<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ยกกรณี&#039;ชาวบางกลอย&#039;ตกเป็นจำเลยสังคม จี้รัฐปรับทัศนคติต่อกลุ่มชาติพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ศมส.) (องค์การมหาชน) กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นโอกาสที่ทำให้สังคมต้องทบทวนมาตรการและแนวทางการพัฒนาของรัฐที่ผ่านมา โดยเฉพาะกับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ เพราะหลายปัญหาได้ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากเดิมที่พวกเขาเคยพึ่งพาและจัดการตนเองได้ เมื่อต้องถูกอพยพโยกย้ายจากพื้นที่ดั้งเดิมที่สัมพันธ์กับทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและพึ่งพารัฐและระบบตลาดภายนอกมากขึ้น บทเรียนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่า การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ได้นำไปสู่การมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต วิถีเดิม รวมถึงระบบกฎหมาย การศึกษา สาธารณสุขหรือกระบวนการยุติธรรม ซึ่งแทบไม่ได้เอื้อต่อวิถีชีวิตพวกเขาเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศมส. กล่าวอีกว่า ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นประเด็นคำถามต่อรัฐที่จะเข้ามาจัดการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดูแลการอยู่ร่วมกันของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;จึงเสนอให้มีการทบทวนมุมองและปรับเปลี่ยนทิศนคติที่มีต่อกลุ่มชาติพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะการให้ภาพเหมารวมใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รูปแบบคือ เป็นผู้ตัดไม้ทำลายป่า การ เข้าเมืองผิดกฎหมาย ผู้ค้ายาเสพติด ภาพเหมารวมเหล่านี้ได้ถูกผลิตซ้ำ&amp;nbsp;ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ นำมาสู่อคติและการประณามกลุ่มชาติพันธุ์มาตลอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; เห็นได้จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐใช้มาตรการทางกฎหมายจัดการปัญหาเพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ ขณะเดียวกันการนำชาวบ้านมาอยู่อาศัยในพื้นที่แห่งใหม่นั้น ยืนยันแล้วว่าไม่ได้เป็นแนวทางที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงในการดำรงชีวิตได้อย่างแท้จริง ดังนั้น หากมีการทบทวนและปรับเปลี่ยนมุมมอง โดยใช้การพิจารณาแบบหลักเหตุผลและมุมใจเขาใจเรา&amp;nbsp;จะทำให้เกิดความเข้าใจกัน กลุ่มชาติพันธุไม่ถูกตีตราเป็นจำเลยสังคมฝ่ายเดียว&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;&amp;nbsp;ดร.นพ.โกมาตร กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90946</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยงบางกลอย, นสพ.ไทยโพสต์, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e7297dee7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>32 ชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ฺช่วยสู้ไฟป่า 6 จังหวัดภาคเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 16 เม.ย. ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ศมส. กล่าวว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ ที่นับว่ารุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผืนป่าต้นน้ำจำนวนมากเสียหายอย่างหนัก สัตว์ป่าตายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งไฟป่ายังลุกลามเข้ามายังชุมชน ที่อยู่ในเขตป่าที่มีกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเครือข่ายของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จำนวน 32 ชุมชนที่ร่วมกันดูแลปกป้องผืนป่าเรียกว่า ป่าชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ ป่าจิตวิญญาณ จำนวน 394,475 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และชาวเขาหลายคนต้องเสียชีวิตจากการเข้าไปดับไฟป่า แม้ล่าสุดสถานการณ์จะทุเลาลงในบางชุมชน แต่ยังมีอีกหลายชุมชนที่ยังต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ ชุมชนบ้านแม่ส้าน ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง พื้นที่ป่า&amp;nbsp;18,102&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ห้วยหินลาดนอก และผาเยือง ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย พื้นที่ป่า&amp;nbsp;27,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ พื้นที่ป่า&amp;nbsp;24,513&amp;nbsp;ไร่ บ้านแม่อมกิ ต.แม่วะหลวง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก พื้นที่ป่า&amp;nbsp;17,000&amp;nbsp;ไร่ และบ้านแม่หาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน พื้นที่ป่า&amp;nbsp;13,685&amp;nbsp;ไร่ ที่เหลือเป็นชุมชนที่สถานการณ์ไฟป่าที่ลดความรุนแรงลงอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.นพ.โกมาตร กล่าวว่า&amp;nbsp;จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้มีความห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ ดังนั้น ศมส.จึงร่วมกับมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ (มพน.) และโพควา โปรดักชั่น จัดตั้งศูนย์สนับสนุนชุมชนสู้ไฟป่าขึ้น&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนชุมชนสู้ไฟป่าเบื้องต้น&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ชุมชน ครอบคลุมเนื้อที่ราว&amp;nbsp;&amp;nbsp;253,780&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไร่ และต่อมาได้ขยายการสนับสนุนเป็น&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ชุมชน รวมเนื้อที่ราว&amp;nbsp;394,475&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไร่ ในพื้นที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการดูแลจัดการผืนป่าที่อยู่โดยรอบของชุมชน&amp;nbsp;ให้การช่วยเหลือชุมชนดังกล่าวที่ต้องต่อสู้กับไฟป่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยร่วมนำเงินและสิ่งของต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบตลอดจนอุปกรณ์ป้องกันไฟ ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เครื่องพ่นลม วิทยุสื่อสาร หน้ากากกันไฟ ชุดอุปกรณ์ทำแผล&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงอาหารแห้ง และจัดสรรเงินบางส่วนเป็นกองทุนสู้ไฟป่าให้ชุมชนเพื่อเป็นทุน&amp;nbsp;ในการดูแลผืนป่าในปีหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ความร่วมมือของชุมชนชาติพันธุ์ในการจัดการไฟป่าครั้งนี้ แสดงให้เราเห็นถึงศักยภาพและความเสียสละของกลุ่มชาติพันธุ์ ในการปกป้องผืนป่า ซึ่งเป็นทั้งที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่จิตวิญญาณ ขณะที่ความร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์ของคนในสังคม จะนำมาซึ่งความความเข้าใจ เห็นใจ และเอื้ออาทรซึ่งกันและกันมากขึ้น ระหว่างชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ป่าและภาคส่วนต่างๆ นำไปสู่ความยั่งยืนของทรัพยากรป่าไม้ ผู้สนใจช่วยเหลือพี่น้องที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ไฟป่าที่รุนแรงในขณะนี้ สามารถบริจาคสิ่งของ อุปกรณ์ดับไฟป่า อาหาร และเวชภัณฑ์ ได้ที่ศูนย์สนับสนุนชุมชนสู้ไฟป่า มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ&amp;nbsp;77/1&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;50200&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งในครั้งแรกศูนย์สนับสนุนชุมชนสู้ไฟป่าตั้งเป้าการขอรับบริจาคงบประมาณสนับสนุนจำนวน&amp;nbsp;394,475&amp;nbsp;บาท เพื่อช่วยพวกเขาปกป้องผืนป่า&amp;nbsp;394,475&amp;nbsp;ไร่ &amp;nbsp;ในระยะปฏิบัติการ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัน นับจากวันก่อตั้งศูนย์มียอดเงินบริจาคแล้ว &amp;nbsp;453,807 บาท โดยบางส่วนได้นำเงินไปช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมสมทบทุนบริจาคเงิน หรือ สิ่งของต่างๆ เพื่อช่วยเหลือคนในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;rdquo; ดร.นพ.โกมาตร กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63346</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, ศูนย์สนับสนุนชุมชนสู้ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e98167ebbcb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศมส.เร่งศึกษามุสลิมกรุงเทพใต้ ต่อยอดศูนย์กลางศึกษาด้านศาสนา พร้อมหนุนเที่ยวเชืงวัฒนธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 24 ก.พ. นายสุนิติ จุฑามาศ นักวิชาการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) กล่าว&amp;nbsp;ในการเสวนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;หัวข้อ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และพลวัตทางสังคมวัฒนธรรมของชาวมุสลิมในกรุงเทพใต้&amp;rdquo;&amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากความเจริญประเทศที่ดำเนินไปตามยุคสมัย ทำให้วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ศมส. จึงดำเนินการโครงการศึกษาพลวัตของสังคมวัฒนธรรมในชุมชนชาติพันธุ์ของคนไทย เพื่อการสร้างแผนที่มีชีวิต ทำให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงและนำมาใช้ประกอบการศึกษาข้อมูลนำไปในพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และประเทศในด้านต่างๆ&amp;nbsp;เบื้องต้นได้ทำการศึกษาข้อมูลกลุ่มชาวมุสลิมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นมายาวนาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะย่านกรุงเทพใต้ หรือ พระนครใต้ ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เขตบางรัก สาทร บางคอแหลม และยานนาวา นับว่าเป็นย่านเศรษฐกิจ และที่อยู่อาศัยที่สำคัญของเมืองหลวงของไทยมาจนถึงปัจจุบัน ในอดีตย่านนี้เต็มไปด้วยสวนผลไม้และทุ่งนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางการได้จัดสรรให้พื้นที่ทางตอนใต้ของพระนครเป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างชาติ ต่างภาษา กลุ่มคนแรกที่ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่คือชาวทวาย ชาวมลายูมุสลิม และชาวจีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงชาวตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุนิติ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อมาในสมัยรัชกาลที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้มีการตัดถนนเจริญกรุงตอนล่างไปสุดยังถนนตก ทำให้ความเจริญของเมือง เปลี่ยนลักษณะภูมิวัฒนธรรมของพื้นที่กลายเป็นย่านค้าขาย ห้างร้าน โกดัง ท่าเรือ เริ่มมีการการตัดถนนเข้าเรือกสวนไร่นาและลงหลักปักฐาน พื้นที่นี้จึงดึงดูดให้กลุ่มคนต่างๆ เข้ามาอยู่อาศัยทำมาหากิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงชาวมุสลิมกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งชาวอินเดีย ได้แก่ กุจาราตีเบงกาลี และทมิฬ ชาวชวา และกลุ่มชาติพันธุ์จากหมู่เกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิชาวโบยัน ชาวบัรยัร ซึ่งภายหลังกลมกลืนไปกับชาวมุสลิมกลุ่มใหญ่ จนถึงปัจจุบันที่รวมไปถึงชาวมุสลิมนานาชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่เข้ามาประกอบอาชีพ เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวมุสลิมจากแอฟริกาตะวันออก ตุรกี อิหร่าน เมียนมา ที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในย่านกรุงเทพใต้จนเกิดเป็นชุมชนทางกายภาพที่มี&amp;nbsp;&amp;ldquo;มัสยิด&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณ และกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันมีชุมชนมัสยิด อยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;17&amp;nbsp;แห่ง ล้วนมีประวัติความเป็นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีอัตลักษณ์ผสมผสานความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งค่านิยม ภาษา อาหาร เครื่องแต่งกาย ศิลปะ และสถาปัตยกรรม ความหลากหลายของแนวทางปฏิบัติ สำนักคิด อาชีพ การศึกษา การปฏิสัมพันธ์ชุมชนต่างวัฒนธรรม เป็นปัจจัยที่สร้างอัตลักษณ์และรูปแบบวิถีชีวิตของชาวมุสลิมในย่านนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot; การศึกษาครั้งนี้ เราสามารถนำใช้เป็นต้นแบบประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าไทม์ไลน์ชุมชน และบริบทสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเมือง เศรษฐกิจ แนวคิดทางศาสนา ว่า จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของชุมชน วิถีวัฒนธรรม รวมถึงการเป็นเมืองอย่างไรบ้างเพื่อนำมาวิเคราะห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะระบบการศึกษาของชาวมุสลิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งย่านกรุงเทพใต้นี้ ถือเป็นจุดศูนย์กลางของการศึกษาด้านศาสนามาตั้งแต่อดีต&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ สำนักอภิธรรมอันยุมันอิสลาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มีชาวมุสลิมทั้งในและต่างจังหวัดเข้ามาศึกษา รวมถึงการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนที่มีการสร้างมัสยิด โรงเรียน สาธารณูประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;และความเชื่อมโยงจุดอื่นๆ การเปลี่ยนผ่านประวัติศาสตร์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ค่อยมีการเก็บบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร มีเพียงเรื่องเล่า ข้อมูลบางอย่างจึงขาดช่วง จึงควรมีการศึกษาอย่างจริงจัง ซึ่ง ล่าสุดสำนักจุฬาราชมนตรี ได้ออกประกาศให้มัสยิดเป็นศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้พหุวัฒนธรรม เพื่อสร้างบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม เกิดความเข้าใจระหว่างคนต่างศาสนาและระหว่างศาสนา ตลอดจนส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อีกด้วย&amp;quot; นายสุนิติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58043</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, สังคมพหุวัฒนธรรม, สำนักอภิธรรมอันยุมันอิสลาม, เขตกรุงเทพใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53925c47f2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2026 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผนที่มีชีวิต 65 ชาติพันธุ์ ช่วยลดความขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ.ศมส. เดินหน้าพัฒนาการวิจัยชาติพันธุ์และมานุษยวิทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(ศมส.) (องค์การมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ตามที่ ศมส.ได้ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่างโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ในการพัฒนาการวิจัยชาติพันธุ์และมานุษยวิทยาผ่านศูนย์วิจัยสหวิทยาการเฉลิมพระเกียรติ 5 รอบ พลเอกหญิงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีนั้น บอร์ดบริหาร ศมส.ได้เน้นย้ำถึงการจัดทำแผนที่มีชีวิต&amp;nbsp;


fifa356 ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ศึกษาวิจัยกลุ่มชาติพันธุ์ว่ามีอยู่กี่กลุ่ม พื้นที่ใดบ้าง ขณะนี้ ศมส.ได้รวบรวมข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์แล้ว จำนวน 65 ชาติพันธุ์ทั่วประเทศ โดยแผนที่มีชีวิตที่ ศมส.ร่วมมือกับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าจะดำเนินการใช้ระบบภูมิสารสนเทศหรือจีไอเอส อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ดำเนินการเก็บภาพถ่ายทางอากาศเก็บรายละเอียดแผนที่ 3 มิติ เพื่อเห็นการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;


bnk789 รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของชุมชนต่างๆ เทียบกับภาพเก่าหรือแผนที่ในอดีตที่มีอยู่ ซึ่งจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น เรียกว่า แผนที่มีชีวิต &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพน กล่าวต่อว่า สำหรับแผนที่มีชีวิต ทาง ศมส


save168 .และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเริ่มดำเนินการจัดทำแผนที่มีชีวิตในพื้นที่กลุ่มชาติพันธ์แม่น้ำท่าจีน แม่กลอง ไปแล้วตามโครงการสาครบุรี ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์วัฒนธรรม รวมถึงการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อย่างชัดเจนจากอดีตถึงปัจจุบัน จากนั้นจะเริ่มดำเนินการทำแผนที่มีชีวิตในรายกลุ่มชาติพันธ์ นอกจากความร่วมมือกับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าแล้ว ศมส.ยังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในพื้นที่เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงของกลุ่มชาติพันธุ์ใช้ทำแผนที่มีชีวิตอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; การจัดทำแผนที่มีชีวิตของกลุ่มชาติพันธ์ ศมส. ตามแผนยุทธศาสตร์จะเสร็จภายในปี 2564&amp;nbsp;


สล็อต แผนที่มีชีวิตจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานภาครัฐและนักวิชาการที่สนใจศึกษาว่า ในประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์อยู่บริเวณไหนบ้าง แต่ละจุดมีการเปลี่ยนแปลงเช่นไร นอกจากนี้ &amp;nbsp;จะทำให้แต่ละพื้นที่ทราบว่ามีกลุ่มชาติพันธ์ใดอาศัยอยู่ หน่วยงานภาครัฐจะได้เข้าไปส่งเสริมได้ถูกต้อง ที่สำคัญจะทำให้ชุมชนที่อยู่โดยรอบได้ทราบว่า พื้นที่ของตนเองมีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่ เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่ &amp;nbsp;มองวิถีอย่างเข้าใจ ไม่อคติ ดูถูก มองความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นความหลากหลายที่จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง&amp;rdquo; ผอ.ศมส. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10244</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, ความหลากหลายทางวัฒนธรรม, นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส., ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, โครงการสาครบุรี, โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0ce38462fa6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศมส.ชี้เศรษฐกิจทุนนิยมกลืนวิถีคนสมุทรสาคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) กล่าวว่า ศมส.&amp;nbsp; ได้สนับสนุนการศึกษาวิจัยความหลากหลายและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม ในท้องถิ่น โดยส่งทีมนักวิชาการและนักวิจัยจัดทำการโครงการศึกษาวิจัยชุมชนในลุ่มแม่น้ำท่าจีน โดยเลือกจังหวัดสมุทรสาครเป็นกรณีศึกษา การเปลี่ยนแปลงชุมชนท้องถิ่นใน 3 ประเด็น ได้แก่ ประวัติศาสตร์ภูมินามและภูมิสังคม&amp;nbsp; เครือข่ายสังคมของกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;และพิธีกรรมความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp; โดยใช้เวลาศึกษา 2 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548&amp;nbsp; ถึง กันยายน&amp;nbsp; 2560
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศมส. &amp;nbsp; กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; ทั้งนี้&amp;nbsp; ผลการศึกษาพบว่า&amp;nbsp; ชุมชนท้องถิ่นในลุ่มแม่น้ำท่าจีนบริเวณชายฝั่งทะเล&amp;nbsp; มีผู้คนหลากหลายทางชาติพันธุ์อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน และสร้างความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนทางสังคม วัฒนธรรม ประเพณีและความเชื่อ ปัจจุบันจังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะในช่วง 20-30&amp;nbsp; ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; แรงงานข้ามชาติกลุ่มต่าง ๆ เช่น มอญ พม่า และกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ อพยพเข้ามาเป็นลูกจ้างแรงงานในอุตสาหกรรมประมง สวนผักผลไม้ และโรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp; การเข้ามาของกลุ่มคนเหล่านี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตท้องถิ่น&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมดำรงอยู่ร่วมกับชุมชนเมืองแบบอุตสาหกรรมซึ่งเป็นความซับซ้อนของสายสัมพันธ์ทางสังคมและวิถีชีวิตระหว่างกลุ่มคนที่หลากหลาย โดยในส่วนที่น่าห่วงคือ คุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นมีการเปลี่ยนแปลง จากชุมชนที่รู้จักเคารพกติกาของส่วนรวม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ มีน้ำใจ ไม่เห็นแก่ตัว รู้จักความพอดี ไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันนี้ วิถีชีวิตของคนท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงไป เพราะการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ทำให้สมาชิกในชุมชนหันไปพึ่งระบบเงินตรามากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังเกิดความขัดแย้งในระบบความคิดและความเชื่อของคนแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพีรพน กล่าวอีกว่า&amp;nbsp; ศมส. ได้รวบรวมงานวิจัยในบริบทที่สำคัญ โดยการจัดพิมพ์หนังสือสาครบุรีจากวิถีชาวบ้าน&amp;nbsp; ประกอบไปด้วย ข้อมูลที่น่าสนใจในชุมชนทั้งหมด ได้แก่&amp;nbsp; ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแรงงานต่างด้าว ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือการสร้างสำนึกเพื่อส่วนรวม วัฒนธรรมไทย / ความเป็นไทย มีลักษณะผสมผสาน คนต้องพึ่งพาและเคารพธรรมชาติ เป็นต้น&amp;nbsp; ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอน และเป็นข้อมูลประกอบการทำงานส่งเสริมฟื้นฟูวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งจะเป็นฐานความรู้ที่กระตุ้นให้คนท้องถิ่นมีจิตสำนึกในการสืบทอดและรักษาวัฒนธรรมของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของชาติที่ต้องการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ที่นำเอาคุณค่าทางวัฒนธรรมมาสร้างความมั่นคงและความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน โดย ศมส. จะเปิดตัวหนังสือสาครบุรีจากวิถีชาวบ้านในวันที่ 14 พ.ค. นี้&amp;nbsp; ที่ โรงแรมเซ็นทรัล เพลส จ.สมุทรสาคร สอบถามที่นางสาวกนกเรขา นิลนนท์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทร 0 -2880 -9429&amp;nbsp; ต่อ 3834&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8276</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนท้องถิ่น, ทุนนิยม, วิจัยลุ่มแม่น้ำท่าจีน, วิถีชาวบ้าน, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, สมุทรสาคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae854cfe650c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
