<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประสิทธิ์ เจียวก๊ก&#039; ร้องศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่ ถูกฟ้องผิดคน ยันทำงานรับจ้างไม่มีบริษัท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.64 - นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 284 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายสมบูรณ์ เจียวก๊ก อายุ 54 ปี พี่ชาย&amp;nbsp;ได้นำเอกสารหลักฐานการถูกฟ้องคดีเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เพื่อขอให้ช่วยประสานโจทก์ช่วยถอนฟ้องคดีให้ เนื่องจากจากเชื่อว่าเป็นการฟ้องผิดตัวอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป มีรายได้วันละ 200-300 บาท ไม่มีบริษัทเป็นของตัวเอง และตำแหน่งอยู่ในบริษัทตามที่ผู้ฟ้องกล่าวอ้าง (บ.เว็บสวัสดี สวัสดี จำกัด (มหาชน) โดยเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีหมายศาลอาญามาถึงตนนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญา ในวันที่ 23 ส.ค.64 รู้สึกตกใจมาก ไม่รู้จะปรึกษาใคร จึงได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ให้ช่วยเหลือและประสานโจทย์ช่วยถอนฟ้องให้ด้วย เพราะเชื่อว่าคนฟ้องต้องการฟ้อง นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ซึ่งเป็นคนละคนกับตนที่เป็นข่าวโด่งดังก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อปี 2561 ตนเคยถูก ปปช.เรียกไปสอบสวนเกี่ยวกับคดีเลี่ยงภาษีจากการขายคอนโดมิเนียม แถวย่านอ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ หลังจากตนเข้าให้ข้อมูล เรื่องก็เงียบหายไป จนมาถูกฟ้องคดีอีกครั้ง ตอนนี้ยอมรับว่ากังวลมาก กลัวจะติดคุกกับสิ่งที่ไม่ได้ทำ และขอวิงวอนไปยังคนฟ้อง หากทราบข่าวนี้ ช่วยถอนฟ้องคดีให้กับตนด้วย เพราะตนไม่มีปัญญาจะหาเงินไปวิ่งเต้นสู้คดี และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าศาลอาญาอยู่ที่ไหน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ไม่มี เพราะทำงานจ้างรายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสมบูรณ์ เจียวก๊ก พี่ชายนายประสิทธิ์&amp;nbsp;ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับนายประสิทธิ์ คนที่เป็นข่าวโด่งดัง ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกัยครอบครัว และไม่เคนเจอหน้ากัน ส่วนเป็นญาติกันหรือไม่ก็ไม่ทราบ เท่าที่รู้มีนามสกุลเหมือนกันและที่โชคร้าย ชื่อของน้อง ก็ไปตรงกัน ยอมรับว่าเห็นนายประสิทธิ์ เพียงแต่ในทีวีเท่านั้น ตอนนี้เป็นห่วงน้องมาก เพราะทราบว่าถูกฟ้องในคดีฉ้อโกง รวมถึง 4 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกฤตย์พล ปัจฉิม จนท.ศูนดำรงธรรม จ.กระบี่ ได้แนะนำให้นายประสิทธิ์ผู้ที่ถูกฟ้องเดินทางไปที่ศาลอาญาตามที่ศาลได้นัดหมาย เพื่อชี้แจงรายละเอียดต่อศาล ซึ่งเชื่อว่าคดีนี้เป็นการฟ้องผิดตัวอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109675</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee94b882277.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ค้าร้านอาหารโวย &#039;รพ.กระบี่&#039; หน้าเลือด! ไล่ตะเพิดไม่ให้ขายต่อทั้งที่ร่วมควักเงินสร้างอาคารหลังใหม่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารภายในโรงพยาบาลกระบี่ จำนวน 6 ราย ได้เดินทางไปที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่ เพื่อขอความเป็นธรรมหลังจากทาง รพ.กระบี่ ให้หยุดขายอาหารโดยไม่แจ้งล่วงหน้า อีกทั้งเงินที่ลงทุนซื้อของมาเพื่อเตรียมขาย ก็ไม่รู้จะเอาไปขายที่ไหน ที่ผ่านมาไม่เคยผิดสัญญาหรือค้างค่าเช่าแต่อย่างใด โดยมีนายสมปอง รัตนะ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่ รับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกษศิรินทร์ ขยันการ อ.33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/5 ถ.มหาราช ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ.กระบี่ เจ้าของร้านขายข้าวแกงร้านเกษศิรินทร์ เล่าถึงความทุกข์ หลังจากที่ทาง รพ.กระบี่ ให้หยุดขายอาหาร ใน รพ.กระบี่ ว่า ตนเองกับแม่ได้เช่าร้านขายอาหารข้าวแกงและอาหารตามสั่ง ในโรงอาหารของ รพ.มากว่า 20 ปี และเมื่อ 3 ปี ที่ผ่านมา ทาง รพ.กระบี่ แจ้งว่าจะทำการสร้างโรงอาหารหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ชำรุด โดยขอรวบรวมเงินจากแม่ค้าพ่อค้าที่ขายอยู่จำนวน 10 ร้าน ร้านละ 3 แสนบาท แทนค่าเช่าปีละ 1 แสนบาท รวม 3 ล้านบาท&amp;nbsp;หลังจากหมดสัญญา 3 ปี ก็จะให้สิทธิบรรดาพ่อค้า แม่ค้ารายเดิมขายต่อเนื่อง ด้วยความหวังว่าจะได้ขายอาหารใน รพ.ตลอดไป ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายรายปีเพิ่มทุกปีก็ยอม ได้หาเงินก้อนรวบรวมให้รพ.สร้างโรงอาหารหลังใหม่เสร็จจะได้สิทธิต่อเนื่อง แต่มีแค่คำพูดปากเปล่า ไม่ได้มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสร้างเสร็จพวกตนก็ได้ขายจนครบ 3 ปี แต่หลังจากนั้นทาง รพ.บอกว่า ขอปรับปรุงโรงอาหาร อยู่ในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมา และให้พ่อค้าแม่ค้ามาขายที่ใต้ตึก รพ.แทน แต่จู่ๆเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา รพ.ได้เปิดให้มีการประมูลโรงอาหารแก่รายใหม่ไปแล้ว พ่อค้าแม่ค้าที่ขายอยู่เดิม ต้องย้ายข้าวของออกไป ตกใจมาก เพราะข้าวของที่เตรียมไว้ขายซื้อไว้ครบแล้ว ไม่รู้จะขายที่ไหน ลูกจ้าง 3 คน ต้องตกงาน ภาระเงินผ่อนทั้งรถทั้งบ้าน ไม่รู้จะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกษศิรินทร์ กล่าวว่า สาเหตุที่รู้ว่าถูกให้ออกจากร้าน เนื่องจากโทรไปถามเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;รพ.กระบี่ คนหนึ่ง บอกว่าพวกตนไม่มีสิทธิแล้ว เนื่องจากทาง รพ.มีผู้ประมูลรายใหม่ได้สิทธิไปแล้ว อยู่ที่ั้ผู้ประมูลได้รายใหม่จะเลือกใครขาย ตนเห็นว่าทาง รพ.กระบี่ ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับพวกตน จึงได้เดินทางมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ขอให้ช่วยกลับไปขายอาหารได้อีกครั้ง เพราะได้ติดต่อผู้ประมูลได้รายใหม่แล้วบอกว่าเต็มแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมปอง รัตนะ​ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรง​ธรรม​ จ.กระบี่ กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ก็จะประสานแจ้งความเดือดร้อนของพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอยู่เดิมไปยัง รพ.กระบี่ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71050</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ร้องขอความเป็นธรรม, ร้องทุกข์, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่, โรงพยาบาลกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f0828ac212b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2019 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2019 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านบุกยื่นหนังสือทวงถามคืบหน้าจัดสรรที่ดินให้คนจน แฉนายทุนปิดเส้นทางขนส่งผลผลิตเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มชาวบ้าน ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ กว่า 150 คน ร่วมชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ ยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้านโยบายจัดสรรที่ดินทำกินให้คนจนที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้&amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ รับปาก ขอเวลาตรวจสอบพื้นที่ภายใน 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.62 - กลุ่มเครือข่ายผู้เรียกร้องที่ดินทำกิน ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ รวมกว่า&amp;nbsp;150 คน นำโดยนายสมใจ นวลนุ่น แกนนำกลุ่มบางสันพัฒนา&amp;nbsp;อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เดินทางมาร่วมชุมนุมที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เพื่อทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้ามาตรการการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับผู้ไม่มีที่ดินทำกิน ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้ประชาชนมาลงทะเบียนไว้เมื่อปลายปี 2561 เนื่องจากได้ล่วงเลยเวลามามากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ได้ผ่านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสร็จสิ้นลง จึงเรียกร้องให้เร่งดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับคนยากจน โดยมีนายสมชาย นุชนานนท์เทพ ผู้อำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 12 กระบี่ พันตรีพิจิตร พรพิทักษ์ หัวหน้าฝ่ายการข่าว กอรม.กระบี่&amp;nbsp;โดยรับปากว่าจะลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางที่มีการขุดปิดเส้นทางเข้าออกพื้นที่ของชาวบ้านให้แล้วเสร็จภายในเวลา 3 วัน ส่วนการตรวจสอบพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทาน&amp;nbsp;ใช้ระยะเวลา&amp;nbsp;1 เดือน เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว กลุ่มผู้เรียกร้องที่ดินทำกินพอใจแยกย้ายกันกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมใจ นวลนุ่น ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ต.ค.61 ได้มายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ และลงทะเบียนรายชื่อผู้ไร้ที่ดินทำกินไว้แล้ว ตามที่ทางจังหวัดได้เปิดโอกาสให้มาขึ้นทะเบียนไว้ แล้วบอกว่าจะจัดสรรที่ดินให้ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในสวนปาล์มน้ำมัน บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด มีพื้นที่ประมาณ 10,891 ไร่ บริเวณหมู่ที่ 4, 5, 7, 8 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ซึ่งตอนนี้เวลาผ่านมากว่า 6 เดือน ก็ยังไม่มีท่าทีจากทางจังหวัดจะนำที่ดินมาจัดสรรให้ จึงได้รวมตัวกันมาทวงถามความคืบหน้า เพราะเกรงว่าเรื่องจะเงียบหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;ไม่สามารถเดินทางนำผลผลิตปาล์มน้ำมัน ยางพาราในพื้นที่ของตัวเองออกมาขายได้&amp;nbsp;เนื่องจากมีผู้นำชุมชนในพื้นที่นำรถแบ็คโฮมาขุดคูปิดเส้นทางเข้าออกพื้นที่ที่ผ่านสวนปาล์มน้ำมันของบริษัทเอกชนรายดังกล่าวจึงเรียกร้องให้ผู้ว่าฯกระบี่ตรวจสอบด้วย&amp;quot;นางสมใจ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36910</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, จัดสรรที่ดินทำกินให้คนจน, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่, เครือข่ายผู้เรียกร้องที่ดินทำกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5ceb906bdb4ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายเกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน บุกศาลากลางทวงถามสัญญาแจกที่ดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;พ.ค.62 - กลุ่มเรียกร้องที่ดินทำกินในพื้นที่ จ.กระบี่ และ จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 50 คน นำโดยนายชูวงศ์ มณีกุล ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน เดินทางมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ อาคารศาลากลาง (หลังเก่า) เลขที่ 5 ถนนอุตรกิจ ต.ปากน้ำ อ.เมือง&amp;nbsp;จ.กระบี่ เพื่อทวงถามความคืบหน้าเรื่องขอรับการจัดสรรที่ดินทํากินตามนโยบายรัฐบาลและนโยบายจังหวัดที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมาลงทะเบียนไว้เมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า โดยมีนายศรณ์ รักรงค์ ป้องกันจังหวัดกระบี่ เป็นตัวแทนรับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวงศ์ มณีกุล ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ต.ค.61 ได้มายื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ และลงทะเบียนรายชื่อผู้ไร้ที่ดินทำกินไว้แล้ว เนื่องจากทางจังหวัดได้เปิดโอกาสให้มาขึ้นทะเบียนไว้ แล้วบอกว่าจะจัดสรรที่ดินให้ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในสวนปาล์มน้ำมัน บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด มีพื้นที่ประมาณ 10,891 ไร่ บริเวณหมู่ที่ 4,5,7,8 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ซึ่งตอนนี้เวลาผ่านมากว่า 6 เดือน ก็ยังไม่มีท่าทีจากทางจังหวัดจะนำที่ดินมาจัดสรรให้ จึงได้รวมตัวกันมาทวงถามความคืบหน้า เพราะเกรงว่าเรื่องจะเงียบหายไป เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรณ์ รักรงค์ ป้องกันจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35716</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่-สุราษฎร์ธานี, จังหวัดกระบี่, ป้องกันจังหวัดกระบี่, ร้องเรียนที่ดินทำกิน, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่, แกนนำเครือข่ายเกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd91805a62a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของค่ายมวยเครียดหนัก ควงมีดบุกศูนย์ดำรงธรรมร้องผู้สมัคร ส.ส.เบี้ยวเงิน 3 แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เมื่อนายอรุณ ธรรมดี อายุ 62 ปี ชาวจังหวัดสงขลา เจ้าของค่ายมวยในตำบลทับปริก อ.เมืองกระบี่ ได้เดินทางมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมชักมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุต ออกมาและบอกว่าจะฆ่าตัวตาย&amp;nbsp;หากคู่กรณีคือ นายรุ่งโรจน์ ศรีนวลละออง ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 กระบี่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน&amp;nbsp;ไม่ยอมจ่ายหนี้ให้จำนวน 300,000 บาท ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มาติดต่อที่ศูนย์ดำรงธรรมแล้วแต่ไม่สามารติดต่อคู่กรณีได้ พร้อมกับเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่เรียกคู่กรณีมาเจรจาต่อหน้า พ.ต.ท.หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ สร้างความตื่นตระหนกแก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ต่างก็วิ่งหนีออกจากห้องเป็นที่วุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ประสาน พ.ต.อ.สมเด็จ สุขการ ผกก.สภ.เมืองกระบี่ พ.อ.ฐากูร พากเพียรทรัพย์ หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จ.กระบี่ นายนันธวัช เจริญวรรณ ปลัดจังหวัดกระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่แผนกจิตเวช โรงพยาบาลกระบี่ หน่วยกู้ภัย เพื่อมาช่วยระงับเหตุ และช่วยกันเกลี้ยกล่อมอยู่นานประมาณ 40 นาที นายอรุณ ก็มีท่าทีสงบลง และยอมส่งมีดให้เจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่รับว่าจะพาไปช่วยเจรจากับคู่กรณีให้ ท่ามกลางความโล่งอกของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรุณ&amp;nbsp;บอกว่า ตนมีอาชีพค้าขายและเป็นเจ้าของค่ายมวย ใน ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ เมื่อวานนี้ก็ได้เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ว่าขอให้ประสานกับนายรุ่งโรจน์ ศรีนวลละออง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.กระบี่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน มาเจรจาพูดคุยตกลงเรื่องหนี้สินที่ยืมไปจำนวน 300,000 บาท หลังจากที่เคยฟ้องร้องเป็นคดีและศาลสั่งให้นายรุ่งโรจน์ คืนเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแล้ว แต่นายรุ่งโรจน์ กลับทำนิ่งเฉย ไม่ยอมจ่ายคืนให้ ทำให้รู้สึกร้อนใจและเป็นกังวลมาก เนื่องจากตัวเองก็ไปยืมเงินเพื่อนบ้านมาอีกทอดหนึ่ง ทุกวันนี้ก็ยังจ่ายคืนให้ไม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรุณ บอกว่า เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายรุ่งโรจน์ ก็ได้รับคำตอบว่า หลังเสร็จจากเลือกตั้ง ส.ส.ก็จะเข้ามาพูดคุยด้วย ตอนนี้ไม่ว่าง หลังจากนั้นก็วางสายไป และไม่สามารถติดต่อได้อีก ทำให้ตนเกิดความน้อยใจและกลับไป พร้อมกับขู่ว่า จะฆ่าตัวตายโดยการปีนเสาไฟกระโดดฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีทางออกแล้ว ทำให้นายรุ่งโรจน์ติดต่อมาอีกครั้งว่าจะนัดเจอที่ศูนย์ดำรงธรรมในวันนี้ แต่เมื่อมาถึง เขาก็ไม่มาตามนัดและติดต่อไม่ได้ ทำให้ตนเกิดความโมโหและตั้งใจจะฆ่าตัวตายจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้พาไปควบคุมสติอารมณ์และจะพาไปพบกับนายรุ่งโรจน์ เพื่อเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31891</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้สมัคร ส.ส.กระบี่, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่, สภ.เมืองกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190321/image_big_5c9326c61e56f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
