<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฝนถล่มกรุง ฮือฮาลูกเห็บตก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พายุฝนถล่มเมืองกรุง คน กทม.ฮือฮาลูกเห็บตกหลายพื้นที่ อุตุฯ เตือนในช่วงนี้ยังมีฝนฟ้าคะนอง ปภ.เผย 45 จังหวัดได้รับความเสียหาย เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงเย็น ได้มีฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเวลา 16.00 น. ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร รายงานปริมาณฝนปานกลางจากพื้นที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ต่อเนื่องเขตหนองจอก มีนบุรี คันนายาว บึงกุ่ม ลาดพร้าว บางเขน สายไหม ดอนเมือง หลักสี่ จตุจักร เคลื่อนตัวทิศตะวันตกเข้า จ.นนทบุรี ปริมาณฝนรวมสูงสุดเขตดอนเมือง 32.5 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ภาพจากสถานีเรดาร์ หนองแขม กรุงเทพมหานคร พบปริมาณกลุ่มฝนเคลื่อนตัวทิศใต้ มีฝนตกพื้นที่เขตวังทองหลาง วัฒนา รามคำแหง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีรายงานพบลูกเห็บตกในหลายพื้นที่ ทั้งย่านรามอินทรา เขตคันนายาว มีนบุรี และหนอกจอก
ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้นำมาโพสต์และแชร์กันเป็นที่ฮือฮา เพราะถ7งแม้จะเคยมีเหตุการณ์ลูกเห็บตกในพื้นที่ กทม.บ้าง แต่ไม่บ่อยนัก และบางคนก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนยังคงแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นส่วนมากทางตอนบนของภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่างเคลื่อนเข้าสู่บริเวณทะเลอันดามัน ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคใต้ฝั่งตะวันตกและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางพื้นที่ ช่วงวันที่ 31 มี.ค. ถึงวันที่ 11 เม.ย. ส่งผลให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกในพื้นที่ 45 จังหวัด รวม 152 อำเภอ 365 ตำบล 956 หมู่บ้าน 2 เทศบาลเมือง ทั้งนี้ มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 4,938 หลัง วัด 2 แห่ง รวมถึงกรุงเทพมหานคร 1 เขต 1 แขวง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่ จ.น่าน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย อยู่ที่ จ.น่าน 1 ราย จ.สุรินทร์ 4 ราย และ จ.พิจิตร 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้างหรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสมแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝนตกหนัก, พื้นที่กรุงเทพมหานคร, ลูกเห็บตกหลายพื้นที่, ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6073085b1703a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 06:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 06:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมฯแจ้งพบกลุ่มฝนเล็กน้อยสลับปานกลางเคลื่อนเข้าพื้นที่เขตบางนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;20 ม.ค.63-เพจศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร@BKK_BEST รายงานว่า เวลา 05.30 น. พื้นที่ กทม.ไม่พบกลุ่มฝน ฝนเล็กน้อยสลับปานกลาง จ.สมุทรปราการ เคลื่อนตัวทิศเหนือเข้าใกล้พื้นที่เขตบางนา / อุณหภูมิที่สำนักการระบายน้ำ 27 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 90%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54993</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝนตก, ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf4b3b214af5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนตกหนักหวั่นเปิดเทอมอ่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยยังคงมีฝนต่อไป อุตุฯ เตือนประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก กทม.และปริมณฑลโอกาสมีฝนร้อยละ 60 และมีฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศในรอบสัปดาห์ ดังนี้ ในช่วงวันที่ 13-14 พฤษภาคม ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังในขณะที่มีฝนฟ้าคะนอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. คลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้จากทะเลจีนใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร รายงานว่า เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 13 พ.ค. มีฝนปานกลางถึงหนักบริเวณเขตดินแดง ราชเทวี พญาไท ป้อมปราบฯ พระนคร ดุสิต จตุจักร บางซื่อ บางพลัด ต่อเนื่อง จ.นนทบุรี และฝนเล็กน้อยบริเวณเขตสวนหลวง บึงกุ่ม ลาดพร้าว ห้วยขวาง ปริมาณฝนรวมสูงสุด เขตดุสิต 39.0 มม. รอบนอกฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง จ.ชลบุรี เคลื่อนตัวทิศเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันในหลายพื้นที่เริ่มมีฝนตกลงมา ทั้งบริเวณย่านบางพลัด สะพานซังฮี้ งามวงศ์วาน แยกพงษ์เพชร วงเวียนบางเขน ราชดำเนิน บางศรีเมือง บางใหญ่ และ จ.นนทบุรี นอกจากนี้ บริเวณถนนพิชัยและถนนสุโขทัย อาคารรัฐสภามีต้นไม้ล้ม ขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9100</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, คลื่นกระแสลม, พยากรณ์อากาศ, ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม, สำนักการระบายน้ำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อันตรายจากฝนตกหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180513/image_big_5af83b26bd022.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.เจอพายุฝน เจิ่งนองทั่วกรุง เสาไฟล้ม14ต้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พายุฤดูร้อนมาตามนัด กทม.ฝนตกเป็นวงกว้าง ชานเมืองเสาไฟฟ้าโค่น 14 ต้น ไฟดับระนาว อุตุฯ เตือนหลายจังหวัดยังต้องรับมืออีกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงสายวันที่ 17 เมษายนนี้ ได้เกิดฝนตกในกรุงเทพฯ เป็นวงกว้าง ตั้งแต่เล็กน้อยถึงปานกลาง และบางแห่งมีลมพายุ ดังที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนเรื่องพายุฤดูร้อน โดยทวิตเตอร์ ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม&amp;rlm; @BKK_BEST รายงานว่า มีฝนในเขตประเวศ สวนหลวง สะพานสูง มีนบุรี คลองสามวา หนองจอก ลาดกระบัง จตุจักร หลักสี่ ดอนเมือง สายไหม ต่อเนื่อง อ.ลำลูกกา และรอบในเขตดุสิต พญาไท พระนคร เคลื่อนตัวทิศตะวันออกค่อนทางเหนือ แนวโน้มคงที่ ปริมาณฝนสูงสุดเขตคลองสามวา 34.0 มม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจ FM91 Trafficpro รายงานเมื่อเวลา 10.45 น. เกิดเหตุพายุลมแรงทำให้เสาไฟฟ้าล้ม 2 จุด บริเวณถนนเจ้าคุณทหาร และถนนร่มเกล้า รวม 14 ต้น ส่งผลให้ไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ ได้แก่ ถนนร่มเกล้า ถนนลาดกระบัง ถนนสังฆประชา ถนนคุ้มเกล้า ถนนเคหะร่มเกล้า ถนนสุวินทวงศ์ และถนนรามคำแหง‬ โดยเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงได้เร่งแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิจิตร นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.พิจิตร สั่งการให้ฝ่ายปกครองประสานงานกับฝ่ายทหารลงพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือราษฎร หลังจากในช่วง 2 วันนี้ได้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมพัดกระโชกแรง ส่งผลให้มีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย 203 หลังคาเรือน ในพื้นที่ 7 อำเภอ คือ อ.เมืองพิจิตร, ตะพานหิน, โพธิ์ประทับช้าง, สามง่าม, บึงนาราง, วชิรบารมี และ อ.ดงเจริญ ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรได้ลงนามประกาศให้พื้นที่ 7 อำเภอดังกล่าวเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อจะได้ช่วยเหลือราษฎรให้เป็นไปตามระเบียบราชการ นอกจากนี้ยังพบว่า น.ส.สง่า ค้ำชู อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168/2 หมู่ที่ 2 บ้านคลองคูณ ต.คลองคูณ อ.ตะพานหิน ซึ่งมีอาชีพทำนา ขณะฝนตกได้ออกไปที่กลางทุ่งนาและถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต โดยทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตรจะได้มอบเงินจำนวน 10,000 บาท จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ช่วยเหลือให้เป็นค่าจัดการศพต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จันทบุรี นายสนิท มีพืชน์ เกษตรอำเภอเมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากนางลักคณา ไชยผล อายุ 57 ปี เกษตรกรชาวสวนทุเรียน หมู่ที่ 13 ต.คลองนารายณ์ อ.เมืองจันทบุรี ว่าเกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มสวนทุเรียนที่ใกล้เก็บเกี่ยว ลูกร่วงหล่นเสียหาย ไปตรวจสอบพบว่าผลผลิตทุเรียนพันธุ์หมอนทอง และพันธุ์กระดุม ที่ใกล้จะเก็บขายในปลายเดือนนี้ ถูกพายุพัดผลร่วงหล่นเสียหายกว่า 1 ตัน นอกจากนี้ ในพื้นที่ ต.พลับ ใน 4 หมู่บ้าน คือหมู่ที่ 1-4 สวนทุเรียนก็ถูกพายุพัดเสียหาย โดยภาพรวมเสียหาย 2 ตำบล คือ ต.พลับ และ ต.คลองนารายณ์ รวม 5 หมู่บ้าน ผลผลิตร่วงหล่นเสียหายกว่า 100 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17-18 เมษายน 2561)&amp;quot; ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 17 เมษายน 2561 ความว่า จะเกิดพายุฤดูร้อน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ซึ่งในวันที่ 18 เม.ย. ภาคเหนือ เกิดขึ้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก, ภาคกลาง : จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7302</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี, นายสนิท มีพืชน์, พายุฤดูร้อน, ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสาไฟฟ้าโค่น, ไฟดับระนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5f0e7c2c87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
