<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ร้องนายกฯทบทวนขยายสัมปทาน&#039;ทางด่วนขั้นที่2-ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.62-ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เพื่อคัดค้านและขอให้ทบทวนการขยายระยะเวลาสัมปทานโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาวิทย์ กล่าวว่า เนื่องจากทางสมาพันธ์ฯเห็นว่าที่มาของข้อมูลที่ใช้ในการเจรจา ไม่มีความชัดเจน เป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ผ่านการตรวจสอบ รวมถึงไม่สามารถอธิบายได้ว่าผลการเจรจาเป็นการบรรเทาความเสียหายของรัฐอย่างไร เพราะมีการนำข้อพิพาทรวมต้นเงินและดอกเบี้ย อีกทั้งนำมูลค่าที่เอกชนยังไม่เรียกร้อง มาเป็นต้นเหตุในการต่อสัญญาสัมปทาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะเดียวกันการต่อระยะเวลาของสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 มีความจำเป็นอย่างไรต้องแบ่งรายได้ค่าผ่านทางของการทางพิเศษเฉลิมมหานครให้เอกชน ทั้งที่การทางพิเศษฯเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการบริหารงานทั้งหมด รวมถึงการให้สิทธิเพิ่มเติมจากสัญญาเดิมในการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 2 และสิทธิการใช้พื้นที่ใต้เขตทาง และพื้นที่เชื่อมโยงโครงการทางด่วน มีมูลค่าที่แท้จริงเท่าใด เหตุใดจึงไม่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้ชัดเจน หรือเปิดให้มีการแข่งขันของนักลงทุน ดังนั้น สมาพันธ์ฯจึงขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ทบทวนเรื่องดังกล่าว พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวดด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39876</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์บริการประชาชน, สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์, สัมปทานโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2, โครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d199c0329b2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้เลือกตั้ง “ส.ส.คนใต้” งัวเงียร้องบิ๊กตู่ แก้ยาง-ปาล์มดิ่งเหว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย. 61-เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) อดีตส.ส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีตส.ส.ตรัง นายนริศ ขำนุรักษ์ อดีตส.ส.พัทลุง และนายเจือ ราชสีห์ อดีตส.ส.สงขลา เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เพื่อเสนอมาตรการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผ่านนายพันธ์ศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุกิจ กล่าวว่า อดีตส.ส.ภาคใต้เสนอให้รัฐบาลเร่งรัดการใช้ยางในประเทศ ตามที่ประกาศไว้ให้กระทรวงต่างๆนำไปใช้ โดยตั้งเป้าไว้ 100,000 ตัน เนื่องจากขณะนี้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 33-34 บาท ถือว่าตกต่ำมากที่สุดในรอบหลายปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงอยากให้นำข้อเสนอแนะไปปฏิบัติ รวมถึงขอให้แก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำด้วย โดยขอให้รัฐบาลย้ายแหล่งผลิตจาก จ.ราชบุรี ไปที่จ.กระบี่ เพื่อลดต้นทุนในการผลิต ซึ่งการแก้ปัญหาทั้ง 2 เรื่องขอให้รัฐบาลจริงจังในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรในทันที&amp;quot; นายสุกิจ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21814</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, ยางราคาตก, ศูนย์บริการประชาชน, ส.ส.ใต้, สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, แก้ปัญหาปาล์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be91e9ea3e69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อโกง !&#039;ศรีสุวรรณ&#039; จี้&#039;บิ๊กตู่&#039; ปลดรักษาการผู้ว่าฯรฟท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; ร้อง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; &amp;nbsp;รื้อทีโออาร์โครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินส่อทุจริต &amp;nbsp;จี้ปลดรักษาการผู้ว่าฯรฟท.เอื้อประโยชน์ทุน หลังประเมินที่ดินมักกะสันต่ำเกินจริงทำรัฐเสียหายอื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ส.ค.61-เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ขอให้ทบทวนและแก้ไขทีโออาร์โครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ที่ส่อมีการทุจริตและประพฤติมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า หลังจากตนเองได้ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เพื่อคัดค้านร่างทีโออาร์โครงการรถไฟเชื่อมระหว่างสนามบินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่จะใช้ที่ดินบริเวณมักกะสันเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา จนถึงบัดนี้พบว่า รฟท.ยังคงเดินหน้ารับการประมูล ถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อความเสียหายของชาติอย่างชัดเจน เนื่องจากที่ดินบริเวณมักกะสัน ซึ่ง รฟท.ต้องแบ่งให้โครงการดังกล่าวไป 150 ไร่นั้นถูกประเมินราคาไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน คือ ตารางวาละ 600,000 บาท ทั้งที่บริเวณใกล้เคียง เช่น ที่ดิน รร.ปาร์คนายเลิศ กลับมีการซื้อขายกันถึงตารางวาละ 1.8 ล้านบาท กรณีนี้เมื่อคำนวณแล้วพบว่าจะทำให้รัฐเสียประโยชน์ด้านมูลค่าที่ดินไปมากกว่า 84,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อนายกฯรับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้วควรพิจารณาสั่งให้มีการทบทวน แก้ไขเงื่อนไขการประมูลดังกล่าวโดยเร็ว และขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยและปลดรักษาการในตำแหน่งผู้ว่า รฟท. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการเขียนและกำกับทีโออาร์ แต่หากนายกฯยังเพิกเฉย สมาคมฯจะนำความขึ้นร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบและศาลปกครองต่อไป&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14783</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีโออาร์, บิ๊กตู่, ประมูล, ผู้ว่าฯรฟท., รฟท., ศรีสุวรรณ, ศูนย์บริการประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b67dab17cf3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ประกอบการหอพักร้องนายกฯเลิก&#039;ประกาศสคบ.&#039;อ้างเพิ่มภาระ-ขาดทุนยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28&amp;nbsp;พ.ค.61 - เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.)&amp;nbsp;เครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจห้องเช่า นำโดยน.ส.รัชตา ตันติวิทยากุล พร้อมด้วย นางจิณณา สืบสายไทย และผู้ประกอบการห้องเช่าจำนวนหนึ่ง ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรณีได้รับความเดือดร้อนจากประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เรื่องให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2561 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยไม่มีการขอความเห็นหรือความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ จึงอยากให้ยกเลิกประกาศดังกล่าว และให้จัดทำขึ้นใหม่ โดยต้องมีการถามความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ เพราะหลายเรื่องไม่มีความชัดเจน และสร้างภาระให้กับผู้ประกอบการ คือ 1. ประเด็นการห้ามผู้ประกอบการกำหนดอัตราค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ำประปาเกินกว่าราคาที่การไฟฟ้า การประปาเรียกเก็บจากผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งในทางปฏิบัติผู้ประกอบการจะไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะค่าบริการดังกล่าวมีค่าผันแปรในทุกรอบบิล ดังนั้นประกาศดังกล่าวจึงมีผลทำให้ผู้ประกอบการทุกราย ต้องกระทำการฝ่าฝืนประกาศที่มีโทษทางอาญา เพราะไม่สามารถที่จะได้อัตราที่ถูกต้องตามประกาศของกรรมการว่าด้วยสัญญาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชตา กล่าวต่อว่า 2. การคุ้มครองผู้เช่าจนเกินควร โดยให้สามารถยกเลิกสัญญาเช่าได้ก่อนครบกำหนด ซึ่งจะก่อภาระต่อผู้ประกอบการที่จะใช้สัญญา เพื่อการวางแผนงานการขายห้องเช่าหรือทำการส่งเสริมการขาย และเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลซ่อมบำรุงห้องพักให้พร้อมใช้งานทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนมือผู้เช่า 3. ด้วยประกาศดังกล่าวให้การคุ้มครองผู้เช่าที่กระทำผิดสัญญา ที่มีพฤติกรรมอันก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบสุขของผู้เช่าอื่น ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ 4. การคุ้มครองผู้เช่าที่ไม่ชำระค่าเช่า หรือกระทำผิดสัญญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นการผลักภาระให้ผู้ประกอบการต้องไปฟ้องร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลเอง โดยการดำเนินคดีฟ้องร้อง เพื่อขอกลับเข้าครอบครองต้องใช้เวลานานนับปีมีค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งนี้ผู้ประกอบการหลายราย ต้องกู้ยืมเงินจากธนาคารในการลงทุน ต้องจ่ายดอกเบี้ยปันทรงในแต่ละเดือน อาจต้องปิดกิจการลงไปในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10167</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเช่าหอพัก, ประกาศสคบ., ผู้ประกอบการหอพัก, ศูนย์บริการประชาชน, สคบ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0ba0b5c4828.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมาชิกคลองจั่น&#039;บุกทวงสัญญา&#039;บิ๊กตู่&#039;หนุนแหล่งทุนฟื้นฟูสหกรณ์   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.61 &amp;nbsp;-เวลา 10.00 น.ที่ศูนย์บริการประชาชน &amp;nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งกพ.)นายประกิต พิลังกาสา ประธานกรรมการดำเนินการ และประธานกลุ่มผู้บริหารแผนฟื้นฟูสหกรณ์คลองจั่น &amp;nbsp;พร้อมด้วยกลุ่มประชาชนผู้เดือดร้อนฯ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสหกรณ์เจ้าหนี้ คณะกรรมการและพนักงานสหกรณ์คลองจั่น ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เพื่อเรียกร้องพันธะสัญญาที่รัฐบาลให้ไว้ว่า หากแผนฟื้นฟูกิจการผ่านมติที่ประชุมเจ้าหนี้ และศาลล้มละลายกลางให้ความเห็นชอบ ภาครัฐจะให้การสนับสนุนแหล่งเงินทุน เพื่อฟื้นฟูกิจการ ซึ่งเวลาผ่านมาแล้ว 3 ปี ก็ยังไม่มีการทำตามสัญญา และนำเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่ออนุมัติแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขอให้นายกฯเร่งรัดให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สรุปหลักเกณฑ์ และข้อกำหนดโครงการบัญชีร่วม เพื่อรักษาเสถียรภาพของสหกรณ์ เนื่องจากขณะนี้ มีสมาชิกเจ้าหนี้ เดือดร้อนกว่า 5 แสนราย ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างมากต่อระบบสหกรณ์ของประเทศ หากสหกรณ์คลองจั่นไม่ได้รับการแก้ไขฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4866</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวงสัญญานายกฯ, ประกิต พิลังกาสา, ฟื้นฟูสหกรณ์คลองจั่น, ศูนย์บริการประชาชน, สหกรณ์คลองจั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa75c0a1e348.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
