<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วย&#039;คลัสเตอร์ฟันน้ำนม&#039;ที่รพ.ขอนแก่น-รพ.ศรีนครินทร์ อาการเด็กๆยังคงทรงตัว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 ก.ค.2564 ที่ รพ.ขอนแก่น ยังคงมีผู้มีจิตศรัทธา ทยอยกันนำสิ่งของมาบริจาคให้กับผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ในกลุ่มคลัสเตอร์ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กศรีสุข ซึ่งอยู่ในการดูแลของ อบต.ศรีสุข อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ซึ่งสำนักงานสาธารณสุข จ.ขอนแก่น ได้แยกการรักษาผู้ป่วยทั้งหมดออกเป็นที่ รพ.ขอนแก่น และ รพ.ศรีนครินทร์ ตามระบบการส่งต่อการรักษาของกระทรวงสาธารณสุขในกลุ่มผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมชายโชติ &amp;nbsp;ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกคนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ที่ทยอยส่งมอบกำลังใจให้กับผู้ป่วยเด็กและคณะครูทุกคนที่ รพ.ขอนแก่น และ รพ.ศรีนครินทร์ โดยรับตัวมาทำการรักษาตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา (1ก.ค.) ตาม ระบบการส่งต่อการรักษา แยกเป็น รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำการรักษาผู้ป่วยที่เป็นครู 2 คน เด็ก 10 คน ขณะที่ รพ.ขอนแก่น ทำการรักษาผู้ป่วย ที่เป็นครู 6 คน และเด็ก 24 คนโดยอาการล่าสุดเช้าวันนี้ พบว่าครูที่รับการรักษาที่ รพ.ขอนแก่น &amp;nbsp;มีไข้ 1 ราย ทีมแพทย์จึงแยกตัวทำการรักษาโดยเฉพาะ ขณะที่เด็กๆทุกคนนั้นไม่มีใครงอแง เชื่อฟังคำแนะนำของทีมแพทย์และพยาบาล ในขั้นตอนของการรักษาอย่างดี ทำกิจกรรมต่างๆ ตามขั้นตอนของการรักษาอย่างพร้อมเพรียงและที่สำคัญคือเด็กๆตื่นเต้นกับขนมและของเล่นใหม่ ที่ผู้ใจบุญนำมามอบให้อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo; ตลอดทั้งวันมีผู้ใจบุญนำขนม,นม, ของเล่น ,แพมเพลิส, ขวดนม รวมไปถึงของใช้เด็กๆมามอบให้กับ ทั้ง 2 รพ. ที่รับการรักษาผู้ป่วยจากกลุ่มคลัวเตอร์ดังกล่าว รวมทั้งสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในการดำเนินงานด้านโควิดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างขวัญกำลังใจให้กับ ผู้ป่วย และคณะทำงานได้อย่างมาก ขณะเดียวกันอาการของผู้ป่วยจากกลุ่มคลัสเตอร์ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือที่เรียกว่าคลัสเตอร์ฟันน้ำนมนั้นอาการทรงตัว ทีมแพทย์ทำการรักษาตามอาการ แต่ที่น่าห่วงวันนี้คือเด็กห่างจากบ้านเข้าสู่วันที่2 ซึ่งจะต้องคิดถึงบ้าน คิดถึงผู้ปกครองและอาจจะงอแง ได้ จึงเตรียมพิจารณานำผู้ปกครองของเด็กๆ มาพบกับบุตร-หลาน แต่ต้องดำเนินการอย่างรัดกุม เนื่องจากผู้ปกครองบางคนจัดอยู่ในกลุ่มผู้ป่วย บางคนจัดอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง และบางกลุ่มอยู่ในกลุ่มกักตัว จึงจะต้องวิเคราะห์สถานการณ์และบริหารจัดการเหตุการณ์ตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน&amp;rdquo;นพ.สมชายโชติ &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108384</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์ฟันน้ำนม, นพ.สมชายโชติ  ปิยวัชร์เวลา, รพ.ขอนแก่น, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60deaabcbe79a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2019 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมศ.รับรองประเมินภายนอกรอบ 4 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 12แห่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10มิ.ย.62-นางสาวขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ. ) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการบริหาร สมศ. ได้รับรองผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 ประจำปีงบประมาณ 2562 ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 12 แห่ง โดยการประเมินคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่ศูนย์พัฒนาเด็กกำหนดคือการประเมินใน 3 มาตรฐานประกอบด้วยมาตรฐานที่ 1 เรื่องของคุณภาพของผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ และมาตรฐานที่ 3 ด้านการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ส่วนผลการประเมินคุณภาพมี 5 ระดับคือ ระดับดีเยี่ยม ระดับดีมาก &amp;nbsp;ระดับดี ระดับพอใช้ และระดับปรับปรุง ส่วนผลการประเมินมีดังนี้ มาตรฐานที่ 1 มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้ผลการประเมินระดับดีมาก 7 แห่ง และระดับดี 5 แห่ง มาตรฐานที่ 2 ผลประเมินระดับดีมาก 8 แห่ง ระดับดี 3 แห่ง และระดับพอใช้1แห่ง และมาตรฐานที่ 3 ระดับดีมาก 6แห่ง ระดับดี 5แห่ง และ ระดับพอใช้ 1 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวขนิษฐา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จุดเด่นของมีศูนย์พัฒนาเด็กที่ได้ผลประเมินระดับดีมากในมาตรฐานที่ 1 เช่น การดูแลเด็กเรื่องของสุขอนามัยที่ถูกต้องและครบถ้วนตามเกณฑ์สาธารณสุข เด็กได้รับการส่งเสริมด้านโภชนาการอย่างครบถ้วนและถูกสุขอนามัย มีช่วงเวลาพักผ่อนอย่างเหมาะสม ได้รับวัคซีนป้องกันโรคที่จำเป็นตามวัย เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจโดยมีการส่งเสริมผ่านกิจกรรมศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหวและ กิจกรรมร้องเพลงหลังเคารพธงชาติ เป็นต้น ส่วนมาตรฐานที่ 2 มีจุดเด่น เช่น การบริหารงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมการมีความรับผิดชอบ ระเบียบ วินัย ให้แก่เด็ก มีการส่งเสริมด้านการรับมือภัยพิบัติ การรักษาความปลอดภัยมีการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ปกครองที่รับ-ส่งเด็ก มีการนำเทคโนโลยีอย่างไลน์ มาใช้ในการร่วมกลุ่มของผู้ปกครองกับศูนย์พัฒนาเด็ก เพื่อใช้ในการสื่อสาร การให้คำปรึกษาและแนะนำผ่าน เฟซบุ๊ค ซึ่ง และมาตรฐานที่ 3 จุดเด่น เช่น ครูหรือผู้ดูแลเด็กสามารถจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี มีมุมประสบการณ์ต่างๆ ให้เด็กได้เลือกเรียนหรือเล่นตามความสนใจทำให้เด็กๆ มีความสุขกับการเรียนรู้ มีการวิเคราะห์ศักยภาพของเด็ก ประเมินพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่อง ครูหรือผู้ดูแลเด็กสามารถผลิตสื่อและเทคโนโลยีในการพัฒนาการเรียนรู้ของตนเองและเด็ก และมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นเด็กเป็นสำคัญ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38166</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สมศ., น.ส.ขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย, ประเมินภายนอกสถานศึกษารอบ 4, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb73bc066892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลอด 10 กม.ลูก พ.ร.บ.นมผง เดินหน้าเด็กกินนมแม่มากที่สุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงการออกกฎหมายลูกใน &amp;nbsp;พ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 ว่า หลังจากมีการบังคับใช้ พ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 หรือ พ.ร.บ. นมผง ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. 2560 แต่ต้องมีการออกกฎหมายลำดับรองหรือกฎหมายลูกมารองรับ โดยมีทั้งหมด 10 ฉบับและออกมาครบทั้งหมดแล้ว เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกินนมแม่มากที่สุด คือ 1.การแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 2.การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ 3.กำหนดแบบบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ 4.การจัดทําข้อมูลเกี่ยวกับอาหารสําหรับทารก 5.การให้ข้อมูลอาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับเด็กเล็ก และอาหารเสริมสําหรับทารก แก่บุคลากรด้านสาธารณสุข 6.การให้ตามประเพณีแก่บุคลากรด้านสาธารณสุข 7.การสนับสนุนองค์กรวิชาชีพด้านสาธารณสุขและสถาบันอุดมศึกษาที่สอนเกี่ยวกับสุขภาพแม่และเด็ก จัดประชุม อบรม สัมมนา เกี่ยวกับอาหารสำหรับทารกอาหารสำหรับเด็กเล็ก และอาหารเสริมสำหรับทารก 8.การบริจาคอาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับเด็กเล็ก แก่หน่วยบริการสาธารณสุข 9.การทําลายเอกสาร สื่อโฆษณา ที่ได้ยึดหรืออายัด และ 10.หลักเกณฑ์การเปรียบเทียบปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประเด็นที่น่าสนใจของประกาศกฎหมายลูกดังกล่าว คือ 1.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข รายละเอียดการจัดทําข้อมูล และช่องทางในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารสําหรับทารก พ.ศ. 2561 กำหนดให้ผู้ผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ต้องแสดงปริมาณในการใช้อาหารสำหรับทารกและข้อมูลค่าใช้จ่าย โดยทารกอายุแรกเกิดถึง 3 เดือน ต้องใช้นมผงเฉลี่ย 2.7 กิโลกรัมต่อเดือน ส่วนทารก 3 -6 เดือน ต้องใช้นมผงเฉลี่ย 4.5 กิโลกรัมต่อเดือน ดังนั้นต้องระบุทั้งหมดลงในฉลากทั้งหมดทั้ง นมผง 1 บรรจุภัณฑ์ (กล่อง/กระป๋อง) มีปริมาณเท่านี้กิโลกรัม จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์กี่บรรจุภัณฑ์ต่อเดือนและใช้เงินเท่าไรต่อเดือน และต้องมีข้อควรระวังจากการเตรียมหรือการใช้อาหารสําหรับทารก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ประกอบการให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารสําหรับทารก อาหารสําหรับเด็กเล็ก หรืออาหารเสริมสําหรับทารกแก่บุคลากรด้านสาธารณสุข พ.ศ. 2561 กำหนดให้ การให้ข้อมูลแก่บุคลากรสาธารณสุข ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ซึ่งมาจากแหล่งข้อมูล
3.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้ ตามประเพณีหรือธรรมจรรยาแก่บุคลากรด้านสาธารณสุข พ.ศ.2561 กำหนดชัดว่า ห้ามผู้ผลิต ผู้นําเข้า หรือผู้จําหน่าย หรือตัวแทน ให้ของขวัญ เงิน สิ่งจูงใจ แก่บุคลากรด้านสาธารณสุข เว้นแต่เป็นการให้กันในโอกาสต่างๆ โดยต้องมีราคาไม่เกิน 3 พันบาท โดยไม่มีเงื่อนไขว่าจะต้องทำการใดตอบแทน และไม่มีสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับอาหารสําหรับทารก อาหารสําหรับเด็กเล็ก หรืออาหารเสริมสําหรับทารก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสนับสนุนองค์กรวิชาชีพด้านสาธารณสุข และสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพแม่และเด็ก ในการจัดประชุม อบรม หรือสัมมนาด้านวิชาการเกี่ยวกับอาหารสําหรับทารก อาหารสําหรับเด็กเล็ก หรืออาหารเสริมสําหรับทารก พ.ศ. 2561 กำหนดให้การสนับสนุนการจัดประชุม ต้องไม่มีเงื่อนไขผูกมัด เพื่อการส่งเสริมการตลาดของผลิตภัณฑ์ สามารถสนับสนุนเงินเพื่อใช้ในการจัดทําสิ่งของ อุปกรณ์ประกอบการประชุม และค่าใช้จ่ายของวิทยากรตามความเหมาะสมและจําเป็นได้ การสนับสนุนการไปประชุมของบุคลากรด้านสาธารณสุขโดยผ่านองค์กรวิชาชีพหรือสถาบันอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพแม่และเด็ก สามารถสนับสนุนได้เฉพาะค่าเดินทาง ค่าลงทะเบียน ค่าอาหาร และค่าที่พักสําหรับเฉพาะตัวบุคลากรและจํากัดเฉพาะช่วงเวลาของการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 5.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการบริจาคอาหารสําหรับทารกหรืออาหารสําหรับเด็กเล็กที่มีวัตถุประสงค์พิเศษและการบริจาคในกรณีจําเป็นแก่หน่วยบริการสาธารณสุข พ.ศ. 2561 สามารถบริจาคให้สถานพยาบาลที่มีทารกหรือเด็กเล็กซึ่งเป็นผู้ป่วยเฉพาะโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก แพ้โปรตีนนมวัวรุนแรง ลําไส้ล้มเหลวทุพโภชนาการระดับสาม (รุนแรง) หรือทารกเกิดก่อนกําหนดที่ต้องได้รับอาหารเสริมนมแม่สําหรับทารกเกิดก่อนกําหนดกรณีจําเป็นสามารถบริจาคให้แก่องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากําไรและดําเนินกิจกรรมด้านแม่และเด็กที่มีทารกซึ่งเป็นกําพร้า หรือทารกที่แม่ได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ว่าไม่สามารถให้นมบุตรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14914</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายลูก พ.ร.บ.นมผง, นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, อาหารเสริมทารก, เด็กกินนมแม่มากที่สุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b697f14265e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นร.5ขวบดับสลด ครูลืมทิ้งไว้ในรถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุสลดซ้ำรอย ครูพี่เลี้ยงขับรถกระบะรับเด็กไปเรียนที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ถึงที่หมายลงไปดูแลเด็กที่นั่งกระบะท้าย โดยลืมนักเรียนหญิงวัย 5 ขวบที่นั่งด้านหน้าและล็อกประตูไว้ ตกเย็นจะพาเด็กไปส่งบ้านถึงผงะ เมื่อพบหนูน้อยกลายเป็นศพ เจอข้อหาหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;กัปตันน้อย เด็กชุมแพ&amp;rdquo; เป็นภาพของเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่ง สภาพน้ำลายฟูมปาก พร้อมข้อความระบุว่า &amp;ldquo;ลืมเด็กไว้ในรถ เด็กเสียชีวิต น้องแยม ศูนย์เด็กเล็ก อบต.ห้วยม่วง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.ท.สมควร ไชยหงส์ สารวัตรสอบสวน สภ.ภูผาม่าน อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ได้รับการเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้แจ้งความเอาผิดกับ น.ส.วิจิตรา สุดคะนา อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นครูพี่เลี้ยงประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.ห้วยม่วง แล้ว และเป็นคนขับรถรับ-ส่งนักเรียน โดยลืมน้องแยมไว้ในรถเป็นเวลานานจนเด็กเสียชีวิต ในข้อหา กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาได้ประกันตัวออกไปในหลักทรัพย์จำนวน 100,000 บาท ตั้งแต่เมื่อเย็นวันจันทร์ ขณะที่ทางคดีอยู่ระหว่างทำการสอบสวนพยานผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ และแม่ของน้องแยมผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สมควรกล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา รถรับ-ส่งเด็กนักเรียนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.ห้วยม่วง เสีย และถูกส่งเข้าไปซ่อม ซึ่ง น.ส.วิจิตรา สุดคะนา เป็นครูพี่เลี้ยง จึงได้ใช้รถยนต์กระบะส่วนตัวขับรถรับ-ส่งนักเรียนเอง โดยมี ด.ญ.ประวินทรา เค้พวง อายุ 5 ขวบ หรือน้องแยม นั่งมาในเบาะด้านหน้าคู่กับคนขับ ส่วนแค็บด้านหลังไม่มีใครนั่งมาด้วย และที่กระบะท้ายมีเด็กนักเรียนนั่งมาด้วย 5 คน กับแม่บ้านอีก 1 คน เมื่อมาถึงศูนย์ฯ แล้ว ครูพี่เลี้ยงซึ่งเป็นคนขับรถลงจากรถและปิดประตูไว้ แล้วเดินอ้อมมาด้านหลังกระบะรถ เพื่อให้เด็กๆ ที่นั่งอยู่กระบะท้ายลงจากรถ โดยลืมไปว่าน้องแยมที่นั่งเบาะหน้ายังไม่ลงจากรถและประตูถูกล็อก จนกระทั่งถึงตอนเลิกเรียนจะมาเอารถไปส่งเด็กกลับบ้าน ก็พบว่าน้องแยมเสียชีวิตคารถไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.กัลยา น้อยแก้ว อายุ 31 ปี แม่ของน้องแยม บอกว่า ยังทำใจไม่ได้ และยืนยันว่าจะเอาเรื่องถึงที่สุด เพราะเกิดจากความประมาทของครูพี่เลี้ยง ขณะนี้ศพของน้องแยมตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 2 บ้านรังเจริญ ต.ห้วยม่วง อ.ภูผาม่าน โดยมีกำหนดการฌาปนกิจในวันที่ 21 มิ.ย.ที่จะถึงนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจได้เรียก น.ส.วิจิตรา ครูพี่เลี้ยง ไปสอบปากคำอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า เรื่องนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ทำผิดพลาด ลืมเด็กไว้ในรถจนเสียชีวิต ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ใช่เกิดเฉพาะที่ อบต.ดังกล่าว แต่เกิดกับเจ้าหน้าที่ประจำรถรับ-ส่งนักเรียน หรือบางครั้งก็เป็นพ่อแม่ที่ลืมลูกไว้ในรถ เรื่องแบบนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ช่วยกันสร้างกระแสรณรงค์ไม่ให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นอีก ทางกระทรวงมหาดไทยได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลเรื่องนี้ให้ดีๆ แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11693</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.กัลยา น้อยแก้ว, น.ส.วิจิตรา สุดคะนา, น้องแยมเสียชีวิต, พ.ต.ท.สมควร ไชยหงส์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b29049ee8ad0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
