<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศุลกากรสหรัฐสั่งยึดถุงมือยางบริษัทมาเลย์บังคับใช้แรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศุลกากรสหรัฐประกาศยึดสินค้าของบริษัท ท็อปโกลฟ ของมาเลเซีย หนึ่งในบริษัทผลิตถุงมือยางรายใหญ่ที่สุดของโลก หลังได้ข้อสรุปว่าบริษัทแห่งนี้บังคับใช้แรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ คนงานหญิงสวมหน้ากากอนามัยระหว่างการล็อกดาวน์โรงงานในรัฐสลังงอร์ ของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 (Photo by Faris Hadziq/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ท็อปโกลฟ ของมาเลเซียมีกำไรเพิ่มขึ้นและราคาหุ้นสูงขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกรีบเร่งซื้ออุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่บริษัทแห่งนี้ ซึ่งผลิตถุงมือยางปีละกว่า 96,000 ล้านชิ้น ต้องเผชิญกับเรื่องอื้อฉาวหลายเรื่อง รวมถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในหอพักคนงานของบริษัท ทำให้คนงานต่างด้าวหลายพันคนติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐ (ซีบีพี) มีคำสั่งห้ามนำเข้าถุงมือยางจากบริษัทย่อย 2 แห่งของท็อปโกลฟเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ภายหลังมีข้อสงสัยว่าบริษัทแห่งนี้มีการละเมิดสิทธิแรงงาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีบีพีประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 29 มีนาคมตามเวลาในสหรัฐว่า มีข้อมูลที่เพียงพอสรุปได้ว่าบริษัท ท็อปโกลฟ มีการบังคับใช้แรงงาน เจ้าหน้าที่จะยึดถุงมือยางที่บริษัทแห่งนี้ผลิต เมื่อสินค้าส่งมาถึงท่าผ่านแดนสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรอย มิลเลอร์ เจ้าหน้าที่อาวุโสของซีบีพี กล่าวว่า ซีบีพีจะไม่ยอมทนต่อบริษัทต่างชาติที่ขูดรีดแรงงานด้อยโอกาส เพื่อจะได้ขายสินค้าราคาถูกและผิดจริยธรรมแก่ลูกค้าชาวอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานการเผยของซีบีพีว่า จากคำสั่งเมื่อปีที่แล้วที่ห้ามนำเข้าถุงมือยางจากบริษัทย่อยของท็อปโกลฟ 2 แห่ง คำสั่งเมื่อวันจันทร์ขยายเป็นสั่งห้ามนำเข้าถุงมือชนิดใช้แล้วทิ้งทุกประเภทที่ผลิตโดยโรงงานของท็อปโกลฟในมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีบีพีระบุว่า คำสั่งยึดถุงมือยางของบริษัท ท็อปโกลฟ จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการนำเข้าถุงมือชนิดใช้แล้วทิ้ง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญในการต่อสู้กับการระบาดของไวรัสโคโรนาในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำสั่งของซีบีพีที่ห้ามนำเข้าถุงมือยางของบริษัทย่อย 2 แห่งของท็อปโกลฟเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากพบหลักฐานเรื่องแรงงานขัดหนี้, การใช้แรงงานล่วงเวลามากเกินไป, สภาพการทำงานและความเป็นอยู่ของคนงานที่เป็นอันตราย ในกระบวนการผลิตถุงมือของบริษัท ท็อปโกลฟ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97800</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท็อปโกลฟ, บริษัทผลิตถุงมือยาง, บริษัทมาเลเซีย, บังคับใช้แรงงาน, ยึดถุงมือยาง, ศุลกากรสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_606310bba6900.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
