<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด 10 จังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดมากที่สุดในวันนี้  กรุงเทพฯ นำโด่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 19 ก.ย. ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ได้รายงาน10 จังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด มากที่สุด สำหรับข้อมูลในวันที่ 19 ก.ย.2564 &amp;nbsp;อันดับ 1 กทม. &amp;nbsp;มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 2,880 ราย ตามด้วย ตามด้วยสมุทรปราการ 1,030 ราย &amp;nbsp;และอันดับ 3 ชลบุรี &amp;nbsp; 926 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช็ก 10 อันดับด้านบน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117147</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 จังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดมากที่สุด, ศูนย์ข้อมูลโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_6146c106428c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 07:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 07:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดไทยลด! ติดเชื้อใหม่17,491ราย คร่าเพิ่ม242คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม 2564 รวม 17,491 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อใหม่ 17,093 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 398 ราย ผู้ป่วยสะสม 1,037,923 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) หายป่วยกลับบ้าน 22,134 ราย หายป่วยสะสม 834,344 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) ผู้ป่วยกำลังรักษา 195,454 ราย เสียชีวิต 242 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114198</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ, ศูนย์ข้อมูลโควิด-19, เสียชีวิต, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_6122f17aa21f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10 อันดับ จังหวัดติดโควิดสูงสุด อีก 17 จังหวัดติดเชื้อเป็น 0</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.64 &amp;nbsp;- &amp;nbsp;ศูนย์ข้อมูลโควิด 19 ได้รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข เวลา 01.00 น. พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ใน 60 จังหวัด โดยมี 17 จังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ ได้แก่ อุดรธานี ลำพูน ลำปาง พิจิตร นครพนม สกลนคร ชุมพร สุโขทัย อุตรดิตถ์ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอน อุทัยธานี บึงกาฬ และมุกดาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ 10 อันดับผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดรายวัน ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1 กทม. รายใหม่ 1,218 ยอดสะสม 58,906 ราย
อันดับ 2 สมุทรปราการ 495 ยอดสะสม 12,249 ราย
อันดับ 3 สมุทรสาคร 171 ยอดสะสม 5,127 ราย
อันดับ 4 ปทุมธานี 167 ยอดสะสม 6,123 ราย
อันดับ 5 ชลบุรี 145 ยอดสะสม 5,929 ราย
อันดับ 6 นครปฐม 81 ยอดสะสม 2,577 ราย
อันดับ 7 สงขลา 81 ยอดสะสม 2,486 ราย
อันดับ 8 นนทบุรี 77 ยอดสะสม 9,463 ราย
อันดับ 9 เพชรบุรี 70 ยอดสะสม 7,999 ราย
อันดับ 10 ปัตตานี 69 ยอดสะสม 886 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106895</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์ข้อมูลโควิด 19, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210619/image_big_60cd9d265f1ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์ข้อมูลโควิด 19 เผยตัวเลขฉีดวัคซีนโควิดแล้ว 3,959,356 โดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 - ศูนย์ข้อมูลโควิด 19&amp;nbsp; สรุปการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 (สะสมวันที่ 28 ก.พ. - 2 มิถุนายน 2564) ทั้งหมด 3,959,356 โดส แบ่งเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข็มที่ 1 จำนวน 2,738,289 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข็มที่ 2 จำนวน 1,221,067 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าลืมสวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง หมั่นล้างมือ เช็คชื่อใน &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; และลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105130</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด19, ศูนย์ข้อมูลโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8490c1e841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นนทบุรียังสูง พบผู้ป่วยยืนยันโควิด19 เพิ่ม 138 ราย   พบคลัสเตอร์ ร้านหมูสะเต๊ะ (เจ๊พัน)ป่วย 11 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 64 ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 จังหวัดนนทบุรี รายงานยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในพื้นที่พบ 138 ราย โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการติดเชื้อภายในครอบครัว และตลาดสด
เพศหญิง 83 ราย &amp;nbsp;เพศชาย 55 ราย &amp;nbsp;ต่างชาติ 14 ราย (พม่า 11 ราย ลาว 3 ราย)
ภูมิลำเนา
อำเภอเมือง 49 ราย
อำเภอปากเกร็ด 32 ราย
อำเภอบางบัวทอง 29 ราย&amp;nbsp;
อำเภอบางใหญ่ 18 ราย&amp;nbsp;
อำเภอบางกรวย 2 ราย
อำเภอไทรน้อย 2 ราย
มีอาการ 64 ราย คิดเป็น &amp;nbsp;46.38%
ไม่มีอาการ &amp;nbsp;74 &amp;nbsp;ราย คิดเป็น &amp;nbsp;53.62%
ความสัมพันธ์ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน 138 ราย
กลุ่มผู้ป่วยยืนยันที่สำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;‼️จำเป็นต้องระบุรายละเอียดจำเพาะเจาะจงเพื่อการควบคุมโรคให้ได้โดยเร็ว ทีมสอบสวนโรค จึงขออภัยมา ณ โอกาสนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ร้านหมูสะเต๊ะ (เจ๊พัน) 11 ราย, เทศบาลนครนนทบุรี 8 ราย, สมบัติตลาดสด 3 ราย, ตลาดเทศบาลนครนนทบุรี 3 ราย, เอื้ออาทรวัดกู้ 3 ราย, คอนโดเมืองทอง 2 ราย, ร้านข้าวแกงสุโขทัยตลาดนกฮูก 2 ราย, เอื้ออาทรบางใหญ่ซิตี้ 2 ราย, จิตรจิตร์อพาร์ทเม้น 2 ราย, เอื้ออาทรท่าอิฐ, เอื้ออาทรราชพฤกษ์, ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุบ้านคอยดูแล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำแนะนำสำหรับประชาชน
เนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ผู้ที่ไปในสถานที่หรือสงสัยว่าสัมผัสกับผู้ป่วยติดเชื้อข้างต้น ในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา ให้ประเมินตนเองเพื่อรับทราบความเสี่ยง ได้ที่ Application ด้านล่าง&amp;nbsp;
&amp;quot;ประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงโควิด19 ของตนเองได้ที่&amp;nbsp;
https://agnosteam96.wixsite.com/nonselfcheck&amp;quot; (ถ้ามีความเสี่ยงสูงและอาการเร่งด่วนจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อไป ภายใน 24 ชั่วโมง) หรือ &amp;nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับศูนย์สื่อสารความเสี่ยงโควิด 19 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ที่เบอร์ 061 394 5402 / 061 172 2534 / 061 174 2260 / 061 394 5403 เพื่อคัดกรองความเสี่ยงก่อนไปตรวจ
‼️ค่า CT (Cycle Threshold)
- ถ้า CT ที่ต่ำ แสดงว่ามีปริมาณไวรัสสูง โอกาสแพร่เชื้อสูงกว่า
- ถ้า CT ที่สูง แสดงว่ามีปริมาณไวรัสต่ำ โอกาสแพร่เชื้อต่ำกว่า
⭐ สืบค้น timeline ผู้ป่วย ได้ที่
http://203.157.109.21/timeline/index.php
(ประมาณ 1 - 2 วัน จากวันรายงาน)
⬇️ ข้อมูลสรุปย่อผู้ป่วยยืนยัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102277</URL_LINK>
                <HASHTAG>นนทบุรี, นยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19, ศูนย์ข้อมูลโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_60977355076ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พณ.’เพิ่งตื่นเสนอ‘บิ๊กตู่’ แจกหน้ากาก‘กลุ่มเสี่ยง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ถก 13 หน่วยจัดหาเวชภัณฑ์ป้องโควิด-19 ชง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อนุมัติงบซื้อหน้ากากแจกฟรี รพ.-บุคลากรทางการแพทย์-กลุ่มเสี่ยง ปชป.สอบปมกักตุนนัดแรก 23 มี.ค. เตือน &amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot; ถ้าพรรคเสียหายต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ตัวเลขการผลิตหน้ากากอนามัย จากเดิม&amp;nbsp;1.2-1.3&amp;nbsp;ล้านชิ้นต่อวัน แต่ขณะนี้สามารถผลิตได้&amp;nbsp;2.28&amp;nbsp;ล้านชิ้นต่อวัน โดยจะจัดสรรให้บุคลากรแพทย์&amp;nbsp;1.3&amp;nbsp;ล้านชิ้นต่อวัน กระทรวงพาณิชย์จัดสรรให้ประชาชนกว่า&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แสนชิ้น ส่วนหน้ากากทางเลือกนั้น เราอยากให้ประชาชนได้ใช้ กระทรวงมหาดไทยและจิตอาสาร่วมกันผลิต มียอดสะสม&amp;nbsp;12.8&amp;nbsp;ล้านชิ้น มีเป้าหมายให้ได้&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านชิ้นในเดือน มี.ค.นี้ ส่วนกรมราชทัณฑ์ผลิตได้ยอดเกือบ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แสนชิ้น กระทรวงกลาโหมกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนชิ้น และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนชิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายคมสัน ขวัญใจธัญญา รักษาการประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ยืนยันว่าประชาชนไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะสินค้าเรามีเพียงพอ เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่ผลิตอาหารส่งออกเป็นลำดับต้นๆ ของโลกอยู่แล้ว ปริมาณข้าวที่มีเราสำรองไว้บริโภคได้ทั้งปี หากเทียบเคียงกับตอนน้ำท่วมปี 54 ตอนนั้นโรงงานผลิตและคลังกระจายสินค้าถูกน้ำท่วมหมด อาหารยังไม่ขาดแคลน แต่ครั้งนี้โรงผลิตและคลังสินค้าไม่ได้รับผลกระทบอะไร และหากสินค้าบนชั้นวางหมด สามารถเติมได้ทันทีภายในเวลา 12 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ขณะนี้การสั่งสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น การจัดส่งอาจล่าช้าจากเดิมบ้าง แต่ถือเป็นทางเลือกหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมการบริหารจัดการด้านเวชภัณฑ์ป้องกันร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 13 ฝ่ายว่า กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ให้ร่วมกันดูแลเรื่องเวชภัณฑ์ป้องกันไม่ให้ขาดแคลน และมีเพียงพอกับความต้องการใช้ จึงได้มีการประชุมร่วมกันและเห็นควรเสนอมาตรการด้านเวชภัณฑ์ป้องกันที่จำเป็นต้องใช้รองรับการระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้ว และจะนำเสนอให้คณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาเห็นชอบในวันที่ 23 มี.ค.นี้ เพราะจะมีการปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการใหม่ทั้งหมด และต้องเสนอของบประมาณจากรัฐบาลในการดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมาตรการดำเนินการในส่วนของหน้ากากอนามัย ได้กำหนดให้จัดหาให้กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำไปใช้ในโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ให้ได้มากที่สุด เพราะถือเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องใช้สูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ และเพื่อความปลอดภัย โดยกระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่า ถ้ามีหน้ากากอนามัยเพิ่มจากเดิม 30-50% จากที่ได้รับในปัจจุบัน น่าจะเพียงพอต่อความต้องการใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการกระจายให้กับกลุ่มเสี่ยงนั้่น จะเสนอให้ป็นอำนาจของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อระดับจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 เป็นผู้พิจารณาการกระจายหน้ากากอนามัยให้กับกลุ่มเสี่ยงต่างๆ เพราะทางจังหวัดรู้ดีว่าในพื้นที่ใครคือกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มแท็กซี่ กลุ่มผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ กลุ่มที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ เป็นต้น ซึ่งจะต้องให้กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ มีหน้ากากอนามัยใช้ป้องกันตัวเองและป้องกันการแพร่ระบาด โดยกระทรวงสาธารณสุขจะไปหารือกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาว่าความต้องการที่แท้จริงเป็นยังไงต่อไป สำหรับประชาชนทั่วไป จะรณรงค์ให้ใช้หน้ากากทางเลือก หน้ากากผ้า ซึ่งรัฐบาลได้ส่งเสริมให้มีการผลิตเพิ่มขึ้นโดยลำดับแล้ว &amp;nbsp;
แจกหน้ากากหมอ-กลุ่มเสี่ยง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะเสนอให้รัฐบาลเป็นผู้รับภาระงบประมาณในส่วนนี้ ค่าใช้จ่ายตรงนี้ เพราะหน้ากากอนามัยที่ผลิตได้ ต้องนำไปจัดสรรให้แพทย์ ให้บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มเสี่ยงก่อนเป็นลำดับแรก โดยจะเป็นการจัดสรรให้ฟรี ซึ่งต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อนว่าเห็นชอบตามที่เสนอหรือไม่&amp;rdquo; นายจุรินทร์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเวชภัณฑ์ป้องกันอื่นๆ เช่น เจลล้างมือ และแอลกอฮอล์ กระทรวงอุตสาหกรรมรับผิดชอบไปดำเนินการให้มีการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ที่จำเป็นต้องใช้ เพราะขณะนี้กรมสรรพสามิตได้ผ่อนผันให้นำเอทานอลซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญมาเป็นส่วนผสมจำหน่ายได้แล้ว แต่พบว่ามีปัญหาเรื่องบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะต้องปรับเปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ หน้ากาก N95 ที่ใช้ทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบจัดหา และกระจายให้สถานพยาบาลทุกประเภท ทุกสังกัดทั้งรัฐและเอกชน ชุด PPE (Personal Protection Equipment) อุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล หรือชุดคลุมทั้งตัวที่ต้องใช้ในห้องติดเชื้อ กระทรวงสาธารณสุขจะรับผิดชอบในการจัดหาและกระจายเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันทางการจีนแจ้งมาว่าจะช่วยบริจาคให้ประเทศไทยจำนวน 2,000 ชุด หลังจากที่มีการเจรจากับอุปทูตจีน ถุงมือยางทางการแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยืนยันว่ายังมีเพียงพอ สำหรับที่วัดไข้หรือเทอร์โมมิเตอร์ ทาง อย.จะรับเป็นเจ้าภาพในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่จะขอนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย &amp;nbsp;พร้อมกับจะทำการเร่งรัดการดำเนินการอนุญาต และปรับปรุงกฎระเบียบให้สามารถนำเข้ามาได้ง่ายขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า ขณะนี้สถาบันร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งผลิตหน้ากากผ้าอนามัย 10 ล้านชิ้น เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน คาดจะนำมาแจกจ่ายในล็อตแรกได้ในช่วงสัปดาห์หน้าประมาณ 1-2 ล้านชิ้น โดยสถาบันจะตรวจสอบคุณภาพผ้าให้ตรงตามมาตรฐานกำหนด สามารถกรองอนุภาคที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 5 ไมครอน แม้จะป้องกันไม่ได้สูงเท่าหน้ากากทางการแพทย์ แต่สามารถใช้ป้องกันในชีวิตประจำวันได้ และประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะนำไปซักกลับมาใช้ใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท&amp;nbsp;ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ไปรษณีย์ไทยยังเปิดรับฝากส่งพัสดุประเภทเจลแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัย รวมถึงหน้ากากผ้า สำหรับการฝากส่งภายในประเทศ แต่กรณีฝากส่งระหว่างประเทศ จะส่งออกได้เฉพาะหน้ากากผ้าเท่านั้น ไม่สามารถฝากส่งเจลแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัย เนื่องจากเจลแอลกอฮอล์เป็นของเหลวที่ห้ามฝากส่งทางอากาศยาน ส่วนหน้ากากอนามัย เป็นสินค้าที่ต้องห้ามส่งออกไปต่างประเทศตามประกาศกระทรวงพาณิชย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.บุณยรัสน์ พุกกะเวส นายแพทย์ (สบ 7) รพ.ตำรวจ, พล.ต.ต.หญิงสุรัมภา รอดมณี ผบก.วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ, พ.ต.อ.คลัง เสถียรธนเศรษฐ รอง ผบก.กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ และศาสตรจารย์ ดร.นงนุช เหมืองสิน ผู้อำนวยการหลักสูตรสาขาวิชาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรมบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ &amp;ldquo;ร่วมจัดหาและผลิตเจลล้างมืออนามัยเพื่อสุขอนามัยของตำรวจและประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า จุฬาฯ นำเจลล้างมือจำนวน 200 ลิตร มามอบให้กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตั้งเป้าจะผลิตส่งให้ตำรวจสัปดาห์ละ 1,000 ลิตร เพื่อแจกจ่ายให้กับสถานีตำรวจทั่วประเทศ และให้ประชาชนที่ไปติดต่อราชการที่สถานีตำรวจได้ใช้ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 โดยจะผลิตจนกว่าสถานการณ์ไวรัสนั้นจะดีขึ้น
ปชป.เริ่มสอบกักตุน 23 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมืองฯ จ.พิษณุโลก พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 &amp;nbsp;เป็นประธานรับมอบแอลกอฮอล์ 99.5% จากนายเทวกุล ปัทมะสุวรรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานวิศวกรรมและประกันคุณภาพ บริษัท แม่สอดพลังงานสะอาด จำกัด เพื่อให้ทางกองทัพภาคที่ 3 จำนวน 2,000 ลิตร ในการนำไปผลิตเจลแอลกอฮอล์ สำหรับล้างมือแจกจ่ายให้กับกำลังพลและครอบครัว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในกรณีของการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีการกล่าวหาว่าสมาชิกพรรคมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากาก ส่งออกหน้ากากอนามัยว่า พรรคยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้ หัวหน้าพรรคได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และความคืบหน้าที่สำคัญมีการเก็บข้อมูล ทั้งกรณีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมกล่าวหา และคำชี้แจงของนางมัลลิกา บุญมีตระกูล ตั้งมหาสุข ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ซึ่งนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการประชุมนัดแรกในวันจันทร์ที่ 23 มี.ค. เวลา 13.00 น. ซึ่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ จะต้องได้ข้อยุติโดยเร็วตามคำสั่งหัวหน้าพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) และคณะอนุกรรมาธิการ ป.ป.ช.ได้มีการเรียกสมาชิกของพรรคเข้าไปตรวจสอบ เป็นกระบวนการตรวจสอบในฝ่ายนิติบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร พรรคไม่กังวลพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันอยู่ตลอดว่าในส่วนของพรรคเราได้มีการตรวจสอบคุณอัจฉริยะที่กล่าวหาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่หลายครั้งแล้ว และวันนี้ผมส่งสัญญาณไปยังคุณอัจฉริยะว่าข้อเท็จจริงต่างๆ ถ้าเกิดมีการเปิดเผยจะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ตรงไปตรงมา แล้ววันหนึ่งปรากฏว่าข้อเท็จจริง กรณีของการกล่าวหานั้นทำให้พรรคหรือหัวหน้าพรรคเกิดความเสียหาย คุณอัจฉริยะต้องรับผิดชอบกับการกระทำในวันนี้&amp;quot; นายราเมศระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60409</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตุนหน้ากากอนามัย, ซื้อหน้ากากแจกฟรี, บุคลากรทางการแพทย์, ผลิตหน้ากากอนามัย, ศูนย์ข้อมูลโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e74d44b94cd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอนกักตัวเอง14วัน ‘บิ๊กตู่’ขอปชช.มีจิตสำนึก/‘สธ.’พบชาวผูดี้ติดเชื้อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขอร้องคนไทยกลับจาก ตปท.กักตัวให้ครบ 14 วัน มั่นใจมาตรการคุมเข้มได้ผล ย้ำหน้ากากอนามัยผลิตเสร็จต้องให้บุคลากรการแพทย์ก่อน &amp;quot;ศูนย์ข้อมูลโควิด-19&amp;quot; เผยเล็งใช้แอปฯ ติดตามตัวกลุ่มเสี่ยง &amp;quot;สธ.&amp;quot; พบชาวอังกฤษต่อเครื่องเข้าไทยติดเชื้อไวรัส 1 ราย จับตา &amp;quot;ผีน้อย&amp;quot; หญิงไทยวัย 30 ปีมาจากเกาหลี มีไข้ส่งตัวเฝ้าระวัง &amp;quot;จุฬาราชมนตรี&amp;quot; ออกแนวทางปฏิบัติตนช่วงโควิดระบาด &amp;quot;ท่าอากาศยาน&amp;quot; 25 แห่งเพิ่มความเข้มงวด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 6 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงมาตรการรับมือและแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ในรายการ Government Weekly EP.30 ช่วง PM Talk ผ่านเพจไทยคู่ฟ้า ตอนหนึ่งระบุว่า รัฐบาลมีมาตรการรับมือโควิด-19 ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดหลายประเทศทั่วโลก โดยมีมาตรการตั้งแต่การคัดกรอง ตรวจสอบ และเข้ารักษาที่มีมาตรฐานระดับสูง ซึ่งทั้งสถานพยาบาลและบุคลากรของเราถือว่ามีความพร้อมจนสามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการแพร่กระจายในประเทศของเราเอง โดยตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางสนามบิน ท่าเรือ ชายแดน และด่านตรวจจุดสกัดต่างๆ ทุกด่าน โดยความร่วมมือของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หลายคนห่วงกังวลในเรื่องแรงงานต่างประเทศ ซึ่งจริงๆ แล้วมีแรงงานไปทำงานหลายประเทศด้วยกัน แต่ขณะนี้ที่เป็นปัญหามากคือในส่วนที่กลับมาจากประเทศเกาหลีใต้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดในความคิดของตน รัฐบาลและทุกคนต้องมองคนเหล่านี้เป็นคนไทย จึงมีสิทธิได้รับการดูแล รักษา และป้องกันเช่นเดียวกับคนไทยอื่นๆ ไม่ว่าจะทำถูกหรือผิดกฎหมาย ซึ่งวันนี้เกาหลีใต้ได้อนุญาตให้ผีน้อยกลับประเทศได้ประมาณ 5,000 คน ซึ่งจะทยอยเข้ามา ดังนั้นเราต้องมีมาตรการรองรับให้ได้ ทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของเราที่ทำงานได้ดีตลอดมาตั้งแต่ในช่วงแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ได้ประสานหารือกับต้นทางคือเกาหลีใต้ ให้มีมาตรการคัดกรองและกักตัว 14 วันก่อนออกเดินทาง รวมทั้งทุกสายการบินมีการตรวจสอบอยู่แล้วก่อนขึ้นเครื่อง และในส่วนปลายทางของเราจะทำอย่างไรกับคนที่จะเข้ามาใหม่ ซึ่งหากมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆเราก็จะมี 2 มาตรการเสริม ได้แก่ 1.การให้อยู่ในสถานควบคุมของกระทรวงสาธารณสุข 2.คนที่ไม่มีไข้กลับมาจากประเทศต้นทางที่มีการแพร่ระบาดหาพื้นที่ในการควบคุมในภูมิลำเนา โดยเฉพาะคนที่มาจากเมืองแทกูและคย็องซัง ต้องถูกกักตัวในพื้นที่ควบคุมโรค 14 วันทันที เมื่อผ่าน 14 วันไปแล้วก็ต้องระมัดระวังตัวเอง วันนี้หลายคนมีข่าวมาเรื่อยๆ ว่าบางคนยังไม่ครบ 14 วัน แต่กลับออกไปโน่นไปนี่ เป็นสิ่งที่อยากขอร้องประชาชน เพราะตัวเองรู้ตัวเองอยู่แล้ว ไปไหนมาก็ต้องรู้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า สำหรับหน้ากากอนามัยที่มีปัญหามาก เนื่องจากเราผลิตได้จำนวนจำกัดวันละกว่า 1 ล้านชิ้น และได้ให้เร่งเต็มที่ 11 โรงงาน แต่วัสดุการผลิตหน้ากากมาจากต่างประเทศ ที่ตอนนี้ลดลงไปเกินครึ่ง จึงเป็นปัญหา แต่วันนี้ยอดรวมกำลังเร่งผลิตให้ได้ 35-38 ล้าน พร้อมสั่งการกระทรวงพาณิชย์ให้ไปดูในเรื่องการผลิต ซึ่งขณะนี้ได้มีเฝ้าโรงงานเพื่อเก็บข้อมูลว่าผลิตได้จำนวนเท่าไหร่ในแต่ละวัน มีบัญชีควบคุมหรือไม่ และตรวจสอบแผนการจำหน่าย ตรวจสอบว่าถูกกระจายไปที่ไหนบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้แบ่งสัดส่วนไว้ 2 ส่วนคือ ให้กระทรวงสาธารณสุขเพื่อไปดูแลบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนที่เหลือก็ให้เข้าสู่ช่องทางการจำหน่ายให้ถึงประชาชน ขณะเดียวกันตนได้ให้คนไปสำรวจในทุกพื้นที่ ปรากฏว่าไม่พอจริงๆ ไม่พอจากต้นทางมา ซึ่งในส่วนที่กักตุนก็อีกเรื่องที่กักตุนลักลอบไปขายต่างประเทศ ต้องลงโทษเด็ดขาด เพราะพวกนี้ถือว่าเอาเปรียบประชาชนและทำให้ประเทศชาติที่กำลังมีปัญหาอยู่มีปัญหามากขึ้น แบบนี้ไม่ได้ ต้องช่วยกันเสียสละบ้าง อีกอันคือที่มีการลักลอบ หรือนำเข้าถูกกฎหมาย หน้ากากจากต่างประเทศ ซึ่งจะเห็นว่าราคาแพงมาก แต่ของไทยควบคุมราคาที่ 2.50 บาท&amp;quot; นายกฯ กล่าว
บิ๊กตู่มั่นใจแผนคุมผีน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการเตรียมความพร้อมในการเดินทางกลับบ้านของแรงงานไทย เพื่อความปลอดภัยของแรงงานไทยจากเกาหลีใต้ที่เดินทางกลับประเทศ และเพื่อคัดกรองผู้ป่วยให้ได้รับการรักษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับนางคัง คยองฮวา รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ โดยได้ตกลงที่จะร่วมมือกันใน 3 มาตรการ คือ 1.ขอให้แรงงานไทยอยู่ในเกาหลีใต้ 14 วันก่อนที่จะเดินทางกลับไทยเพื่อเฝ้าดูอาการ 2.เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจคัดกรองที่สนามบินสำหรับผู้โดยสารที่จะขึ้นเครื่องของทุกสายการบินที่จะเดินทางมาไทย (exit screening) และ 3.ขอให้เกาหลีใต้ส่งข้อมูลแรงงานไทยที่ลงทะเบียนเดินทางกลับไว้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้ เพื่อที่จะได้เตรียมการและส่งแรงงานไทยกลับภูมิลำเนาได้อย่างเรียบร้อย โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ให้คำมั่นว่าจะดูแลคนไทยในเกาหลีใต้เป็นอย่างดี หากเจ็บป่วยก็จะนำเข้ากระบวนการรักษาให้หายดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ มั่นใจต่อมาตรการที่เตรียมการไว้เพื่อรองรับการเดินทางกลับบ้านของแรงงานไทยจากเกาหลีใต้ เข้าใจสังคมที่มีความห่วงกังวล รัฐบาลมีการประเมินสถานการณ์ทุกวันโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้ประชาชนเข้าใจ และให้ความร่วมมือกับการดำเนินการตามมาตรการเพื่อความปลอดภัยในสังคม&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำนักนายกรัฐมนตรี ที่บริเวณตึกนารีสโมสร โดยนายวิษณุได้กำชับนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ จะต้องแถลงเพิ่มเติมจากทีมแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะในเรื่องข้อกฎหมาย กรณีการจะต้องกักกันตัวเป็นเวลา 14 วัน ถือเป็นข้อบังคับหรือไม่ และหากใครฝ่าฝืน ไม่เข้าสู่การกักกันตัวแล้วจะต้องถูกดำเนินการอย่างไร รวมถึงเรื่องการแจกจ่ายหน้ากากอนามัย และตอนนี้ยังมีประเด็นเพิ่มเติมเข้ามาคือเรื่องเจลล้างมือ แอลกอฮอล์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากการแถลงข่าวของศูนย์ทุกวัน เมื่อเสร็จแล้วจะดำเนินการรายงานต่อนายกฯ ในทันที แล้วนายกฯ อาจจะมีข้อสั่งการใดลงมา แต่ถ้าเกิดกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่สำคัญมากนายกฯอาจจะลงมาแถลงข่าวด้วยตัวเองที่ศูนย์นี้ หรืออาจจะเป็นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่อาจจะมาแถลงข่าวก็ได้&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดต่อไวรัสโควิด-19 พร้อมด้วยนายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ, นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.), นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษา รมว.แรงงาน และนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ครั้งแรกของการเปิดศูนย์ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจักษ์กล่าวว่า สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ มีการเดินทางกลับตั้งแต่เดือน ธ.ค.62 สัปดาห์ละ 200-400 คน, เดือน ม.ค. 200-300 คน และเดือน ก.พ. 300 คน แสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้อยู่ในระยะเวลาเฝ้าดูอาการ 14 วันแล้ว แต่ก็ได้ส่งอาสาสมัครเข้าไปดูแล ยืนยันว่าไม่ได้ละเลย หรือมองข้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.รุ่งเรืองกล่าวว่า หากพบว่าผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ 3 กลุ่มคือ กลุ่มแรก ไม่สบาย มีไข้ หรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ จะนำตัวส่งโรงพยาบาลในเครือข่าย สธ. หรือสถาบันบำราศนราดูรทันที, กลุ่มที่สอง มาจากพื้นที่เสี่ยง รัฐบาลได้จัดสถานที่ในการดูแลแล้ว และกลุ่มที่สาม กลุ่มเสี่ยงน้อย เจ้าหน้าที่กระทรวง สธ.มีอำนาจหน้าที่ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว และจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามดูแลสอบถามอาการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการประสานกับทุกหน่วยงาน เราทราบข้อมูลทุกคนที่เดินทางกลับเข้าประเทศ โดยจะมีทีมแพทย์ที่แยกติดตามดูกลุ่มนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งจะมีการเริ่มนำแอปพลิเคชันติดตามตัวเหมือนในต่างประเทศมาใช้ เพื่อเตรียมการไปสู่ในระยะต่อไป&amp;quot; โฆษก สธ.กล่าว&amp;nbsp;
พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เป็นตัวรับแทนรับมอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 70,000 กรมธรรม์ เบี้ยประกันภัย จำนวน 7 ล้านบาท วงเงินคุ้มครอง 3,500 ล้านบาท จากนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และบริษัทประกันวินาศภัย 20 บริษัท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรมธรรม์ดังกล่าวมีระยะเวลาความคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่แจ้งรายชื่อ ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2563 ตามความคุ้มครองทันทีหลังตรวจพบว่าเจ็บป่วย หรือติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 5 หมื่นบาทต่อคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ว่า พบชาวอังกฤษ เป็นผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 เข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูรแล้ว และทำงานประจำมีสำนักงานอยู่ที่ฮ่องกง โดยก่อนเดินทางมาไทยออกจากกรุงลอนดอน แล้วแวะพักเครื่อง (Transit) ที่ฮ่องกง 7-8 ชั่วโมง ก่อนมาไทย จากนั้นเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง พบว่ามีไข้ เสมหะ และผลตรวจยืนยันว่าเป็นโควิด-19 ล่าสุดรักษาตัวในสถาบันโรคทรวงอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุมกล่าวว่า ในส่วนการติดตามแรงงานผิดกฎหมายจากเกาหลีใต้ (ผีน้อย) เดินทางกลับเข้าประเทศไทย พบมีหญิงไทยอายุ 30 ปี ตรวจที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีไข้ จึงส่งเข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร อยู่ระหว่างรอผลยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวในโรงพยาบาลปัจจุบันอยู่ที่ 16 ราย รักษาหายแล้ว 31 ผู้ป่วยยืนยันสะสม 48 ราย และปัจจุบันไทยเป็นอันดับ 24 ของโลก&amp;quot; นพ.สุขุมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด สธ.กล่าวว่า หลังมีประกาศ 4 ประเทศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย ทั้งเกาหลี จีน อิตาลี และอิหร่าน หากผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเหล่านี้ไม่กักตัวอยู่กับบ้าน ยังออกไปกินเที่ยว ไม่รับผิดชอบต่อสังคม เจ้าพนักงานสามารถใช้อำนาจตามกฎหมาย พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ดำเนินการไปนำตัวคนเหล่านี้มากักไว้ในพื้นที่ควบคุมได้ทันที และจำนวนประเทศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ของการระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะประเทศที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เคยประกาศไปอย่าง ญี่ปุ่น, เยอรมนี, ไต้หวัน, ฝรั่งเศส และสิงคโปร์ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทาง แต่หากเป็นการเดินทางกลับเข้ามาก็ต้องกักตัวเองเป็นเวลา 14 วันเพื่อดูอาการ นอกจากนี้ยังมีอีก 4 ประเทศ คือ สเปน สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา ถ้าใครไปประเทศเหล่านี้ ก็ขอให้เลี่ยงที่ชุมนุม ระมัดระวังตัวเอง สวมใส่หน้ากากอนามัย และหลังกลับมาก็ต้องกักตัวเช่นกัน หากมีอาการให้รีบมาโรงพยาบาล หรือโทร.สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 จะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ รวมถึงการเข้าดำเนินการ&amp;quot; ปลัด สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงปัญหาหน้ากากอนามัยโรงพยาบาลขาดแคลน นพ.สุขุม ยอมรับว่า บางแห่งเหลือประมาณ 2 สัปดาห์-1 เดือน ขณะนี้ไม่ใช่ภาวะปกติ ต้องใช้สอยอย่างประหยัด แต่ต้องมีสต๊อกอย่างน้อย 1 เดือน ส่วนโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย สังกัด กทม.และเอกชน ให้ประสานมาที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแต่เดิมได้โควตากว่า 100,000 ชิ้น แต่วันนี้เป็นต้นไปมีโควตา 600,000-700,000 แสนชิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนชุดป้องกันเชื้อมีการสั่งมาจากต่างประเทศทั้งหมด 400,000 ชุด โดย 10,000 ชุดมาถึงแล้ว กำลังกระจายไปยังโรงพยาบาล ส่วนที่เหลือจะทยอยมาใน 2 เดือนนี้&amp;quot; ปลัด สธ.กล่าว
หน้ากากอนามัยถึง รพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เยี่ยมการกระจายหน้ากากอนามัยให้บุคลากรทางการแพทย์ ที่ รพ.ศิริราช โดยมี รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช ร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า มาดูที่โรงพยาบาลศิริราช โรงงานได้มาส่งแล้ว และเห็นด้วยว่ามีใบส่งสินค้ามาจากโรงงานผู้ผลิตตามคำสั่งของศูนย์ว่าออกมาจำนวนเท่าไหร่ และมาส่งที่โรงพยาบาลศิริราช ไม่ผ่านที่ไหนเลย ซึ่งการทำงานของศูนย์ จะมีการประชุมทุกวัน เพื่อให้การบริหารจัดการยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุด โดยดูว่าสต๊อกที่ไหนมีเพียงพอสำหรับช่วงเวลาเท่าไหร่ เพื่อแก้ปัญหาให้มีการกระจายให้ทั่วถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจากนี้จะเดินทางไปเยี่ยมชมการกระจายหน้ากากอนามัยให้กับโรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักงานจุฬาราชมนตรี ออกแถลงการณ์ขอความร่วมมือมุสลิมทุกคนให้ยึดแนวทางการปฏิบัติตนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค จำนวน 7 ข้อ ประกอบด้วย 1.หลีกเลี่ยงการสลามด้วยการสัมผัสมือ การสวมกอด และการสัมผัสแก้ม โดยให้ยกมือสลามกันเท่านั้น 2.ให้มีการทำความสะอาดอุปกรณ์ และทำความสะอาดสถานทีบริเวณที่มีผู้สัมผัสมาก 3.หลีกเลี่ยงหรืองดการจัดกิจกรรมสาธารสุข การจัดค่ายอบรมต่างๆ และการจัดประชุมสัมมนา หากมีความจำเป็นจะต้องจัดกิจกรรม ให้ผู้จัดจะต้องเตรียมความพร้อมในการคัดกรองผู้เข้าร่วมกิจกรรม และมีมาตรการป้องกันและควบคุมโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ศาสนาอนุญาตให้สวมใส่หน้ากากอนามัยในการทำการละหมาด 5.งดในการรับประทานอาหารในแบบถาดร่วม ให้แบ่งใส่ภาชนะที่ใช้เฉพาะของตนเอง และงดการรับประทานอาหารใช้มือป้อน 6.งดการอาบน้ำละหมาดในบ่อน้ำหรืออ่างใหญ่ร่วม และ 7.ผู้เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบียตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.2563 จนถึงปัจจุบันหามีไข้หวัดให้ไปพบแพทย์ทันที และให้พักอยู่บ้าน 14 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมท่าอากาศยาน (ทย.) นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวว่า ได้ตั้งคณะทำงานดำเนินการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยคุกคาม โรคระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อกำหนดแนวทาง มาตรการเฝ้าระวัง และติดตามผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงแนวทางการสั่งการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเพื่อให้สามารถปฏิบัติการได้ทันท่วงที โดยมี นายจรุณ มีสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน เป็นประธานคณะทำงานฯ ได้ประชุมทางไกล conference กับท่าอากาศยานในความดูแล 25 แห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามข้อมูล แนวทางการปฏิบัติในการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยาน ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศทุกท่าอากาศยาน การดำเนินการตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัส COVID-19 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงการตั้งกองทุนสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า กรมประชาสัมพันธ์ได้เชิญชวนบริจาคเข้าบัญชีในธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล ซึ่งกองทุนดังกล่าวเป็นการประเดิมด้วยเงินเดือน 1 เดือนของคณะรัฐมนตรีทั้ง 36 คน เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการร่วมบริจาคปฐมฤกษ์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค.นี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนไทยส่วนหนึ่งต้องการมีส่วนร่วม จึงเปิดโอกาสให้ร่วมบริจาค เพราะไม่ต้องการรับบริจาคเป็นสิ่งของ เนื่องจากเกรงจะเกิดความยุ่งยากในการบริหารจัดการ หากเป็นเงินบริจาคจะได้สามารถนำไปช่วยเหลือได้หลายอย่าง หรือนำไปเยียวยาได้ ทั้งนี้สำหรับยอดเงินบริจาคโดยรวมล่าสุด สามารถสอบถามได้จากทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ดูแลกองทุนดังกล่าว&amp;quot; อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59051</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กักตัวให้ครบ, กักตัวให้ครบ 14 วัน, คนไทยกลับจาก ตปท., บุคลากรการแพทย์, ศูนย์ข้อมูลโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน้ากากอนามัย, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e625fc85f51c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
