<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์ระงับเที่ยวบินขาเข้า1สัปดาห์ ขณะยอดติดโควิดใกล้หลักหมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับเที่ยวบินโดยสารขาเข้าทั้งหมดเป็นเวลา 1 สัปดาห์เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ เพื่อบรรเทาความแออัดของศูนย์กักกันโรคที่รองรับแรงงานกลับประเทศแล้วนับหมื่นคน ขณะยอดผู้ติดเชื้อในประเทศใกล้หลักหมื่นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ แรงงานชาวฟิลิปปินส์ในคูเวตรอที่อาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานนานาชาติคูเวต เพื่อเดินทางกลับประเทศ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ฟิลิปปินส์มีแรงงานหลายล้านคนทำงานอยู่ในต่างประเทศ โดยจุดหมายยอดนิยมคือซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สิงคโปร์ และกาตาร์ และถึงขณะนี้มีแรงงานฟิลิปปินส์เดินทางกลับประเทศแล้วราว 24,000 คน จำนวนมากตกงานเพราะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ผู้ที่กลับเข้าประเทศจะต้องถูกกักกันโรคนาน 14 วันตามศูนย์กักกันหรือสถานที่ที่รัฐบาลจัดไว้ให้ ซึ่งขณะนี้รับเต็มความจุแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คาร์ลิโต กัลเวซ เจ้าหน้าที่รัฐบาลฟิลิปปินส์แถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคมว่า รัฐบาลจะห้ามเที่ยวบินโดยสารขาเข้าทั้งหมดเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อบรรเทาความแออัดของศูนย์กักกันในเขตเมโทรมะนิลา เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศนี้ส่งผลให้โครงการรับแรงงานกลับประเทศต้องถูกระงับโดยปริยาย แต่เที่ยวบินขาออกยังสามารถเดินทางออกได้ตามปกติ รวมถึงเที่ยวบินที่นำชาวต่างชาติตกค้างกลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์แถลงว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศเพิ่มอีก 295 ราย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 9,223 ราย แต่หายแล้ว 1,214 ราย และมีผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย ยอดรวมเป็น 607 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเพื่อนบ้านในอาเซียน&amp;nbsp; สิงคโปร์ผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 18,205 รายเมื่อวันอาทิตย์ โดยมีผู้ติดเชื้อราย 657 ราย เสียชีวิต 17 รายเท่าวันก่อน, อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 349 คน ยอดสะสม 11,192 คน เสียชีวิตเพิ่ม 14 คน ยอดรวม 845 ศพ และมาเลเซียติดเชื้อเพิ่ม 122 คน ยอดรวมเป็น 6,298 คน เสียชีวิต เพิ่ม 2 คน ยอดรวมเป็น 105 ศพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64970</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลิปปินส์, ระงับเที่ยวบินโดยสาร, ศูนย์กักกันโรค, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eaeba42e3679.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นคุมไม่ได้!พท.จี้ทบทวนมาตรการส่งคนกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19กลับไปกักตัวในภูมิลำเนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;13มี.ค.63-น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลสั่งปิดศูนย์กักตัวของรัฐบาล แล้วส่งกลุ่มเสี่ยงติดไวรัสไปกักตัวที่ภูมิลำเนาว่า รัฐบาลจะมีความมั่นใจในการควบคุมกลุ่มเสี่ยงได้อย่างไรว่าจะปฏิบัติตัวได้อย่างปลอดภัย ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นขณะนี้มีคำถามเกิดขึ้นมากว่า ทำไมรัฐบาลต้องปิดศูนย์กักกันส่วนกลาง ทั้งที่สถานการณ์การแพร่ระบาดยังไม่ยุติ และเมื่อเปลี่ยนใจให้คนเหล่านี้กลับไปกักตัวที่บ้าน หากเขาต้องสัมผัสกับญาติพี่น้องบุคคลในครอบครัว จะทำอย่างไร การตัดสินใจส่งกลุ่มเสี่ยงกลับไปดูแลตัวเองที่บ้านถือว่าถูกต้องและดีที่สุดแล้วในสถานการณ์ตอนนี้ใช่หรือไม่ ทำไมไม่ใช้สถานที่ที่เหมาะสมมากกว่านี้ เช่นค่ายทหารซึ่งเตรียมความพร้อมไว้แล้วทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การให้เหตุผลเรื่องศูนย์กักกันขาดความพร้อมส่งผลให้ดูแลกลุ่มเสี่ยงได้ไม่ดีเท่าที่ควร และอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดกันเองภายในศูนย์จนต้องตัดสินใจส่งกลับ ถือเป็นเหตุผลที่รับฟังไม่ได้เลย เพราะรัฐบาลมีทรัพยากรทุกอย่างพร้อม ถ้ารัฐบาลทำไม่ได้แล้วใครจะทำได้ ที่ผ่านมามีบทเรียนจากกลุ่มเสี่ยงเกาหลีที่ออกไปนั่งกินหมูกระทะ ไปร้าน 7-11 ไปเที่ยวทะเล หรือแม้กระทั่งดาราที่กลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงแต่ไม่ยอมกักตัวเอง ซึ่งสร้างความตื่นตระหนก และหากติดเชื้อก็อาจแพร่โรคทำให้เชื้อไวรัสระบาดขยายออกไปเป็นวงกว้างก็ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า การที่รัฐบาลปล่อยให้ชุมชนดูแลกันเอง ประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นดูแลได้ตลอด 24 ชั่วโมงได้ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเช่น อสม.หรือฝ่ายปกครองเองจะมีทักษะเพียงพอหรือไม่&amp;nbsp; มีการซักซ้อมความเข้าใจดีพอหรือไม่ อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้เจ้าหน้าที่มีเพียงพอหรือไม่ และสุดท้ายหากเกิดการแพร่เชื้อ ใครจะรับผิดชอบ นอกจากนี้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยยังได้รับการประสานงานขอความช่วยเหลือจากผู้ใช้แรงงานไทยซึ่งถูกกักตัวอยู่ที่เกาหลีใต้ ยังไม่สามารถเดินทางกลับไทยได้ เนื่องจากทางการไทยยังไม่อนุญาต ซึ่งบางคนถูกกักตัวเกินกว่า 2 สัปดาห์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นว่าทางการไทยควรเร่งพิจารณาอนุญาตให้แรงงานไทยได้กลับบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่ถูกกักตัวครบตามกำหนด เมื่อได้รับการยืนยันว่าปลอดเชื้อก็ควรอนุญาตให้กลับเข้าประเทศได้ การปิดกั้นแบบเหมาเข่งแบบนี้ นอกจากจะเป็นการละเลยทิ้งขว้างพี่น้องร่วมชาติแล้วยังถือว่าเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกด้วย&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59648</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัสโควิด-19, ผีน้อย, ศูนย์กักกันโรค, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d148eaeb86bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศูนย์บัญชาการฯ&#039; ยันคนไทยจากอู่ฮั่น 138 รายไม่ติดเชื้อมรณะ สภาพจิตใจดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6&amp;nbsp;ก.พ.63 - ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ คนไทยกลับสู่มาตุภูมิ สโมสรสัญญาบัตร โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พร้อมด้วย พญ.หรรษา รักษาคม ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ชลบุรี นพ.อภิรัต กตัญญุตานนท์ นพ.สสจ.ชลบุรี พลเรือโท ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ และพลเรือตรี เกิดศักดิ์ วีระโยธิน ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทยทหารเรือ ได้ร่วมแถลงรายงานผลความคืบหน้ากรณี คนไทย&amp;nbsp;138&amp;nbsp;ราย กลับจากอู่ห้ามสาธารณชนจีน ที่ถูกกักกันอยู่ในพื้นที่ กิจการอาคารรับรองกองทัพเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุเทพ เพชรมาก เปิดเผยว่า ความคืบหน้ากรณีผู้ป่วย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย ที่ถูกนำตัวเข้าห้องกักกันโรค โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทยทหารเรือ ภายหลังตรวจพบมีอาการเป็นไข้ ปอดผิดปกติ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย และท้องเสีย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย ได้รับรายงานจากทางโรงพยาบาลว่า ผู้ป่วยทั้งหมดมีอาการดีขึ้น ไข้หายเป็นปกติ แต่มี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย ยังมีความผิดปกติที่ปอดเล็กน้อย ซึ่งยืนยันว่า ทั้งหมดไม่มีผู้ใดติดเชื้อไวรัสโคโรน่า นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ ได้เปิดให้ญาติติดต่อผู้ประกันผ่านระบบ&amp;nbsp;video call center&amp;nbsp;ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;09.00 - 19.00&amp;nbsp;น.ของทุกวัน โดยทางญาติสามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;038-437172&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พลเรือโท ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้เปิดเผยถึงกรณี ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จในสื่อโซเชียล เกี่ยวกับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ขอยืนยันชัดเจนว่า ผู้ถูกกักกันทั้ง&amp;nbsp;138&amp;nbsp;ชีวิต ไม่มีผู้ใดติดเชื้อไวรัสโคโรน่าทุกคนเป็นคนปกติ ที่อยู่ในกระบวนการกักกันควบคุมโรค เมื่อครบกำหนด&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน ก็จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และรับฟังข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้เท่านั้น นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ยังใช้ชีวิตกันตามปกติสุข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56449</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, คนไทยจากอู่ฮั่น, ศูนย์กักกันโรค, ไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา, ไวรัสมรณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3ba48067954.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไวรัสทำฮ่องกงเครียด บึ้มป่วนรพ. ปาระเบิดขวดต้านศูนย์กักกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คนร้ายวางระเบิดประดิษฐ์ขนาดเล็กภายในห้องน้ำของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในฮ่องกงเมื่อวันจันทร์ ต้องอพยพคนไข้แต่ไร้คนบาดเจ็บ ตำรวจยังไม่รู้มูลเหตุจูงใจ แต่วันก่อนหน้านี้ม็อบต่อต้านแผนรับมือการระบาดของไวรัสโคโรนาอู่ฮั่น เพิ่งปาระเบิดขวดโจมตีอาคารที่จะใช้กักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระเบิดขวดทำให้ไฟไหม้บริเวณทางเข้าอาคารระหว่างชาวบ้านประท้วงแผนการใช้อาคารนี้เป็นสถานที่กักกันโรค เมื่อคืนวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2563 อ้างคำแถลงของตำรวจว่าระเบิดถูกวางไว้ในห้องสุขาห้องหนึ่งของโรงพยาบาลคาริทัสเมดิคอลเซ็นเตอร์ เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด &amp;quot;พบวัตถุระเบิดต้องสงสัยในห้องสุขา วัตถุนี้มีขนาดยาว 15 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร&amp;quot; คำแถลงของตำรวจกล่าว &amp;quot;พวกเขาเก็บชิ้นส่วนของวัตถุระเบิดต้องสงสัยนี้ไปตรวจสอบเพิ่มเติม และอพยพคนประมาณ 20 คนไปยังสถานที่ปลอดภัย ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจของการวางระเบิดครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีเสียงเรียกร้องจากสมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตย, นักเคลื่อนไหว และสหภาพแรงงานของเจ้าหน้าที่แพทย์ ให้ทางการฮ่องกงปิดชายแดนจีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาจากจีน ถึงวันจันทร์ ฮ่องกงยืนยันแล้วว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ 8 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ซึ่งตกเป็นเป้าหมายการขับไล่ของผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกงมายาวนาน 7 เดือน ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นภาวะฉุกเฉินของฮ่องกง ซึ่งเป็นคำเตือนระดับสูงสุด พร้อมกันนั้นรัฐบาลยังประกาศใช้มาตรการหลายอย่างเพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในมาตรการนี้คือแผนการเปลี่ยนอาคารสร้างใหม่หลังหนึ่งซึ่งยังไม่มีผู้เข้าพักอาศัย ในเขตการเคหะที่ฟานหลิง เป็นสถานที่กักกันโรค สำหรับผู้ที่อาจสัมผัสกับผู้ที่เป็นพาหะนำโรคที่รอผลการตรวจ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่แพทย์ที่กังวลว่าตนเองจะติดเชื้อแล้วแพร่เชื้อสู่คนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงและชาวบ้านในพื้นที่หลายสิบคนคัดค้านแผนดังกล่าวพากันมาชุมนุมด้านนอกอาคารนั้นเมื่อวันอาทิตย์ บางคนปิดถนน ช่วงค่ำตำรวจกล่าวว่าคนร้ายปาระเบิดขวด 3 ลูกใส่อาคารนี้ ทำให้เกิดไฟลุกบริเวณล็อบบี้แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไว้ได้ ตำรวจปราบจลาจลเข้าควบคุมสถานการณ์ ผู้ประท้วงจึงพากันจากไป แต่ชาวบ้านบางรายยังโต้เถียงกับตำรวจที่ใช้สเปรย์พริกไทยขับไล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ศูนย์ป้องกันสุขภาพของฮ่องกงประกาศระงับแผนใช้สถานที่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คืนวันอาทิตย์ ทางการฮ่องกงได้ประกาศห้ามชาวจีนจากมณฑลหูเป่ย์เข้าฮ่องกงชั่วคราวแล้ว รวมถึงผู้ที่เคยเดินทางไปที่นั่นในช่วง 2 สัปดาห์ แต่ยกเว้นพลเมืองชาวฮ่องกง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระเบิดโรงพยาบาล, ศูนย์กักกันโรค, ฮ่องกง, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ef07db4f86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
