ่มควันที่มีแหล่งเผาจากเกาะสุมาตราถูกลมพัดไปถึงเกาหลีใต้ ขณะที่สิงคโปร์ไม่มีการเผาป่า แต่ได้รับผลกระทบจากการเผาแถบเกาะสุมาตราเช่นกัน ส่วนประเทศของเราเป็นทั้งแหล่งกำเนิดและพื้นที่ได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยงยุทธระบุว่า ขอยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ รัฐบาลเขาแก้ปัญหาโดยอนุมัติงบให้คณะกรรมการที่เรียกว่า ASEAN wide fire committee ปีละ 10 ล้านเหรียญ แต่แก้ไม่ได้เพราะประเทศเพื่อนบ้านยังยากจน ปัญหาปากท้องยังหนักอยู่ ดังนั้นควรยกเรื่องนี้ขึ้นเป็นประเด็นระดับโลกเพราะเกี่ยวข้องกับปัญหาโลกร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับปากท้องและวิถีชีวิตของชาวบ้าน หากทำให้เป็นการเมือง นอกจากจะแก้ไม่ได้แล้วยังซ้ำเติมปัญหา กรุณาเช็ก Hot Spot จากดาวเทียม แล้วรีบวิ่งไปขอความร่วมมือกับพม่า ส่วนการแก้ปัญหาเป็นระดับท้องถิ่น จนถึงระดับนานาชาติ หากอยากให้ตนมีส่วนร่วม ยินดีครับ เราแก้ที่ปลายเหตุไม่จบ ไม่บรรเทาครับ สำหรับพี่น้องคนไทยพูดกันฉันพี่น้อง ดีกว่าไม่ชอบใครก็บอกเป็นคอมมิวนิสต์เหมือนเมื่อก่อนทำไม่ได้แล้วครับ ใช้ความรักความเมตตาแก้ปัญหาเถอะครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32752</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์, ยงยุทธ ติยะไพรัช, ศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โสภณ ทองดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca21fc9351b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งดับไฟป่า ฝุ่นควันตลบ ผู้ป่วยก็พุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายโรงเรียนในเชียงใหม่ยังปิดหนีฝุ่น เผยตัวเลขผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ 4.8 พันราย ตาอักเสบอีก 339 ราย แม่สายมีค่าฝุ่นจิ๋วสูงสุดในภาคเหนือ ด้านแม่ฮ่องสอนเกิดไฟป่าลุกลามตรวจพบ 599 จุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษรายงานคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ ประจำวันที่ 26 มีนาคมนี้ ที่จังหวัดเชียงราย ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูงสุดที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย 199 ส่วนฝุ่น PM 10 อยู่ที่ 231 ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ สูงสุดที่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง ฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 105 PM 10 อยู่ที่ 144 นอกจากนี้ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต.จองคำ อ.เมือง ฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 133 ส่วน PM 10 อยู่ที่ 157
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า กระแสลมที่พัดผ่านช่วงวันจันทร์ ส่งผลดีทำให้สภาพหมอกควันที่ปกคลุมทั่วทั้งตัวเมืองเชียงใหม่ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเบาบางลงเล็กน้อย แต่ยังหนาทึบจนไม่สามารถมองเห็นดอยสุเทพจากระยะไกลได้เหมือนภาวะปกติ และยังมีความเสี่ยงที่สถานการณ์อาจจะกลับมารุนแรง ซึ่งต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง นอกจากนี้ หลายโรงเรียนและบางมหาวิทยาลัยที่อยู่ในช่วงเรียนซัมเมอร์หรือยังไม่ปิดภาคเรียน มีการประกาศปิดเรียนในช่วงต้นสัปดาห์นี้ด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดแก่นักเรียนนักศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของเว็บไซต์ www.airvisual.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์วัดคุณภาพอากาศทั่วโลก จากการเปรียบเทียบดัชนีคุณภาพอากาศ หรือค่า US AQI พบว่าค่ามลพิษในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 มี.ค. อยู่ที่ 246 US AQI ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเมืองดักกา บังกลาเทศ วัดได้ 372 I
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.เชียงใหม่ เผยว่า จากการบินขึ้นสำรวจพบไฟป่าเกิดขึ้นเป็นแนวยาวหลายพื้นที่ทั้งในเขตและนอกเขตจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างมากในการทำงานของทุกฝ่ายเวลานี้ ยังยืนยันว่าทุกฝ่ายไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการทุ่มเททำงานกันตลอดเวลา ส่วนตัวไม่รู้สึกเสียใจที่ถูกตำหนิ ถูกลงชื่อไล่ และน้อมรับทุกคำติติง ทุกข้อเสนอแนะ ซึ่งก็เอามาปรับเพื่อดำเนินการทุกอย่าง ขอความร่วมมือไปทุกฝ่ายในการร่วมมือกันเท่าที่ทำได้ในพื้นที่ ส่วนปัจจัยภายนอกที่มีจุดฮอตสปอตโดยรอบ สภาพภูมิอากาศและอื่นๆ ที่ก็เป็นปัจจัยนอกเหนือการควบคุม รวมทั้งปีนี้ไม่มีฝนตก อากาศร้อนตัด จึงทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น แต่หลังจากนี้จะใช้ศูนย์อำนวยการสั่งการของจังหวัดชี้แจงแจ้งข้อมูลให้กับประชาชนทราบทุกวัน ว่าหน่วยงานไหนทำอะไรบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นายศุภชัยได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ ประชาชน ที่มีความห่วงใยต่อวิกฤติหมอกควันเพื่อร่วมกันหาทางออกในการแก้ไขรณรงค์ป้องกันในทุกระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้บุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ออกเยี่ยมบ้านประชาชน &amp;ldquo;เคาะประตู สู้ควันไฟ เพื่อลมหายใจทุกคน&amp;rdquo; เพื่อสร้างความเข้าใจผลกระทบจากฝุ่นละอองต่อสุขภาพ และให้ความรู้ในการใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี ตลอดจนประชาสัมพันธ์การห้ามเผาทุกชนิดด้วย ซึ่งจากรายงานจำนวนผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคมถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจทุกชนิด 4,870 ราย, โรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด 3,767 ราย, โรคผิวหนังอักเสบ 374 ราย และโรคตาอักเสบ 339 ราย เพิ่มสูงในช่วงเดือนมีนาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สสจ.เชียงใหม่ได้สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลเตรียมความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจ และขอย้ำเตือนให้ประชาชนทุกคนดูแลสุขภาพตนเองด้วย 5 มาตรการ &amp;ldquo;หลีก ปิด ใช้ เลี่ยง ลด&amp;rdquo; คือ 1.หลีกการสัมผัสฝุ่นละออง 2.ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด ป้องกันฝุ่นละออง ทำความสะอาดบ้านทุกวัน 3.สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น 4.เลี่ยงการออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน และ 5.ลดการใช้รถยนต์และการเผาขยะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย สั่งระดมรถบรรทุกน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ทุกแห่ง พร้อมเครื่องพ่นน้ำแรงดันสูงจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขต 15 ฉีดพ่นละอองน้ำบริเวณหน้าด่านพรมแดนแม่สาย แต่ระดับฝุ่นละอองในอากาศก็ยังคงไม่ลดลงมากนัก นายประจญกล่าวว่า ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชน เน้นย้ำให้ทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ เร่งระดมเจ้าหน้าที่ รถบรรทุกน้ำ รถฉีดพ่นน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื้น ชำระล้างหมอกควันและฝุ่นพิษในอากาศ แม้ว่าจังหวัดเชียงรายพบจุดความร้อนเพียงไม่กี่จุด และมีการเผาน้อยที่สุดของภาคเหนือ แต่กลุ่มหมอกควันยังคงปกคลุมหนาแน่นทำให้คุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐาน ประกอบกับทิศทางลมที่พัดผ่านทำให้หมอกควันลอยไปยังพื้นที่ต่างๆ จนส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน ศูนย์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานว่า จุดความร้อนประจำวันที่ 26 มีนาคม 2562 จากดาวเทียมระบบเวียร์ เวลา 02.12 พบจุดความร้อน 599 จุด ได้แก่ อ.สบเมย 37 จุด อ.แม่สะเรียง 96 จุด อ.แม่ลาน้อย 74 จุด อ.ขุนยวม 107 จุด อ.เมือง 166 จุด อ.ปางมะผ้า 66 จุด อ.ปาย 53 จุด โดยพบว่าเขตพื้นที่อำเภอเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการควบคุมและแก้ไขปัญหาไฟป่า กลับมีการเกิดไฟป่ามากว่าทุกอำเภอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้หอการค้าฯ เครือข่ายภาคประชาชน บุคลากรทางการแพทย์และเครือข่ายสาธารณสุขในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ยื่นข้อสรุปจากการระดมความคิดเห็นในการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ต่อนายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เพื่อให้ทางจังหวัดนำไปพิจารณาดำเนินการตามมุมมองของภาคเอกชน โดยทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รับเรื่องไปพิจารณาเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32319</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร, ประจญ ปรัชญ์สกุล, ศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c9a2d8240854.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3จังหวัดยังอ่วม ภ.3เร่งดับไฟป่า บรรเทา&#039;ฝุ่นพิษ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กทม.-ปริมณฑลอากาศดีถึงดีมาก ค่า PM 2.5 ทุกพื้นที่ไม่เกินมาตรฐาน ขณะที่เชียงใหม่-ลำปาง-ลำพูนยังคลุกฝุ่น ทัพภาค 3 ระดมกำลังดับไฟป่า ส่ง ฮ. MI17 ทิ้งน้ำ ฝนหลวงบินปฏิบัติการ &amp;nbsp;ขอนแก่นเฮ! ฝนตกลมแรงชะล้างฝุ่นพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายงานข้อมูลผลการดำเนินงานและสถานการณ์คุณภาพอากาศ เวลา 08.00 น. ดังนี้ สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตรวจวัดได้ 16-32 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่า ไม่เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ที่มีการตรวจวัด (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) ดัชนีคุณภาพอากาศทุกพื้นที่อยู่ในระดับคุณภาพอากาศดีถึงดีมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า วันที่ 18 ก.พ. ลมส่วนใหญ่ยังเป็นลมฝ่ายใต้ และจะมีกำลังแรงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้นในตอนกลางวัน ระดับเพดานการหักกลับของอุณหภูมิจะขยายสูงขึ้น การไหลเวียนของอากาศยังดีต่อเนื่อง ซึ่งกรมควบคุมมลพิษคาดการณ์ว่าวันที่ 18 ก.พ. ปริมาณ PM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่การดำเนินมาตรการเพื่อลดฝุ่นละอองของหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่องทุกวันจะช่วยให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อเวลา 05.00 น. พบว่า ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 ใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ (ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่), ลำปาง (ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ) และลำพูน (ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน) โดยมีค่า PM 2.5 ระหว่าง 55-71 มคก./ลบ.ม. ค่า PM10 ระหว่าง 68-99 มคก./ลบ.ม. และ AQI มีค่าระหว่าง 111-152&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสาน 3 จังหวัดภาคเหนือดังกล่าว ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมด้วยเครื่องจักรกลสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่กองกำลังผสมของกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันไฟป่าภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ระดมกำลังดับไฟป่าในพื้นที่เป้าหมาย จ.ลำปาง ลำพูน ที่พบพื้นที่ถูกเผาหลายจุด โดยเร่งนำเฮลิคอปเตอร์ MI17 ทิ้งน้ำดับไฟตามพิกัด พร้อมประสานกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัด เสริมกำลังภาคพื้นดินร่วมเข้าบูรณาการดับไฟลดผลกระทบวิกฤติหมอกควัน เช่นเดียวกับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือเชียงใหม่ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการในพื้นที่เป้าหมาย ทั้งลำพูน เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ ลำปาง เพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประกาศด่วนไปทุกอำเภอให้งดการชิงเผาอย่างเด็ดขาดช่วงนี้ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่ลักลอบเผาในที่โล่งหรือพื้นที่ป่าอย่างเข้มงวด รวมทั้งระดมทุกภาคส่วนทำความสะอาดถนน และฉีดพ่นน้ำสร้างความชุ่มชื้น ลดผลกระทบทุกเช้าและบ่าย กำชับย้ำให้ควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษฝุ่นละอองและฝุ่นควัน ทั้งบนถนน &amp;nbsp;พื้นที่การก่อสร้าง การประกอบอุตสาหกรรมโรงงาน และกิจกรรมเสี่ยงต่างๆ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ลำปาง ในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์กระทรวงทรัพยากรฯ บินตรวจทางอากาศบริเวณโดยรอบตลอดแนวดอยพระบาท ตั้งแต่ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ ผ่านตำบลพระบาท ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมืองลำปาง บ้านท่าสี ตำบบ้านดง ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ บ้านผาลาด ตำบลพระบาท อ่างเก็บน้ำวังหัวเรือ ตำบลพระบาท เป็นเวลา 30 นาที พบว่าทุกพื้นที่เกิดไฟป่าก่อนหน้านี้ได้มอดดับเห็นร่องรอยการถูกเผาเป็นตอตะโกสีดำทั้งหมดแล้ว หลังจากมีการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ทั้งของจังหวัดลำปางและต่างจังหวัดที่เข้ามาสมทบ รวมถึงจิตอาสาภาคประชาชนดับไฟตลอดทั้งวันทั้งคืน และใช้เฮลิคอปเตอร์ตักน้ำดับไฟทางอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงช่วงเย็น ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองตกลงมาอย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั่วทั้ง 26 อำเภอของจังหวัดนานหลายชั่วโมง หลังการเปิดปฏิบัติการปราบฝุ่นของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งทำให้ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ปกคลุมพื้นที่นั้นได้เบาบางลงไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตาก นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก มอบหมายให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำรถดับเพลิง รถน้ำเทศบาลนครแม่สอด รถต่อต้านวินาศกรรม พร้อมอุปกรณ์-เครื่อง LUF 60 จาก ปภ. เขต 9 พิษณุโลก ออกพ่นฉีดน้ำขึ้นฟ้าเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศและล้างถนน เพื่อรณรงค์ทำความสะอาดในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สอด และสนามบินนานาชาติแม่สอด เพื่อลดมลพิษในอากาศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190217/image_big_5c69725fd2947.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
