<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2020 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ค้าตลาดประชารัฐแทบเป็นลม! เจ้าอาวาสวัดดังชัยนาท สั่งให้ย้ายออก-ขอคืนพื้นที่ทำลานจอดรถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ค้าตลาดประชารัฐ ภายในวัดปากคลองมะขามเฒ่า วัดดังชัยนาท สุดช็อกเจอประกาศแบบฟ้าผ่าของเจ้าอาวาสวัดขอคืนพื้นที่ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำโรงทานและลานจอดรถ ขีดเส้นตายให้ขนย้ายแผงค้าออกจากวัดภายใน 15 วัน&amp;nbsp;ทำให้ผู้ค้ากว่า 60 รายเดือดร้อนหนักเพราะไม่มีที่ทำกินแบบกะทันหัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดปัญหาภายในวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ที่ออกประกาศขอคืนพื้นที่บริเวณตลาดประชารัฐ ส่งผลให้ผู้ค้ากว่า 60 รายได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่มีที่ทำกินแบบไม่ทันตั้งตัว จึงได้เข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาทเพื่อขอให้ประสานเจรจากับเจ้าอาวาสวัดเพื่อขอความเห็นใจและเปิดพื้นที่ให้กลับมาค้าขายได้อีกครั้งหลังจากต้องถูกปิดไปในช่วงโรคโควิดแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธนา แรกขึ้น นายอำเภอวัดสิงห์ พร้อมด้วย นางจิรประภา เอี่ยมเจริญ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท และ น.ส.พรเพ็ญ โตประเสริฐ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท ได้ประสานให้นายวิเชียร บัวแก้ว ไวยาวัจกรวัดปากคลองมะขามเฒ่า เจรจาพูดคุยกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเพื่อหาทางออกร่วมกันแต่การเจรจาพูดคุยไม่เป็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร บัวแก้ว อายุ 77 ปี ไวยาวัจกร ซึ่งเป็นตัวแทนของพระราชสุทธิโสภณ เจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า ยืนยันให้พ่อค้าแม่ค้าปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว เพราะเป็นความประสงค์ของท่านเจ้าอาวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร กล่าวว่า ตอนแรกท่านเจ้าอาวาสต้องการให้มีการปรับปรุงสถานที่ภายในตลาดเพื่อให้มีความพร้อมตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ก่อน จึงจะอนุญาตให้เปิดค้าขายได้ตามปกติ แต่ท่านเจ้าอาวาสกลับถูกพ่อค้าแม่ค้าบางคนพูดจากดดันเร่งให้เปิดตลาดทั้งที่ทางวัดยังไม่พร้อม นอกจากนี้ยังมีผู้ค้าบางรายไปโพสต์โซเชียลด้วยข้อความหยาบคาย แม้จะไม่ได้มีการเอ่ยชื่อวัด แต่คนในพื้นที่ก็จะทราบดีว่าเป็นเรื่องตลาดในวัด ทำให้เจ้าอาวาสไม่สบายใจ จึงออกประกาศขอคืนพื้นที่บริเวณตลาด เพื่อทำการปรับปรุงภูมิทัศน์และทำโรงทาน โดยให้พ่อค้าแม่ค้าขนย้ายแผงค้าออกไปจากวัดภายใน 15 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.นันท์นภัส มั่งอาจ อายุ 46 ปี แม่ค้าในตลาด บอกกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า รู้สึกใจหายกับประกาศของท่านเจ้าอาวาส ไม่คิดว่าจะเป็นความประสงค์ของท่านจริงๆ เพราะปกติท่านเป็นพระใจดีมีเมตตา จึงอยากขอความเห็นใจจากท่าน เพราะตนมีลูก 2 คนต้องเลี้ยงดู ตอนนี้เหลือเงินติดตัวแค่ 200 บาท เมื่อทางวัดมีประกาศให้ย้ายร้านออกไป ทำให้ตนไม่มีที่ค้าขายและยังไม่รู้ว่าต่อจากนี้ไปจะทำอย่างไรดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายยุทธนา แรกขึ้น นายอำเภอวัดสิงห์ เปิดเผยว่า จะนำเรื่องนี้เสนอให้ผู้ว่าฯชัยนาทรับทราบ เพื่อหาแนวทางเข้าไปพูดคุยกับเจ้าอาวาสวัดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาทางออกให้วัดและประชาชนอยู่ร่วมกันได้โดยไม่เกิดการแตกแยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วัดปากคลองมะขามเฒ่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดชัยนาท เนื่องจากเป็นวัดที่เคยมีพระครูวิมลคุณากร หรือ &amp;quot;หลวงปู่ศุข&amp;quot;&amp;nbsp;พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ประชาชนทั่วสารทิศให้ความเคารพนับถือ และเป็นอาจารย์ของเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70518</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอคืนพื้นที่วัด, จังหวัดชัยนาท, ตลาดประชารัฐ, วัดปากคลองมะขามเฒ่า, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200704/image_big_5f0091988ab2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านรวมตัวร้องศูนย์ดำรงธรรมชัยนาท ถูกผู้ใหญ่บ้านนำชื่อไปกู้เงินกองทุนสตรีเป็นหนี้ไม่รู้ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหนอง หมู่ที่ 8 ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท จำนวนกว่า 20 คนเข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท เพื่อขอความเป็นธรรมและเร่งรัดให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดกับผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งที่นำรายชื่อและเอกสารสำคัญของพวกตนไปทำเรื่องเข้าร่วมโครงการขอกู้เงินเพื่อประกอบอาชีพกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบลตลุกตั้งแต่ปี 2556 โดยที่ชาวบ้านไม่รู้เรื่องและไม่เคยได้รับเงินกู้มาใช้แม้แต่บาทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนชาวบ้าน เล่าว่า ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคนในหมู่บ้านในการประสานงานกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบลตลุก โดยในปี 2556 มีโครงการกู้เงินเพื่อประกอบอาชีพของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบลตลุก ชาวบ้านจะต้องรวมกลุ่มกัน 5 คนเพื่อขอกู้เงิน จำนวน 30,000-50,000 บาท เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ เช่น กลุ่มเลี้ยงปลาทับทิมกระชัง , กลุ่มแม่ค้าอาหารตามสั่ง , กลุ่มเลี้ยงกบบ้านหนอง , กลุ่มเลี้ยงปลาผสมบ้านหนอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็มีชาวบ้านอีกหลายราย โดยเฉพาะผู้สูงอายุไม่ได้ยื่นเรื่องเข้าร่วมโครงการกู้เงิน แต่กลับถูกนำรายชื่อและเอกสารสำคัญไปสวมสิทธิขอกู้เงินโดยไม่รู้ตัว&amp;nbsp;บางคนเพิ่งจะมาทราบว่า ตนเองถูกสวมชื่อกู้เงินต้องกลายเป็นหนี้ทั้งที่ไม่ได้ก่อ และกลัวว่าหากผู้ใหญ่บ้านคนนี้ไม่ยอมชำระหนี้เงินกู้ให้กองทุน พวกตนจะต้องชำระหนี้แทน จึงได้รวมตัวกันไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.สรรพยา ไว้เป็นหลักฐาน และเข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสรรพยา และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและเอาผิดกับผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60728</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชัยนาท, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท, สำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e7994137571d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
