<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2020 07:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยเสียงของ&#039;รุ้ง ปนัสยา&#039;จากทัณฑสถานหญิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค.63 - ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความหลังการเยี่ยม นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ &amp;quot;รุ้ง&amp;quot; แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งถูกจับกุมตามหมายจับในช่วงเช้าวันที่ 15 ต.ค. 63 มีเนื้อหาดังนี้
++ เสียงของ &amp;ldquo;รุ้ง ปนัสยา&amp;rdquo; จากทัณฑสถานหญิง ++
.
รุ้งแปลกตาเราไปมาก เธอถูกตัดผมสั้นประบ่า และผมถูกย้อมจากสีบลอนด์ทองเป็นสีดำ เธอสวมใส่ชุดผู้ต้องขังแรกรับสีน้ำตาล สวมหน้ากากสีน้ำเงิน และสวมหน้ากากพลาสติกคลุมหน้า (face shield)
.
เรายิ้มให้กัน และเริ่มคุยผ่านสายโทรศัพท์
.
รุ้งบอกว่า เพิ่งถูกตัดและย้อมผมเมื่อเช้า ก่อนที่ทนายความจะมาตีเยี่ยม ถ้าเราจำภาพล่าสุดของเธอได้คือเมื่อวานที่รุ้งและเพนกวินถูกควบคุมตัวส่งจาก บก.ตชด.ภาค 1 ไปยังศาลอาญา ในกระบวนการที่พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลเพื่อฝากขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน ตอนนั้นเธอยังผมยาวสีบลอนด์ทองและใส่เสื้อสีแดงเป็นเอกลักษณ์ แต่ตอนนี้ เธอผมสีดำและสั้นประบ่า เป็นไปตามข้อบังคับและกฎในเรือนจำที่นี่ เธอยังสวมแว่นสายตาอันเดิม ผู้คุมยังให้ใส่ได้ แต่ทราบว่าต้องหาแว่นที่ต้องตามระเบียบ คือกรอบพลาสติกสีดำไม่มีลวดลายใดๆ เท่านั้น คงต้องขอให้ที่บ้านตัดแว่นแล้วส่งเข้ามา เนื่องจากเป็นเลนส์พิเศษที่ต้องสั่งล่วงหน้า
.
เราถามไถ่ รุ้งบอกอยู่ได้ เราแจ้งว่าทางทนายได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตให้ประกันของรุ้ง เพนกวิน และไมค์ไปแล้วเช้านี้ รอฟังคำสั่ง
.
รุ้งถามถึงสถานการณ์การชุมนุมข้างนอกและเพื่อนๆ ของเธอ เธอดูปลื้มใจที่คนออกมามากมาย แต่ก็กังวลและห่วงความปลอดภัยของทุกคนด้วย พอเราเล่าถึงการแถลงข่าวของพลเอกประยุทธ์ว่า ถอยคนละก้าว รุ้งก็พูดยิ้มๆ ตามสไตล์เธอว่า &amp;ldquo;I Hear&amp;rdquo; แล้วแค่นหัวเราะ
.
เราได้อ่านข้อความที่เพื่อนและผู้คนฝากไปถึงรุ้ง เธอเริ่มน้ำตาคลอ ยิ้มไปในทีเมื่อรู้ว่าใครเป็นเจ้าของข้อความบ้าง และน้ำตาคลอด้วยความตื้นตัน ไม่ว่าจะข้อความกำลังใจจากเพื่อนๆ และจากคนที่ไม่รู้จักกันเลย เราได้เล่าให้ฟังว่า อาจารย์ธงชัยฝากให้กำลังใจ &amp;ldquo;และขอยกย่องหัวใจแข็งแกร่งของทุกคน&amp;rdquo;
.
เราถามสภาพในเรือนจำ รุ้งเล่าว่าที่นี่แออัดกว่าที่เรือนจำธัญบุรีและมีกฎระเบียบเข้มงวดกว่า ข้างในมีคนพอรู้ว่าเธอคือใคร มีผู้ต้องขังมาทักทายบ้าง โดยตอนนี้ต้องอยู่ในห้องกักโรครวมกับผู้ต้องขังหญิง ประมาณ 48 คน
.
เราบอกว่า อาจารย์ธงชัยฝากอีกอย่างว่า ในคุก หนังสือคือเพื่อนที่ดีที่สุด รุ้งบอกว่าพอหาหนังสืออ่านแล้ว แต่ได้แค่เล่มเดียวที่เธอว่าพอจะอ่านได้และมีประโยชน์ คือ ปรัชญาของวอลแตร์ ที่เหลือส่วนมากเป็นหนังสือศาสนา
.
เมื่อถามว่ามีอะไรอยากบอกคนข้างนอก บอกสาธารณชนบ้าง รุ้งแจ้งว่า &amp;ldquo;ยังอยู่ดี ยังไม่หายไปไหน ยังอยู่กับทุกคนในรูปแบบอุดมการณ์ ถึงตัวจะอยู่ในคุก แต่ใจอยู่กับทุกคนเสมอ ขอให้กำลังใจทุกคนที่เคลื่อนไหวต่อสู้ ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกมาร่วมกับเพื่อนเราในทุกวัน ทำให้คนข้างในมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้ไปร่วมกันเยอะๆ ให้พวกเผด็จการศักดินาเห็นว่า ตอนนี้ประชาชนออกมาแสดงจุดยืน แสดงอุดมการณ์ แสดงความต้องการแล้ว ถ้าหากพวกเผด็จการศักดินายังไม่หยุด ยังไม่ตอบสนองกับความต้องการของประชาชน การแสดงการต่อต้านจะทวีคูณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ&amp;rdquo;
.
ก่อนลาเพื่อพบและกอดอีกครั้ง เราต่างยิ้มและกลั้นน้ำตา ตัวเราเองอยากให้กำลังใจรุ้งอีกครั้ง เราหยิบสมุดบันทึกของเราขึ้นให้รุ้งดู มีสติ๊กเกอร์หมุดคณะราษฎรที่ 2 ที่ไม่ได้หายไปไหน ไม่ได้สลายไป การสลายการชุมนุมและจับกุมแกนนำกลายเป็นการขยายและเติบโตของอุดมการณ์และการต่อสู้ไปอย่างกว้างขวางแล้ว
.
เราชูสามนิ้วให้กัน ให้รุ้งผู้เข้มแข็งและมั่นคง
.
ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ &amp;ldquo;รุ้ง&amp;rdquo; เป็นนักศึกษาคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เธอถูกจับกุมตามหมายจับในช่วงเช้าวันที่ 15 ต.ค. 63 ในคดีชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ก่อนถูกคุมขังที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี มาจนถึงวันที่ 20 ต.ค. 63
.
แม้จะได้รับการประกันตัวในคดีดังกล่าว แต่เธอถูกอายัดตัวต่อตามหมายจับในคดีการชุมนุมที่สนามหลวง เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 63 และศาลอาญาไม่ให้ประกันตัว ทำให้ปนัสยาถูกส่งไปคุมขังในทัณฑสถานหญิงกลางมาตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. ถึงปัจจุบันเธอสูญเสียอิสรภาพมาแล้ว 8 วัน และยังต้องรอฟังผลการอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวดังกล่าว ดูน้อยลง&lt;/p&gt;


	&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;ส่ง&amp;#39;แรมโบ้&amp;#39;ลงพื้นที่
	อาชีวะปกป้องสถาบันลั่นเน้นจัดการคนจาบจ้วงสถาบันปลุกอาชีวะทั่วปท.รวมพลัง
	&amp;#39;ทิพานัน&amp;#39;ตอก&amp;#39;ธนาธร&amp;#39;ดิ้นรนดันปฏิรูปสถาบันแบบไร้สำนึกคนไทย
	ขอผบ.ทบ.ช่วยดูแลนายกฯหลังโดนม็อบถล่ม-ขีดเส้นตายให้ลาออก
	อดีตรองอธิการฯมธ.แนะ1,118 อาจารย์3นิ้ว หยุดรับเงินเดือนเปลี่ยนอาชีพ
	พลังเงียบต้องไม่เงียบ &amp;#39;ดร.เสรี&amp;#39; แนะ 6 วิธีปกป้องสถาบัน


&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81505</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม, ทัณฑสถานหญิงกลาง, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, ศูนย์ทนายความเพิื่อสิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b0bd441ba7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สน.นางเลิ้งแจ้ง 5 ข้อหา &#039;ม็อบมุ้งมิ้ง&#039; ชุมนุมหน้ากองทัพบก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.63 - ที่ สน.นางเลิ้ง นายอานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นางสาวสุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย และ นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากรณีจัดการชุมนุมปราศรัยหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน,ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง จัดจุดคัดกรองผู้ที่จะเข้ามายังบริเวณโรงพักอย่างเข้มงวด พร้อมกันไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรวมถึงสื่อมวลชนขึ้นไปบนโรงพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุวรรณา กล่าวว่า ตลอดสมัยของรัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตนถูกหมายเรียกและหมายจับในคดีชุมนุมทางการเมืองทั้งหมด 7 หมาย มีคดีคนอยากเลือกตั้ง 4 คดี ชุมนุมม็อบนักศึกษา 2 หมายเรียก และมีอีก 1 หมายจับของ สน.สำราญราษฎร์ แต่ยืนยันว่าไม่มีความกังวล อีกทั้งในการชุมนุมปราศรัยทุกครั้ง ก็เป็นสิทธิ์เสรีภาพในการพูด สิ่งใดที่สะท้อนได้ก็จะสะท้อนออกไป อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่าการเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้จะถูกแจ้งข้อหาอะไร เพียงแต่ทราบว่ามีรายชื่อในกลุ่มบุคคลที่ถูกหมายจับจึงมาเข้าพบตำรวจ ตอนนี้จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะยอมรับผิดหรือปฏิเสธข้อกล่าวหา ส่วนกรณีนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกหมายเรียกครั้งนี้ ก็ไม่ทราบว่าจะเข้ามาพบตำรวจที่นี่ด้วยหรือไม่ เนื่องจากถูกจับกุมที่ จ.ระยอง ก่อนคุมตัวไป สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอานนท์ กล่าวว่า การเข้าพบตำรวจนางเลิ้งวันนี้สืบเนื่องจากการชุมนุมที่หน้ากองทัพบก ภายหลัง พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร นายทหารประจำกรมยุทธการ กองบัญชาการกองทัพบก โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นการชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษาว่าเป็นม็อบมุ้งมิ้ง แต่หลังจากนี้คาดว่าตนอาจจะถูกตำรวจ สภ.คลองหลวง มาอายัดตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับกรณีการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนคุมตัวฝากขังศาลธัญบุรี ซึ่งจะมีทีมทนายความไปดำเนินการขอประกันตัวอีกครั้ง เช่นเดียวกับกรณีนายภาณุพงศ์ ที่น่าจะถูกฝากขังในช่วงบ่ายวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีที่ สน.นางเลิ้ง ตนไม่ทราบว่าถูกแจ้งกี่ข้อหา แต่การที่ต้องมาถูกตำรวจทยอยจับกุมตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นมองว่าเป็นยุทธวิธีการคุกคามของประเทศที่เป็นเผด็จการ แต่ยืนยันว่ายังพร้อมจะต่อสู้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนยังมองว่า การที่กองทัพเรือจัดซื้อเรือดำน้ำในเวลานี้ เหมือนเป็นการตบหน้าและถมน้ำลายใส่หน้าคนไทย เนื่องจากสถานการณ์ในเวลานี้ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยุทโธปกรณ์ในการสู้รบ เป็นการกระทำที่ไม่รอฟังเสียงคัดค้านของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้จะถูกนำไปเป็นประเด็นการเรียกร้องในเวทีชุมนุมใหญ่ครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตถึงการแจ้งข้อหาว่าฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นสิ่งที่ใช้เพื่อกีดกั้นการแสดงความเห็นของประชาชนโดยนำเรื่องโควิด-19 มาเป็นข้ออ้างเพื่อสกัดกั้นการชุมนุม เพราะทุกคนต่างทราบกันดีผ่านข่าวสารมาตลอดว่าไม่มีคนติดเชื้อในไทยมานานแล้ว มองว่ารัฐบาลพยายามปาระเบิดใส่พวกเราด้วยการจับกุมดำเนินคดีแล้วปล่อยตัวหลายครั้งเพื่อให้เหนื่อยล้า แต่ยืนยันว่าเราไม่ย่อท้อ จนกว่าจะถึงการชุมนุมใหญ่วันที่ 19 กันยายนนี้ เชื่อว่าจะยังมีแนวร่วมของผู้ที่รักในประชาธิปไตยออกมากันอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามกำหนดการมีนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง&amp;nbsp;อีก 1 คน ที่ถูกออกหมายเรียก เตรียมเข้ารับทราบข้อกล่าวหา แต่เนื่องจากวานนี้ถูกตำรวจ สืบสวนภูธรภาค 2 นำหมายศาลเข้าจับกุมที่จังหวัดระยอง ก่อนถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.คลองหลวง และอยู่ระหว่างเตรียมนำตัวไปฝากขังที่ศาลธัญบุรีในช่วงบ่ายวันนี้ จึงไม่ได้มาตามหมายเรียก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเข้ารับทราบข้อหา&amp;nbsp;นายพริษฐ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าคดีความต่างๆ ที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นการพยายามสกัดขาพวกตนให้เสียขวัญและเหนื่อยล้า แต่รัฐบาลคิดผิด เพราะสิ่งที่ทำเหมือนกำลังประจานตัวเอง โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกดขี่ประชาชนที่เห็นต่าง ยืนยันว่ากิจกรรมการชุมนุมต่างๆ จะยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งการชุมนุมใหญ่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กันยายนนี้ เชื่อว่าจะมีผู้เข้ามาร่วมชุมนุมจำนวนมาก สังเกตจากกระแสการชุมนุมที่เกิดขึ้นในต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม จะมีการจัดแถลงข่าวถึงประเด็นนี้อีกครั้งในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;สิงหาคมนี้ ที่สมาคมฝรั่งเศส ถนนวิทยุ ทั้งนี้ยืนยันว่า ข้อเรียกร้องปฏิรูป&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ประการยังเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นหลักการขั้นพื้นฐานของประเทศที่มีสถาบันอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับประเทศอังกฤษ ประเทศสเปน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยรัฐ กล่าวว่า สำหรับคดีชุมนุมที่หน้ากองทัพบก ตำรวจนางเลิ้ง ได้แจ้งความ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ข้อหา ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ.ความสะอาด เบื้องต้นพวกตนให้การภาคเสธและจะไปให้การในชั้นศาล โดยพนักงานสอบสวนได้นัดส่งสำนวนในวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;กันยายนนี้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการชุมนุมเป็นสิทธิ์เสรีภาพในการแสดงออก โดยการชุมนุมดังกล่าวได้นัดรวมพลกันเพียงชั่วคราว เมื่อเสร็จแล้วก็ช่วยกันเก็บขยะทำความสะอาดก่อนแยกย้ายกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75497</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยรัฐ จงเทพ, พริษฐ์ ชิวารักษ์, ศูนย์ทนายความเพิื่อสิทธิมนุษยชน, สน.นางเลิ้ง, สุวรรณา ตาลเหล็ก, อานนท์ นำภา, แกนนำม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f44b5d08b8bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองไม่รับคำร้องให้ตำรวจยกเลิกห้ามม็อบอยากเลือกตั้งบุกทำเนียบฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 61 - สืบเนื่องจากเช้าวานนี้&amp;nbsp;นายอานนท์ นำภา ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้งและทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ผู้ได้รับมอบอำนาจเดินทางไปยื่นคำฟ้อง คำร้องขอบรรเทาทุกข์ และขอไต่สวนฉุกเฉิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ตำรวจสน.ชนะสงครามได้กำหนดเงื่อนไขห้ามกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเดินขบวนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ไปที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้(22 พ.ค. 2561) และทหารตำรวจเข้าคุกคามกลุ่มผู้ที่จะเข้าร่วมชุมนุมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และเมื่อเวลาประมาณ &amp;nbsp;12.00 น. ศาลปกครองกลางรับฟ้องแล้วเป็นเลขคดีดำที่ 1056/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งล่าสุดเมื่อเวลา 02.00 น. &amp;nbsp;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน &amp;nbsp;แจ้งว่าศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งสองไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โดยศาลพิเคราะห์เห็นว่าคดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่สอง ได้มีหนังสือที่ ตช 0015. (บก.น.1) 10/2612 ลงวันที่ 20 พ.ค. 2561 กำหนดเงื่อนไขการชุมนุมและสั่งห้ามผู้ฟ้องคดีทั้งสองชุมนุมสาธารณะโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้ยกเลิกเงื่อนไขและคำสั่งห้ามการชุมนุมดังกล่าว พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) และ (3) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีศาลปกครอง พ.ศ. 2542 อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีหนังสือที่ ตช.ตช 0015. (บก.น.1) 10/2612 ลงวันที่ 20 พ.ค. 2561 กำหนดเงื่อนไขและมีคำสั่ง ดังนี้ (1) ห้ามมิให้จัดการชุมนุมการชุมนุมทางการเมือง อันเป็นการขัดคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เมษายน 2558 เว้นแต่จะนำหนังสืออนุญาตจากหัวหน้าคสช.หรือผู้ได้รับมอบหมายมาแสดงก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;(2) ห้ามมิให้เคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมในลักษณะที่ขัดต่อมาตรา 7 และ มาตรา 8 แห่งพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 &amp;nbsp;(3) การโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน ตามพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 19 วรรคสี่ (5) แห่งพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 กรณีจึงมิใช่คำสั่งให้ผู้แจ้งแก้ไขการชุมนุมในกรณีที่ผู้ได้รับแจ้งเห็นว่าการชุมนุมสาธารณะที่ได้รับแจ้งนั้นอาจขัดต่อมาตรา 7 และ มาตรา 8 แห่งพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และมิใช่คำสั่งห้ามการชุมนุมตามมาตรา 11 วรรคสาม แห่งพ.ร.บ.เดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ฟ้องคดีที่ 1 จึงไม่สามารถใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามมาตรา 11 วรรคสี่แห่งพ.ร.บ.ดังกล่าวได้ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีเงื่อนไขหรือคำสั่งห้ามการชุมนุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคสช. ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุม และการโฆษณาต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 19 วรรคสี่ (5) แห่งพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 อันมีลักษณะเป็นคำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา 5 แห่งพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 และเมื่อกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะไม่ได้กำหนดขั้นตอนหรือวิธีการสำหรับการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวไว้เป็นการเฉพาะ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 จึงต้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามมาตรา 44 แห่งพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติทางปกครอง พ.ศ.2539 และหากไม่มีการพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายระยะเวลาอันสมควร ซึ่งอาจเทียบเคียงระยะเวลาการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งห้ามชุมนุมตามมาตรา 11 วรรคสี่ แห่งพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 กล่าวคือผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์จะต้องพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำฟ้องและถ้อยคำของผู้ฟ้องคดีทั้งสองในชั้นไต่ส่วนว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งตามหนังสือที่ ตช.0015 (บก.น.1) 10/2612 ลงวันที่ 20 พ.ค. 2561 จึงเป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 มิได้ดำเนินการตามขั้นตอนและวิธีการสำหรับการแก้ไขความเดือดร้อนหรือเสียหายตามที่กฎหมายกำหนดไว้ก่อนนำคดีมาฟ้องต่อศาล ผู้ฟ้องคดีที่ 1 จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองและขอให้ชดเช่ยค่าเสียหายได้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 42 วรรคสอง แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ.2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคำฟ้องในส่วนของผู้ฟ้องคดีที่ 2 นั้น เมื่อผู้ฟ้องคดีที่ 2 ไม่ได้เป็นผู้แจ้งการชุมนุมสาธารณะตามหนังสือแจ้งการชุมนุมสาธารณะ ลงวันที่ 16 พ.ค. 2561 ผู้ฟ้องคดีที่ 2 จึงไม่เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีคำสั่งกำหนดเงื่อนไขการชุมนุมและสั่งห้ามผู้ฟ้องคดีทั้งสองชุมนุมสาธารณะ ที่จะมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ตามนัยมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ. 2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องไว้พิจารณาแล้ว จึงไม่จำต้องมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอให้ศาลกำหนดวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดีทั้งสองแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9697</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, ชุมนุม22พ.ค., ศาลปกครองกลางยกคำร้อง, ศูนย์ทนายความเพิื่อสิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b02d51957a9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลจังหวัดกำแพงเพชรยกฟ้อง2จำเลยคดีแอบอ้างสมเด็จพระเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ภาพ&amp;nbsp;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 61 - ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าศาลจังหวัดกำแพงเพชรนัดฟังคำพิพากษาในคดี &amp;ldquo;แอบอ้างสมเด็จพระเทพฯ&amp;rdquo; ซึ่งมีจำเลยที่ต่อสู้คดีสองราย ได้แก่ นางอัษฎาภรณ์ และนายนพฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) ทั้งสองคนถูกกล่าวหาในสามข้อหา ได้แก่ ข้อหาตามมาตรา 112, ข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการ และข้อหาฉ้อโกงประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้อ่านคำพิพากษาโดยสรุปว่าสำหรับจำเลยที่ 2 แม้พยานหลักฐานของโจทก์จะระบุว่าจำเลยที่ 2 ได้ไปร่วมทำบุญในวันที่ 26 เม.ย. 2558 และได้ไปร่วมจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แต่ก็เป็นไปเพราะได้มีผู้จัดงานทำการเชิญและผายมือเชิญให้ขึ้นไป ไม่ปรากฏว่าได้มีการแสดงตัวว่าเป็นหม่อมหลวงแต่อย่างใด และแม้ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ไปร่วมงานพร้อมกับนายกิตติภพและนายวิเศษ ซึ่งให้การรับสารภาพในคดีก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยที่ 2 ได้อ้างและแสดงตัวเป็นหม่อมหลวงสำหรับจำเลยที่ 1 ก็ยังมีเหตุสงสัยตามสมควรเช่นกัน ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าการอ่านคำพิพากษาเป็นไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่ก่อนช่วงเวลา 9.00 น. ทำให้ทนายความและผู้สังเกตการณ์ในคดีไปไม่ทันรับฟัง&amp;nbsp; สำหรับคดีนี้ ทั้งสองคนถูกกล่าวหาว่าได้ร่วมกันปลอมเอกสารหนังสือราชการของสำนักราชเลขานุการ กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้นำไปอ้างแสดงต่อเจ้าอาวาสวัดไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร และยังมีการกล่าวอ้างว่าสามารถที่จะทูลเชิญสมเด็จพระเทพฯ มาร่วมในพิธีของวัดได้ โดยมีการกล่าวอ้างแสดงตนว่าเป็นหม่อมหลวง พร้อมเรียกเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ จากผู้เสียหาย คดีมีการสืบพยานโจทก์และจำเลยระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้อัยการมีการสั่งฟ้องจำเลยรวมทั้งสี่ราย เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 โดยมีสองรายได้แก่ นายกิตติภพและนายวิเศษให้การรับสารภาพ ศาลได้พิพากษาลงโทษตามความผิดมาตรา 112 ให้จำคุก 4 ปี ความผิดข้อหาสวมเครื่องแบบของเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ ให้ลงโทษจำคุก 4 เดือน และความผิดข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการ ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี รวมโทษจำคุก 7 ปี 4 เดือน ให้การรับสารภาพ จึงลดโทษเหลือจำคุกคนละ 3 ปี 8 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา อัยการโจทก์มีการฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกงประชาชนต่อทั้งสี่คนเข้ามาอีก โดยที่นายกิตติภพและนายวิเศษได้ให้การรับสารภาพ และศาลได้พิพากษาให้ยกฟ้องคดี เนื่องจากเห็นว่าเป็นความผิดจากการกระทำเดียวกันกับคดีมาตรา 112 ก่อนหน้านี้ และศาลได้พิพากษาลงโทษตามมาตรา 112 ที่มีโทษหนักที่สุดแก่จำเลยไปแล้ว จึงไม่ควรให้จำเลยต้องรับโทษอีก ต่อมานายวิเศษได้รับการปล่อยตัวหลังได้รับการลดหย่อนโทษแล้ว เมื่อเดือนกันยายน 2560 ส่วนนายกิตติภพได้รับโทษในคดีอื่นต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายนพฤทธิ์ ปัจจุบันอายุ 31 ปี เป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี เป็นอดีตนักมวยสากลและพนักงานขายของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3655</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี112, ศาลจังหวัดกำแพงเพชร, ศูนย์ทนายความเพิื่อสิทธิมนุษยชน, อดีตนักมวยสากล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e373ebec37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
