<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;จากโรคห่า-โควิด-19&quot; ศมส.เตรียมศึกษาในฐานะ&quot;ปรากฎการณ์มนุษยชาติ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินทร (องค์การมหาชน)หรือ ศมส.ได้เตรียมทำการศึกษาปรากฎการณ์ เกิดการะบาดของโรคโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 &amp;nbsp;ในแง่ผลต่อมนุษยชาติและผู้คนในสังคม &amp;nbsp; โดยนายเอนก สีหามาตย์ &amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อดีตผอ.ศมส. กล่าวว่า สถานการณ์ที่มีการระบาดโรค โควิด -19 &amp;nbsp;มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต จำนวนมากทั่วโลก และแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อทั่วประเทศกว่าพันคน &amp;nbsp;ถือเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม วัฒนธรรมที่ต้องเรียนรู้ หากย้อนประวัติศาสตร์โรคระบาดสำคัญของไทย อหิวาตกโรค โบราณเรียก &amp;ldquo;โรคห่า&amp;rdquo; ผู้ป่วยจะท้องร่วง ร่างกายเสียน้ำจนตาย เคยระบาดในสมัยอยุธยา คนตายจำนวนมาก จากนั้นระบาดสมัยรัตนโกสินทร์รุนแรงหนัก &amp;nbsp; นำศพไปวัดสระเกศ เพราะวัดอยู่นอกเมืองใกล้กำแพงพระนคร มีช่องทางขนศพ เรียกว่า ประตูผี ศพเผาไม่ทันมีแร้งลงมาจิกกิน เป็นที่มา แร้งวัดสระเกศ &amp;nbsp;จึงมีพิธีเชิญพระแก้วมรกต พระบรมธาตุ โรคระบาดก็เบาบางลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากโรคห่า ยังมีโรคไข้ทรพิษเป็นโรคร้ายแรงในประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;ก่อนที่จะคิดค้นวัคซีนป้องกันโรคได้ พระบรมราชาที่ 4 กษัตริย์กรุงศรีอยุธยาก็ทรงประชวรด้วยไข้ทรพิษจนสวรรคต &amp;nbsp;สมัยรัชกาลที่ 3 มีไข้ทรพิษระบาดมาก ทรงให้หาแนวทางป้องกัน ต่อมาก็มีการเริ่มปลูกฝีครั้งแรกในไทย อีกโรค คือ กาฬโรค &amp;nbsp;คาดว่าหนูมีเชื้อกาฬโรคติดมากับเรือสินค้าอินเดีย พบระบาดในกรุงเทพฯ และภาคกลาง ก็มีการรับมือ ป้องกันกำจัดหนูพาหะนำโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo; ในอดีตเมื่อมีการระบาดของโรค ทางศาสนาจะสวดมนต์ปัดเป่าภัยพิบัติและโรคร้ายไปจากบ้านเมือง &amp;nbsp;สร้างขวัญกำลังใจ นี่เป็นคติความเชื่อทางมานุษยวิทยา &amp;nbsp;ขณะที่โรคโควิด-19 ปัจจุบันยังไม่มีตัวยารักษาโรคได้ผลสำเร็จ &amp;nbsp;อีกมุมหนึ่งรัฐบาล จึงเชิญประชาชนสวดมนต์ไล่โรคนี้ &amp;nbsp;โดยสมเด็จพระสังฆราช พร้อมพระสงฆ์ในกรุงเทพฯ ร่วมสวดบทรัตนสูตร &amp;nbsp;ซึ่งบทสวดมนต์นี้ใช้สวดขจัดโรคภัยสืบทอดมาจากสมัยพุทธกาล ต่อเนื่องจนสมัยรัตนโกสินทร์ โดยมีความเชื่อว่า หากนำมาสวดจะเป็นสิริมงคลและสร้างความสบายใจให้กับคนในสังคม &amp;ldquo; นายเอนก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทีปรึกษา รมว.วธ. กล่าวว่า โรคโควิดเมื่อเกิดขึ้นแล้วระบาดได้รวดเร็ว &amp;nbsp;ประชาชนป่วยและเสียชีวิตในระยะเวลาสั้น อาจเกิดจากพฤติกรรมของคนในสังคม วิถีชีวิตของคนที่เปลี่ยนไป การเดินทางของโรคไปได้รวดเร็วกว่าอดีตมาก &amp;nbsp;ความไม่สมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้เชื้อไวรัสใหม่เกิดขึ้นในโลก &amp;nbsp;ขณะเดียวกันเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ก็เกิดมิติทางวัฒนธรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะแนวคิด social distancing หรือ การรักษาระยะห่างทางสังคม &amp;nbsp; เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo; ในเชิงมานุษยวิทยานี่คือ ปรากฏการณ์ใหม่ โรคเปลี่ยนไป คนมีการปรับตัวและเอาตัวรอดในการเผชิญหน้ากับความเสี่ยง แนวทาง social distancing ถ้าทำตามเป็นการระมัดระวังตัวโอกาสติดโรคน้อยลง &amp;nbsp;แต่ถ้ามองภาพรวมแนวปฏิบัติต้านโควิดนี้ &amp;nbsp;จะช่วยทำให้สังคมมีระเบียบวินัยมากขึ้น &amp;nbsp;ทางกายภาพลดการเกิดอุบัติเหตุหรืออาชญากรรมได้ ตลอดจนลดการเผชิญหน้าทะเลาะเบาะแว้ง &amp;nbsp;เวลานี้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ หลายองค์กรเข้มงวดกับการปฏิบัติเช่นนี้ แต่หลังสถานการณ์โรคโควิดคลี่คลาย ต้องดูว่า &amp;nbsp;social distancing จะยังมีพลังและมีความเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เพราะส่วนหนึ่งก็มีอารมณ์และความรู้สึกทุกข์ เมื่อจะต้องอยู่ห่างๆ กับคนใกล้ชิดหรือคนที่สนิทสนมในสังคม &amp;nbsp;&amp;ldquo; นายเอนก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในแง่การทำวิจัย อดีตผู้อำนวยการ ศมส. กล่าวว่า &amp;nbsp;โรคระบาดโควิด-19 ถือเป็นประเด็นร้อนในสังคมโลก เป็นปรากฏการณ์ร่วมสมัย &amp;nbsp;นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ &amp;nbsp;มีผลกระทบในวงกว้างที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ปัจจุบันการวิจัยมานุษยวิทยาในสถานการณ์โรคระบาดของไทยยังมีน้อย ก่อนมีไวรัสโคโรน่าอู่ฮั่น &amp;nbsp;ก็มีการระบาดของโรคซาร์สที่ลุกลามไปทั่วโลก รวมถึงไทยมีผู้ติดเชื้อ ยังไม่พูดถึงการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งการสนับสนุนทุนวิจัยด้านมานุษยวิทยาเป็นเรื่องจำเป็นไม่แพ้การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ &amp;nbsp;เพราะความรู้ทางมานุษยวิทยาทำให้เกิดการเรียนรู้ และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา และสามารถรับมือกับโรคระบาดในอนาคตได้ด้วย เนื้อหางานวิจัยที่น่าสนใจ เช่น &amp;nbsp; ชีวิตทางสังคมในสถานการณ์โรคระบาดโควิด การจัดการแก้ไขปัญหาโรคระบาด การศึกษาเปรียบเทียบการรับมือของประเทศต่างๆ ในประวัติศาสตร์ และมิติทางวัฒนธรรมของโรคอุบัติใหม่ &amp;nbsp;หากผลงานวิจัยมีความสมบูรณ์ทั้งการเก็บข้อมูลภาคสนาม การสัมภาษณ์ และการศึกษาเปรียบเทียบ จะต่อยอดใช้ประโยขน์เชิงนโยบายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุด ศมส.ได้ประกาศให้ทุนการวิจัย หัวข้อ &amp;quot;โรคเปลี่ยนคน คนเปลี่ยนโลก โควิด-19 มนุษยวิทยาในสถานการณ์การระบาด&amp;quot; ที่จะให้ทุนการวิจัย 20 ทุนๆละ 20,000 บาท ใน5หัวข้อได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;1 ประสบการณ์ อารมณ์และความรู้สึกในสถานการณ์โรคระบาด ทุกข์ทางสังคม ประสบการณ์การเจ็บป่วย ความหมายและมุมมองต่อโรคโควิด 19 ชีวิตทางสังคมและอารมณ์ของมนุษย์ในสถานการณ์โรคระบาด: ความกลัว ความรัก ความเหงา และความหวัง ฯลฯ การดูแล ภารกิจทางมนุษยธรรม และประสบการณ์ทางจริยธรรม ในสถานการณ์โรคระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 . บทเรียนของวิธีจัดการและแก้ไขปัญหาโรคระบาด การศึกษาเปรียบเทียบการรับมือของประเทศต่างๆ ในบริบททางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เศรษฐกิจและการเมือง กาลเทศะ ความเสี่ยง และมิติทางวัฒนธรรมของโรคอุบัติใหม่ มองแบบรัฐ: รัฐเวชกรรม ภาวะผู้นำและปฏิบัติการของอำนาจในสถานการณ์เปราะบาง ชุมชน การตอบโต้ ต่อรอง และการกลายเป็นปัญหาท้องถิ่นของโรคในกระแสโลกาภิวัตน์ ประสบการณ์และปฏิบัติการเชิงพื้นที่: การเดินทาง เส้นแบ่งและเขตแดนกับการควบคุมกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 การแบ่งแยกกีดกัน ความเสี่ยงและการปรับตัวทางสังคม ความเหลื่อมล้ำและความสัมพันธ์เชิงอำนาจ: กลุ่มเปราะบาง ชนชั้น เชื้อชาติและเพศสภาวะในสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ สังคมเสี่ยงภัย: กลุ่มเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณ์เสี่ยงกับการปรับตัวและการเอาตัวรอดในการเผชิญหน้ากับความเสี่ยง การเกิดใหม่ของความเป็นสังคม ความเป็นพลเมือง และการเคลื่อนไหวทางสังคมใหม่ กับการรับมือโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 เทคโนโลยี พิธีกรรมและความคิดสร้างสรรค์ในสถานการณ์โรคระบาด ศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยี: การรับมือกับสถานการณ์วิกฤต อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีดิจิทัล สื่อสังคมกับโรคระบาด ศาสนา พิธีกรรม การผลิตซ้ำและการสร้างใหม่ทางวัฒนธรรมความเชื่อเกี่ยวกับโรคระบาด กติกา มารยาทและสุนทรียศาสตร์ของการอยู่ร่วมกันและการอยู่กับโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;5 ภววิทยา ปริมณฑลของความรู้และความจริง การเมืองเรื่องความรู้ ความจริง และการต่อสู้ช่วงชิงทางญาณวิทยา Visual culture and Epidemic ข้อมูลโรคระบาดกับการสร้างภาพตัวแทนและการสื่อสารผ่านภาพ การรายงานข่าว ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อย และปฏิกิริยาทางสังคมของสาธารณะ วัตถุ สิ่งของ หลากสายพันธุ์กับการเป็นผู้กระทำการของสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ในสถานการณ์โรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รูปแบบของผลงานต้องมีขนาดสั้น มีการวิจัยจากเอกสาร และภาคสนาม รวมทั้งประสบการณ์ส่วนตัวการสัมภาษณ์ การสำรวจสื่อออนไลน์ มีความยาวไม่ต่ำกว่า 15 หน้า A 4 ไม่รวมบรรณานุกรม Font TH SarabunPSK 16 สำหรับนักวิชาการ นักวิจัย หรือนักศึกษาทางด้านมานุษยวิทยาที่สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม-20 เมษายน 2563 (ภายในเวลา 16.00 น.) โดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มที่&amp;nbsp;www.sac.or.th&amp;nbsp;และส่งทาง e-mail &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;narupon.d@sac.or.th&amp;nbsp;ทั้งนี้ จะประกาศผลผู้ได้รับการสนับสนุนในวันที่ 30 เมษายน 2563 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02 880 9429 ต่อ 3814 หรือ 3835 ในเวลาราชการ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61460</URL_LINK>
                <HASHTAG>จากโรคห่า-โควิด-19, ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินทร, เอนก สีหามาตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e817b75a8555.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;จากโรคห่า-โควิด-19&quot; ศมส.เตรียมศึกษาในฐานะ&quot;ปรากฎการณ์มนุษยชาติ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินทร (องค์การมหาชน)หรือ ศมส.ได้เตรียมทำการศึกษาปรากฎการณ์ เกิดการะบาดของโรคโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 &amp;nbsp;ในแง่ผลต่อมนุษยชาติและผู้คนในสังคม &amp;nbsp; โดยนายเอนก สีหามาตย์ &amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อดีตผอ.ศมส. กล่าวว่า สถานการณ์ที่มีการระบาดโรค โควิด -19 &amp;nbsp;มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต จำนวนมากทั่วโลก และแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อทั่วประเทศกว่าพันคน &amp;nbsp;ถือเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม วัฒนธรรมที่ต้องเรียนรู้ หากย้อนประวัติศาสตร์โรคระบาดสำคัญของไทย อหิวาตกโรค โบราณเรียก &amp;ldquo;โรคห่า&amp;rdquo; ผู้ป่วยจะท้องร่วง ร่างกายเสียน้ำจนตาย เคยระบาดในสมัยอยุธยา คนตายจำนวนมาก จากนั้นระบาดสมัยรัตนโกสินทร์รุนแรงหนัก &amp;nbsp; นำศพไปวัดสระเกศ เพราะวัดอยู่นอกเมืองใกล้กำแพงพระนคร มีช่องทางขนศพ เรียกว่า ประตูผี ศพเผาไม่ทันมีแร้งลงมาจิกกิน เป็นที่มา แร้งวัดสระเกศ &amp;nbsp;จึงมีพิธีเชิญพระแก้วมรกต พระบรมธาตุ โรคระบาดก็เบาบางลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากโรคห่า ยังมีโรคไข้ทรพิษเป็นโรคร้ายแรงในประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;ก่อนที่จะคิดค้นวัคซีนป้องกันโรคได้ พระบรมราชาที่ 4 กษัตริย์กรุงศรีอยุธยาก็ทรงประชวรด้วยไข้ทรพิษจนสวรรคต &amp;nbsp;สมัยรัชกาลที่ 3 มีไข้ทรพิษระบาดมาก ทรงให้หาแนวทางป้องกัน ต่อมาก็มีการเริ่มปลูกฝีครั้งแรกในไทย อีกโรค คือ กาฬโรค &amp;nbsp;คาดว่าหนูมีเชื้อกาฬโรคติดมากับเรือสินค้าอินเดีย พบระบาดในกรุงเทพฯ และภาคกลาง ก็มีการรับมือ ป้องกันกำจัดหนูพาหะนำโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo; ในอดีตเมื่อมีการระบาดของโรค ทางศาสนาจะสวดมนต์ปัดเป่าภัยพิบัติและโรคร้ายไปจากบ้านเมือง &amp;nbsp;สร้างขวัญกำลังใจ นี่เป็นคติความเชื่อทางมานุษยวิทยา &amp;nbsp;ขณะที่โรคโควิด-19 ปัจจุบันยังไม่มีตัวยารักษาโรคได้ผลสำเร็จ &amp;nbsp;อีกมุมหนึ่งรัฐบาล จึงเชิญประชาชนสวดมนต์ไล่โรคนี้ &amp;nbsp;โดยสมเด็จพระสังฆราช พร้อมพระสงฆ์ในกรุงเทพฯ ร่วมสวดบทรัตนสูตร &amp;nbsp;ซึ่งบทสวดมนต์นี้ใช้สวดขจัดโรคภัยสืบทอดมาจากสมัยพุทธกาล ต่อเนื่องจนสมัยรัตนโกสินทร์ โดยมีความเชื่อว่า หากนำมาสวดจะเป็นสิริมงคลและสร้างความสบายใจให้กับคนในสังคม &amp;ldquo; นายเอนก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทีปรึกษา รมว.วธ. กล่าวว่า โรคโควิดเมื่อเกิดขึ้นแล้วระบาดได้รวดเร็ว &amp;nbsp;ประชาชนป่วยและเสียชีวิตในระยะเวลาสั้น อาจเกิดจากพฤติกรรมของคนในสังคม วิถีชีวิตของคนที่เปลี่ยนไป การเดินทางของโรคไปได้รวดเร็วกว่าอดีตมาก &amp;nbsp;ความไม่สมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้เชื้อไวรัสใหม่เกิดขึ้นในโลก &amp;nbsp;ขณะเดียวกันเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ก็เกิดมิติทางวัฒนธรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะแนวคิด social distancing หรือ การรักษาระยะห่างทางสังคม &amp;nbsp; เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo; ในเชิงมานุษยวิทยานี่คือ ปรากฏการณ์ใหม่ โรคเปลี่ยนไป คนมีการปรับตัวและเอาตัวรอดในการเผชิญหน้ากับความเสี่ยง แนวทาง social distancing ถ้าทำตามเป็นการระมัดระวังตัวโอกาสติดโรคน้อยลง &amp;nbsp;แต่ถ้ามองภาพรวมแนวปฏิบัติต้านโควิดนี้ &amp;nbsp;จะช่วยทำให้สังคมมีระเบียบวินัยมากขึ้น &amp;nbsp;ทางกายภาพลดการเกิดอุบัติเหตุหรืออาชญากรรมได้ ตลอดจนลดการเผชิญหน้าทะเลาะเบาะแว้ง &amp;nbsp;เวลานี้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ หลายองค์กรเข้มงวดกับการปฏิบัติเช่นนี้ แต่หลังสถานการณ์โรคโควิดคลี่คลาย ต้องดูว่า &amp;nbsp;social distancing จะยังมีพลังและมีความเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เพราะส่วนหนึ่งก็มีอารมณ์และความรู้สึกทุกข์ เมื่อจะต้องอยู่ห่างๆ กับคนใกล้ชิดหรือคนที่สนิทสนมในสังคม &amp;nbsp;&amp;ldquo; นายเอนก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในแง่การทำวิจัย อดีตผู้อำนวยการ ศมส. กล่าวว่า &amp;nbsp;โรคระบาดโควิด-19 ถือเป็นประเด็นร้อนในสังคมโลก เป็นปรากฏการณ์ร่วมสมัย &amp;nbsp;นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ &amp;nbsp;มีผลกระทบในวงกว้างที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ปัจจุบันการวิจัยมานุษยวิทยาในสถานการณ์โรคระบาดของไทยยังมีน้อย ก่อนมีไวรัสโคโรน่าอู่ฮั่น &amp;nbsp;ก็มีการระบาดของโรคซาร์สที่ลุกลามไปทั่วโลก รวมถึงไทยมีผู้ติดเชื้อ ยังไม่พูดถึงการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งการสนับสนุนทุนวิจัยด้านมานุษยวิทยาเป็นเรื่องจำเป็นไม่แพ้การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ &amp;nbsp;เพราะความรู้ทางมานุษยวิทยาทำให้เกิดการเรียนรู้ และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา และสามารถรับมือกับโรคระบาดในอนาคตได้ด้วย เนื้อหางานวิจัยที่น่าสนใจ เช่น &amp;nbsp; ชีวิตทางสังคมในสถานการณ์โรคระบาดโควิด การจัดการแก้ไขปัญหาโรคระบาด การศึกษาเปรียบเทียบการรับมือของประเทศต่างๆ ในประวัติศาสตร์ และมิติทางวัฒนธรรมของโรคอุบัติใหม่ &amp;nbsp;หากผลงานวิจัยมีความสมบูรณ์ทั้งการเก็บข้อมูลภาคสนาม การสัมภาษณ์ และการศึกษาเปรียบเทียบ จะต่อยอดใช้ประโยขน์เชิงนโยบายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุด ศมส.ได้ประกาศให้ทุนการวิจัย หัวข้อ &amp;quot;โรคเปลี่ยนคน คนเปลี่ยนโลก โควิด-19 มนุษยวิทยาในสถานการณ์การระบาด&amp;quot; ที่จะให้ทุนการวิจัย 20 ทุนๆละ 20,000 บาท ใน5หัวข้อได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;1 ประสบการณ์ อารมณ์และความรู้สึกในสถานการณ์โรคระบาด ทุกข์ทางสังคม ประสบการณ์การเจ็บป่วย ความหมายและมุมมองต่อโรคโควิด 19 ชีวิตทางสังคมและอารมณ์ของมนุษย์ในสถานการณ์โรคระบาด: ความกลัว ความรัก ความเหงา และความหวัง ฯลฯ การดูแล ภารกิจทางมนุษยธรรม และประสบการณ์ทางจริยธรรม ในสถานการณ์โรคระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 . บทเรียนของวิธีจัดการและแก้ไขปัญหาโรคระบาด การศึกษาเปรียบเทียบการรับมือของประเทศต่างๆ ในบริบททางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เศรษฐกิจและการเมือง กาลเทศะ ความเสี่ยง และมิติทางวัฒนธรรมของโรคอุบัติใหม่ มองแบบรัฐ: รัฐเวชกรรม ภาวะผู้นำและปฏิบัติการของอำนาจในสถานการณ์เปราะบาง ชุมชน การตอบโต้ ต่อรอง และการกลายเป็นปัญหาท้องถิ่นของโรคในกระแสโลกาภิวัตน์ ประสบการณ์และปฏิบัติการเชิงพื้นที่: การเดินทาง เส้นแบ่งและเขตแดนกับการควบคุมกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 การแบ่งแยกกีดกัน ความเสี่ยงและการปรับตัวทางสังคม ความเหลื่อมล้ำและความสัมพันธ์เชิงอำนาจ: กลุ่มเปราะบาง ชนชั้น เชื้อชาติและเพศสภาวะในสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ สังคมเสี่ยงภัย: กลุ่มเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณ์เสี่ยงกับการปรับตัวและการเอาตัวรอดในการเผชิญหน้ากับความเสี่ยง การเกิดใหม่ของความเป็นสังคม ความเป็นพลเมือง และการเคลื่อนไหวทางสังคมใหม่ กับการรับมือโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 เทคโนโลยี พิธีกรรมและความคิดสร้างสรรค์ในสถานการณ์โรคระบาด ศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยี: การรับมือกับสถานการณ์วิกฤต อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีดิจิทัล สื่อสังคมกับโรคระบาด ศาสนา พิธีกรรม การผลิตซ้ำและการสร้างใหม่ทางวัฒนธรรมความเชื่อเกี่ยวกับโรคระบาด กติกา มารยาทและสุนทรียศาสตร์ของการอยู่ร่วมกันและการอยู่กับโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;5 ภววิทยา ปริมณฑลของความรู้และความจริง การเมืองเรื่องความรู้ ความจริง และการต่อสู้ช่วงชิงทางญาณวิทยา Visual culture and Epidemic ข้อมูลโรคระบาดกับการสร้างภาพตัวแทนและการสื่อสารผ่านภาพ การรายงานข่าว ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อย และปฏิกิริยาทางสังคมของสาธารณะ วัตถุ สิ่งของ หลากสายพันธุ์กับการเป็นผู้กระทำการของสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ในสถานการณ์โรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รูปแบบของผลงานต้องมีขนาดสั้น มีการวิจัยจากเอกสาร และภาคสนาม รวมทั้งประสบการณ์ส่วนตัวการสัมภาษณ์ การสำรวจสื่อออนไลน์ มีความยาวไม่ต่ำกว่า 15 หน้า A 4 ไม่รวมบรรณานุกรม Font TH SarabunPSK 16 สำหรับนักวิชาการ นักวิจัย หรือนักศึกษาทางด้านมานุษยวิทยาที่สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม-20 เมษายน 2563 (ภายในเวลา 16.00 น.) โดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มที่&amp;nbsp;www.sac.or.th&amp;nbsp;และส่งทาง e-mail &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;narupon.d@sac.or.th&amp;nbsp;ทั้งนี้ จะประกาศผลผู้ได้รับการสนับสนุนในวันที่ 30 เมษายน 2563 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02 880 9429 ต่อ 3814 หรือ 3835 ในเวลาราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61447</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;โรคเปลี่ยนคน คนเปลี่ยนโลก โควิด-19 มนุษยวิทยาในสถานการณ์การระบาด, ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินทร, เอนก สีหามาตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e817b75a8555.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศมส.เทิดพระกียรติพระเทพฯ  พัฒนาSmartSACเรียนรู้&quot;มานุษยวิทยา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ศมส.เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ พัฒนานวัตกรรม SmartSAC ส่งเสริมการเรียนรู้มานุษยวิทยา รวบรวมคลังความรู้-นิทรรศการออนไลน์สานแนวพระราชดำริ&amp;#39;เจ้าฟ้านักมานุษยวิทยา&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม &amp;nbsp;แถลงข่าวเปิดตัวแหล่งเรียนรู้และแอพพลิเคชัน SMARTSAC ส่งเสริมการเรียนรู้ทางมานุษยวิทยา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ &amp;nbsp;2 เมษายน 2561ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี &amp;nbsp;ทรงเป็นเจ้าฟ้านักมานุษยวิทยา ทรงมีความสนพระราชหฤทัยในความหลากหลายของมานุษยวิทยา &amp;nbsp;ทรงมีพระราชดำริจัดตั้ง ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ศมส.) &amp;nbsp;(องค์การมหาชน) &amp;nbsp; เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับด้านมานุษยวิทยา และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ ศมส.ได้พัฒนาความก้าวหน้าของการดำเนินงาน โดยจัดทำแอพพลิเคชัน SMARTSAC &amp;nbsp;เพื่อสนองแนวพระราชดำริของพระองค์ ที่ทรงต้องการให้จัดเก็บฐานข้อมูลมานุษยวิทยาอย่างเป็นระบบ และให้มีช่องทางบริการประชาชนให้เข้าถึงได้ทุกรูปแบบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.วธ.กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นต้นแบบของนักมานุษยวิทยาในประเทศไทย &amp;nbsp;ในโอกาสที่เสด็จฯ ไปยังประเทศต่างๆ ทรงศึกษาสิ่งที่ได้ทอดพระเนตรอย่างลึกซึ้ง ทั้งด้านมานุษยวิทยา ชาติพันธุ์ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ และห้องสมุด และจดหมายเหตุ จากนั้นทรงนำองค์ความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งพระราชทานคำแนะนำในการดำเนินงานให้ ศมส. โดยเฉพาะภารกิจหลักในการดูแลและเก็บข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ การอนุรักษ์ และพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ทำให้ ศมส. พัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ส่วนการพัฒนาแอพพลิเคชัน SMARTSAC จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างการพัฒนานวัตกรรมทางด้านมานุษยวิทยา &amp;nbsp; ขณะนี้ รัฐบาลมีโครงการสร้างพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาที่ ต. คลองห้า จ.ปทุมธานี โดยมอบหมายให้ ศมส. เป็นหน่วยงานให้ข้อมูลด้านมานุษยวิทยาและจัดพื้นที่จัดแสดง &amp;nbsp;ชุมชนชาติพันธุ์จากทั่วประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส.กล่าวว่า ศมส.ใช้ประสบการณ์กว่า 25 ปี มาพัฒนาฐานเรียนรู้และนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ทางมานุษยวิทยา สำหรับแอพพลิเคชั่น SmartSAC จะรองรับนิทรรศการออนไลน์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทางมานุษยวิทยา ประกอบด้วยห้องนิทรรศการพระราชประวัติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งมีโซนพระราชประวัติ โซนห้องทรงงานคือหมู่บ้านและพสกนิกร และโซนจัดแสดงหนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีกว่า 50 เล่ม และห้องพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาที่ทำในประเทศไทย เป็นระบบภาพเสมือน 360 องศา &amp;nbsp;เหมือนเดินชมอยู่ในสถานที่จริง พร้อมข้อมูลภาพ เสียงและภาพเคลื่อนไหว โดยเฉพาะห้องเครื่องปั้นดินเผา ใช้เทคโนโลยี AR รองรับข้อมูลเครื่องปั้นดินเผาแบบสามมิติ &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังพัฒนาเว็บไซต์นิทรรศการศมส. สามารถเข้าชมได้แบบ 360องศา รองรับการแสดงผลบนคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ รองรับไลฟ์สไตล์คนยุค 4.0
////&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6352</URL_LINK>
                <HASHTAG>SmartSAC, นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส., ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินทร, แอพเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82c2ff1eeff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
