<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 08:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 08:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศุลฯเปิดตัวเลขจับกุมสินค้าหนีภาษีปีงบ64 เจอกว่า 26,304 คดี มูลค่ารวม 3.2 พันล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค. 2564 นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ตามที่ นายพชร อนันตศิลป์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมศุลกากร มีนโยบายให้การเร่งรัดปราบปรามการลักลอบและหลีกเลี่ยงนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี ปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดพร้อมหน่วยปฏิบัติการวางแผนตรวจค้นจับกุมอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อสกัดกั้นป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สินค้าเกษตร น้ำมัน ยาเสพติด IPRs และสินค้าละเมิดอนุสัญญา CITES โดยสืบสวนหาข่าวและออกลาดตระเวนด้วยรถยนต์ ตรวจค้นรถบรรทุก โกดัง แหล่งจำหน่าย สถานที่เก็บรักษาที่เชื่อได้ว่ามีของผิดกฎหมายเก็บซุกซ่อนอยู่ อีกทั้งยังมีแผนการป้องกันและปราบปรามสินค้าดังกล่าวในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงในการลักลอบนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ มีการบูรณาการกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ ทหาร กอ.รมน. ป.ป.ส. บช.ปส. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สถานทูตต่าง ๆ องค์การตำรวจสากล (Interpol) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (Drug Enforcement Administration: DEA) เป็นต้น เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าวระหว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;(เดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 &amp;ndash; กันยายน พ.ศ. 2564) กรมฯ ได้ตรวจพบการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรทั้งหมด 26,304 คดี คิดเป็นมูลค่า 3,203.4 ล้านบาท &amp;nbsp;สำหรับการตรวจพบการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรของประจำเดือนกันยายน 2564 มีจำนวน 2,920 คดี คิดเป็นมูลค่ารวม 88.3 ล้านบาท มีผลงานที่น่าสนใจ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ผลการจับกุมยาเสพติด &amp;nbsp;
&amp;nbsp; - เมื่อวันที่ 1 &amp;nbsp;กันยายน &amp;nbsp;2564 &amp;nbsp;กรมศุลกากรโดยด่านศุลกากรหนองคาย ได้ทำการตรวจสอบรถสินค้าที่ผ่านเข้ามาในราชอาณาจักรผ่านด่านพรหมแดนสะพานมิตรภาพไทย &amp;ndash; ลาว แห่งที่ 1 พบกล่องสินค้าบรรจุเครื่องปรุงสำเร็จรูป จึงได้ตรวจสอบด้วยเครื่อง X &amp;ndash; Ray พบสิ่งผิดสังเกตจึงเปิดตรวจหีบห่ออย่างละเอียด
อีกครั้ง พบสินค้าประเภทผงปรุงรส จำนวน 31 ห่อ แต่มี 22 ห่อที่ซุกซ่อนเมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) จำนวนทั้งสิ้น 11 กิโลกรัม มูลค่า 3.5 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถิติการตรวจยึดยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในเดือนกันยายน 2564 &amp;nbsp;มีจำนวน 13 คดี มูลค่า 8.88 ล้านบาท
โดยในปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;(เดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 &amp;ndash; กันยายน พ.ศ. 2564) กรมฯ ได้จับกุมยาเสพติด จำนวน 171 คดี คิดเป็นมูลค่า 2,141.34 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;2. การจับกุมสินค้าเกษตร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;- เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 กรมศุลกากรโดยสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 &amp;nbsp;ทำการตรวจค้นรถบรรทุก จำนวน 2 คัน บริเวณ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พบสินค้าประเภท &amp;ldquo;ข้าวสาร&amp;rdquo; บรรจุกระสอบ กำเนิดต่างประเทศ โดยไม่มีหลักฐานผ่านพิธีการศุลกากรมาแสดงขณะตรวจค้น จำนวนรวม 660 กระสอบ น้ำหนักรวม 33,000 กิโลกรัม มูลค่า 6.51 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 กรมศุลกากรโดยสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 &amp;nbsp;ทำการตรวจค้นรถบรรทุก บริเวณตลาดหอมกระเทียม ต.น้ำคำ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พบสินค้าประเภทหอมหัวใหญ่ (หอมแขก) มีเมืองกำเนิดต่างประเทศ ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่มีหลักฐานผ่านพิธีการศุลกากรมาแสดงขณะตรวจค้น จำนวน 1,550 กระสอบ น้ำหนัก 14,000 กิโลกรัม มูลค่า 2.11 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถิติการจับกุมสินค้าเกษตรในเดือนกันยายน 2564 &amp;nbsp;มีจำนวน 57 คดี มูลค่า 2.69 ล้านบาท
โดยในปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;(เดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 &amp;ndash; กันยายน พ.ศ. 2564) กรมฯ ได้จับกุมสินค้าเกษตร จำนวน 655 คดี คิดเป็นมูลค่า 33.19 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การจับกุมบุหรี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;- เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2564 กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรปัตตานี ได้ทำการลาดตระเวนบริเวณแม่น้ำสายบุรี และบริเวณ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พบชายจำนวน 3 คน กำลังขนสิ่งของลักษณะคล้ายกล่องขึ้นจากเรือหางยาววางพักไว้ที่ริมฝั่งจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้แสดงตัวและเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มชายทั้ง 3 ได้กระโดดขึ้นเรือและหลบหนีไป จากการตรวจสอบพบ กล่องกระดาษสีน้ำตาลจำนวน 40 กล่อง ภายในพบเป็นบุหรี่มีเมืองกำเนิดต่างประเทศ และไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร บรรจุกล่องละ 50 แถว แถวละ 10 ซอง ซองละ 20 มวน รวม 400,000 มวน มูลค่า 1.6 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564 กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรปัตตานี ได้ทำการลาดตระเวนบริเวณถนนสายบุรี ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พบชาย 2 คน ยืนอยู่ข้างทางลักษณะเหมือนกำลังเฝ้ากล่องสิ่งของจำนวนหนึ่งและมีท่าทางพิรุธต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ฯ จึงหยุดรถและได้แสดงตนขอตรวจสอบ ชาย 2 คนดังกล่าว ตกใจวิ่งหนีหายเข้าไปในป่าละเมาะริมทาง จากการตรวจสอบพบ กล่องกระดาษสีน้ำตาลจำนวน 30 กล่อง ภายในพบเป็นบุหรี่มีเมืองกำเนิดต่างประเทศ และไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร บรรจุกล่องละ 50 แถว แถวละ 10 ซอง ซองละ 20 มวน รวม 300,000 มวน มูลค่า 1.2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สถิติการจับกุมบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในเดือนกันยายน 2564 &amp;nbsp;ได้แก่ 1. บุหรี่ จำนวน 85 คดี มูลค่า 11 ล้านบาท &amp;nbsp;2. บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ จำนวน 21 คดี มูลค่า 1.36 ล้านบาท&amp;nbsp;
โดยในปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;(เดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 &amp;ndash; กันยายน พ.ศ. 2564) กรมฯ ได้จับกุมบุหรี่ จำนวน 740 คดี คิดเป็นมูลค่า 189.3 ล้านบาท และจับกุม บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ จำนวน 499 คดี มูลค่า 12.85 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119482</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของผิดกฎหมาย, จับกุมของหนีภาษี, ศุลกากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_6164e3343c341.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 20:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 20:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศุลกากร&#039;เข้มด่านสกัดบุหรี่หนีภาษี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ก.ย. 2564 นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร และโฆษกกรมศุลกากร ชี้แจงกรณี ที่สมาคมการค้ายาสูบไทย ได้รับการร้องเรียนจากร้านค้าเกี่ยวกับปัญหาบุหรี่หนีภาษี ทำให้ร้านค้าที่ถูกกฎหมายได้รับผลกระทบไม่สามารถขายบุหรี่ที่ถูกกฎหมายได้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาจริงเอาจังกับการจับกุมผู้กระทำความผิดลักลอบนำเข้าและผู้ขายบุหรี่ที่ไม่เสียภาษี เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์เงินภาษีของรัฐ เงินภาษีของท้องถิ่น และรายได้ของร้านค้าที่ถูกกฎหมายในพื้นที่ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายหลังจากที่มีปรับราคาบุหรี่ในท้องตลาดให้มีราคาสูงขึ้น ผู้บริโภคส่วนหนึ่งจึงหันไปหาบุหรี่ที่มีราคาถูกหรือยาเส้นมวนเอง แต่ในพื้นที่ภาคใต้ผู้สูบกลุ่มดังกล่าวส่วนใหญ่หันไปหาบุหรี่หนีภาษี ที่มีราคาถูกกว่าบุหรี่ที่ถูกต้องตามกฎหมายมาก ส่งผลให้เกิดการลักลอบค้าบุหรี่ผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น ร้านค้าที่ขายบุหรี่ถูกต้องตามกฎหมายจึงไม่สามารถแข่งขันทางด้านราคากับบุหรี่หนีภาษีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร จึงสั่งการให้ กองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 ให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดด่านศุลกากรวังประจัน ด่านศุลกากรสะเดา ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ ด่านศุลกากรตากใบ และ ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก สืบสวนหาข่าวและสกัดกันขบวนการค้าบุหรี่เถื่อนในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีขอบเขตการดำเนินการ ดังนี้ 1.ดำเนินการสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับแหล่งที่มา วิธีการลักลอบ เส้นทาง สถานที่เก็บรวบรวม และแหล่งจำหน่ายในพื้นที่ รวมถึงดำเนินการตรวจค้น &amp;ndash; จับกุม ตามที่ได้รับข้อมูลจากการสืบสวนหรืองานการข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ประสานข้อมูล งานการข่าว และการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานในสังกัดกรมฯ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและสนธิกำลังกับหน่วยงานอื่นในพื้นที่ เช่น สรรพสามิตภาคที่ 9 ในการสืบสวนหาข่าว ตรวจค้น และจับกุมขบวนการค้าบุหรี่หนีภาษี ตามที่ได้รับการร้องขอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ลาดตระเวนด้วยรถยนต์และเรือตรวจการณ์ ตามแนวชายแดนและลำน้ำที่เป็นพรมแดนธรรมชาติกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย 4.ตรวจสอบยานพาหนะทุกชนิด ในขณะหรือหลังผ่านพิธีการศุลกากร ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการนำบุหรี่ หรือสุราจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการประจำในแต่ละพื้นที่ ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือเป็นไปตามที่หน่วยงานอื่นร้องขอ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติการฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบถึงการกระทำที่เป็นความผิดตาม พรบ.ศุลกากร พ.ศ.2560 โทษตามกฎหมายที่จะได้รับจากการกระทำความผิด และผลเสียจากการใช้สินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร รวมถึงช่องทางในการแจ้งข้อมูลข่าวสารแก่เจ้าหน้าที่ในกรณีที่พบเห็น หรือทราบข่าวการลักลอบนำเข้า &amp;ndash; ส่งออกบุหรี่ที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผลการดำเนินการของกรมศุลกากรในการสกัดกั้นการลักลอบบุหรี่ที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมาย ทำให้กรมศุลกากรสามารถจับกุมบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2564 นี้ (เดือนตุลาคม 2563 &amp;ndash;สิงหาคม 2564) กรมฯ ได้จับกุมบุหรี่ได้ทั้งหมด 647 คดี คิดเป็นมูลค่า 103 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมศุลกากรจะดำเนินการปราบปรามการลักลอบการนำเข้าบุหรี่อย่างเข้มงวด และขอขอบคุณสมาคมการค้ายาสูบไทย ประชาชน และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ให้เบาะแสหรือข้อมูลอันเป็นประโยชน์ เกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าบุหรี่ ซึ่งกรม ฯ จะได้นำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการปราบปราม การลักลอบนำบุหรี่เข้ามาในราชอาณาจักรต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116084</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุหรี่หนีภาษี, ศุลกากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138b6eb1fa55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เว้นภาษีนำเข้าหน้ากากฯ พณ.ลุยเชือดกักตุนสินค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ สั่งศุลกากรเว้นภาษีนำเข้าหน้ากากอนามัย เครื่องมือทางการแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ที่ตรวจ-รักษาโควิด-19 ขณะที่พาณิชย์เผยจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีไข่ไก่แพงได้อีก 3 ราย มียอดรวม 24 ราย ฟุ้งสถานการณ์ไข่ไก่เริ่มดีขึ้นหลังห้ามส่งออกอีก 30 วัน ส่วนหน้ากากอนามัยจับกุมได้เพิ่ม 10 ราย มียอดจับกุมแล้วรวม 230 ราย ด้านอัยการสูงสุดสั่งอัยการทั่วประเทศดำเนินคดีเด็ดขาดพวกกักตุนสินค้า ฉ้อโกง แพร่ข่าวเท็จซ้ำเติมสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2562 ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยสั่งการให้กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ยกเว้นภาษีอากรนำเข้าหน้ากากอนามัย เครื่องมือทางการแพทย์ อุปกรณ์ชุดตรวจหาไวรัสโควิด-19 และยา เวชภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการใช้รักษาเชื้อไวรัสโควิด-19 และสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งกระบวนการตรวจเพื่อรับรองมาตรฐานให้สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาใช้เวลาดำเนินการภายใน 1 วัน และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ใช้เวลาดำเนินการภายใน 4 วัน รวมถึงให้กระทรวงพาณิชย์เข้มงวดในการคุมราคาสินค้าไข่ไก่ตั้งแต่หน้าฟาร์มและพ่อค้าคนกลางมากกว่าการค้าปลีก รวมถึงให้งดการส่งออกไข่ไก่ไปต่างประเทศในระยะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทำหนังสือรวบรวมมาตรการในการป้องกัน รักษา และบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกอบด้วย กระทรวงการคลังรวบรวมมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และกระทรวงวัฒนธรรมจัดทำจดหมายเหตุเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกและในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพภาคที่ 4 กระทรวงมหาดไทย ปิดการเดินทางเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ตทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ รวมทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;rdquo; นางนฤมลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวอีกว่า นายกฯ ยังสั่งการให้เฝ้าระวังกิจกรรมที่มีลักษณะการรวมกลุ่มทุกกิจกรรม โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้มงวดในการออกอากาศรายการมวยทางโทรทัศน์ สั่งการให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) เข้มงวดในการควบคุมผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง หรือวินมอเตอร์ไซค์ สวมใส่หน้ากากอนามัย ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งให้จับกุมการลักลอบการเล่นพนัน การสังสรรค์อย่างผิดกฎหมาย และฝ่าฝืนแข่งรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับแผนการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยต่อวันในช่วง 5 วันนี้เป็นการชั่วคราว จากจำนวนการผลิตหน้ากากอนามัยที่กระทรวงพาณิชย์สามารถจัดหาได้ 2.3 ล้านชิ้นต่อวัน จากการผลิตทั้ง 11 บริษัท ให้จัดสรรให้กระทรวงมหาดไทย 8 แสนชิ้น และกระทรวงสาธารณสุข 1.5 ล้านชิ้น โดยให้กระทรวงมหาดไทยแจกจ่ายผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทยไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เพื่อกระจายไปยังผู้ปฏิบัติงานทั้งอาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร และผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนกระทรวงสาธารณสุขจะทำการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยจำนวน 1.5 ล้านชิ้น ผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทยไปยังสถานพยาบาลในกรุงเทพมหานคร และสถานพยาบาลใน 76 จังหวัด เพื่อนำไปให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชน รวมทั้งจะมีทั้งส่วนของนักศึกษาแพทย์และนักศึกษาพยาบาลที่เตรียมพร้อมจะช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม.ยังมีมติอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ.2497 ขึ้นใหม่ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน และมีปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมศุกากร อธิบดีกรมการค้าภายใน และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นกรรมการ โดยให้อธิบดีกรมการปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ตาม พ.ร.บ.สำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ.2497
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสุพพัต อ่องแสงคุณ? โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติการกรณีสินค้าอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้สถานการณ์สินค้าไข่ไก่ได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ได้ใช้อำนาจตามที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้ให้อำนาจไว้ ยืดระยะเวลาห้ามส่งออกไข่ไก่ออกไปอีก 30 วัน ทำให้ผลผลิตไข่ไก่ในประเทศเพิ่มสูงขึ้น และยังได้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิด ทำให้ปัญหาการจำหน่ายไข่ไก่มีราคาสูงเกินจริงลดลง และสถานการณ์ไข่ไก่ ทั้งปริมาณไข่ไก่และราคาเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลการจับกุมผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ในส่วนของไข่ไก่ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2563 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมได้อีก 3 ราย ได้แก่ ที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคา และที่จังหวัดนครปฐม ข้อหาขายราคาเกินสมควร ทำให้ยอดรวมการจับกุมตั้งแต่วันที่ 26-30 มี.ค.2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 24 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลการจับกุมผู้กระทำความผิดในส่วนของหน้ากากอนามัย ของวันที่ 30 มี.ค.2563 จับกุมได้อีก 10 ราย แยกเป็นกรุงเทพฯ 1 ราย ข้อหากระทำความผิดขายเกินราคาควบคุม และต่างจังหวัด 9 ราย ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต 3 ราย กระทำความผิดข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคา 2 ราย และขายราคาเกินสมควร 1 ราย จังหวัดเพชรบูรณ์ กระทำความผิดไม่ปิดป้ายราคา 1 ราย และจำหน่ายเกินราคาควบคุมและขายราคาเกินสมควร 1 ราย จังหวัดบึงกาฬ กระทำความผิดขายเกินราคาควบคุม 1 ราย จังหวัดระยอง กระทำความผิดขายราคาเกินสมควร 2 ราย และจังหวัดอำนาจเจริญ กระทำความผิดขายเกินราคาควบคุม ไม่ปิดป้ายแสดงราคา และปฏิเสธการจำหน่ายสินค้าควบคุม 1 ราย ทำให้มียอดรวมการจับกุมรวม 230 ราย แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 111 ราย และต่างจังหวัด 119 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โทษที่ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 จะได้รับ หากเป็นข้อหาขายเกินราคาควบคุม (มาตรา 25) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคาขาย (มาตรา 28) มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ข้อหาขายแพงเกินสมควร (มาตรา 29) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพพัตกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ขอให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดภาวการณ์ขาดแคลนอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างแน่นอน เพราะประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญ และอยากที่จะขอความร่วมมือประชาชนทุกคนอย่ากักตุน ขอให้ซื้อแต่พอเพียง ซึ่งจะช่วยให้สถานการณ์ในขณะนี้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชน โดยเฉพาะสินค้าที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในขณะนี้ ทั้งไข่ไก่ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ประชาชนต้องการในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงจะมีการตรวจสอบและติดตามสินค้ารายการอื่นๆ อย่างใกล้ชิดด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ได้มีหนังสือที่ อส. 0001/ว.140 ลงวันที่ 31 มี.ค.2563 แจ้งให้อัยการทั่วประเทศดำเนินคดีเฉียบขาดกับผู้ทำการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค และจำหน่ายสินค้าเกินราคาควบคุม เช่น หน้ากากอนามัยไข่ไก่ หรือสินค้าจำเป็นในครัวเรือน เป็นต้น การฉ้อโกงหรือหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งการส่งข้อความอันเป็นเท็จทางสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ประกอบข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 1) พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 พระราชบัญญัติว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยถือว่าการกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นความผิดตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว ยังส่งผลให้มาตรการที่รัฐบาลกำหนดให้ประชาชนปฏิบัติเพื่อแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61639</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ยกว้นภาษี, ศุลกากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน้ากากอนามัย, เครื่องมือทางการแพทย์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e834fe729404.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังตรวจเข้มส่งออกหน้ากากอนามัย3.2ล้านชิ้นไปอเมริกาถูกกฎหมายบีโอไอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.63- &amp;nbsp;นายนิมิตร แสงอำไพ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ต.อ.ประสงค์ ศิริทิพย์วานิช ผู้กำกับ สภ.แหลมฉบัง ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นางสาวพัตถาภรณ์ ไชยานุพงศ์ ผอ.กองจัดระบบราคาและปริมาณสินค้า 1 ผู้แทนกรมการค้าภายใน และตัวแทนบริษัทฯ เอ็มเมอรัลด์ นอนวูเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ส่งออก ร่วมกันตรวจสอบสินค้าส่งออกประเภท &amp;quot;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&amp;quot; ใบขนสินค้าขาออก 4 ฉบับ (4 ตู้คอนเทนเนอร์) สำแดงชนิดสินค้าเป็น &amp;quot;ผ้าปิดจมูกใช้ทางการแพทย์&amp;quot; ปริมาณกว่า 3.2 ล้านชิ้น มูลค่า 5.1 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน BOI ส่งออกไปยังปลายทางประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบกับหนังสืออนุญาตการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ของกรมการค้าภายใน ซึ่งหน้ากากอนามัย 5 ฉบับ เลขที่ กท 37/63, กท 40/63, กท 43/63, กท 45/63 , กท 47/63 จากการเปิดตู้สินค้าตรวจสอบพบชนิดและปริมาณตรงตามที่สำแดงในใบขนสินค้าและใบอนุญาตฯ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน จะต้องได้รับการอนุมัติจาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ในการนำเข้าวัตถุดิบ และผลิตเพื่อส่งออกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยไม่พบว่ามีการกระทำความผิดแต่อย่างใด สำหรับการตรวจการส่งออกหน้ากากอนามัยในครั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และชี้แจงแก้ข่าวลือต่าง ๆ ว่ามีการลักลอบนำหน้ากากอนามัยส่งขายไปยังต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท เอ็มเมอรัลด์ฯ เป็นอย่างดี &amp;nbsp;ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายนิมิต แสงอำไพ เปิดเผยว่า บริษัท เอ็มเมอรัลด์ฯ ได้ส่งสินค้าออกเป็นประจำอยู่แล้ว ก่อนที่จะเกิดวิกฤตโควิด -19 ซึ่งได้ผ่านการตรวจของศุลกากรมาโดยตลอด ซึ่งบริษัท เอ็มเมอรัลด์ฯ ได้สิทธิ BOI ซึ่ง BOI ได้ขออนุมัติบอร์ดการลงทุนนำวัตถุดิบเข้ามาผลิตแล้วส่งออกไปเท่านั้น โดยมีอายุวัตถุดิบ 1 ปี ถ้า 1 ปีไม่ได้ส่งก็ต้องให้หยุดเพื่อเสียภาษี ซึ่งถ้าจะเสียภาษีต้องขอบอร์ด BOI เพื่อขอเสียภาษีศุลกากร แล้วขายไปได้เลย 30 วันแล้วมาชำระภาษี ซึ่งถ้าไม่ชำระก็จะถูกปรับ 4 เท่าของงราคาของและมีโทษจำคุกด้วย ทั้งหมด BOI เป็นผู้ดูแล ส่วนศุลกากรจะเป็นผู้ดูแลที่ประตูประเทศให้ นำเข้า-ส่งออก แล้วป้อนข้อมูลให้ BOI สำหรับบริษัทเอ็มเมอรัลด์ฯ &amp;nbsp;เป็นผู้รับจ้างผลิตหน้ากากอนามัย &amp;nbsp;แต่ลิขสิทธิ์เป็นของบริษัทต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจสินค้าในวันนี้ ศุลกากรไม่ห่วงบริษัทที่แจ้งว่าเป็นหน้ากากอนามัย แต่ห่วงบริษัทที่แจ้งเป็นสินค้าประเภทอื่น แล้วลักลอบนำหน้ากากอนามัยส่งออกไปนอกประเทศ ซึ่งทางศุลกากรต้องทำการเอ็กซเรย์ตู้สินค้าขาออกเกือบทุกตู้ ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ซึ่งเครื่องเอ็กซเรย์จะต้องทำงานหนักเป็นอย่างมาก &amp;nbsp;ส่วนตู้ที่แสดงว่าเป็นหน้ากากอนามัยก็จะต้องตรวจสอบจำนวน และคุณภาพ ในเดือนที่ผ่านมาศุลกากรสามารถตรวจจับบริษัท 1 รายดำเนินคดีตามกฎหมาย ที่ส่งสินค้าเกินจำนวนใบอนุญาตไปจำนวน 6,000 ชิ้น นอกนั้นยังไม่พบว่ามีการกระทำผิดในเรื่องอื่น ๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60030</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านท่าเรือแหลมฉบัง, บริษัท เอ็มเมอรัลด์ฯ, บีโอไอ, ศุลกากร, ส่งออก., หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e706c5cab2b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WTO ตัดสิน “ศุลกากรไทย” แพ้คดีนำเข้าบุหรี่นอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2562 คณะผู้พิจารณาขององค์การการค้าโลกเห็นด้วยตามข้อเรียกร้องของประเทศฟิลิปปินส์ว่าประเทศไทยดำเนินการขัดต่อกฎหมายขององค์การการค้าโลก (WTO)เกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายศุลกากร &amp;nbsp;ข้อพิพาทซึ่งประเทศฟิลิปปินส์ได้เริ่มกระบวนการระงับข้อพิพาทในปี 2551 ส่งผลกระทบต่อการส่งออกบุหรี่จากประเทศฟิลิปปินส์มายังประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราโมน โลเปซ (Ramon Lopez) รมว.คลังว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม กล่าวว่า ข้อพิพาทในองค์การการค้าโลกคดีนี้กินระยะเวลามากว่าสิบปีแล้ว ประเทศไทยแพ้ทั้งสามคดี และแพ้ในชั้นอุทธรณ์ด้วย ถึงเวลาเสียทีที่ประเทศไทยจะต้องยอมรับคำตัดสิน และดำเนินการเปลี่ยนแปลงการประเมินราคาศุลกากรตามคำตัดสินดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยและประเทศฟิลิปปินส์ที่กินเวลายาวนานเป็นสิบปีนี้เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในการประเมินราคาสินค้าส่งออกจากประเทศฟิลิปปินส์ให้ถูกต้องตามความตกลงว่าด้วยการประเมินราคาศุลกากรขององค์การการค้าโลก มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบถึงความอยู่รอดของภาคธุรกิจทั้งในประเทศฟิลิปปินส์และประเทศไทย ทำร้ายชาวไร่ยาสูบของประเทศฟิลิปปินส์ และยังส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกโดยรวมของประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ ยังเป็นผลเสียต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโลเปซ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นผู้ให้การสนับสนุนรายสำคัญของระบบการค้าพหุภาคีขององค์การการค้าโลก และยังเป็นประธานคณะมนตรีใหญ่ขององค์การการค้าโลกในขณะนี้อีกด้วย นอกจากนี้ ประเทศไทยก็เพิ่งเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนปี 2019 ดังนั้น การยอมรับคำตัดสินของคณะผู้พิจารณาในคดีนี้จะเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบและความเป็นผู้นำของประเทศไทยในองค์การการค้าโลกและในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศฟิลิปปินส์เริ่มกระบวนการระงับข้อพิพาทในคดีนี้ตั้งแต่ปี 2551 และยังมีการดำเนินการอยู่ เนื่องจากประเทศไทยยังคงกล่าวหาอย่างต่อเนื่องว่ามีการสำแดงราคาศุลกากรสำหรับบุหรี่ต่ำอยู่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการกำหนดราคาที่ได้มีการตัดสินแล้วไม่ชอบด้วยกฎขององค์การการค้าโลก ทั้งนี้ มาตรการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวได้ส่งผลให้มีการฟ้องคดีอาญาและอาจส่งผลให้พนักงานอีกหลายรายของผู้นำเข้าในประเทศไทย กล่าวคือ ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ &amp;nbsp;(PMTL) ต้องถูกจำคุกอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดี รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร โฆษกกระทรวงกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรมีคณะทางงานติดตามข้อพิพาทดังกล่าวอยู่ ซึ่งต้องมาประเมินกันอีกครั้งผลการตัดสินที่ออกมาจะกระทบกับการดำเนินคดีความในประเทศไทยอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เมื่อต้นปี 2562 ที่่ผ่านมานายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้รัฐบาลยุติการฟ้องร้องคดีอาญาบริษัทฟิลลิป มอร์ริส ประเทศไทย เพื่อลดผลกระทบความเสียหาย และความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับฟิลิปปินส์กรณีสินค้าบุหรี่นำเข้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40995</URL_LINK>
                <HASHTAG>WTO, นำเข้าบุหรี่ต่างประเทศ, ภาษีศุลกากร, ศุลกากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b3263fcebe44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ศุลกากร”ลุยติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์ค่อมสายพานตรวจยิบของผิดกฎหมาย-แบรนด์เนม-ยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ศุลกากร&amp;rdquo; ลุยติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์ค่อมสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิ หวังเพิ่มความเข้าข้นตรวจสแกนสิ่งของผิดกฎหมาย สินค้าแบรนด์เนม ยาเสพติด สิ่งของต้องห้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 62 -นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ ได้ดำเนินการจัดหาและติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์ค่อมสายสะพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิทั้ง&amp;nbsp;23สายพานแล้ว เพื่อดำเนินตรวจสแกนสิ่งของผิดกฎหมายในกระเป๋าเดินทางที่โหลดมาใต้ท้องเครื่องบินทุกใบ เป็นการป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนม กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา รวมถึงการนำของต้องห้าม ยาเสพติด ของที่ผิดอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) เช่น งาช้าง นอแรด เข้ามาในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมฯ คาดว่าจะติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์ค่อมสายพานแล้วและจะเสร็จภายในปีนี้แน่นอน ซึ่งช่วยให้การสแกนสิ่งของมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถมองเห็นสิ่งของในกระเป๋าได้ทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากเป็นของต้องห้ามก็จะมีการจับกุม หรือหากเป็นสินค้าแบรนด์เนม ที่ต้องเสียภาษี ผู้นำเข้ามาต้องชำระภาษีในช่องแดงให้ถูกต้อง โดยภาษีของแบรนด์เนมที่กรมฯ เก็บก็ไม่ได้เก็บแพงเกินไป เป็นอัตราที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อัตราภาษีศุลกากร หากเป็นการนำเข้านาฬิกาเข้ามา เสียอากรนำเข้า&amp;nbsp;5%&amp;nbsp;และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก&amp;nbsp;7%&amp;nbsp;แต่หากเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยเสีย&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;และภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งปกติหากไปซื้อเมืองนอกก็ได้รับการคืนภาษี&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;อยู่แล้ว ก็เข้ามาเสียในประเทศเพิ่มอีกนิดหน่อย&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมฯ จะเพิ่มการตรวจเข้มระบบเอ็กซเรย์ให้มากที่สุด โดยนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เข้ามาใช้ตรวจสอบภาษีแทนการใช้ดุลยพินิจเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับต่างประเทศเพื่อใช้ในการตรวจสอบให้แม่นยำกว่าเดิม เช่น การนำรูปภาพสิ่งของต้องห้ามส่งเข้าระบบเอไอ หากพบภาพใกล้เคียงก็จะเปิดตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40177</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเป๋า, กฤษฎา จีนะวิจารณะ, นาฬิกา, รองเท้า, ศุลกากร, สนามบินสุวรรณภูมิ, สินค้าแบรนด์เนม, เครื่องเอ็กซเรย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1dc1cc1d48c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จับรถหรู&#039;ปอร์เช่&#039;ซุกในรถ6ล้อลักลอบนำเข้าชายแดนแม่สอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.61- &amp;nbsp;ที่จุดตรวจฝ่ายความมั่นคงบ้านห้วยหินฝน ถนนสายเอเชีย 12 สาย อ.แม่สอด อ.เมืองตาก บ้านห้วยฝน ตำบลแม่ปะ เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สอด ฝ่ายตำรวจสภ.แม่สอด ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 อ.แม่สอด และฝ่ายปกครอง จับกุมนายศักดิ์ดา สารีมุข &amp;nbsp;อายุ 43 ปี พร้อมด้วยของกลางรถยนต์เก๋งปอร์เช่ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียนสวม กพ.1499 ลำปาง และรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 70 &amp;ndash; 2842 ตาก ภายหลังจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า จะมีรถยนต์หรู ลักลอบข้ามมาจากฝั่งประเทศเมียนมา ไปยังจังหวัดชั้นใน จึงทำการสกัดจับ โดยรถยนต์ปอร์เช ถูกบรรทุกอยู่บนรถยนต์ 6 ล้อ และอำพรางด้วย เศษผ้าที่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ด้านท้ายรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์ดา ให้การว่า ได้นำรถยนต์หรูมาจากอู่รถยนต์แห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด เพื่อไปส่งที่ อ.เมืองตาก จากนั้นจึงจะติดต่อให้คนมารับขับรถยนต์หรู ที่ อ.เมืองตากอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ ได้จับกุมไว้ เนื่องจากรถยนต์ไม่เสียภาษี ลักลอบนำเข้า และใช้ทะเบียนปลอมอำพรางตบตาเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถยนต์หรูคันดังกล่าว เป็นรถยนต์มือ 2 มาจากประเทศญี่ปุ่น หรือ เป็นสินค้าประเภทถ่ายลำ ที่ส่งไปประเทศเมียนมาร์ แต่น่าจะมีการยักยอกไว้ในประเทศไทย เพื่อนำมาสงมทะเบียนไทย และใช้ในประเทศ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว โดยลักลอบออกไปทางด้านสาย อ.แม่ระมาด - อ.บ้านตาก และสาย อ.แม่สอด - อ.เมืองตาก และในปัจจุบันนี้ มีรถยนต์มือสอง จากประเทศญี่ปุ่น นับ กว่า 1,000 คันขึ้นไปถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรแม่สอดยึดไว้ บริเวณท่าขนส่งสินค้า เนื่องจากจอดในเขตไทยเกินระยะเวลาที่กฏหมายกำหนด ซึ่งรถยนต์เริ่มเสื่อมสภาพ หรือ แทบจะกลายเป็นสุสานรถยนต์ไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17376</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตาก, ทหาร, รถยนต์, รถหรู, ลอบนำเข้า, ศุลกากร, แม่สอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b988c79a2b29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
