<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลดซากปลาวาฬบรูด้าตายเกยตื้นป่าชายเลนกลิ่นเหม็นฟุ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.63 -&amp;nbsp;ชาวบ้านว่าพบซากวาฬบรูด้าลอยเกยตื้นติดชายฝั่ง บริเวณป่าโกงกาง ที่บริเวณท้ายซอยบางสำราญ 1 หมู่ 4 ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ภายในป่าโกงกางห่างจากถนนประมาณ 500 เมตร คาดว่าน่าจะเป็นเพศเมีย อายุประมาณ 5-6 ปี ลำตัวยาวกว่า 12 เมตร น้ำหนักกว่า 15 ตันนอนเกยตื้นอยู่ภายในป่าโกงกางดังกล่าวในสภาพขึ้นอึด หลังจากนั้นจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเข้าตรวจสอบ ทั้งนี้ลำตัวซากวาฬดังกล่าวไม่พบบาดแผลแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 5-6 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบรรเจิด อุดมสมุทรหิรัญ หรือนายมะโหนก &amp;nbsp;กลุ่มอนุรักษ์ชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ได้กล่าวว่า เมื่อ 3 วันที่ผ่านมาตนเองได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบซากวาฬลอยน้ำอยู่บริเวณปากอ่าวสมุทรปราการ ห่างจากฝั่งประมาณ 15 กิโลเมตร กลุ่มอนุรักษ์ชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนได้นำเรือออกตระเวณค้นหาแต่ไม่พบจนกระทั่งในช่วงเที่ยงของวันนี้ได้รับแจังจากชาวบ้านอีกครั้งเมื่อเข้าตรวจสอบได้พบว่าเป็นวาฬบรูด้าน่าจะเป็นเพศเมียอายุประมาณ 5-6 ปี ลำตัวยาวที่วัดได้กว่า 12 เมตร ตายเกยตื้นอยู่ภายในป่าโกกางส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ ส่วนสาเหตุการตายยังไม่สามารถระบุได้ชัด รอเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำชิ้นเนื้อของวาฬตังดังกล่าวไปตรวจสอบในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์แล้วก็จะทำการฝังซากวาฬไว้เป็นเวลา 2 ปี เพื่อให้ชิ้นเนื้อและอวัยวะส่วนอื่น ๆ หลุดหายไปและประสานกรมอุทยานเข้าทำการเก็บโครงกระดูกของวาฬตัวดังกล่าวไปตั้งให้เยาวชนและนักศึกษาได้ศึกษาซากวาฬบรูด้าตัวดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชลาทิพ จันทร์ชมพู ผอ.ศูนวิจัยทรัพย์พยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ฝั่งตะวันออก กล่าวว่า &amp;nbsp;เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำเนื้อเยื่อไปตรวจสอบหาพันธุกรรมของวาฬตัวดังกล่าวว่าเป็นฝูงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ชาวบ้านได้พบซากโลมาสายพันธุ์อิรวดี เพศผู้ อายุประมาณ 4-5 ปี เสียชีวิตเกยตื้นอยู่ที่โขดหินชายทะเลที่บริเวณท้ายซอยเทศบาลบางปู 108 หมู่ 3 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55543</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตายเกยตื้น, ปลาวาฬบรูด้า, ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d6f56b548e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบ &#039;เต่ากระ&#039; สัตว์น้ำใกล้สูญพันธุ์ลอยตายใกล้ชายฝั่งชุมพร คาดป่วยตายเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;ธ.ค.61 -&amp;nbsp; นางสาวราตรี จันทรัตน์ ประมงอำเภอละแม ได้รับแจ้งจาก&amp;nbsp;นายวาที เดชแเดง อายุ 38 ปี&amp;nbsp;ชาวประมงชายฝั่งว่าพบเต่าทะเลลอยตายอยู่ห่างฝั่งประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไมล์ทะเล ขณะนี้ได้นำเต่าตัวดังกล่าวเข้ามาที่ปากน้ำละแม หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลละแม อ.ละแม จ.ชุมพร &amp;nbsp;จึงไปตรวจสอบพบเป็นเต่ากระ ไม่ทราบเพศอายุ&amp;nbsp;5-8&amp;nbsp;ปี น้ำหนักประมาณ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กิโลกรัม ซึ่งเป็นเต่าหายากใกล้สูญพันธุ์ปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวราตรี จันทรัตน์ ประมงอำเภอละแม กล่าวว่า เต่าตัวที่พบเป็นเต่ากระ มีลักษณะคล้ายกับเต่าตนุซึ่งความแตกต่างระหว่างเต่าทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชนิดคือ เต่าตนุมีจะงอยปากนั้นและกระดองหลังเรียบมีเกล็ดติดเชื่อมต่อกัน ส่วนเต่ากระ จะงอยปากยาวและแหลมกระดองหลังมีเกล็ดทับซ้อนกัน โดยเต่าทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชนิดเป็นสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย&amp;nbsp;จากการตรวจสอบในเบื้องต้นเต่ากระตัวดังกล่าวไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำให้ตาย น่าจะตายยังไม่เกิน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง &amp;nbsp;เบื้องต้นคาดว่าน่าจะป่วยตายเองเนื่องจากที่กระดองหลังและใต้ท้องมีตัวเพรียงเกาะอยู่จำนวนมาก เพราะเต่าที่ป่วยจะว่ายน้ำเคลื่อนไหวไม่ค่อยได้จนทำให้มีตัวเพรียงเกาะแล้วตายในที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องประสานไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร มาผ่าซากเต่าชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24663</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, ประมงอำเภอละแม, ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง, เต่ากระ, เต่าลอยตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b2777079dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
