<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาประชุม ศบศ.คืนชีพ&#039;ชิมช้อปใช้-ช้อปช่วยชาติ&#039;ไพรินทร์ประเมินจีดีพีไตรมาส3ติดลบ8%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค. 2563 นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากโควิด-19 หรือ ศบศ.กล่าวว่า ในวันที่ 7 ต.ค.&amp;nbsp;จะมีการเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วนให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ศบศ. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พิจารณา โดยจะเน้นกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน จะดำเนินการผ่าน 2 มาตรการสำคัญ คือ มาตรการชิมช้อปใช้ ซึ่งจะเน้นไปยังประชาชนทั่วไป และมาตรการช้อปช่วยชาติ ที่จะเน้นกระตุ้นให้กลุ่มที่มีเงินออมจำนวนมาก นำเงินดังกล่าวออกมาใช้จ่าย เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะมีมาตรการใน 2 ส่วน คือมาตรการชิมช้อปใช้ จะใช้กับกลุ่มประชาชนทั่วไป ส่วนอีกมาตรการคือช้อปช่วยชาติ จะเน้นไปที่กลุ่มที่มีเงินออม เงินเก็บ เพราะต้องการดึงสภาพคล่องของคนในกลุ่มนี้ออกมา โดยแนวทางการดำเนินการ หรือรายละเอียดทั้งหมดนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน กำลังพิจารณาอยู่ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและบริโภคในประเทศในช่วงที่เหลือของปีนี้ได้&amp;quot; นายไพรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการคนละครึ่ง ที่ได้เปิดให้ร้านค้าที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งหลักการของมาตรการดังกล่าวคือการต้องช่วยเหลือกลุ่มรากหญ้า โดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่แผงลอยให้ยังสามารถค้าขายได้ จึงจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 3,000 บาทต่อคนในช่วง 3 เดือน (ต.ค.-ธ.ค.) วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมายคือประชาชน 10 ล้านคน โดยรัฐบาลมองว่าหากสามารถช่วยให้รายย่อยยังอยู่ได้ ก็จะส่งผลดีมาถึงกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรินทร์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ศบศ. อยู่ระหว่างประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในไตรมาสที่ 3/2563 โดยเบื้องต้นคาดว่าจะติดลบ 8% ซึ่งฟื้นตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมาที่เศรษฐกิจติดลบถึง 12.2% โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยแนวทางการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้จะต้องเน้นดูแลฐานรากเป็นหลัก เพราะที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า เตรียมมาตรการกระตุ้นการบริโภคผ่านมาตรการชิมช้อปใช้ และมาตรการช้อปช่วยชาติ ให้ที่ประชุม ศบศ. พิจารณา โดยชื่ออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ขณะนี้กำลังสรุปว่าจะเรียกชื่อมาตรการว่าอะไร &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าหลังผ่านการพิจารณาของ ศบศ. และเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบแล้ว จะสามารถดำเนินโครงการได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดมาตรการกำลังพิจารณา ซึ่งมีหลายวิธี เช่น มาตรการชิมช้อปใช้อาจจะเป็นการให้ร่วมจ่าย ไม่ใช่รัฐให้เงินฝ่ายเดียวเหมือนที่ผ่านมา ส่วนมาตรการช้อปช่วยชาติ ก็จะดูว่าจะให้นำค่าใช้จ่ายไปหักลดหย่อยภาษีเงินได้ หรือ จะคืนเป็นเงินสด หรือเป็นแคชแบ็ค ซึ่งผลที่จะออกมาเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นให้แรงจูงใจจากมาตรการภาษี หรือ มาตรการทางการเงิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79722</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิมช้อปใช้, ช้อปช่วยชาติ, ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร, ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c6de9acb20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
