<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูดาวอังคาร ใกล้โลกที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สดร.ชวนดูดาวอังคารใกล้โลกที่สุด 6 ต.ค.นี้ ปรากฏสีส้มแดงสว่างเด่นชัด ตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า หากฟ้าใสไร้ฝนสังเกตเห็นด้วยตาเปล่าทั่วไทย โดยเตรียมกิจกรรมส่องดู &amp;ldquo;ดาวเคราะห์แดง&amp;rdquo; 4 จุดผ่านกล้องโทรทรรศน์ ที่เชียงใหม่ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา และสงขลา พร้อมถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ทางเฟซบุ๊ก NARITpage​ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กล่าวว่า ช่วงเดือนกันยายน หากสังเกตท้องฟ้าทางทิศตะวันออกในตอนกลางคืน จะเริ่มเห็นดาวอังคารสว่างเด่นชัดอยู่บนท้องฟ้า เป็นสัญญาณให้รู้ว่าดาวอังคารจะกลับมาใกล้โลกอีกครั้ง ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสังเกตการณ์ดาวอังคารใกล้โลกที่สุดคือ ช่วงวันที่ 6-14 ตุลาคม 2563 โดยดาวอังคารจะโคจรอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในวันที่ 6 ตุลาคม ห่างจากโลกประมาณ 62 ล้านกิโลเมตร ค่าอันดับความสว่างปรากฏอยู่ที่ประมาณ -2.6 (ค่าอันดับความสว่างปรากฏของดวงจันทร์เต็มดวงประมาณ -12.6) สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่หากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาด 10 นิ้ว กำลังขยายตั้งแต่ 100 เท่าขึ้นไป จะเห็นพื้นผิวดาวอังคารได้อย่างชัดเจน จากนั้นดาวอังคารจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ ในวันที่ 14 ตุลาคม หมายถึง ดวงอาทิตย์ โลก และดาวอังคารจะเรียงตัวอยู่ในเส้นเดียวกัน เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก ดาวอังคารจะโผล่ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกพอดี มีระยะทางห่างจากโลกประมาณ 62.7 ล้านกิโลเมตร ทำให้สามารถสังเกตการณ์ดาวอังคารได้ตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้าของวันถัดไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาวอังคาร เป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะลำดับที่ 4 มีขนาดเล็กกว่าโลกครึ่งหนึ่ง พื้นผิวปกคลุมไปด้วยฝุ่นสนิมเหล็ก จึงเห็นเป็นสีส้มแดง เป็นที่มาของชื่อ Mars ในภาษาอังกฤษ ที่ตั้งตามชื่อเทพเจ้าแห่งสงครามของกรีกโรมัน พื้นผิวดาวมีสภาพคล้ายทะเลทราย แต่มีอุณหภูมิต่ำ เป็นดาวเคราะห์ที่คาดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะพบสิ่งมีชีวิตมากที่สุด วงโคจรของดาวอังคารค่อนข้างรีเมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ทำให้ระยะห่างของดาวอังคารในช่วงใกล้โลกแต่ละครั้งไม่เท่ากัน ซึ่งดาวอังคารจะเข้าใกล้โลกในทุกๆ 2 ปี 2 เดือน และจะเข้าใกล้โลกมากที่สุดทุกๆ 15-17 ปี​ ในช่วงนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับสังเกตการณ์ดาวอังคาร เพราะมีระยะทางที่เข้าใกล้โลก และมีความสว่างมาก มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สดร.เตรียมจัดสังเกตการณ์ &amp;ldquo;ดาวอังคารใกล้โลกมากที่สุด&amp;rdquo; วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2563 และ &amp;ldquo;ดาวอังคารอยู่ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์&amp;rdquo; ในวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจมาร่วมส่องดาวเคราะห์แดงผ่านกล้องโทรทรรศน์ สังเกตพื้นผิวดาวอังคารและน้ำแข็งขั้วใต้บนดาวอังคาร พร้อมส่องวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ กระจุกดาวทรงกลม M4 กระจุกดาวคู่ กาแล็กซีแอนโดรเมดา 4 จุดสังเกตการณ์หลัก ได้แก่ เชียงใหม่ ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม นครราชสีมา ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ฉะเชิงเทรา และสงขลา ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือปรากฏการณ์​ทางดาราศาสตร์ ​ไม่เกี่ยวกับดวงเมืองอะไร เพียงแต่ห้วงเวลาตรงกับวันประวัติศาสตร์​ทางการเมืองในอดีตเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภฤกษ์กล่าวด้วยว่า สดร.ยังร่วมกับเครือข่ายดาราศาสตร์ที่ได้รับมอบกล้องโทรทรรศน์ ในโครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์อีก 460 แห่งทั่วประเทศ นำกล้องโทรทรรศน์มาจัดกิจกรรมสังเกตการณ์แก่นักเรียนและประชาชนในชุมชนใกล้เคียงที่สนใจมาร่วมสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ในครั้งนี้ด้วย ตรวจสอบรายละเอียดได้ทาง http://bit.ly/MemberList-NARIT-DobsonianTelescope2020 และยังมีพิเศษพบกับ Night at the museum เปิดให้เข้าชมนิทรรศการดาราศาสตร์และท้องฟ้าจำลองช่วงกลางคืนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเว้นการเข้าชมท้องฟ้าจำลอง มีค่าธรรมเนียม : เด็ก 30 บาท ผู้ใหญ่ 50 บาท ทั้ง 4 แหล่งการเรียนรู้ดาราศาสตร์ พร้อมเตรียมชมถ่ายทอดสดดาวอังคารใกล้โลกผ่านช่อง NARIT Facebook Live ได้ทาง www.facebook.com/NARITPage. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79134</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศุภฤกษ์ คฤหานนท์, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f747c964df32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนดูดาวพฤหัส ใกล้โลกในรอบปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผย 10 มิถุนายนนี้ ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี ชี้เป็นโอกาสดีจะสังเกตได้ยาวนานตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า เพราะดาวสว่างมาก มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เชิญชวนร่วมกิจกรรมที่เชียงใหม่ โคราช ฉะเชิงเทรา สงขลา และโรงเรียนเครือข่ายอีกกว่า 410 แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เปิดเผยว่า วันที่ 10 มิถุนายนนี้ ดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Opposition) ตรงกับเวลาประเทศไทย ประมาณ 22.21 น. ตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ หมายถึง ตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ โลก และดาวพฤหัสบดี เรียงอยู่ในเส้นตรงเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลาง ส่งผลให้ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุด ห่างประมาณ 640 ล้านกิโลเมตร (4.28 AU) เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าในวันดังกล่าว ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณกลุ่มดาวคนแบกงู ความสว่างปรากฏ -2.6 (ความสว่างปรากฏของวัตถุท้องฟ้าที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่ามีค่าประมาณ 6 ส่วนค่าความสว่างปรากฏของดวงจันทร์เต็มดวงประมาณ -12.6) หากฟ้าใส ไร้ฝน สามารถสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีได้ตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การสังเกตการณ์เป็นอย่างยิ่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภฤกษ์กล่าวว่า หากสังเกตดาวพฤหัสบดีด้วยกล้องสองตา หรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก จะมองเห็นแถบเมฆ และดวงจันทร์บริวารหลักทั้ง 4 ดวงของดาวพฤหัสบดี เรียกว่า ดวงจันทร์ของกาลิเลียน (Galilean Moons) ได้แก่ ไอโอ (Io) ยูโรปา (Europa) แกนิมีด (Ganymead) และคัลลิสโต (Callisto) และหากใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 8 นิ้ว กำลังขยายตั้งแต่ 50 เท่าขึ้นไป จะมองเห็นจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี (Great Red Spot) ได้อย่างชัดเจน ซึ่ง สดร.เตรียมจัดกิจกรรมสังเกตการณ์ตั้งกล้องโทรทรรศน์บริการประชาชนร่วมชม &amp;ldquo;ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี&amp;rdquo; วันที่ 10 มิถุนายนนี้ เวลา 18.00-22.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงเชิญชวนผู้สนใจร่วมกิจกรรมได้ ณ จุดสังเกตการณ์หลัก 4 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่, นครราชสีมา ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา, ฉะเชิงเทรา ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา, สงขลา ที่ลานชมวิวนางเงือก หาดสมิหลา อ.เมืองสงขลา สำหรับชาวเชียงใหม่พบกับ Special Talk มหัศจรรย์ดาวพฤหัสบดี โดย ดร.มติพล ตั้งมติธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ พร้อมชมดาวพฤหัสบดีเคล้าเสียงดนตรี ผู้สนใจลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้า ลุ้นรับของที่ระลึกจำนวนจำกัดได้ที่ http://bit.ly/2QDqbwj&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ หน่วยงานเครือข่ายอีกกว่า 410 แห่งทั่วประเทศ ที่รับมอบกล้องโทรทรรศน์ในโครงการ &amp;ldquo;กระจายโอกาส 77 จังหวัด เปิดฟ้าส่องโลกดาราศาสตร์ เปิดโอกาสเรียนรู้ทั่วหล้า&amp;rdquo; ได้จัดกิจกรรมสังเกตปรากฏการณ์และนำกล้องโทรทรรศน์มาบริการประชาชนเช่นกัน ติดตามรายละเอียดและสถานที่จัดกิจกรรมเพิ่มเติมที่ www.NARIT.or.th.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37471</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.มติพล ตั้งมติธรรม, ศุภฤกษ์ คฤหานนท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190602/image_big_5cf3c71c6304a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาทิตย์ทรงกลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ได้บันทึกภาพพระอาทิตย์ทรงกลด ในช่วงเวลาประมาณ 10.30-11.00 น. ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่เกิดจากบรรยากาศของโลกในชั้นโทรโพสเฟียร์ ซึ่งเป็นบรรยากาศชั้นล่างสุดและเป็นที่อยู่ของกลุ่มเมฆจำนวนมาก มีอากาศเย็นจัดจนทำให้ละอองน้ำในอากาศแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งอนุภาคเล็กๆ จำนวนมหาศาลลอยอยู่บนท้องฟ้า เมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสงทำมุมกับเกล็ดน้ำแข็งอย่างเหมาะสม จะเกิดการหักเหและสะท้อนของแสงเป็นแถบสีรุ้ง คล้ายการเกิดรุ้งกินน้ำหลังฝนตก ซึ่งอาทิตย์ทรงกลดเกิดเป็นวง หรือเรียกว่า ฮาโล (Halo) เป็นปรากฏการณ์ที่สามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ และไม่เกิดผลกระทบใดๆ ต่อโลกหรือดวงชะตาของบ้านเมืองในยามนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11781</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระอาทิตย์ทรงกลด, ศุภฤกษ์ คฤหานนท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a5747b6225.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
