<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด 19 ระบาดแล้ว 142 ประเทศ อิตาลีผู้ติดเชื้อพุ่งทะลุ 20,000 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.2563 เว็บไซต์การติดตามการระบาดของไวรัสโควิด 19 แบบเรียลไทม์ของ Johns Hopkins University (JHU) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 15 มี.ค. 63 &amp;nbsp;เมื่อเวลา 9.33 น. พบว่า &amp;nbsp; การแพร่ระบาดของเชื้อได้แพร่กระจายไปแล้ว 142 ประเทศทั่วโลกพบ มีผู้ป่วยติดเชื้อแล้ว 156,374 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1 ยังเป็นประเทศจีน มีผู้ติดเชื้อแล้ว 80,995 ราย อันดับ 2 อิตาลี &amp;nbsp;21,157 ราย อันดับ 3 อิหร่าน 12,729 ราย อันดับ 4 เกาหลีใต้ 8,086 ราย อันดับ 5 สเปน 6,391 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตรวม 5,833 และผู้ที่รักษาหายแล้ว 73,966 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59782</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, JHU, ศูนย์กลางการระบาดของไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6d9755866fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยไวรัสโคโรน่าพุ่งทะลุ 14,000 ราย ญี่ปุ่นแซงหน้าไทยแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากรายงานล่าสุด บนเว็บไซต์ 2019-nCoV Global Cases by John Hopkins พบว่า &amp;nbsp;ยังมีการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดเยตอนนี้มีพบผู้ป่วยทั่วโลกเฉียด 14,000 คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันที่ 2 ก.พ. 2562 ว่า เจ้าหน้าที่ในมณฑลหูเป่ยของจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีกมากกว่า &amp;nbsp;2,000 ราย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อในจีนอยู่ที่ 14,010 รายแล้ว &amp;nbsp;เสียชีวิต 304 คน และรักษาหายแล้ว 331 คน&amp;nbsp; แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศจีน 13,843 ราย &amp;nbsp; ส่วนการติดเชื้อในต่างประเทศ ญี่ปุ่นมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาเป็น 20 ราย แซงหน้าประเทศไทย ที่มีผู้ติดเซื้ออยู่ที่ 19 ราย , สิงคโปร์ 16 ราย , ฮ่องกง 13 ราย , ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้เท่ากันที่ 12 ราย , ไต้หวัน 10 ราย , เยอรมัน ,สหรัฐ และมาเลเชียมี 8 รายเท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดตามแผนที่การระบาดแบบเรียลไทม์ได้ที่ลิงค์นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56037</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา, ศูนย์กลางการระบาดของไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e3392da4a671.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเอาจริง!ปิด2เมืองสู้ไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จีนล็อกดาวน์ศูนย์กลางการระบาดของไวรัส ปิด 2 เมืองใหญ่ในมณฑลหูเป่ย์รวมประชากรเกือบ 20 ล้านคน ห้ามออกจากเมืองหากไม่จำเป็น เครื่องบิน-รถไฟขาออกระงับไร้กำหนดตั้งแต่วันพฤหัสบดี กรุงปักกิ่งงดมหกรรมฉลองตรุษจีน ขณะยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มเกือบ 600 คน หมอธีดีดปาก &amp;quot;อนค.&amp;quot; เอาโรคมาเล่นการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีนกำลังเร่งเพิ่มมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 ที่ยืนยันพบผู้ป่วยครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของจีน และขณะนี้ได้แพร่กระจายไปยังหลายเมืองของจีน และพบผู้ติดเชื้อทั้งในไทย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, มาเก๊า, ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ขณะจำนวนผู้เสียชีวิตที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนรายงานเมื่อคืนวันพุธที่ 22 มกราคมนั้น อยู่ที่ 17 ราย อายุระหว่าง 48-89 ปี และเป็นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อน ส่วนผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วมี 571 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า เช้าวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม ระบบขนส่งมวลชนเกือบทั้งหมดของเมืองอู่อั่น ซึ่งมีประชากร 11 ล้านคน ระงับการบริการอย่างไม่มีกำหนด ถึงช่วงบ่ายสถานีรถไฟและสนามบินซึ่งปกติจะคลาคล่ำด้วยผู้โดยสารที่เดินทางมากลับมารวมญาติในวันตรุษจีน มีสภาพแทบร้าง เครื่องบินขาออกประกาศงดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. แม้สื่อในประเทศจะรายงานว่ายังมีบางสายการบินให้บริการหลังเส้นตายนี้ ด่านเก็บค่าผ่านทางบนถนนขาออกนอกเมืองถูกปิด ประชาชนได้รับคำแนะนำว่าอย่าออกจากเมืองนี้ &amp;quot;หากไม่มีเหตุผลเป็นพิเศษ&amp;quot; บรรยากาศบนท้องถนนและศูนย์การค้าภายในเมืองท่าสำคัญแห่งนี้เงียบอย่างน่าขนลุก ส่วนผู้คนที่เดินตามท้องถนนในเมืองนี้ก็ต้องสวมหน้ากากตามคำสั่งของตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทางการเมืองหวงกังที่อยู่ติดกัน ก็ประกาศใช้มาตรการคล้ายกัน โดยระงับบริการระบบขนส่งมวลชนและรถไฟตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนวันพฤหัสบดี และห้ามประชากรซึ่งมีราว 7.5 ล้านคน เดินทางออกนอกเมืองนี้ โรงภาพยนตร์ทุกแห่งรวมถึงร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่และตลาดกลางในเมืองนี้ปิดบริการ ส่วนเมืองเอ้อโจว ที่มีประชากร 1.1 ล้านคน ก็ประกาศว่าจะปิดสถานีรถไฟชั่วคราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่ำวันพฤหัสบดี ทางการเมืองเซียนเถา ซึ่งมีประชากร 1.5 ล้านคน ประกาศหยุดระบบขนส่งมวลชนและปิดด่านเก็บเงิน 30 จุดบนทางด่วนหูเป่ย์ห้ามรถยนต์ใช้เส้นทางนี้ และเมืองชื่อปี้ ซึ่งมีประชากรราว 500,000 คน จะระงับบริการขนส่งมวลชนตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงปักกิ่ง รัฐบาลจีนสั่งยกเลิกกิจกรรมที่เป็นแหล่งชุมนุมของฝูงชนในช่วงเทศกาลตรุษจีน เช่นงานวัดต่างๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างการป้องกัน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสั่งปิดพระราชวังต้องห้ามในวันเสาร์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (WHO) ประชุมฉุกเฉินที่นครเจนีวาเมื่อวันพุธ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญยังเสียงแตกว่าจะประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญนัดประชุมกันใหม่ในวันพฤหัสบดี ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการ WHO กล่าวว่า ที่ประชุมยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม แต่ขณะเดียวกันเขาชมเชยจีนว่าใช้มาตรการที่เข้มแข็งมากๆ ซึ่งจะช่วยควบคุมการแพร่ระบาด และเรียกร้องให้จีนใช้มาตรการที่มีนัยสำคัญมากขึ้นเพื่อจำกัดหรือลดการแพร่ระบาดระหว่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีนเชื่อว่าศูนย์กลางของการแพร่เชื้อไวรัสลึกลับชนิดนี้อยู่ที่ตลาดค้าอาหารทะเลของอู่ฮั่นที่มีการลักลอบขายสัตว์ป่า ไวรัสชนิดนี้อยู่ในวงศ์เดียวกับไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกเกือบ 800 คนระหว่างปี 2545-2546 จีนและ WHO ยืนยันว่าไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่นี้สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ผ่านระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกับโรคซาร์ส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญบางคนยังเชื่อว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ไม่อันตรายเท่ากับซาร์ส และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส) ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยมากกว่า 700 คนนับแต่เกิดการแพร่ระบาดเมื่อปี 2555 แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจีนเตือนว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้อาจกลายพันธุ์และแพร่กระจายได้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุต้นตอของไวรัสได้ว่ามาจากสัตว์ชนิดใด ผลการศึกษาทั้งของจีนและต่างประเทศที่เผยแพร่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาชี้ว่า ไวรัสชนิดนี้อาจมาจากค้างคาวหรืองู ที่จอง หนานซาน ที่ปรึกษาทางการแพทย์ของรัฐบาลจีนกล่าวว่า สัตว์ในตระกูลแบดเจอร์และหนูก็อาจเป็นต้นตอของไวรัสนี้
สำหรับความเคลื่อนไหวในไทยเรื่องนี้นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ว่า เราควบคุมได้มาตลอด หลายอย่างดำเนินการมาล่วงหน้าแล้ว ไม่อย่างนั้นเราคงป้องกันไม่ได้อย่างนี้ ลองเปรียบเทียบดูที่จีน วันนี้เขาห้ามบุคคลออกจากเมืองอู่ฮั่นโดยเด็ดขาด ซึ่งเขาห้ามได้ ประเทศไทยห้ามได้ไหม มันต่างกันตรงนี้
ขณะที่ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ลุกขึ้นหารือต่อที่ประชุมในเรื่องนี้ว่า อยากให้รัฐบาลใส่ใจเรื่องนี้ด้วย เพราะไม่เห็นทำอะไร และแก้ปัญหาเฉพาะแต่ฝุ่นละออง เพราะถ้าไม่มีการจัดการที่ดี ขอแนะนำให้ตั้งชื่อไวรัส ว่าไวรัสจันทร์โอชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข กล่าวในเรื่องนี้ว่า ขอให้นักการเมืองทุกฝ่ายอย่าเอาเรื่องนี้มาโจมตีกัน นี่ไม่ใช่วาระทางการเมือง แต่เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันดูแล และให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน การมาพูดแบบนี้ใช้ไม่ได้ เพราะเราเองเตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้ว และเป็นมาตรการที่เราเตรียมพร้อมมาเป็นสิบปี ตั้งแต่ที่มีการระบาดของโรคติดต่อรุนแรง
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ไทยได้ยกระดับการดูแล โดยคิดถึงโรคอุบัติใหม่ตั้งแต่สัปดาห์แรกของปี โดยได้สั่งให้ตรวจสอบคุณภาพของห้องแยกโรคความดันเป็นลบใน รพ.ศูนย์ รพ.ทั่วไป และ รพ.ชุมชนขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ตอนนี้พร้อมใช้งาน 100% และล่าสุดยกระดับบัญชาการระดับกรมเป็นระดับกระทรวงแล้ว ดังนั้นทุกแห่งต้องตื่นตัวเปิดศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัด
&amp;ldquo;ผลกระทบกับไทยไม่มีอะไร เพราะโรคนี้ไม่ได้เกิดที่ไทย แต่กระทบกับจีน การที่เขาจำกัดการเคลื่อนไหว ก็น่าจะเป็นผลดีกับเรา แต่แม้จะจำกัดการเดินทางจากเมืองอู่ฮั่นแล้ว เรายังต้องจับตาทั้งหมด ว่ามีใครที่มีประวัติว่าเคยไปเมืองอู่ฮั่นหรือไม่ ส่วนที่กังวลว่าจะกระทบกับรายได้การท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนของไทยนั้น เรื่องรายได้ไม่สำคัญเท่าสุขภาพของประชาชน&amp;rdquo; นพ.สุขุมกล่าว
ปลัด สธ.เผยอีกว่า ผู้ป่วยทั้ง 4 รายในไทยมาจากเมืองอู่ฮั่นทั้งสิ้น และการตรวจคนใกล้ชิดผู้ป่วยไม่พบว่ามีการติดเชื้อ โดยกลุ่มที่เราแนะนำให้ระมัดระวังคือ 1.คนที่มีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ ความดัน เบาหวาน 2.เป็นผู้สูงอายุ หรือเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี 3.มีประวัติการเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น และ 4.มีไข้ อาการของไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง ปวดเมื่อย ไอ หายใจหอบเหนื่อย ควรรีบมาโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจ นอกจากนี้เวลาไปที่ชุมชนขอให้สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อยๆ ยึดหลักกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่โรงพยาบาลกระบี่ เจ้าหน้าที่ได้กักตัวรักษาผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อปอดอักเสบไวรัสโคโรนาที่ห้องพักผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางอากาศ โดยผู้ป่วยเป็นหญิงชาวจีน อายุประมาณ 35 ปี หลังเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นเมื่อคืนวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยจะดูอาการให้ครบ 24 ชม. หากไม่พบมีอาการเพิ่มเติมใดๆ ก็จะอนุญาตให้ออกจาก รพ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรืออากาศเอก ปรารถนา พัฒนศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัยความมั่นคงและมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสาร บริษัท ได้ปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และได้ออกมาตรการในการป้องกันโรคระบาดดังกล่าว 7 มาตรการ คือ 1. มาตรการคัดกรองในการตรวจรับผู้โดยสารและการบริการภาคพื้น 2.มาตรการในการให้บริการบนเครื่องบิน 3.มาตรการในการจัดเตรียมอากาศยาน และฆ่าเชื้อโรค 4.มาตรการทำความสะอาดภายในอากาศยาน 5.มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยของพนักงาน 6.มาตรการการรับขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ และ 7.มาตรการด้านโภชนาการ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55358</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนล็อกดาวน์, ตรุษจีน, ปิดเมือง, ศูนย์กลางการระบาดของไวรัส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์, ไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e29ab96301e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
