<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ‘วัคซีน’สลับชนิด ประเดิมแล้ว‘SV+AZ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เริ่มแล้วฉีดวัคซีนโควิดสลับชนิด ปลัด สธ.ลงนามประกาศด่วน ถึงศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ฉีดวัคซีน Sinovac เข็มที่ 1 AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2 ให้ประชาชนทั่วไป เมืองนนท์คึกคักเริ่มสูตรใหม่ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2564 นพ.เกียรติภูมิ&amp;nbsp; วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามในประกาศ ด่วนที่สุด ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด&amp;nbsp; ระบุถึงหลักเกณฑ์การฉีดวัคซีนสลับชนิดกันสำหรับประชาชน และการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด พบการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์กลายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์เดลตา เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก มีการศึกษาโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; (ไบโอเทค) พบว่าการฉีดวัคซีน Sinovac เป็นเข็มที่&amp;nbsp; 1 และฉีควัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2&amp;nbsp; สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสให้อยู่ในระดับที่สูงได้เร็วมากขึ้น โดยสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีใกล้เคียงกับ&amp;nbsp; AstraZeneca 2 เข็ม ซึ่งคาดว่าจะมีผลดีต่อการป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลตา และไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรงภายหลังได้รับวัคชีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีดังกล่าว การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ศ.2558 ครั้งที่ 7/2564 เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2564&amp;nbsp; และการประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด (ปค.ส5) ครั้งที่ 10/2564 เมื่อวันที่ 15 ก.ค. มีมติเห็นชอบการฉีดวัดซีนโควิดสลับชนิด โดยฉีดวัคซีน&amp;nbsp; Sinovac เป็นเข็มที่ 1 และตามด้วยวัดซีน&amp;nbsp; AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2 และการฉีดวัคซีนโควิดกระตุ้นภูมิคุ้มกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า แล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข จึงขอแจ้งแนวทางการฉีดวัคซีนโควิดสลับชนิดสำหรับประชาชน และการฉีดวัคซีนโควิดเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การฉีดวัคซีนโควิดสลับชนิดสำหรับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.1) ให้ฉีดวัคซีนโควิด เข็มที่ 1 ด้วยวัคซีนโคโรนาแวค (Coronavac) ของบริษัท Sinovac&amp;nbsp; Biotech จำกัด และเข็มที่ 2 เป็นวัคชีน&amp;nbsp; AstraZeneca ของบริษัท AstraZeneca&amp;nbsp; จำกัด โดยมีระยะห่างระหว่างเข็ม 3-5 สัปดาห์ หากเกินกว่าระยะห่างที่กำหนด ขอให้ฉีดวัคซีนโดยเร็วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตา โดยจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสให้อยู่ในระดับที่สูงใกล้เคียงกับผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca 2 เข็ม แต่ใช้ระยะเวลาสั้นกว่า เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมโรคโควิดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ของโรค ในระยะที่มีวัคซีนจำนวนจำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.2) ในกรณีผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 เป็น&amp;nbsp; AstaZeneca กำหนดให้รับวัคซีนเข็มที่ 2 เป็นวัคซีน AstraZeneca เช่นเดิม โดยมีระยะห่างระหว่างเข็ม 12 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การฉีดวัคซีนโควิดกระตุ้นภูมิคุ้มกัน สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.1) กำหนดให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด เช่น บุคลากรที่ปฏิบัติงานแผนกผู้ป่วยโควิด แผนกผู้ป่วยนอก คลินิกทางเดินหายใจ&amp;nbsp; ห้องฉุกเฉินแผนกผู้ป่วยวิกฤติ โรงพยาบาลสนาม เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สอบสวนโรค เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสถานที่กักกัน และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานใน&amp;nbsp; Hospitel ที่ได้รับวัคซีนโคโรนาแวค (Coronavac) ของบริษัท Sinovac&amp;nbsp; Biotech จำกัด ครบ 2 เข็มแล้ว จะได้รับการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยการรับวัคซีน AstraZeneca หรือวัคซีนชนิด messenger Ribonucleic Acid&amp;nbsp; (mRNA) จำนวน 1 เข็ม โดยมีระยะห่างระหว่างเข็มที่&amp;nbsp; 2 และเข็มกระตุ้นอย่างน้อย 4 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเกินกว่าระยะห่างที่กำหนด ขอให้ฉีดวัคซีนโดยเร็วเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสให้อยู่ในระดับที่สูงอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca&amp;nbsp; ครบ 2 เข็มนั้น เนื่องจากภูมิคุ้มกันยังอยู่ในระดับที่สูงเพียงพอ จึงยังไม่ต้องฉีดเข็มกระตุ้นในระยะนี้ ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นๆ จะได้รับการจัดสรรวัคซีนเข็มกระตุ้นในระยะถัดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.2) ขอให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำรวจรายชื่อบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขด่านหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด พร้อมทั้งเสนอรายชื่อดังกล่าวต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อพิจารณาตรวจสอบ ยืนยันสถานะของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขแต่ละคน และส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; (MOPH IC White Ist) เพื่อฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าที่ได้รับวัคซีนโคโรนาแวค (Coronavac) ของบริษัท Sinovac Biotech จำกัด ครบ 2 เข็มแล้ว&amp;nbsp; และมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโควิดจากการปฏิบัติงานประจำในการดูแลผู้ป่วย เพื่อธำรงไว้ซึ่งระบบบริการสาธารณสุขของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง หากมีข้อสอบถามเพิ่มเติมสามารถติตต่อได้ที่&amp;nbsp; นางปียดา อังศุวัชรากร ตำแหน่งแพทย์ปฏิบัติการ และ&amp;nbsp; น.ส.นพรัตน์ วิหารทอง ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โทร.02-590-3196 ในประเด็นแนวทางการให้วัคซีนโควิด นายชัตติย อุตม์อ่าง ตำแหน่งเภสัชกรชำนาญการ และ น.ส.ปิยะนาถ เชื้อนาค ตำแหน่งเภสัชกรปฏิบัติการ โทร.02-590-3222 ในประเด็นการบริหารจัดการวัคชีนโควิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้างเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน อ.เมืองนนทบุรี&amp;nbsp; สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีได้ฉีดวัคซีนให้ประชาชนที่ลงทะเบียนและนัดหมายผ่าน &amp;quot;นนท์พร้อม&amp;quot; จำนวน 9,000 คน โดยแบ่งเป็นรอบเช้าเข็ม 2 จำนวน&amp;nbsp; 4,000 คน และรอบบ่ายเข็มแรก จำนวน 5,000 คน&amp;nbsp; โดย นพ.สฤษดิ์เดช เจริญไชย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ได้มาคอยดูแลความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า วันนี้เป็นการฉีดตามสูตรใหม่&amp;nbsp; SV+AZ วันแรกจะมีคนจะได้ฉีด AZ เป็นเข็ม 2 เกือบ 4,000 คน มีการนัดหมายเป็นรอบๆ ช่วงบ่ายเริ่มบ่ายโมงนัดเข็ม 1 เป็น SV อีกประมาณ 5,000 คน&amp;nbsp; ประชาชนมาก่อนนัดตั้งแต่เช้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าดูตามกระแสในโซเชียลการปรับสูตรก็มีคนไม่ต้องการเยอะ เพราะไม่อยากรับสูตรนี้หรือยังไม่มั่นใจ แต่เมื่อมาดูวันนี้ก็ทำให้เห็นว่าคนต้องการสูตรใหม่ที่ต้านทานเชื้อ&amp;nbsp; delta ได้ดี ก็คือซิโนแวคเข็มหนึ่งและแอสตร้าเซนเนก้าเข็มสอง และอีก 3-4 สัปดาห์ก็จะฉีดแอสตร้าเซนเนก้าให้เป็นเข็มที่ 2 ส่วนคนที่มารอจนแน่นลานจอดรถนั้น คนไม่มาตามเวลานัดหมายอาจจะมีการปรับแผนบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คนที่ได้ฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเข็ม 1 เข็ม 2 ก็จะฉีดแอสตร้าเซนเนก้า ส่วนคนที่ได้เข็มที่ 1 ซิโนแวค เข็มที่ 2 จะเป็นแอสตร้าเซนเนก้าแน่นอน ยกเว้นคนที่ไม่ต้องฉีดหรือมีประเด็นเกี่ยวกับโรคประจำตัวที่มีข้อห้าม ซึ่งการปรับสูตรก็เป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญยืนยันในการต่อสู้กับเชื้อ delta ซึ่งสามารถป้องกันได้ดีพอๆ กับฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110102</URL_LINK>
                <HASHTAG>AstraZeneca, COVID-19, Sinovac, ฉีดวัคซีน, ฉีดวัคซีนโควิด, ฉีดวัคซีนโควิดสลับชนิด, ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2ebb70f0fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบผู้ป่วยโคอิด-19ในไทยเพิ่มอีก 3 คน ต้อตอจากอิตาลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63-ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข สรุปยอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 คน ทำให้ไทยมีผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็น 53 คน แบ่งเป็นหายดีกลับบ้านแล้ว 33 คน รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 19 คน และเสียชีวิต 1 ราย ส่วนผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนว่ามีความเสี่ยงมีจำนวน 4,682 คน หายดีกลับบ้านแล้ว 2,844 คน เหลือ 1,838 คน อยู่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ชี้แจงรายละเอียดผู้ป่วยรายใหม่ 3 คนว่า คนแรกเป็นหญิงไทย อายุ 41 ปี ไม่มีประวัติไปต่างประเทศแต่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยคนที่ 45 ที่เป็นชายไทยและป่วยไปก่อนหน้านี้ โดยหญิงไทยคนนี้เริ่มมีไข้แล้วเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถีเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ส่วนอีก 2 คน เป็นสามีภรรยากัน ภรรยาอายุ 46 ปี เพิ่งกลับจากประเทศอิตาลีถึงไทยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่วนสามีไม่ได้ไปต่างประเทศด้วย แต่สัมผัสใกล้ชิดภรรยา ก่อนเริ่มป่วยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ด้วยอาการปวดเมื่อยตามตัวและมีไข้ ผลตรวจยืนยันว่าพบเชื้อโควิด-19 ขณะนี้ทั้งสองคนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพนักงานแกร็บที่ป่วยเป็นโรคนี้หลังมาทำงานที่ไทย นพ.โสภณ บอกว่า เมื่อเทียบประวัติช่วงการเดินทางเข้าไทยและช่วงที่เริ่มป่วยแล้วไม่น่าติดเชื้อที่ไทย น่าจะติดมาจากประเทศอื่น ประกอบกับได้ตรวจสอบอาการเพื่อนร่วมงาน ก็ไม่พบว่ามีใครมีอาการป่วย แต่จะตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนเช่นเดียวกับกรณีที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ติดโรคนี้ก็จะรอดูผลทางห้องปฏิบัติการและผลการตรวจระบาดวิทยา คาดว่ากรณีเจ้าหน้าที่ตม. จะชัดเจนวันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าโรคโควิด-19 จะอยู่ในไทยอีกนานเท่าไร สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด และประชาชนต้องทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข, โคอิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e67343659ed2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
