<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2019 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวน &#039;คนอ่าน&#039; บันทึกความทรงจำกับงานหนังสือที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พูดคุยคอนเซปต์ &amp;quot;รักคนอ่าน&amp;quot; ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47 ที่ศูนย์สิริกิติ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดงาน &amp;quot;สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 47&amp;quot; และ &amp;quot;สัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 17&amp;quot; ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2562 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;รักคนอ่าน&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) จะจัดงานสัปดาห์หนังสือที่นี่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ศูนย์ฯ จะปิดปรับปรุงครั้งใหญ่นานถึงสามปี จากนั้นตุลาคมปีเดียวกันค่อยไปเจอกันอีกทีในสถานที่ใหม่กับมหกรรมหนังสือระดับชาติ ที่ อิมแพค เมืองทองธานี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 23 ปีแห่งความทรงจำกับงานหนังสือที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ สร้างสังคมระหว่างคนทำหนังสือและคนอ่านหนังสือ เรียกได้ว่าทุกปีนักอ่านจะรอคอยเวลาที่สำนักพิมพ์จะมารวมตัวกันเปิดตัวหนังสือใหม่ๆ ในงาน&amp;nbsp; รวมถึงส่องโปรโมชันลด แลก แจก แถม ขนหนังสือกลับบ้าน และด้วยความผูกพันกับพื้นที่แห่งนี้ ทำให้การจัดงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่ 47 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; สุชาดา สหัสกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุชาดา สหัสกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) กล่าวว่า&amp;nbsp; แม้ศูนย์ฯ สิริกิติ์จะปิดปรับปรุง แต่ PUBAT เชื่อมั่นว่าสำหรับคนรักหนังสือ ไม่ว่าหนังสืออยู่ที่ไหนพวกเขาก็จะตามไป งานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ไม่ใช่การอำลาอาลัย แต่ชูคอนเซ็ปต์ &amp;quot;รักคนอ่าน&amp;quot; แสดงให้เห็นว่า 47 ปีของงานสัปดาห์หนังสือ และ 23 ปีที่เราจัดงานในศูนย์ฯ สิริกิติ์ พบความสำเร็จคือคนอ่าน ทุกปีจะเห็นบรรยากาศความเนืองแน่นของคนอ่านเป็นเรื่องปกติ เป็นภาพความทรงจำที่ควรเก็บไว้ เป็นความรักระหว่างคนทำหนังสือกับคนอ่านหนังสือ ความรักระหว่างคนอ่านด้วยกัน รวมถึงความรักที่คนอ่านหนังสือมีต่อคนทำหนังสือ งานนี้ใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วในศูนย์ฯ สิริกิติ์อย่างคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ที่สุด ภายในงานรวบรวมสำนักพิมพ์กว่า 374 สำนักพิมพ์ โดยมีสำนักพิมพ์ต่างประเทศ 17 สำนักพิมพ์เข้าร่วมงาน มีจำนวนบูธรวม 924 บูธ เป็นบูธจากสำนักพิมพ์ต่างประเทศ 46 บูธ ตลอด 114 วัน จัดกิจกรรมที่น่าสนใจให้ผู้เข้าชมงาน เป็นกิจกรรมแสดงบนเวที 98 รายการ อบรมสัมมนาหัวข้อต่างๆ 30&amp;nbsp; กิจกรรม นิทรรศการพิเศษ 30 จุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; งานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้มีโซนรักคนอ่าน ประกอบด้วย 9 สิ่งใหม่...เพราะรักจึงจัดให้ คือ 6&amp;nbsp; ทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง จากสนามหลวงถึงศูนย์ฯ สิริกิติ์, 23 ปีแห่งความทรงจำกับงานหนังสือที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ชวนมาเขียนความประทับใจติดท้ายหกล้อ, Cheer Reader: Book Fair Souvenir&amp;nbsp; จำหน่ายสินค้าที่ระลึก ความพิเศษทุกใบเสร็จซื้อหนังสือ 500 บาทลุ้นรับจับรางวัล นอกจากนี้ มีคลินิกซ่อมหนังสือ, อ่านนอกเส้น: เล่นเส้นเล่นสี และ Book Blind Date นัดบอดกับหนังสือชวนอ่าน, แชะ &amp;amp;&amp;nbsp; แชร์ กับหกล้อ รับโปสต์การ์ดของป๊อด โมเดิร์นด็อก สุดท้ายโซนตุลานี้เจอกันที่เมืองทองฯ อยากให้มีอะไรใหม่ๆ บอกได้เลย&amp;hellip;.?? เปิดโอกาสให้คนอ่านแนะนำสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นในงานหนังสือใหญ่ที่จะย้ายสถานที่ไปจัดเมืองทองธานี&amp;quot; นายกฯ PUBAT กล่าว และคาดหวังว่าปีนี้จะสามารถเพิ่มยอดขายได้มากกว่า 510 ล้านบาท จากเดิมขายได้กว่า 508 ล้านบาทเมื่อปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เตรียมพบกับคลีนิกซ่อมหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้จะมีโครงการสำคัญที่ PUBAT เปิดตัวเป็นปีแรก สุชาดาบอกว่า เป็นโครงการ Read for Thailand อ่านสร้างคน คนสร้างชาติ เกิดจากการร่วมมือของภาคีเครือข่ายรักการอ่านทั่วประเทศ โดยจะนำต้นแบบ อปท. 100 แห่งที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านสำเร็จมาเผยแพร่ มอบรางวัล เพื่อขยายผลสร้างสังคมอุดมด้วยความรู้สู่การพัฒนาชาติยั่งยืน ผู้เข้าชมงานเกือบ 2 ล้านคน จะได้แรงบันดาลใจ นอกจากนี้สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ จะเขียนนโยบายส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างคุณภาพคน นำเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ในโอกาสต่อไปด้วย เรามีวาทกรรมทศวรรษแห่งการอ่าน, วาระการอ่านแห่งชาติ และแผนแม่บทส่งเสริมการอ่าน ถึงเวลาต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เครือข่ายต้องรวมพลังทำให้ได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนโซนหนังสือต่างประเทศปีนี้คึกคัก นายกสมาคมฯ เผยว่าร่วมมือกับสมาคมสำนักพิมพ์ไต้หวันพันธมิตรหลักด้วยการเซ็น MOU เผยแพร่ลิขสิทธิ์ซึ่งกันและกัน รวมถึงจัดโซน business matching จับคู่ธุรกิจไทย ไต้หวัน จีน และได้เชิญวิทยากรพิเศษมาประจำบูธทุกวันเพื่อบรรยายเรื่อง &amp;quot;คนเรียงพิมพ์&amp;quot;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจนำเครื่องพิมพ์ตัวอักษรแบบโบราณก่อนพัฒนามาเป็นระบบโรงพิมพ์ในปัจจุบันมาจัดแสดงให้ชม และที่พลาดไม่ได้คือจะให้ความรู้การขายหนังสือ ขายลิขสิทธิ์หนังสือไทยไปต่างประเทศ และยังเป็นการเข้าร่วมงานหนังสือครั้งแรกของสมาคมการ์ตูนไต้หวัน คาดว่าจะสามารถขยายช่องทางการเผยแพร่งานกับขยายตลาดไทยในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อ่านนอกเส้น: เล่นเส้นเล่นสี 1 ใน 9 สิ่งใหม่ จัดให้เพราะรักคนอ่าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นิดดา หงษ์วิวัฒน์ อดีตนายก PUBAT เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของงานสัปดาห์หนังสือว่า งานหนังสือจัดมา 58 ปี ใน 7 สถานที่ เริ่มจากสังคีตศาลา โรงละครแห่งชาติ, เวทีลีลาศ สวนลุมพินี, หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, หอวัง จากนั้นมาจัดงานที่คุรุสภา ถนนลูกหลวง ในยุคที่ตนเป็นนายกฯ แม้จะร้อนจนต้องปาดเหงื่อ แต่คนก็มาซื้อหนังสือคึกคัก ต่อมาติดแอร์ในบูธทำให้คนอยู่ในงานนานขึ้น จนกระทั่งย้ายไปจัดงานที่ท้องสนามหลวงภายใต้แนวคิด &amp;quot;มิดไนต์เซลล์&amp;quot; จากยิปซีเร่ร่อนก็เข้ามาสู่กลางเมืองจัดงานมหกรรมหนังสือที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ เมื่อหมดวาระตนส่งไม้ต่อให้นายกฯ คนใหม่ สุวดี&amp;nbsp; จงสถิตย์วัฒนา ให้จัดงานสัปดาห์หนังสือที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ทำให้มีงานหนังสือใหญ่ระดับชาติปีละ 2 ครั้ง ก็ใช้พื้นที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์เรื่อยมา เท่าที่ทราบยอดขายรวมทั้งงานเพิ่มขึ้นทุกปี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นิดดา หงษ์วิวัฒน์ อดีตนายก PUBAT ย้อนวันวานงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในทัศนะ สุวดี จงสถิตย์วัฒนา อดีตนายก PUBAT และผู้ก่อตั้งบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด กล่าวว่า&amp;nbsp; งานหนังสือที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ส่งผลให้มีนักอ่านมาร่วมงานมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ อีกทั้งการจัดสัปดาห์หนังสือนานาชาติควบคู่ไปด้วย ปีนี้เป็นครั้งที่ 17 แต่ละปีมีสมาคมหนังสือต่างประเทศร่วมงาน&amp;nbsp; เปิดโอกาสให้สำนักพิมพ์ในไทยได้เห็นหนังสือของโลก ส่วนสำนักพิมพ์ต่างประเทศได้เห็นตลาดหนังสือไทย ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวซื้อขายลิขสิทธิ์ ธุรกิจหนังสือเติบโต ถือว่าศูนย์ฯ สิริกิติ์มีวิสัยทัศน์ชัดเจนมาร่วมเป็นภาคีสร้างสังคมแห่งการอ่านในประเทศไทย ก็หวังว่าเมื่อปรับปรุงแล้วเสร็จ สร้างอาคารสวยงามใหญ่โตกลับมาเปิดบริการก็จะสนับสนุนงานหนังสือต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สุวดี จงสถิตย์วัฒนา อดีตนายก PUBAT และผู้ก่อตั้งนานมีบุ๊คส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน นิวัต พุทธประสาท นักเขียนและผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม กล่าวว่า ตนทำงานเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายส่งผลงานให้สำนักพิมพ์ที่สนใจตีพิมพ์ จนกระทั่งปี 2540 เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง สำนักพิมพ์แจ้งว่าไม่สามารถออกหนังสือจำหน่ายได้ จึงมีแนวคิดเปิดสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม เคยร่วมบูธงานหนังสือที่คุรุสภา แต่ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเก่า ขณะที่หนังสือใหม่หายากมาก จนกระทั่งงานหนังสือย้ายมาจัดที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ยุคนั้นยังไม่ได้สมัครสมาชิกสมาคมฯ ก็นำหนังสือใหม่ไปร่วมออกบูธกับ a day , open, บูรพาคอมมิคส์, ไบโอสโคป คนอ่านสนใจมาก เป็นงานเขียนแนวอินดี้ ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น สำนักพิมพ์เติบโต และได้สมัครเป็นสมาชิกสมาคมฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; งานหนังสือที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์จะเปิดตัวหนังสือใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับผู้อ่านที่ก้าวเข้ามาในงานมากขึ้น เด็กเยาวชนหันมาสนใจการอ่านมากขึ้น งานหนังสือครั้งที่ 47 นี้ สำนักพิมพ์น้อยใหญ่เข้าร่วมงานจะแสดงให้เห็นว่า สำนักพิมพ์ที่มีคอนเทนต์ที่แข็งแกร่งจะต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจหนังสือได้&amp;quot; นิวัตกล่าว และฝากท้ายถึงการย้ายสถานที่จัดงานไปยังเมืองทองธานี จำเป็นต้องสื่อสารให้ประชาชนทราบ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้สมาชิกออกบูธและผู้เข้าชมงานให้ดีที่สุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเอเซียบุ๊คส ร้านหนังสือภาษาอังกฤษชั้นนำก็จัดแคมเปญ &amp;quot;คนอ่านรัก เราให้รัก&amp;quot; รับงานสัปดาห์หนังสือ โดย เกศริน เอนก กรรมการผู้จัดการบริษัท เอเซียบุ๊คส จำกัด กล่าวว่า งานนี้ยกทัพหนังสือหลายหมวดไปวางจำหน่าย จะจัดโปรโมชันที่บูธเอเซียบุ๊คส ลดสูงสุด 15% พร้อมสมัครสมาชิกฟรีเมื่อซื้อครบ 1,500 บาท หากซื้อหนังสือครบ 4,000 บาท รับส่วนลดมากถึง 30% สำหรับบูธบุ๊คกาซีนพบส่วนลดหนังสือราคาสูงสุด 80% และสินค้า Shock Price ราคา 59 บาท นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรเครดิต KTC ซื้อหนังสือในงาน รับคูปองส่วนลด 200 บาทเมื่อซื้อ 1,500 บาทขึ้นไป และแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรครบทุก 500 บาท และสามารถผ่อนชำระนาน 3 เดือนเมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรรวม 3,000 บาทขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชวนแฟนๆ งานสัปดาห์หนังสือและนักอ่านมาสัมผัสบรรยากาศงานหนังสือที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มาเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำร่วมกันได้ระหว่างวันที่ 28 มี.ค.-7 เม.ย.นี้.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31502</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 47&quot; และ &quot;สัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 17&quot;, 23 ปีแห่งความทรงจำกับงานหนังสือที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์, Read for Thailand, นสพ.ไทยโพสต์, ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์., สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT), สุชาดา สหัสกุล, เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190315/image_big_5c8b8f5051253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; กกต.เคาะเรื่องบัตรเลือกตั้งแล้ว โดย พ.ต.อ.จรุง วิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า กกต.มีมติเลือกบัตรเลือกตั้งที่มีหมายเลขผู้สมัคร ชื่อและโลโก้พรรค เพื่อต้องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นหลัก ทำให้หลายพรรคการเมืองพึงพอใจไม่น้อย เพราะจะทำให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งจดจำชื่อผู้สมัครและพรรคได้ง่าย ส่วนข้อเรียกร้องให้ใช้หมายเลขผู้สมัครของพรรคเป็นเบอร์เดียวกันทุกเขตทั่วประเทศ ยังไม่มีเสียงขานรับ เพราะเกรงว่าจะต้องแก้ พ.ร.ป.ส.ส. อาจจะทำให้ยื้อเวลาเลือกตั้งออกไปอีก ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 แก้ พ.ร.ป. ป.ป.ช. เพื่อไม่ให้กรรมการสภามหา&amp;#39;ลัยยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ และใช้ ม.44 คุ้มครองคำสั่งแต่งตั้งตำรวจที่ขัดรัฐธรรมนูญก็ยังทำมาแล้ว หากจะทำเรื่องนี้จริงก็ไม่ยาก เว้นแต่ไม่อยากทำ สำหรับการหารือของพรรคการเมือง 19 ธ.ค.นี้ หากตกลงกันได้เองก็มีทางทำได้เช่นกัน...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอปลดล็อกให้บรรดานักการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้ก็เข้าสู่บรรยากาศเดิมๆ อีก ยังไม่ทันไรก็สาดน้ำลายใส่กันแล้ว นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ฟัดกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียงพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งถือว่าเป็นมวยคนระดับรุ่นพ่อกับรุ่นลูก แต่ เหลิม ก็ยังชกสไตล์เดิม ไปกล่าวหาเขาก่อนว่าแกนนำพรรค พปชร.แย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันแล้ว เจอ ธนกร สวนกลับว่า หญิงหน่อย-สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค พท.จะปลดพ้นทีมหาเสียง ทำเอาโกรธเป็นฟืนเป็นไปหาว่าเขาเผือก ทั้งที่ตัวเองไปเผือกพรรคเขาก่อน ธนกร ย้อนอีกว่า &amp;quot;คนอย่าง ร.ต.อ.เฉลิมนิสัยไม่เคยเปลี่ยน ชอบสร้างความขัดแย้ง ยกตนข่มท่าน ดังนั้นเพื่อประโยชน์ต่อพรรคเพื่อไทยเอง ผู้บริหารพรรคเพื่อไทยอาจจะปลด ร.ต.อ.เฉลิมก็ได้ มิฉะนั้นแล้วพรรคเพื่อไทยมีแต่จะตกต่ำและสร้างความลำบากใจให้กับคุณหญิงสุดารัตน์&amp;quot; เจอดอกนี้ซ้ำ ถ้า เหลิม ยังจะโต้กลับอีก รับรองแพ้มวยรุ่นลูกแน่ๆ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคู่นี้ก็น่าสนใจ &amp;quot;ตุ๊ดตู่&amp;quot; จตุพร พรหมพันธุ์ กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ อ่านใจ &amp;quot;บิ๊กตู่-ประยุทธ์ จันทร์โอชา เชื่อว่าอีกไม่กี่วันจะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช. วันนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเส้นบางๆ ระหว่างคำว่าได้เปรียบกับเอาเปรียบ ในการเลือกตั้ง เชื่อว่า คสช. รู้ว่าคนไม่พอใจ &amp;quot;ท้ายที่สุด จำปากผมเอาไว้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.อย่างแน่นอน อีกไม่กี่วันถัดจากนี้ไป ถ้ามีการเลือกตั้งและมีความประสงค์จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป&amp;quot; ที่ จตุพร กล้าฟันธงอย่างนั้น คงเพราะมั่นใจว่า &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ต้องการกลับมาเป็นนายกฯ แน่นอน และคงฝืนกระแสสังคมไม่ได้ ต้องตัดใจลาออกก่อน หลังจาก จตุพร ออกจากเรือนจำ คำพูดคำจาสวนทาง คนแดนไกล อยู่เรื่อยๆ พร้อมหนุนแนวทางปรองดองนำพาชาติบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า เมื่อหันหลังให้ &amp;quot;คนแดนไกล&amp;quot; ก็มีโอกาสที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายได้เช่นกัน...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นความเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แล้วชักงงๆ กับตรรกะของอดีต ผบ.ตร.ที่ย้ำว่า &amp;quot;หากประชาชนต้องการให้เป็นนายกฯ ก็ขอให้เลือกผู้สมัครของพรรค และจะจัดการเผด็จการทหารให้ดูอย่างที่เคยพูดไว้ ถ้าได้ผมเป็นนายกฯ รับรองไม่เหมือนเดิม&amp;quot; พร้อมกล่าวอีกว่า &amp;quot;ดูได้จากสมัยเป็น ผบ.ตร. ผมไม่มีอะไรเลย ทำงานแค่ปีเดียว ตำรวจยังบอกว่าเป็นอธิบดีทำงานได้เกือบเท่าอธิบดีเผ่า (พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ) และในวงการตำรวจเรียกผมว่าเบอร์ 2 รองจากอธิบดีเผ่า ซึ่งวันนี้ผมไม่มีอำนาจอะไรเลย แต่ถูกมองว่าความสามารถเบอร์ 2 รองจากอธิบดีเผ่า ดังนั้นหากมีโอกาสบริหารประเทศ คนที่เอ่ยชื่อจะมาเป็นนายกฯ ไม่ต้องมาเทียบผม และหากผมได้ 10 ล้านเสียง จะเปลี่ยนประเทศให้ดู&amp;rdquo; แหม! จะสู้กับเผด็จการกลับไปเปรียบเทียบกับเผด็จการในอดีต จะลงสมัคร นายกฯ อบต. แข่งกับ วรัญชัย โชคชนะ หรืออย่างไร?...0&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2 พรรคการเมืองจัดระดมทุนอย่างคึกคัก เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) จัดงานระดมทุนเข้าพรรคในรูปแบบโต๊ะจีน จำนวน 240 โต๊ะ โต๊ะละ 1 ล้านบาท ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ อ่านบทกวี นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ปาฐกฐา &amp;quot;สถาบันพระมหากษัตรย์กับความเป็นไทย&amp;quot; นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวสุนทรพจน์ &amp;quot;พรรคการเมืองใหม่ของประชาชน&amp;quot; ขณะที่พรรคพลังประชารัฐไม่น้อยหน้า เตรียมจัดงานเลี้ยงระดมทุน &amp;ldquo;ประเทศไทยหนึ่งเดียว&amp;rdquo; ในวันที่ 19 ธ.ค.61 ที่อิมแพค ฟอรั่ม ฮอลล์ 9 ในรูปแบบโต๊ะจีน 200 โต๊ะ โต๊ะละ 3 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 600 ล้านบาท โดยมีดารา นักร้อง มาร่วมเพียบ เป็นแบบอย่างที่ พรรคตระกูลเพื่อ น่าจะเอาตัวอย่างบ้าง อย่าเอาจาก คนแดนไกล อย่างเดียว!...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24552</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ธนกร วังบุญคงชนะ, บันทึกหน้า4, พ.ต.อ.จรุง วิทย์ ภุมมา, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, วรัญชัย โชคชนะ, ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์., สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สุเทพ เทือกสุบรรณ, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธนารักษ์” ลุยรื้อสัญญาเช่าที่ราชพัสดุเร่งโครงการยักษ์เดินหน้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธนารักษ์&amp;rdquo; กางแผนงานปีงบประมาณ 2562 ลุยรื้อสัญญาเช่าที่ราชพัสดุโครงการบิ๊กโปรเจ็กต์ ชูที่ร้อยชักสามกดปุ่มเริ่มสัญญาเช่าใหม่ยาว 30 ปี รับทรัพย์ 2.8 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ภารกิจสำคัญของกรมธนารักษ์ในปีงบประมาณ 2562 คือการเร่งแก้ปัญหาสัญญาเช่าพื้นที่ราชพัสดุโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าโครงการสูงให้เดินหน้าต่อไปได้ทั้งหมด ประกอบด้วยโครงการที่ร้อยชักสาม ที่เซ็นสัญญามาตั้งปี 2548 แต่ผู้ที่ได้รับสัมปทานไม่สามารถดำเนินโครงการได้ เพราะตำรวจดับเพลิงไม่ยอมออกจากพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามล่าสุดได้มีการแก้ไขสัญญาให้เริ่มนับหนึ่งโครงการใหม่ โดยอายุสัมปทาน 30 ปี หลังจากที่ตำรวจดับเพลิงออกจากพื้นที่แล้ว โดยการพัฒนาโครงการยังเป็นโรงแรมบูทิค 6 ดาว และบูรณะอาคารอนุรักษ์ไว้เหมือนเดิม มูลค่าก่อสร้าง 1,040 ล้านบาท และต้องจ่ายผลตอบแทนให้กับกรมธนารักษ์อีก 1,784 ล้านบาท เป็นผลประโยชน์ที่กรมธนารักษ์จะได้ 2,824 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้อัยการกำลังดูร่างสัญญาก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้โครงการพัฒนาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็ได้มีการแก้ไขสัญญาเป็นที่เรียบร้อย ขยายเวลาสัปมทานจาก 25 ปี เป็น 50 ปี และให้ขยายมูลค่าโครงการจาก 2,500 ล้านบาท เป็น 6,000 ล้านบาท โดยสร้างเป็นศูนย์ประชุมอย่างเดียวไม่ต้องสร้างโรงแรมที่พักตามสัญญาเดิม เนื่องจากติดปัญหาเรื่องผังเมืองสร้างอาคารสูงไม่ได้ โดยจะเสนอให้ ครม. เห็นขอบเร็วๆ นี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังมีโครงการพัฒนาศูนย์ราชการโซนซีมูลค่าโครงการ 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเสนอให้ ครม. เห็นชอบ และอยู่ระหว่างการพิจารณานั้น จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนวย กล่าวอีกว่า ในส่วนของสัญญาของการพัฒนาที่ราชพัสดุหมอชิต ก็ได้มีการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว เป็นโครงการลงทุนมูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาท ที่จะทำสัญญาก่อสร้างกับ บริษัท บางกอกเทอร์มินอล ให้เช่าที่ราชพัสดุ 30 ปี เพื่อพัฒนาที่ราชพัสดุหมอชิต ซึ่งเตรียมเสนอให้ ครม. พิจารณาอีกครั้งเร็วๆนี้ &amp;nbsp;โดยกรมธนารักษ์ จะได้ผลตอบแทนจากการให้เช่าที่ราชพัสดุมีมูลค่า 3,000 ล้านบาท แบ่งได้ 2 ส่วน ส่วนที่เป็นทรัพย์สิน เป็นอาคารที่สร้างชดเชยมูลค่าประมาณ 2,400 ล้าน &amp;nbsp;และยังมีเงินสดที่เป็นค่าเช่าที่กรมธนารักษ์ จะได้อีก 600 ล้านบาท ในช่วง 30 ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20011</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, รื้อสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ, ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์., แผนงานปีงบประมาณ 2562, โครงการที่ร้อยชักสาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc55604c1676.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นำ6บุคคลในภาพเข้าเฝ้าฯพระเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 6 บุคคลในภาพสุดภาคภูมิใจได้ถวายงาน &amp;quot;สมเด็จพระเทพฯ&amp;quot; เผยพระจริยวัตรงดงาม &amp;nbsp; &amp;nbsp;เปี่ยมพระเมตตา ทรงงานเพื่อมนุษยชาติ ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานของขวัญล้ำค่าด้านการศึกษา พร้อมใจสืบสานพระราชดำริ ยึดพระองค์ท่านเป็นแบบอย่าง วธ.นำเข้าเฝ้าฯ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 29 มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 28 มีนาคม กระทรวงวัฒนธรรมเชิญบุคคลในภาพตามโครงการ &amp;quot;ตามหาบุคคลในภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนต่างประเทศ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ &amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2561 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและส่งเสริมค่านิยมในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ &amp;nbsp; &amp;nbsp; สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีบุคคลในภาพทั้ง 6 ภาพ ได้แก่ นางชาฮริน ซัลทานา อาซู ชาวบังกลาเทศ บุคคลในภาพที่ 1, พันตรีโชกี วังดี ชาวภูฏาน บุคคลในภาพที่ 2, นายเพชร แสง ชาวกัมพูชา บุคคลในภาพที่ 3, ศ.แพทย์หญิง โจวฉงเล่อ ชาวจีน บุคคลในภาพที่ 4, ดร.เม สบาย พยู นู ชาวเมียนมา บุคคลในภาพที่ 5 และ ศ.ไฮเดอร์ ชาฮ์ ชาวปากีสถาน บุคคลในภาพที่ 6 โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบภาพสำคัญให้กับบุคคลในภาพทั้ง 6 คน จากนั้นทั้ง 6 คนได้เปิดเผยถึงความประทับใจ ความรู้สึก และความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสถวายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางชาฮริน ซัลทานา อาซู อาจารย์ใหญ่โรงเรียนประถมศึกษาของรัฐบาลมารีอาลี บังกลาเทศ กล่าวว่า โรงเรียนนี้ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือในหลายด้าน พระองค์พระราชทานโครงการความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในบังกลาเทศ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ สุขอนามัย โดยเฉพาะการใช้สุขาอย่างสุขลักษณะ รวมถึงด้านโภชนาการของนักเรียน ทรงสอนปลูกพืชผักสวนครัว พระราชทานนมอัดเม็ดให้แก่นักเรียน ซึ่งเด็กๆ ชอบมาก จากพระราชกรณียกิจส่งผลให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งจะยึดการทรงงานของพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างตลอดไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันตรีโชกี วังดี นายทหารองครักษ์นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน กล่าวว่า ตนเองเป็นทีมราชองครักษ์ที่ถวายการดูแลรักษาความปลอดภัยเมื่อครั้งที่เสด็จฯ เยือนภูฏาน ทอดพระเนตรโรงเรียนต่างๆ เป็นเวลา 4 วัน ซึ่งรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติที่ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 6 ของบุคคลในภาพ โดยชื่นชมพระบารมี และพระเมตตาที่พระองค์พระราชทานแก่ประชาชนชาวภูฏาน ทรงมีความอ่อนโยน อ่อนน้อม มีพระราชจริยวัตรที่งดงาม ทรงงานเพื่อมนุษยชาติทั่วโลก ชาวภูฏานเปรียบพระองค์เป็นประมุขของประเทศพระองค์หนึ่ง โดยการที่เสด็จฯ ไปภูฏานครั้งนั้น เป็นการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่าง 2 ประเทศ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ ตนได้นำความปรารถนาดีและคำอวยพรจากชาวภูฏานมาสู่พระองค์ ให้ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน มีพระพลานามัยแข็งแรง และทรงพระเกษมสำราญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเพชร แสง ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีกำปงเฌอเตียล กล่าวว่า รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ได้พระราชทานความช่วยเหลือแก่ชาวกัมพูชาในด้านต่างๆ โดยได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองพระบาทถวายงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 ขณะนั้นพระองค์ได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรพื้นที่ก่อนเปิดสถาบันเทคโนโลยีกำปงเฌอเตียลใน จ.กำปงธม หลายครั้ง ในการเสด็จฯ ทรงเปิดสถาบัน นับเป็นครั้งที่ 5 ที่เสด็จฯ สถาบันแห่งนี้ ตนถวายงานเป็นล่ามส่วนพระองค์ และบรรยายตามจุดต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถาบันแห่งนี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทาน เป็นดั่งของขวัญล้ำค่าด้านการศึกษาให้กับชาวกัมพูชา เพราะการศึกษาคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตจนเป็นที่ประจักษ์จนปัจจุบัน สถาบันแห่งนี้ยังผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพจากรุ่นสู่รุ่น &amp;nbsp;เด็กนับพันคนจบการศึกษาและทำงานพัฒนาประเทศ พระองค์พระราชทานความช่วยเหลือต่อเนื่อง หลายคนได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ไปศึกษาต่อในประเทศไทย เช่นเดียวกับตนเอง ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งใจจะสืบสานแนวพระราชดำริในการพัฒนาสถาบันแห่งนี้ให้ก้าวหน้าต่อไป ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชาวกัมพูชา ยังผลต่อการพัฒนาประเทศ ทำให้ชาวกัมพูชาต่างรักและเทิดทูนพระองค์เป็นอย่างมาก&amp;quot; &amp;nbsp;นายเพชรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.แพทย์หญิง โจวฉงเล่อ ศ.ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลหมายเลข 1 แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวว่า รู้สึกมีความสุขและภาคภูมิมากที่ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 6 บุคคลในภาพ มีความประทับในพระองค์ ทรงเป็นกันเอง ภาพนี้พระองค์เสด็จฯ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี 2544 มีพระราชปฏิสันถารกับคณะหมอเรื่องสิทธิสตรี ทรงห่วงใยปัญหาสุขภาพเด็ก สตรี สนทนาเรื่องนี้อย่างสนพระทัยและจดบันทึกตลอดเวลา พระองค์ได้พระราชทานความช่วยเหลือทั้งด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แม้เวลาจะผ่านมานาน แต่ยังจดจำได้ดี ชาวจีนทุกคนรักพระองค์ท่าน ความสัมพันธ์ไทย-จีนเป็นไปด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.เม สบาย พยู นู อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หมายเลข 7 เมียนมา กล่าวว่า ไม่ได้มีโอกาสง่ายๆ ที่จะได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ โรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หมายเลข 7 เมืองย่างกุ้ง ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่พระองค์พระราชทานความช่วยเหลือ ก่อนที่พระองค์เสด็จฯ มาโรงเรียน ซึ่งเป็นกังวลว่าจะทำโครงการนี้ได้ดีหรือไม่ แต่เมื่อเสด็จฯ มาถึงแล้ว ได้เห็นพระองค์แย้มพระสรวล พระราชทานความช่วยเหลือโรงเรียนหลายด้าน สุขอนามัยเกษตรกรรม และการพัฒนาห้องสมุด ซึ่งจะพัฒนาโครงการนี้ต่อไป เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาของเด็กและเยาวชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ไฮเดอร์ ชาฮ์ อดีตรองอธิการบดีวิทยาลัยอิสลาเมียแห่งเปศวาร์ ปากีสถาน กล่าวว่า ในวันนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทุกคณะในวิทยาลัย ทอดพระเนตรระบบการศึกษาและทรงห่วงใยปัญหาภัยจากผู้ก่อการร้ายในปากีสถาน ตรัสรัฐบาลไทยพร้อมให้การสนับสนุนด้านการศึกษา สุขอนามัย นอกจากนี้ เสด็จฯ ไปพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญของรัฐบาลปากีสถาน ซึ่งภาคภูมิใจที่ได้ถวายงาน และอยากให้พระองค์เสด็จฯ ปากีสถานอีกครั้ง เพราะไทยและปากีสถานมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 29 มี.ค.นี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จะนำบุคคลในภาพทั้ง 6 คน เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ &amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 16 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6023</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานสัปดาห์หนังสือ, ถวายงานสมเด็จพระเทพฯ, ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์., ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abba5006f01b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
