<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิชา-เอ็นจีโอเด็ก&#039; เผยนักเรียนชูสามนิ้ว ตอกย้ำระบบอำนาจนิยมกดทับยาวนานจนต้องลุกขึ้นทวงสิทธิ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทิชา ณ นคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ็นจีโอด้านเด็ก จี้ ศธ.ไฟเขียวนักเรียน นักศึกษาแสดงออกทางการเมือง ชงครูอำนวยความสะดวก รวบรวมเนื้อหาส่งต่อภาครัฐอย่างเป็นระบบ วอนเลิกติดตาม ข่มขู่คุกคาม ด้านป้ามลชี้ผู้ใช้อำนาจยังเหลิงเมาในอำนาจ โรงเรียนมีระบบอำนาจนิยมเกินขอบเขตมายาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 - นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชาย บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวความเคลื่อนไหวของนักเรียนหลายสถาบันพร้อมใจกันทำกิจกรรมชูสามนิ้วหลังเคารพธงชาติ ตลอดจนการผูกริบบิ้นสีขาวเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงจุดยืนการเมือง ว่า ปรากฏการณ์ชูสามนิ้วของนักเรียน ในโรงเรียนช่วงเข้าแถวตอนเช้ากำลังเล่าอะไรบางอย่างกับสังคม สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นระบบอำนาจนิยมที่ถูกผลิตซ้ำอย่างไม่ขาดสาย อาทิ วัฒนธรรมในโรงเรียน ที่เปิดเทอมต้องกร้อนผม ตัดเลาะกระโปรง เป็นต้น อำนาจนิยมในบริบทดังกล่าวขัดแย้งกับสังคมจริงนอกห้องเรียนที่มนุษย์ต้องคิดเป็น ตัดสินใจเป็น มีทางเลือกเป็นของตนเอง ส่วนการกระทำในบริบทของครู เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่ทำมาอย่างยาวนาน ระบบอำนาจนิยมที่หยั่งรากลึกในโรงเรียนภายใต้โลกใบใหม่ของนักเรียนที่เขาสามารถเชื่อมข้อมูล ความทุกข์ แรงกดดัน ได้อย่างเสรี คือการเร่งวิกฤตศรัทธาต่อผู้ใช้อำนาจในอัตราที่เร็วมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะที่ผู้ใช้อำนาจยังเหลิง ยังเมาในอำนาจไม่สร่างชัดเจน นักเรียนเหล่านี้ได้ลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ ยืนยันเสรีภาพ ตอกย้ำระบบอำนาจนิยมที่กดทับพวกเขามายาวนาน เมื่อปัจจัยภายในโรงเรียนมาถึงจุดที่สุกงอม ขณะที่ปัจจัยภายนอกเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งที่เขาตามหา การสนธิปรากฏการณ์ระหว่างสองปัจจัยส่งผลให้ทะลุเพดานการเคลื่อนไหว เกิดปรากฎการณ์ชูสามนิ้วทั้งในและนอกโรงเรียนที่ส่งรับกัน&amp;rdquo; นางทิชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า กรณีนี้พบว่ามีครู อาจารย์ ในโรงเรียนบางแห่งได้กระทำการที่ไม่เหมาะสมกับเด็กๆนักเรียนที่แสดงออก ทั้งวาจาและการกระทำ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ในฐานะคนทำงานด้านเด็กและเยาวชน มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นผลกระทบโดยตรงต่อเด็ก จึงขอแสดงจุดยืน ดังนี้ 1.ขอสนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนนักศึกษาทุกระดับชั้น ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญที่ได้รับรองไว้ และเป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กซึ่งให้ความสำคัญกับสิทธิการมีส่วนร่วมของเด็กอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กระทรวงศึกษาธิการควรมีนโยบายเปิดพื้นที่แสดงออกของนักเรียน นักศึกษา ให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยปราศจากการแทรกแซง หรือคุกคามของคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดหรือแม้กระทั่งครู อาจารย์ และควรกำหนดให้ครู อาจารย์ อำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรม เพื่อรวบรวมเอาความคิดเห็นต่างๆของเด็กๆส่งต่อให้กับรัฐบาล เพื่อให้ได้รับรู้ความเป็นไปและข้อเท็จจริงที่เขาต้องการ และคอยชี้แนะให้อยู่ในกรอบที่ไม่ละเมิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กระทรวงศึกษาและสถานศึกษาควรระลึกอยู่เสมอว่า ความตื่นตัวในทางการเมืองและสนใจปัญหาบ้านเมืองของนักเรียนนักศึกษาในยุคนี้ คือสิ่งที่มีค่า ควรสนับสนุนและรักษาไว้อย่างยิ่ง &amp;nbsp;ควรตั้งคำถามกับระบบการศึกษาที่เป็นอยู่ว่า เหตุใดการเรียนการสอนทุกวันนี้จึงไม่สามารถกระตุ้นการเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ให้กับลูกศิษย์ได้เลย &amp;nbsp;ครั้นเมื่อเด็กๆลุกขึ้นมาตื่นรู้ด้วยตัวเองแล้ว จึงไม่มีเหตุผลใดที่เด็กๆจะถูกปิดกั้นและริดรอนสิทธิเสรีภาพของพวกเขา ควรยอมรับความจริงว่าความล้มเหลวในระบบมีอยู่จริงและต้องเร่งแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ขอเรียกร้องต่อรัฐบาล ทหาร &amp;nbsp;ตำรวจและหน่วยงานด้านความมั่นคงต่างๆต้องยุติการแทรกแซงกิจกรรมของนักเรียนนักศึกษาในทุกรูปแบบทันที &amp;nbsp;หากต้องการรับรู้สถานการณ์และข้อมูลให้สอบถามจากครู &amp;nbsp;อาจารย์ในโรงเรียนเท่านั้น และไม่ควรมีใครติดตาม คุกคาม นักเรียนนักศึกษาและครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ขอเรียกร้องต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ให้พยายามทำความเข้าใจต่อมุมมอง ความคิดของเด็กๆ &amp;nbsp;มองให้เห็นคุณค่าและความงดงามในการตั้งคำถาม &amp;nbsp;การลุกขึ้นมาเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ คอยระมัดระวังเรื่อง Hate speech สร้างความเกลียดชัง &amp;nbsp;และให้การเคารพในความคิดต่าง&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนเดช&amp;nbsp;ใจสบาย ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิ &amp;nbsp;ได้ออกแถลงการณ์โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;เครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิ เห็นว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียน ในรั้วสถาบันการศึกษานั้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของนักเรียนที่สามารถจะกระทำได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 34 ก็บัญญัติไว้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้ฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่มีหลักการสำคัญคือเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก 4 ด้าน โดยเฉพาะด้านที่4&amp;ldquo;สิทธิที่จะมีส่วนร่วม&amp;rdquo; ซึ่งสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี ตลอดจนเข้ามามีบทบาทในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะกับเรื่องที่ส่งผลกระทบหรือมีส่วนโดยตรงกับตัวเด็กและเยาวชน เครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิ จึงขอเรียกร้องไปยังสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ให้สถาบันการศึกษาทุกระดับ เปิดพื้นที่ในรั้วสถาบันการศึกษาให้แก่นักเรียนเพื่อแสดงออกทางความคิดได้อย่างเสรี และไม่ปิดกั้นการทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ตลอดจนไม่ใช้ความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นการกระทำต่อร่างกายและจิตใจของนักเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชูวิทย์ จันทรส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74798</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูสามนิ้ว, ทิชา ณ นคร, มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว, ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชาย, เอ็นจีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3b8a3f4d1ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
