<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สบพ.เร่งทบทวนแผนสร้างศูนย์อบรมฯหลังถูกหั่นงบเหลือ 1.2 พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย. 2564 นางสาวภัคณัฏฐ์ มากช่วย รองผู้ว่าการฝ่ายบริหาร และรักษาการแทน ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) เปิดเผยว่า สบพ.เป็นหนึ่งหน่วยงานที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้ สบพ.จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภา ซึ่งกองทัพเรือ(ทร.)ได้มีการจัดสรรพื้นที่ให้จำนวน 100 ไร่ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการทบทวนผลการศึกษา ตามข้อสังเกตของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ได้มีข้อเสนอแนะว่า โครงการดังกล่าวมีขนาดใหญ่เกินไป และขอให้มีการปรับลดการลงทุน จากเดิมจะใช้วงเงินลงทุน 2,715 ล้านบาท ให้เหลืออยู่ที่ไม่เกิน 1,200 ล้านบาท (การลงทุนในระยะแรก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากข้อเสนอแนะของ สศช.ดังกล่าวนั้น สพบ.จึงได้นำผลการศึกษากลับมาทบทวน ประกอบกับจากสถานการณ์การแพร่ระบาดให้เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เกิดขึ้นในระลอกแรกนั้น ทำให้คณะกรรมการฯ (บอร์ด) มีมติให้ชะลอโครงการดังกล่าวออกไปก่อน ซึ่งขณะอยู่ระหว่างทำการศึกษาความเป็นไปได้ใหม่อีกครั้ง ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เห็นว่า สบพ.ควรทบทวนแผนการศึกษาโครงการเดิม เพื่อให้มีขนาดการลงทุนที่เหมาะสม ตามความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ สบพ.จะดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโครงการ เพื่อทบทวนและศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภาฯ (ฉบับใหม่)ในวงเงิน 12 ล้านบาทโดยใช้งบประมาณของ สบพ. ซึ่งเมื่อศึกษาแล้วเสร็จ จะเสนอไปยัง สศช.อีกครั้ง ก่อนที่จะนำเสนอโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ทั้งนี้ ตามแผนที่กำหนดไว้ หากได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว คาดว่า จะเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 และเริ่มการก่อสร้างระยะเวลา 18 เดือน หรือแล้วเสร็จภายในปี 2570&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวภัคณัฏฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับศูนย์ฝึกอบรมบุคลกรฯ แผนเดิมใช้งบประมาณ 2,715 ล้านบาท แบ่งออกเป็ร 3 ส่วน ได้แก่ 1.ค่าสิ่งปลูกสร้าง วงเงิน 1,815 ล้านบาท 2.ค่าครุภัณฑ์การเรียนการสอน วงเงิน 448 ล้านบาท และ 3.ค่าดำเนินการ วงเงิน 450 ล้านบาท โดยวัตถุประสงค์ของการดำเนินการนั้น เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ในการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมการบิน และเพื่อสนับสนุนบุคลากรให้แก่หน่วยงานการขนส่งทางอากาศทั้งภาครัฐและเอกชน ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลที่องค์การการบินพลเรือนระหว่าง ประเทศ (ICAO) ได้กำหนดไว้ อีกทั้ง สกพอ.ยังได้ให้ความเห็นว่า สบพ. ควรมีการพัฒนาบุคลากรร่วมกับภาคเอกชน เพื่อบูรณาการด้านองค์ความรู้ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) มีมติรับทราบ และขอให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องรับความเห็น กพอ. ไปดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนประโยชน์ของโครงการศูนย์ฝึกอบรมฯ นั้น ยังประกอบด้วย 6 ข้อ ได้แก่ 1.ผลิตบุคลากรช่างซ่อมบำรุงอากาศยานรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบิน 2.พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการซ่อมบำรุงและผลิตชิ้นส่วนจากผู้นำระดับโลก 3.เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และวิจัยเทคโนโลยีด้านซ่อมบำรุงและผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน 4.ยกระดับมาตรฐานการซ่อมบำรุงอากาศยานของไทยและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน 5.ดึงดูดการลงทุนศูนย์ซ่อมบำรุงและผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน และ 6.สนับสนุนเป้าหมายของประเทศด้านอุตสาหกรรมการบิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107107</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.), ภัคณัฏฐ์ มากช่วย, ศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d05e1b38963.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
