<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>19ส.ค.ถกฟื้นศก.หลังโควิด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ทูตแคนาดา&amp;quot; ชมไทยจัดการโควิด-19 ได้ดี &amp;quot;วิษณุ&amp;rdquo;แจงโครงสร้างศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจฯ ไม่ได้ผูกกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นัด คกก.ประชุมนัดแรก 19 ส.ค.นี้ &amp;quot;กกร.&amp;quot; เล็งชง รบ.หาช่องทางการตลาดให้กับภาคธุรกิจสู้โควิดนอกจากให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ &amp;quot;ศบค.&amp;quot; เผยติดเชื้อใหม่เพิ่ม 17 รายกลับจาก ตปท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 14 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี?และ รมว.กลาโหม ให้การต้อนรับนางซาราห์ เทย์เลอร์ เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเข้ารับหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังการหารือตอนหนึ่งว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ซึ่งเอกอัครราชทูตแคนาดาชื่นชมการจัดการสถานการณ์โรคโควิด-19 ของไทย และมาตรการต่างๆ ทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น และนายกรัฐมนตรีชื่นชมบทบาทของแคนาดาในการสนับสนุนช่วยเหลือต่างๆ เพื่อการรับมือกับโรคโควิด-19 นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยินดีที่จะร่วมมือกันในด้านการพัฒนาวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่าตนไม่ทราบจะมีการประชุมนัดแรกเมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งรายชื่อคณะกรรมการชุดใหญ่ได้ถูกวางไว้แล้ว สำหรับคนที่จะเชิญมาเข้าร่วมเพิ่มเติมนายปรีดี ดาวฉาย รมว.การคลัง จะเป็นคนจัดเชิญมา?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;?ศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจนี้ไม่ได้ตั้งตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่รูปแบบโครงสร้างจะเป็นการเลียนแบบ ศบค. โดย ศบค.ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจสำหรับสถานการณ์โควิด-19 แต่ศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจจะเป็นเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะเศรษฐกิจ ไม่ต้องอาศัยพระราชกำหนดอะไรก็อยู่ต่อไปได้ จะเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ศูนย์นี้ก็อยู่ต่อไปได้ ตรงกันข้าม หากเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ศบค.ก็ต้องไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า คณะกรรมการชุดนี้จะมีอำนาจและข้อเสนอผูกพันอะไรหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มี แต่ต่อไปนายกฯ อาจจะเพิ่มอำนาจให้ได้ เช่น หากมีข้อเสนอก็สามารถนำเข้า ครม.ได้ คล้ายๆ กับ ครม.เศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะต้องมีโฆษกประจำศูนย์เหมือน ศบค.หรือไม่ เพราะถือว่ามีความสำคัญในการสื่อสารกับประชาชน รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ก็น่าจะต้องมี แต่ว่าไม่จำเป็นต้องใส่ในคำสั่ง เพราะสามารถมอบหมายในช่วงที่เข้าประชุมได้เลย เช่น นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ก็ไม่ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง แต่ใช้วิธีมอบหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า ในวันที่ 19 ส.ค.นี้ ช่วงเช้าจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจฯ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานนัดแรก ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยการประชุมครั้งนี้ในส่วนของภาคเอกชนโดยผ่านคณะกรรมการ 3 สถาบัน หรือ กกร. จะมีการนำเสนอแผนงานเดิมที่เคยเสนอผ่านภาครัฐบาลมาแล้ว และติดตามความคืบหน้าประเด็นต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร แต่เมื่อนายกฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจฯ น่าจะทำให้ประเด็นต่างๆมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาคเอกชนเห็นด้วยที่มีคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา เพื่อให้แนวทางการช่วยเหลือภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่ภาคเอกชนไม่เห็นด้วยกับแนวทางการต่อลมหายใจเอสเอ็มอี โดยให้เงินเยียวยาเพียงอย่างเดียวในช่วงนี้ธุรกิจจะไปไม่รอด ดังนั้นแนวทางการช่วยเหลือ นอกจากการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแล้ว จะต้องให้ความรู้และหาช่องทางการตลาดให้กับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิดด้วย&amp;quot; นายกลินท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานหอการค้าไทยกล่าวว่า ภาคเอกชนจะต้องพร้อมเข้ามาช่วยเหลือร่วมกับภาครัฐบาล เพื่อให้ภาคธุรกิจทั้งระบบสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยทาง กกร.จะย้ำเรื่องเหล่านี้ต่อที่ประชุมด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 17 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,376 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 2,444 ราย และตรวจพบในสถานที่กักตัวของรัฐ 439 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,173 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 145 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศบค.ระบุว่า ผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp; 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 54 ปี อาชีพช่างซ่อมแอร์ เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 31 ก.ค. เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 3 ราย เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ในวันที่ 12 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ ส่วนอีก 15 ราย มาจากอินเดีย เป็นหญิงไทย 6 ราย และชายไทย 9 ราย อายุระหว่าง 12- 72 ปี เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 8 ส.ค. เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 2 ราย เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อวันที่ 12 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ ส่วนรายสุดท้ายเดินทางมาจากออสเตรเลีย 1 ราย เป็นนักศึกษาชายไทย อายุ 25 ปี เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 10 ส.ค. เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อวันที่ 12 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อไม่มีอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 21,081,638 ราย อาการรุนแรง 64,488 ราย รักษาหายแล้ว 13,911,757 ราย เสียชีวิต 753,479 ราย ส่วนเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศวันที่ 14 ส.ค. จำนวน&amp;nbsp; 512 ราย จากสวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ ไต้หวัน จีน และสหรัฐอเมริกา และวันที่ 15 ส.ค. จำนวน 732 ราย จากฟิลิปปินส์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และฮ่องกง&amp;quot; ศบค.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงการดูแลคนไทยในต่างประเทศว่า เราได้ดูแลคนไทยในต่างประเทศประมาณ 1,600,000 รายอย่างใกล้ชิด ส่วนแนวทางการนำคนไทยกลับจากต่างประเทศ จะจัดลำดับความสำคัญ โดยให้กลุ่มเปราะบางก่อน เช่น ผู้ป่วยและเยาวชน มีการกำหนดโควตาจากเดิมวันละ 200 ราย เป็นวันละ 600 ราย โดยเป็นไปตามมาตรการและการรองรับในสถานที่กักกันภายในประเทศด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงกรณีมีข้อกังวลคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและอยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ 14 วัน แล้วจะมีโอกาสแพร่เชื้อให้คนไทยในประเทศหรือไม่ และในบางคนที่ตรวจไม่พบเชื้อแล้วแต่ยังมีอาการไอหรือไม่ได้กลิ่นอยู่บ้าง เหล่านี้ยังสามารถแพร่เชื้อได้หรือไม่ว่า ถ้าเป็นคนไทยที่กลับจากต่างประเทศ ทุกคนต้องเข้ากักกัน 14 วัน ถ้าตรวจพบเชื้อจะนับใหม่ไปอีก 14 วัน และให้กักตัวที่บ้านต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีที่มีข่าวคนไทยกลับจากญี่ปุ่นหรือจากเมืองไทยกลับไปถูกแยกกักกันเพราะเจอเชื้อโรค หรือกรณีการรักษาที่ต่างประเทศแล้วกลับบ้านไปมีอาการไอ ไข้หวัด ขอเรียนว่าหลักฐานจนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานการติดเชื้อซ้ำ โดยเฉพาะในประเทศไทยไม่มี ส่วนใหญ่ที่เจอเป็นไข้หวัดใหญ่หรืออื่นๆ และหากมีอาการคล้ายโควิด เราก็จะขอแยกมากักกันทั้งหมด ผมขอให้ความมั่นใจประชาชนชาวไทยว่า ภาครัฐมีมาตรการที่เข้มงวดในการดูแลผู้กลับจากต่างประเทศอย่างเอาจริงเอาจัง และไม่มีวีไอพี ทุกคนต้องกักตัว&amp;quot; อธิบดีกรมการแพทย์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74482</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทูตแคนาดา, ศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ไทยจัดการโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f36a32eadc59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
