<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฝนหลวงเหนือ&#039;สู้ภัยแล้ง-PM2.5 เริ่มปฎิบัติการแรกดับไฟป่าเชียงดาว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.64- ศูนย์​ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ได้นำเฮลิคอปเตอร์​บินสนับสนุนดับไฟป่าบนดอยหลวงเชียงดาว พร้อมประจำการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ทั้งแก้ไขแล้งความต้องการน้ำ และสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นแล้ว ทั้งนี้ นายรังสรรค์ บุศย์เมือง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ กล่าวว่า​ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ได้มีการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ภาคเหนือจำนวน 2 หน่วย ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดตากเพื่อเตรียมพร้อมในภารกิจช่วยภัยแล้งและหมอกควันไฟป่า​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสรรค์ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดไฟป่าในพื้นที่บริเวณดอยหลวงเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้สนับสนุน เฮลิคอปเตอร์ AS350 B2 18301 ปฏิบัติภารกิจ 15 เที่ยวบิน 2.40 ชั่วโมงบิน บรรทุกน้ำปริมาณ 7,500 ลิตร ช่วยดับไฟป่าเนื่องจากเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินไม่สามารถเดินเท้าเข้าถึงจุดไฟป่าเกิดขึ้นได้ เพื่อลดการลุกลามไฟไหม้ป่าดอยหลวงเชียงดาวลงไปได้ พร้อมได้ติดตามสถานการณ์ความต้องการน้ำและสถานการณ์ภัยพิบัติในปัจจุบัน โดยเฉพาะปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5​ &amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น รวมทั้งภารกิจในการยับยั้งความรุนแรงของพายุลูกเห็บ และเติมน้ำให้กับเขื่อนกักเก็บน้ำ ทั้งนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือได้ส่งเฮลิคอปเตอร์เตรียมสนับสนุนในภารกิจบรรทุกน้ำเพื่อโปรยน้ำในการดับไฟป่าบริเวณพื้นที่ ภาคเหนือ น้ำหนักบรรทุก 500 ลิตรต่อเที่ยว ประจำการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสรรค์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือได้เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติการฝนหลวงตลอดเวลา ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ทั้งในส่วนของบุคลากร เครื่องบิน สารฝนหลวง รวมทั้งการตรวจสภาพอากาศทั้งจากวิทยุเพื่อวิเคราะห์​สภาพอากาศในช่วงเช้า และเรดาร์ตรวจวัดอากาศ (รอบการตรวจทุก 6 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง) ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศระหว่างวันอย่างใกล้ชิด ผ่านระบบฐานข้อมูลของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งติดตามการรายงานสภาพท้องฟ้าของ เครือข่ายอาสาสมัครฝนหลวงบริเวณต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92274</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, ศูนย์ปฎิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210207/image_big_601fa3b7eeb3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
