<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวจริงแท้แน่นอน!สรรพากรยกเว้นภาษีให้บุคลากรทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ชี้แจงผ่านไลน์ระบุว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง สรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้ จากค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิด-19 ให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยว่า &amp;ldquo;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าตอบแทนเสี่ยงภัยที่บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขได้รับจากกระทรวงสาธารณสุขในปีภาษี 2564 เพื่อช่วยบรรเทาภาระภาษีและสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานสู้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID &amp;ndash; 19)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรมสรรพากรเห็นถึงความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ออกร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. &amp;hellip;.) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ในการเฝ้าระวังสอบสวน ป้องกัน ควบคุม และรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) เป็นการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับ 1. ค่าตอบแทนเสี่ยงภัยในการเฝ้าระวัง สอบสวน ป้องกัน และรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2. ค่าตอบแทนในการให้คำปรึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อรับมือกับสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ3. ค่าตอบแทนในการให้บริการฉีดวัคซีนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นอกสถานพยาบาล ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จ่ายให้ในปีภาษี 2564 ตามที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงสรุปได้ว่าการยกเว้นภาษีดังกล่าวจะช่วยบรรเทาภาระภาษีและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เช่น แพทย์ พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ เจ้าหน้าที่สืบสวนโรค พนักงานขับรถรับส่งผู้ป่วย รวมทั้งบุคคลที่มิใช่ข้าราชการหรือข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาด้านสาธารณสุข เป็นต้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.rd.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) หรือโทร. 1161
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118201</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, กระทรวงการคลัง, บุคลากรทางการแพทย์, ภาษีเงินได้, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153f31b1ea1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 06:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 06:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039;ขอตัดงบฯตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมทั้งโครงการ ซัดจ้องปิดปากประชาชน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64-การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจาณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565&amp;nbsp; ช่วงค่ำวันที่19ส.ค.ที่ผ่านมา มีการพิจาณา มาตรา15 กระทรวงคมนาคม วงเงิน 57,154 ล้านบาท โดยนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายขอปรับลดงบ 4.18ล้านบาทของกระทรวงคมนาคมในโครงการซื้อโดรนถ่ายภาพทางอากาศ ที่มีราคาแพงเกินจริง ตั้งงบมา 1.1แสนบาทต่อตัว ทั้งที่ราคาในตลาด รุ่นเดียวกับที่กระทรวงคมนาคมจะซื้อ ตัวท็อปอยู่ที่ 67,400บาทต่อตัว ดูแล้วแพงเกินจริง การจัดซื้อโดรนดังกล่าวบางจังหวัดได้ บางจังหวัดไม่ได้ ใช้เกณฑ์อะไร และไม่รู้ว่า ซื้อมาแล้วใช้กันเป็นหรือยัง ในวิกฤติขณะนี้ไม่ควรซื้อโดรน ขอให้ลดการผลาญ สงสารประชาชนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นที่ประชุมลงมติให้ความเห็นชอบมาตรา 15ด้วยคะแนน222ต่อ87 งดออกเสียง2 ไม่ลงคะแนน7 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีการพิจรณา มาตรา16 งบประมาณกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมวงเงิน 3,821ล้านบาท โดยนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล&amp;nbsp; อภิปรายว่า ขอตัดงบประมาณศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมทิ้งทั้งโครงการจำนวน 79 ล้านบาท โครงการนี้บอกว่า มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่เกี่ยวกับการดำเนินคดีข่าวปลอม แต่ปรากฏว่า ศูนย์ฯเลือกตรวจสอบเฉพาะข่าวเป็นผลลบต่อรัฐบาล แต่ข่าวปลอมที่เป็นผลบวกต่อรัฐบาลไม่มีการตรวจสอบ ตอกย้ำตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องรัฐบาล ศูนย์ฯเคยบอกมีภารกิจตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ดำเนินคดีผู้กระทำผิด แต่กลับขอให้ปิดการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมาก ขู่ประชาชนอาจถูกดำเนินคดีถ้าแชร์ข่าวเท็จ ทั้งที่บางครั้งเป็นการเล่นแอพริฟูลเดย์ ตั้งคณะอนุกรรมการมาดำเนินคดีกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามีกระทรวงดีอีเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีหรือเพื่อปิดปากประชาชน การไล่ฟ้องดำเนินคดีกับประชาชนไม่สามารถแก้ปัญหาข่าวปลอมได้ การเอาอำนาจชี้ว่าอะไรคือความจริงหรือเท็จไปอยู่กับหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับฝ่ายการเมืองไม่มีทางสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้ ถ้าศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเป็นผู้เผยแพร่ข่าวปลอมเอง ใครจะดำเนินคดี ควรให้ศูนย์นี้เป็นหน้าที่องค์กรภาคประชาสังคม สื่อมวลชน ให้เป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง ตราบใดที่หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ภายใต้ภาครัฐ เอาภาษีประชาชนไปใช้ผูกขาดความจริงอยู่กับฝ่ายตัวเอง ใช้อำนาจกฎหมายปิดปากประชาชน ไม่สมควรได้งบแม้แต่บาทเดียว&amp;quot; นายปกรณ์วุฒิ&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมลงมติให้ความเห็นชอบมาตรา16 เห็นด้วย228 ไม่เห็นด้วย68 งดออกเสียง2 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วงเงิน&amp;nbsp; 11,235,713,600 บาท นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การจัดงบประมาณกระทรวงทรัพย์ฯ ขัดประสิทธิภาพ ไม่เหมาะกับสถานการณ์ในประเทศ จึงขอตัดงบลง 7 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของกรมป่าไม้ แม้จะแจกไม้มีค่าให้ประชาชนทุกปี แต่ขอให้แจกกล้าไม้อายุ2ปี ขึ้นไป เพราะมีโอกาสกล้าจะรอดตาย นำไปปลูกจะได้ผลดีมีมาก ส่วนกระทรวงทรัพยากรน้ำ ได้งบน้อยมาก ควรได้งบเพิ่มขึ้น เพื่อสนองต่อความต้องการของประชาชน เรื่องกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่เป็นอนาคตของประเทศไทย หากมีการขุดน้ำที่ลึกลงไปอีก เชื่อว่าจะแก้ปัญหาภัยแล้งได้ ในปี2565 ควรจัดงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพในเรื่องน้ำด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา20.15น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมได้สอบถามมติ ผลปรากฏว่า ที่ประชุมเห็นด้วย 221 ไม่เห็นด้วย 59 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 2 จากนั้นนายชวน ได้สั่งปิดประชุม และนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 20ส.ค. เวลา 9.30น. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113914</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดีอีเอส, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์กุล, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611eebfc964c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 06:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 06:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีอีเอส&#039;เตือนสติชี้เล่ห์ข่าวปลอมยุคโควิด มุ่งโจมตีนโยบายรัฐ-กุเฟคนิวส์ข่าวสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 6-13 ส.ค.64 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีข้อความที่เข้ามาทั้งสิ้น 13,240,026 ข้อความ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 230 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 135 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด 94 เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการประสานงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข่าวที่ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว จำนวน 67 เรื่อง โดยตลอดสัปดาห์นี้ได้ทำการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ไปแล้ว &amp;nbsp;39 เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เรื่องสภากาชาดไทย นำเลือดที่ได้จากการบริจาคฟรี จำหน่ายให้กับโรงพยาบาล เรื่องตำรวจเอาประทัดยักษ์ยัดใส่มือม็อบ บังคับให้กำประทัดจนแตกใส่มือ และพบเด็กอาชีวะถูกยิงเสียชีวิตจากการร่วมชุมนุมม็อบ 10 สิงหา ตามลำดับ สอดคล้องกับสถานการณ์เบาะแสข่าวปลอม จากการมอนิเตอร์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตลอดสัปดาห์นี้ ที่พบว่าสัดส่วนข่าวปลอมในกลุ่มข่าวสุขภาพ และข่าวนโยบายรัฐ/ความสงบเรียบร้อยของสังคม มีจำนวนใกล้เคียงกัน&amp;rdquo; นางสาวนพวรรณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือจากประชาชนในการแก้ปัญหาข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter &amp;nbsp;เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand &amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER &amp;nbsp;และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 เพื่อหลีกเลี่ยงจากการเป็นเหยื่อข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113303</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น, มุ่งโจมตีนโยบายรัฐ, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118560e8c58d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องเรียกค่าเสียหายรัฐแก้โควิดเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประเดิมรายแรก!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;มารดา&amp;quot; อดีตผู้บุกเบิกวงการอี-สปอร์ตที่เสียชีวิตจากโควิด-19 ส่งพี่ชายยื่นศาล ปค.กลาง ฟ้องรัฐแก้โควิดล้มเหลวทำลูกชายเสียชีวิต เรียกค่าชดใช้ 4.53 ล้านบาท &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; บุกศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สั่งยกระดับเฝ้าระวังเฟกนิวส์ ฟันพวกบิดเบือนข้อมูลโควิด-วัคซีนเฉียบขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 พ.ค. นายกุลเชษฐ์ วัฒนผล พี่ชายของนายกุลทรัพย์ วัฒนพล หรือ &amp;quot;อัพ VGB&amp;quot; อดีตผู้บุกเบิก วงการอี-สปอร์ต ของไทยที่เป็นผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายที่ 137 เพราะประสานหาที่ตรวจไม่ได้และได้รับการรักษาช้า&amp;nbsp; รับมอบอำนาจจากมารดาเข้ายื่นฟ้องศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp; หรือ ศบค., เลขาธิการนายกรัฐมนตรี,สำนักนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้พิจารณาสั่งให้ผู้ถูกฟ้องทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 4,530,000 บาท จากกรณีละเลยต่อหน้าที่ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควรเป็นเหตุให้นายกุลทรัพย์ต้องเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกุลเชษฐ์ระบุว่า การเสียชีวิตของนายกุลทรัพย์มาจากการไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ทำให้เชื้อโควิด-19 ทำลายปอดจนไม่สามารถรักษาได้ และเสียชีวิตในวันที่ 23 เม.ย.64 ซึ่งจากการปฏิบัติหน้าที่ของ ศบค. ที่ประกาศแจ้งว่ามีศูนย์ช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินตามหมายเลขสายด่วน ได้แก่ 1330, 1422, 1668, 1669, 1323 ซึ่งเป็นสายด่วนของกรมควบคุมโรค และสายด่วนด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งประชาชนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ แต่ปรากฏว่าขณะที่นายกุลทรัพย์มีลักษณะอาการตามที่ ศบค.เคยประกาศให้เป็นวิธีสังเกต ตนเองว่าติดเชื้อแล้วหรือยัง และได้พยายามติดต่อขอความช่วยเหลือตามหมายเลขสายด่วนดังกล่าว ซึ่งมีทั้งติดต่อไม่ได้และติดต่อได้ แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหมดละเลยปล่อยให้มีการเปิดสถานบริการ&amp;nbsp; สถานบันเทิงจนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในคลัสเตอร์ทองหล่อ ในเดือน มี.ค. แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหมดกลับไม่ได้มีการประกาศห้ามเดินทางหรือออกมาตรการป้องกันการระบาดจากสถานบันเทิงสู่สังคม โดยยังคงให้ประชาชนเดินทางกลับไปต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จนการแพร่ระบาดขยายสู่ประชาชนเป็นวงกว้าง ทำให้มีผู้ติดเชื้อถึงวันละ 2,000 คน การกระทำดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องทั้งหมดจึงเข้าข่ายจงใจประมาทเลินเล่อปฏิบัติหน้าที่โดยปล่อยปละหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนายกุลทรัพย์ทางครอบครัวต้องจัดการงานศพอันเป็นค่าปลงศพ 30,000 บาท มารดาซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีต้องขาดไร้ซึ่งการส่งเสียอุปการะเลี้ยงดูเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งคิดจากช่วงอายุที่นายกุลทรัพย์เสียชีวิต คือ 35 ปี จนถึงนายกุลทรัพย์อายุ 60 ปี รวมระยะเวลา 25 ปี รวมเป็นเงิน 4,530,000 บาท จึงขอให้ศาลสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีต้องร่วมกันรับผิดในทางละเมิดต่อครอบครัว&amp;quot; พี่ชายนายกุลทรัพย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center) และการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตาม กม.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม? (ดีอีเอส)? เวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี? และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส รายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอเน้นย้ำให้มีดําเนินการข่าวปลอมอย่างเร่งด่วน หากพบกรณีจงใจสร้างความสับสนแก่ประชาชน ให้ดําเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นวัคซีน และเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยให้กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นหลัก ในการช่วยส่งเสริมให้ประชาชนรู้เท่าทัน เลือกรับข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งต่อหรือแชร์ข้อมูล เพื่อช่วยลดปัญหาข่าวปลอม หรือทําอย่างไรให้ประชาชนไม่ตกเป็นเหยื่อ ร่วมมือกันตัดวงจรกระบวนการผลิตข่าวปลอมที่สร้างความสับสน ตื่นตระหนกแก่คนในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี? แถลงว่า ในภาพรวมมีข่าวปลอมในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และด้านสุขภาพมากถึง 66% โดยดีอีเอสกับหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดำเนินการตามขั้นตอน และมีความคืบหน้าตามนโยบายที่เคยให้ไว้เมื่อครั้งมาตรวจเยี่ยมครั้งแรกที่ผ่านมาอย่างน่าพอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตรได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องบูรณาการทำงานร่วมกันในการเฝ้าระวังข่าวปลอม ตลอดเวลา และดำเนินการอย่างเร่งด่วน ในการตรวจสอบข่าวสารอันเป็นเท็จ และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม และชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชนทราบ&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยวุฒิกล่าวว่า จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ระหว่างวันที่ 7 เม.ย.-11 พ.ค.64 พบข้อความที่เกี่ยวข้อง 3,857,190 ข้อความหลังจากคัดกรองพบข่าวที่เข้าหลักเกณฑ์ 788 ข้อความ และมีข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 343 เรื่อง อยู่ใน 2 หมวดหมู่ข่าวคือ หมวดหมู่สุขภาพ 233 เรื่อง คิดเป็น 68% และหมวดหมู่ นโยบายรัฐ 110 เรื่อง คิดเป็น 32%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตั้งแต่ 1 พ.ย. 62-6 พ.ค.64 ได้ส่งคดีเกี่ยวกับข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนไปให้ ศปอส.ตร. ดำเนินการตรวจสอบ จำนวน 1,021&amp;nbsp; เรื่อง รวมคดีที่ดำเนินการ 23 ราย โดยมีการดำเนินคดีแล้ว 33 เรื่อง จำนวนผู้กระทำผิด 70 ราย แบ่งเป็นเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 4 เรื่อง ผู้กระทำผิด 18 ราย และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 19 เรื่อง ผู้กระทำผิด 52 ราย&amp;quot; รมว.ดีอีเอสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบและเอาผิด กรณีที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสนำเสนอข่าวและรายการที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เป็นเท็จ คลาดเคลื่อนอย่างซ้ำซาก ทั้งๆ ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ โดยที่ผ่านมามีการเสนอข่าวและรายการที่กลายเป็นเฟกนิวส์ถึง 4 เรื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102956</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฟ้องเรียกค่าเสียหาย, รัฐแก้โควิดเหลว, วงการอี-สปอร์ต, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อี-สปอร์ต, เฝ้าระวังเฟกนิวส์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e83fc123f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งยกระดับเฝ้าระวังเฟคนิวส์ดำเนินคดีเว็บไซต์ผิดกม.ให้เป็นรูปธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค.64 -&amp;nbsp; พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี​ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา10.00น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี​ และคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการ เพื่อตรวจเยี่ยม และติดตามผลการดำเนินงาน ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center) และการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกม.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; ที่ห้องประชุม&amp;nbsp; อาคาร 20&amp;nbsp; บมจ.ทีโอทีโดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ (ดีอีเอส)​ ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประวิตร และคณะ ได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน จากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; อาทิ เรื่องการต่อต้านข่าวปลอม ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ,การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามพ.ร.บ..ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; รวมทั้งรับฟังการแก้ไขกม.และประกาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่กระจายของข่าวปลอม ซึ่งในภาพรวม มีข่าวปลอมในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และด้านสุขภาพ มากถึง 66%&amp;nbsp; โดย ดีอีเอสกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้ดำเนินการตามขั้นตอน และมีความคืบหน้าตามนโยบาย ที่เคยให้ไว้เมื่อครั้งมาตรวจเยี่ยมครั้งแรก ที่ผ่านมา อย่างน่าพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวมอบนโยบายที่สำคัญ แก่ ดีอีเอส.,สตช.,ปอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; สืบเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน สื่อสังคมออนไลน์ได้มีบทบาท ต่อการสร้างกระแสข่าวปลอม ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความสับสน ความตระหนกในสังคม และส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการบริหารงาน ของรัฐบาลในช่วงวิกฤต โควิด-19 อยู่ในขณะนี้&amp;nbsp; ซึ่งรัฐบาลกำลังพยายามแก้ปัญหา เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยจากโควิด-19 ควบคู่กับการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ อย่างเต็มความสามารถ พล.อ.ประวิตร จึงได้กำชับ ให้หน่วยงานดังกล่าว จะต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน ในการเฝ้าระวังข่าวปลอม ตลอดเวลา และดำเนินการอย่างเร่งด่วน ในการตรวจสอบข่าวสารอันเป็นเท็จ และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ แจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม และชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง ให้ประชาชนทราบโดยทั่วกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร และคณะได้เดินทางไปยัง ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เพื่อดูการปฏิบัติงาน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมกล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ด้วยความเสียสละ ทุ่มเท และอวยพรขอให้บรรลุภารกิจ รวมทั้งปลอดภัยจากโควิด-19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102884</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์, พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e0431e63a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม&#039; จับผู้กระทำผิด 12 รายโพสต์เฟซบุ๊กบิดเบือนข่าวโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.พันธนะ&amp;nbsp;นุชนารถ&amp;nbsp;ผู้บังคับการข่าวกรองยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบก.ขส.บช.ปส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแถลงผลผลการดำเนินการตรวจสอบการกระทำความผิดฯ และดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการเสนอข่าวอันไม่เป็นความจริง บิดเบือนข่าวสารในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในห้วงวันที่&amp;nbsp; 13 -&amp;nbsp;31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563&amp;nbsp;รวมจำนวน 12 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พันธนะ เผยว่า 6 รายแรก ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟสบุ๊ก ในทำนองเดียวกันว่า พืชกระท่อมช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่ง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แจ้งว่าเป็นข่าวปลอม ส่วนอีก 3 ราย โพสต์ข้อความ ยาสมุนไพรชนิดแคปซูล ช่วยรักษา โควิด-19&amp;nbsp;และอีก 3 ราย โพสต์ว่า อาหารเสริมพลูคาวช่วยรักษาโควิด-19 ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.แจ้งว่าเป็นข่าวปลอม ทั้งนี้ จากการสอบปากคำผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง และรับทราบเข้าใจถึงข้อกฎหมายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งให้ทราบแล้ว และได้ทำการลบโพสต์ดังกล่าวด้วยความสมัครใจของตนเอง และรับปากว่าจะไม่โพสต์ข้อความที่เป็นข่าวปลอมบิดเบือน ในลักษณะดังกล่าวนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เตือนไปประชาชน ที่จะโพสต์ข้อมูลข่าวสาร อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73033</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f23cd7c12c53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; ซัด &#039;ศูนย์เฟคนิวส์&#039; บิดเบือนข่าว อสม.พิษณุโลกทวงเบี้ยเลี้ยง จี้ &#039;พุทธิพงษ์&#039; รับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏว่า พี่น้อง อสม.ใน จ.พิษณุโลก ไม่ได้รับค่าตอบแทนการปฏิบัติงานเต็มจำนวน 240 บาท ตามที่กำหนดไว้ ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อควบคุมป้องกันโรค COVID-19 จนนำไปสู่การร้องเรียนตามข่าวที่ปรากฏในสื่อสาธารณะต่าง ๆ และขณะนี้ยังไม่ทราบความชัดเจนว่าจะได้รับ เงินค่าตอบแทนเต็มจำนวน 240 บาท หรือได้รับแค่ 120&amp;nbsp;บาทนั้น แต่ปรากฏว่าศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (ศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือ ดีอี ได้นำเสนอระบุว่า เรื่องดังกล่าวมีเนื้อหาไม่ตรงกับความจริงหรือเป็นข่าวบิดเบือน ในขณะที่ อสม. ยังไม่ได้รับค่าตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่ในเวลานี้นั้นคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น จนมี อสม.จำนวนมากออกมาบุกศาลากลางเพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเมื่อวันที่ 5 พ.ค.63 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวได้ก่อให้เกิด ความสับสนและหลายฝ่ายโดยเฉพาะเครือข่าย อสม. ทราบแล้วไม่สบายใจ ซึ่งถือได้ว่าศูนย์ฯดังกล่าวมีเจตนาที่จะทำลายความเชื่อถือของ อสม. และสร้างข่าวบิดเบือนเพื่อเอาใจฝ่ายราชการหรือรัฐบาลด้วยกันเอง โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายที่หน่วยงานของตนพึงปฏิบัติเสียเอง นั่นคือ การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนด้วยข้อความอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อ อสม. หรือประชาชน อันเป็นความผิดตาม ม.14 แห่ง พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดต่อคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2560 อันถือได้ว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่โดยตรงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่เกิดขึ้น&amp;ldquo;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์&amp;rdquo; ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะปฏิเสธความรับผิดชอบไปไม่ได้ เพราะได้ออกมาสร้างผลงานแถลงข่าวจับกุมผู้สร้างข่าวปลอมหลายต่อหลายครั้ง แต่เมื่อหน่วยงานของตนเองสร้างข่าวบิดเบือนเสียเอง กลับเงียบเฉยปล่อยผ่านไปเสียนั้น ย่อมไม่ใช่วิสัยของผู้บริหารที่มีหน้าที่กำกับดูแลศูนย์ฯดังกล่าว ซึ่งควรต้องตั้งกรรมการมาสอบเอาผิดผู้ที่สร้างข่าวปลอมขึ้นมาในศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของดีอีหรือของรัฐบาลเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จำต้องนำความดังกล่าวไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนและเอาผิด รมว.ดีอีและศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมดังกล่าวในวันศุกร์ที่ 8 พ.ค.63 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. นนทบุรี&amp;quot; นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบเว็บไซต์ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย&amp;nbsp;https://www.antifakenewscenter.com/&amp;nbsp;ได้มีการลบข่าวดังกล่าวนี้ออกไปจากระบบแล้ว แต่ไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65270</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ศรีสุวรรณ จรรยา, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม, ศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์, อสม.พิษณุโลก, อสม.ไม่ได้รับค่าตอบแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200507/image_big_5eb36723f30a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
