<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี!ศบค.เผยยอดหายป่วยรายวันสูงกว่าติดเชื้อ วันนี้ฉีดเข็มสาม 1.7 แสนโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวัน ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 21,379 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 20,885 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,812 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 4,073 ราย มาจากเรือนจำ 484 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 714,684 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 22,179 ราย หายป่วยสะสม 495,904 ราย อยู่ระหว่างรักษา 212,926 ราย อาการหนัก 4,999 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,038&amp;nbsp; ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 191 ราย เป็นชาย 115 ราย หญิง 76 ราย อยู่ในกทม.มากที่สุด 100 ราย เสียชีวิตที่บ้าน 2 ราย อยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา และอุบลราชธานีจังหวัดละ 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 5,854 ราย ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทย วันที่ 5 ส.ค. จำนวน 670,834 โดส โดยเป็นการฉีดเข็มสาม 175,190 โดส ทำให้มียอดฉีดวัคซีนสะสม จำนวน 19,632,537 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 201,697,453&amp;nbsp; ราย เสียชีวิตสะสม 4,280,362 ราย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 6 ส.ค. ได้แก่ กทม. 4,700 ราย สมุทรสาคร 1,355 ราย สมุทรปราการ 1,336 ราย ชลบุรี 1,325 ราย นนทบุรี 716 ราย ปทุมธานี 552 ราย ฉะเชิงเทรา 527 ราย นครปฐม 476 ราย สระบุรี 427 ราย อุบลราชธานี 358 ราย มีคลัสเตอร์ใหม่ 5 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทผลิตเหล็กหล่อ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อ 16 ราย โรงงานยางในรถ อ.เมือง จ.ชลบุรี 17 ราย บริษัทก่อสร้าง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 15 ราย บริษัทพืชสวน อ.เมือง จ.ราชบุรี 40 ราย โรงงานสัปปะรดกระป๋อง อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ 64 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112409</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด, จำนวนผู้หายป่วยโควิด, ฉีดวัคซีนเข็ม 3, ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e71087961ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่านแตกแล้ว!ศบค.เปิดตัวเลขติดเชื้อรายใหม่พุ่งไป1,335ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,335 ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 789 ราย และจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 537 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศล่าสุดอยู่ที่ 35,910 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 13,973 ราย และการตรวจคัดกรองเชิงรุก &amp;nbsp;18,716 ราย ส่วนผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 3,221 ราย โดยมีผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 28,322 ราย เพิ่มขึ้น 34 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 97 ราย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ, ศบค., ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_607675387c8f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เผยพบผู้ป่วยโควิด-19รายใหม่เพิ่มอีก 65 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.2564 &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;(ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 65 ราย เป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 60 ราย มาจากการตรวจในระบบเฝ้าระวังและบริการ 20 ราย จากการค้นหาคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 40 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยอยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) 3 ราย ผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 58 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดอยู่ที่ 26,370 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 23,532ราย ติดเชื้อค้นหาคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 14,681ราย ผู้เดินทางจากต่างประเทศ 2,838 ราย สถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 2,219 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 58 ราย รวมเป็น 25,744 ราย กำลังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 541 ราย โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 85 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่, ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19, สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60445921c37bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาคม&#039;ปิดประตูแจกเงินโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค. 2563 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว. การคลัง กล่าวว่า คลังยังไม่มีมาตรการแจกเงินเยียวยา 5 พันบาท ให้กับประชาชน แม้ว่าสถานการณ์โควิด -19 จะต้องกลับมาเฝ้าระวังอีกครั้ง โดยมาตรการด้านการคลังหลังจากนี้จะเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจไม่ใช่การเยียวยาเหมือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการในการดูแลเศรษฐกิจจะยังเป็นมาตรการชุดเดิม โดยเน้นกระตุ้นให้คนใช้จ่าย ผ่านโครงการคนละครึ่ง และช้อปดีมีคืน รวมถึงมาตรการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งขณะนี้ได้มีการปรับเงื่อนไข โดยการเพิ่มเที่ยวบินเพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวในหลายจังหวัด โดยเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันทั้งประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่าเพิ่งคิดเรื่องมาตรการแจกเงิน เพราะตอนนี้เศรษฐกิจอยู่ในโหมดฟื้นตัว เป้าหมายตอนนี้คือต้องฟื้นฟู ส่วนเงินที่จะดูแล ก็ให้มั่นใจได้ว่ายังมีอยู่จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท และปี 2564 ไทยก็พร้อมที่จะเปิดประเทศ แต่ก็ต้องดูว่าต่างประเทศที่จะมามีความพร้อมแล้วหรือยัง และไทยเองก็ต้องมีระบบการตรวจสอบที่เข้มข้นด้วย&amp;quot; นายอาคม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหร้บผลกระทบของการท่องเที่ยวที่ จ.เชียงใหม่และ จ. เชียงราย หลังจากพบว่าม่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในส่วนของคลังนั้นยังไม่มีความจำเป็นต้องออกมาตรการพิเศษเพื่อกระตุ้นท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว เพราะจากการสอบถามคนในพื้นที่พบว่าสถานการณ์ยังเป็นปกติดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;กระทรวงการคลังและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งเป้าหมายให้ให้การท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2564 จากมาตรการของรัฐที่ออกมาเพิ่มขึ้นอีก 3% รวมเป็น 6% หรือคิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยว 1 ใน 5 หรือประมาณ 8 ล้านคน ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดในสถานการณ์ปกติที่ 40 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทิศทางเศรษฐกิจในปี 2564 ยังต้องพึ่งพากำลังซื้อของประชาชน 52% ของจีดีพี และการลงทุนอีก 20% ของจีดีพี ขณะที่การลงทุนขิงภารรัฐต้องเป็นตัวขับเคลื่อน ไม่ให้สะดุด อาทิ การลงทุนรถไฟฟ้า สนามบิน และท่าเรือต่าง ๆ ส่วนสถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาท คลังขอไม่ให้ความเห็น เพราะเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่นโยบายการเงินและการคลังจะต้องทำงานใกล้ชิด สอดประสานกันด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86579</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ, มาตรการแจกเงินเยียวยา 5 พันบาท, ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe0f7ae0c9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดเลข2หลักอีกรอบพบ13คนในสถานกักกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.2563 - ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ว่าพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 13 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา 1 ราย, บังกลาเทศ 1 ราย, จอร์แดน 4 ราย, เยอรมนี 1 ราย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ราย, ฝรั่งเศส 1 ราย, รัสเซีย 1 ราย และสหราชอาณาจักร 2 ราย ส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดอยู่ที่ 3,759 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,451 ราย และผู้ป่วยที่ตรวจพบในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ 811 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 10 ราย รวมเป็น 3,561 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 139 ราย ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 59 ราย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศไทย, ศบค., ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19, สถานกักกันโรคของรัฐ, โควิด-19, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f98f6f3cc25f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังระบาดหนัก โควิด-19 คร่าชีวิตประชากรทั่วโลกใกล้ทะลุล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 2563 &amp;nbsp;รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดล่าสุดของ ไวรัสโควิด-19 จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ประจำวันที่ 27กันยายน 2563 จากเว็บ worldometers. มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. ผู้ติดเชื้อรวม :33,053,138 ผู้เสียชีวิตรวม : 998,716 และ รักษาหายรวม 24,405,921&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประเทศ มีผู้ป่วยสะสมสูงสุด 10 อันดับแรกประกอบไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1 ประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 7,287,561 ราย และมีผู้ป่วยเสียชีวิตสูงสุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 209,177 ราย
อันดับ 2 ประเทศอินเดีย มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 5,990,581 ราย เสียชีวิต 94,534 ราย
อันดับ 3 ประเทศบราซิล มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 4,718,115 ราย เสียชีวิต 141,441 ราย
อันดับ 4 ประเทศรัสเซีย มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 1,143,571 ราย เสียชีวิต 20,225 ราย
อันดับ 5 ประเทศโคลอมเบีย มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 806,038 ราย เสียชีวิต 25,296 ราย
อันดับ 6 ประเทศเปรู มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 800,142 ราย เสียชีวิต 32,142 ราย
อันดับ 7 ประเทศสเปน มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 735,198 ราย เสียชีวิต 31,232 ราย
อันดับ 8 ประเทศเม็กซิโก มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 726,431 ราย เสียชีวิต 76,243 ราย
อันดับ 9 ประเทศอาร์เจนตินา มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 702,484 ราย เสียชีวิต 15,543 ราย
อันดับ 10 ประเทศแอฟริกาใต้ มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 669,498 ราย เสียชีวิต 16,376 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f6ff079b8b60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;สั่งปรับแผนเป็นจุดตรวจความมั่นคงรับมือผ่อนคลายระยะ 4 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.63 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่าตามที่รัฐบาล และศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 มี คำสั่ง ศบค. ที่ 5/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดฯ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (ฉบับที่ 4) และข้อกำหนดฯ (ฉบับที่ 10) ลง 12 มิ.ย.63 ให้ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.63 พร้อมทั้งมีมาตรการผ่อนคลายการใช้อาคารสถานที่ การดำเนินกิจกรรมบางอย่าง และ ว.ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0007.35/1680 ลง 12 มิ.ย.63 สั่งการให้ทุกหน่วยดำเนินการและถือปฏิบัติ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล และข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทสส./ผอ.ศปม. ตามประกาศ ข้อกำหนด ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดูแล และกำชับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยร่วมปฏิบัติในทุกพื้นที่ ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การฉกฉวยโอกาสซ้ำเติมประชาชนในช่วงที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการตรวจสอบการดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค โดยในห้วงที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือจาก ประชาชน ผู้ประกอบการ ในการปฏิบัติตามมาตรการผ่อนคลายกิจกรรม กิจการ ร้านค้า สถานประกอบการ สนามกีฬา โรงแรม ต่าง ๆ เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ผบ.ตร. ได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ทุกพื้นที่ โดยให้ผู้บังคับบัญชาหมั่นบำรุงขวัญกำลังใจ พร้อมลงไปกำกับดูแลการปฏิบัติติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.63 เป็นต้นไปให้ปรับแผนการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เป็นจุดตรวจความมั่นคง และป้องกันปราบปรามอาชญากรรมให้เหมาะสมกับพื้นที่และสถานการณ์ พร้อมให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วและฝ่ายสืบสวน เพื่อออกตรวจพ้นที่และติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง รวมทั้งกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดที่เป็นการซ้ำเติมประชาชนและกระทบต่อความสงบสุขของประชาชนและสังคม เช่น การประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สิน การกู้ยืมเงินโดยมีอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือการหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การรวมกลุ่มแข่งรถในทาง ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ขับรถในขณะเมาสุรา ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด การหลบหนีเข้าเมือง ความผิดเกี่ยวกับสถานบริการ หรือความผิดอันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดฯ ประกาศ และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง โดยให้มีผลการปฏิบัติอย่างมีรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ให้ออกคำสั่งมอบหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดสืบสวนหาข่าวไว้โดยกำหนดจำนวนเวลาการปฏิบัติหน้าที่ให้ชัดเจน เพื่อใช้ในการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนของทางราชการของผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องออกตรวจติดตาม ตรวจสอบการใช้อาคารสถานที่หรือสถานประกอบการ การทำกิจกรรมด้านต่าง ๆ ที่ได้รับการผ่อนคลาย โดยเฉพาะกิจการและกิจกรรมในระยะที่ 4 ว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดฯ ดังกล่าวครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร หากพบว่ายังมีการฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด คำสั่ง หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง ก็ให้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้เหมาะสมตามสมควรแก่กรณี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68641</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ยกเลิกเคอร์ฟิว, ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19, แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดฯ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (ฉบับที่ 4)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5b29194d0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
