<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2018 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2018 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออมสินเผยความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานรากดีขึ้นแค่ในพื้นที่ &quot;กทม. - ปริมณฑล&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจออมสิน&amp;rdquo; เผยดัชนีเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก ไตรมาสแรกของปียังกระจุกตัว ชู &amp;ldquo;กทม.- ปริมณฑล&amp;rdquo; ดีสุด เหตุประชาชนมั่นใจมาตรการช่วยเหลือคนจนของภาครัฐ แนะจับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงฉุดเชื่อมั่น ราคาสินค้าเกษตร-กำลังซื้อภาคเกษตรทรุด-พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่กระทบเบิดจ่ายล่าช้าฉุดเศรษฐกิจฐานรากไม่ตื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย. 61 - นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจธุรกิจและเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสิน ได้สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานรากในไตรมาส 1 /2561 จากตัวอย่างผู้มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท จำนวน 2,200 รายทั่วประเทศพบว่า ดัชนีเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 45.8 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2560 ที่ 44.9 เนื่องจากประชาชนระดับฐานรากเชื่อมั่นและรู้สึกว่าภาครัฐ มีมาตรการโครงการที่มุ่งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน และโครงการไทยนิยมยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อจำแนกดัชนีความเชื่อมั่นตามภูมิภาคพบว่า พื้นที่กทม. ปริมณฑล เป็นพื้นที่เดียวที่มีดัชนีความเชื่อมั่น เศรษฐกิจฐานรากอยู่ในระดับดี โดยปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นด้านการจับจ่ายใช้สอย เช่นเดียวกับดัชนีภาคตะวันออกปรับขึ้นเล็กน้อย ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นในภูมิภาคอื่นที่เหลือปรับลดลงทั้งหมด โดยภาคใต้อยู่ต่ำสุดที่ระดับ 36.3 รองลงมาเป็นภาคเหนือลดเหลือ 39.7 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดเหลือ 41.9 ส่วนภาคกลางดัชนีลดลงอย่างรุนแรงจาก 64.6 เหลือแค่46.2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาดัชนีความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ เทียบกับไตรมาสก่อนพบว่า ความเชื่อมั่นด้านการจับจ่ายใช้สอย ความสามารถการชำระหนี้ และการออมปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนการหารายได้ โอกาสในการหางานทำ และภาวะเศรษฐกิจปรับลงเล็กน้อย โดยสาเหตุที่การจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น มาจากเป็นช่วงก่อนวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ทำให้ประชาชนมีค่าใช้จ่าย จากการเดินทางกลับภูมิลำเนา ค่าของขวัญ ของฝาก และท่องเที่ยว อีกทั้งมาตรการภาครัฐที่ออกมาช่วยเหลือให้ประชาชนมีสภาพคล่องในการใช้จ่ายมากขึ้นจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังติดตามมี 3 ประเด็น ได้แก่ ราคาสินค้าเกษตรหลายรายการปรับตัวลดลง อาทิ อ้อยโรงงาน ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ทำให้รายได้ และกำลังซื้อของภาคการเกษตรลดลง เช่นเดียวกับการจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากหลายสาขา อาทิ การขนส่ง การก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนผลกระทบของ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ต่อการเบิกจ่ายของภาครัฐ ทำให้บางหน่วยงานมีการเบิกจ่ายต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งอาจกระทบต่อแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก ในอนาคตอีก 6 เดือนข้างหน้าประชาชนระดับฐานรากมีมุมมอง ที่ดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 47.8 เนื่องจากจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และรัฐบาลจะมีมาตรการ โครงการที่สนับสนุนช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีความคาดหวังว่าจะมีการเลือกตั้งในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8096</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กทม.และปริมณฑล, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ดัชนีเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก, ธนาคารออมสิน, ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจออมสิน, เศรษฐกิจฐานราก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc0d591cd1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
