<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยะลาติดเชื้อ40ราย รอคอนเฟิร์มผลตรวจสอบ ‘ศบค.’ชี้ผู้ป่วยใหม่แค่3คน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศบค.พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ลุยตรวจซ้ำในพื้นที่ยะลา หลังมีรายงานติดเชื้อมากผิดปกติจากการค้นหาเชิงรุก 30-40 ราย ยันไม่ปกปิดข้อมูล แต่ต้องให้มีมาตรฐานในระดับที่เชื่อถือได้ ด้าน จ.ยะลา ยืนยันพบติดเชื้อเพิ่ม 40 ราย รอผลยืนยันจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ผบ.ทสส.ลั่นผ่อนคลายไม่ใช่ยอมให้การ์ดตก ถ้าผู้ประกอบการรายใหม่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการจะเตือนก่อนสั่งปิด &amp;ldquo;ปลัด มท.&amp;rdquo; แจงคนแห่ออกภูเก็ตผ่านคัดกรองแล้ว การท่าอากาศยานฯ แนะให้ตรวจสอบประกาศ 5 จังหวัดที่ต้องกักตัว 14 วัน สธ.เตือนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ตรงเวลากำหนดผิด กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.30 น. วันที่ 3 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์ประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ผู้ป่วยสะสม 2,969 ราย หายป่วยสะสม 2,739 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 54 ราย และอยู่ระหว่างรักษา 176 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ในจำนวนนี้ 2 รายเป็นชายอายุ 45 ปี และหญิงอายุ 51 ปี มาจากสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ใน กทม. และอีก 1 รายเป็นชายไทยอายุ 24 ปี อยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ที่ จ.นราธิวาส ซึ่งเดินทางกลับมาจากทำงานที่มาเลเซียเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ส่วนกรณีที่มีรายงานว่า สาธารณสุขจังหวัดยะลาค้นหาเชิงรุกใน 8 อำเภอ พบผู้ป่วยถึง 30-40 คนนั้น เป็นตัวเลขสองหลัก ถือเป็นตัวเลขที่มากผิดปกติ เพราะส่วนใหญ่จะเจอ 2-3% แต่ครั้งนี้มีถึง 30.7% จึงต้องนำมาวิเคราะห์ โดยทางผู้บริหารระดับสูงสั่งให้ทบทวนชุดข้อมูลตรงนี้อีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตรวจพบกลุ่มก้อนใหญ่นั้นดี แต่ความถูกต้องต้องมาก่อน โดยวันเดียวกันจะเก็บตัวอย่างใหม่อีกรอบ ต้องตรวจซ้ำให้มีมาตรฐานในระดับที่เชื่อถือได้ และแยกคนเหล่านี้ไปกักตัวในสถานที่ที่ปลอดภัย อาจช้าสักนิด แต่ผลออกมาต้องแน่นอน ทางทีมแพทย์จะพยายามอย่างที่สุดเพื่อให้ได้ข้อมูลถูกต้องและรายงานอย่างเร่งด่วน ยืนยันว่าวันนี้ยังมีผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย และไม่มีการปกปิดข้อมูลแต่อย่างใด จะนำเสนอข้อเท็จจริงให้ได้มากที่สุด การเฝ้าระวังยังมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเต็มที่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในรอบ 28 วันที่ผ่านมา มีรายงานพบผู้ป่วยรายใหม่ใน 36 จังหวัด และมี 32 จังหวัดไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ในรอบ 28 วันที่ผ่านมา รวมถึง 9 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อนเลย ส่วนสถานการณ์ผู้ป่วยทั่วโลก มี 3,484,176 ราย เสียชีวิต 244,778 ราย องค์การอนามัยโลกได้เตือนประเทศต่างๆ ให้คลายล็อกอย่างช้าๆ และเตรียมรับการระบาดของโควิด-19 ที่จะมีตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่พุ่งอีกรอบ พร้อมเตือนประชาชนให้เว้นระยะห่างทางสังคมไว้ ซึ่งไทยทำมาตลอด จึงเกิดผลแบบนี้ ทุกวันนี้ที่ตัวเลขเป็นอย่างนี้จนทำให้เราสบายใจมากขึ้น เพราะได้รับความร่วมมือจากประชาชนมากกว่า 90% แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นผลมาจากพฤติกรรมเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่วันนี้คนออกมาจากบ้านมากมาย ซึ่งจะแสดงผลในสัปดาห์ต่อไป ย้ำว่ายังให้ปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อกำหนดของ ศบค. แล้วเราจะผ่านเดือนนี้ไปได้ด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ส่วนผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 2 พ.ค. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 3 พ.ค. มีผู้ฝ่าฝืนชุมนุมมั่วสุม 107 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อน 32 ราย โดยเป็นการเล่นการพนันมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือดื่มสุราและยาเสพติด ออกนอกเคหสถาน 554 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อน 4 ราย จึงขอให้ลดการกระทำต่างๆ เหล่านี้เพื่อให้เรามีพื้นที่ปลอดภัยทั้งประเทศ
ยะลายันพบติดเชื้อ 40 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องศรียะลา ศาลากลางจังหวัดยะลา นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รอง ผวจ.ยะลา, นพ.สงกรานต์ ไหมชุมนพ.สสจ.ยะลา ร่วมแถลงข่าวถึงกรณีจังหวัดยะลา kick off ยุทธการเชิงรุก (Active case finding) ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.2563 พุ่งเป้าค้นหา คัดกรอง ตรวจเชื้อ covid-19 ในพื้นที่ที่มีรายงานการติดเชื้อผู้ป่วยมาก่อน และหาผู้มีความเสี่ยงครอบคลุมทุกอำเภอเพื่อให้พบผู้ติดเชื้อระยะแรก ได้รับการรักษาเร็ว ลดการแพร่เชื้อ หยุดยั้งการระบาดก่อนเดือนรอมฎอน ซึ่งบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ ได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ในกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยง 9 กลุ่มเป้าหมาย (1.ผู้ร่วมกิจกรรมทางศาสนาจากต่างประเทศมาเลเซีย อินโดนีเชีย ปากีสถาน 2.ผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศมาเลเซีย 3.ผู้ร่วมกิจกรรมทางศาสนาในพื้นที่ 4.ผู้ที่ร่วมกิจกรรมฮาลาเกาะห์ 5.กลุ่มเสี่ยงหมู่บ้านที่ปิดพื้นที่ 6.ผู้สัมผัส ผู้ติดเชื้อยืนยัน 7.ผู้ที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 8.กลุ่ม Local Quarantine 9.อื่นๆ) รวมเป้าหมายในการค้นหาเชิงรุกจำนวน 3,277 ราย ได้ทำการเก็บสิ่งส่งตรวจหาเชื้อ (Swab) ในช่วงระหว่างวันที่ 18-24 เม.ย.2563 พบผู้ติดเชื้อยืนยันจำนวน 20 ราย (อ.เมืองฯ 3 ราย, อ.ยะหา 3 ราย และ อ.บันนังสตา 14 ราย)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทีมสอบสวนโรคจังหวัดยะลาได้ทำการสอบสวนค้นหา ความเชื่อมโยงจากผู้ติดเชื้อยืนยัน 20 ราย พบผู้สัมผัสใกล้ชิด ที่มีความสัมพันธ์ทำกิจกรรมร่วมกันรวม 671 ราย ซึ่งได้ทำการเก็บสิ่งส่งตรวจผลพบผู้ติดเชื้อยืนยันเพิ่ม 6 ราย (อ.บันนังสตา 5 ราย และอ.ยะหา 1 ราย) และได้ทำการสอบสวนโรคทั้ง 6 ราย โดยค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดได้เพิ่มอีก 311 ราย เมื่อวันที่ 2 พ.ค.2563 ได้รับรายงานผลการตรวจหาเชื้อจากจำนวน 311 ราย ผลปรากฏว่าพบผู้ติดเชื้อยืนยันจำนวน 40 ราย ไม่พบเชื้อ 271 ราย (อ.เมืองฯ 4 ราย, อ.ยะหา 24 ราย, อ.บันนังสตา 7 ราย และ อ.รามัน 5 ราย) ซึ่งเป็นข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันสูงสุดตั้งแต่มีการรายงานของจ.ยะลา จึงเป็นข้อสังเกตให้มีการดำเนินการเก็บสิ่งส่งตรวจหาเชื้อใหม่ เพื่อส่งตรวจยืนยันอีกครั้ง ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.สงขลา เมื่อทราบผลยืนยันจะรายงานให้ทราบต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) แถลงว่า มาถึงวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เห็นว่าควรมีมาตรการผ่อนคลายบางมาตรการ โดย 3 พ.ค.นี้เป็นวันแรกของการใช้มาตรการผ่อนคลาย ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ชีวิตทุกคนเปลี่ยนแปลงไป ใน 2 ส่วนหลักการผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้กิจการบางประเภทที่เคยปิดให้กลับมาเปิดดำเนินการได้ โดยหมายถึงกิจการอันจำเป็นแก่การดำรงชีวิต เช่น การออกกำลังกาย ร้านเสริมสวย โรงพยาบาล ให้สัตว์ได้รับการรักษา 2 วันที่ผ่านมาเกิดการเดินทางเป็นจำนวนมาก เพราะอาจเกิดความคลาดเคลื่อนในการสื่อความหมายของการผ่อนคลาย ซึ่งการผ่อนคลายจากมาตรการที่เคยปิดให้มาเปิดได้ ไม่ใช่ให้เราผ่อนคลายความเข้มงวดที่เคยมีต่อตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลไม่เคยแนะนำให้เราการ์ดตก จึงต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่าเรายังการ์ดตกไม่ได้ ดังนั้น การเดินทางไม่ใช่คำแนะนำที่รัฐบาลประสงค์ให้ทุกคนปฏิบัติได้ในขณะนี้ ในข้อกำหนดที่ประกาศออกมายังระบุว่างดหรือลดการเดินทางข้ามเขตจังหวัด เว้นแต่มีเหตุจำเป็นและต้องแสดงหลักฐาน และเมื่อเดินทางไปแล้วจะต้องเจอกับจุดตรวจเข้มคนของจุดตรวจทั้งหลาย ก็ต้องยอมรับสภาพว่าทั้งเดินทางไปและกลับจะต้องพบกับความไม่สะดวกเหล่านั้น&amp;rdquo; ผบ.ทสส.ระบุ
ผบ.ทสส.เตือนผู้ประกอบการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวอีกว่า ที่จะเปลี่ยนแปลงไปมากครั้งนี้คือ ผู้ประกอบการ ที่ต้องจัดให้มีการดำเนินมาตรการตามหลักที่กำหนดคือ 1.จะต้องจัดให้มีการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส 2.ต้องจัดให้ทุกคนในสถานบริการนั้นมีหน้ากาก 3.ต้องจัดให้มีเจลสบู่หรือแอลกอฮอล์เพื่อล้างมือ 4.จะต้องจัดให้มีจัดมาตรการเว้นระยะ และ 5.ต้องทำทุกวิธีเพื่อไม่ให้เกิดความแออัดในสถานบริการนั้น ภาระหนักจะตกอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการ กทม. ที่จะต้องจัดทีมลงไปตรวจ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำเป็นคู่มือออกมาแล้ว โดย ศบค.ได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงทำหน้าที่ไปตรวจ เมื่อได้ไปสุ่มตรวจในบางซูเปอร์มาร์เก็ต ก็พบว่าอาจจะมีความคลาดเคลื่อนหรือขาดความพิถีพิถันในการดำเนินการไปบ้าง ซึ่งก็ได้รับการแก้ไขแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชุดตรวจของฝ่ายความมั่นคง หากตรวจแล้วพบว่าสถานประกอบการนั้นไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหลักก็ต้องตักเตือน ถ้าไม่ทำอีกก็ปิด เพราะเป็นความรับผิดชอบต่อคนในภาพรวม&amp;rdquo; พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การเดินทางข้ามเขตจังหวัดนั้น โดยทั่วไปเรายังงดหรือชะลอ เว้นแต่มีความจำเป็น ถ้าท่านใดมีความจำเป็นต้องมีหลักฐาน ปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุมโรค เป็นการขอความร่วมมือ เพื่อป้องกันยับยั้งการแพร่ระบาด ถ้าเข้าไปแล้วต้องถูกกัก 14 วัน แต่หากประชาชนมีความจำเป็นต้องเดินทาง 2-3 วัน เพื่อเดินทางไปทำธุระ เช่น งานศพ งานบวช หรือไปติดต่อราชการ ในส่วนนี้เจ้าหน้าที่เข้าใจข้อเท็จจริงในชีวิตจริง และปัญหาที่ต้องปฏิบัติร่วมกัน เมื่อท่านมีความจำเป็นจึงต้องอธิบายให้ได้ถึงเหตุผลและหลักฐานประกอบ จะกักตัวตามวันและเวลาที่อยู่จริง และจะบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อสามารถสืบย้อนได้ เมื่อหากกลับออกไปแล้วมีประเด็นเกี่ยวกับการระบาดของโรค การคัดกรองโรคในจังหวัดปลายทางภูมิลำเนาเป้าหมายความหนักเบาขึ้นอยู่กับความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัยกล่าวว่า กรณีที่มีการผ่อนผันให้ประชาชนออกจากจ.ภูเก็ตจำนวนมากนั้น เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีคนไทยที่ไม่มีภูมิลำเนาใน จ.ภูเก็ต ประมาณกว่า 1 แสนคน และเมื่อเกิดสถานการณ์ในช่วงแรกๆ จังหวัดจึงประกาศห้ามเข้าและออก &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ในจำนวนนี้มี 5 หมื่นคนที่แจ้งว่าไม่มีงานทำ ต้องการออกจากจังหวัด แต่ระหว่างนั้นยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากจังหวัด จนกระทั่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการขึ้นทะเบียนผู้ที่มีความประสงค์จะออกจาก จ.ภูเก็ตแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะออกได้ทั้งหมด จ.ภูเก็ตมี 17 ตำบล ตำบลที่อนุญาตให้ออกมี 14 ตำบล ที่ผ่านกระบวนการคัดกรองตามมาตรฐาน อีก 3 ตำบลยังไม่อนุญาต และเมื่อขออนุญาตออก จะต้องมีหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัดรับรองว่าเป็นบุคคลที่ผ่านการคัดกรองแล้วแจ้งไปยังจังหวัดปลายทาง รวมถึงด่านตรวจระหว่างทางให้ทราบ ขอให้มั่นใจว่ากระบวนการของราชการคัดกรองตามมาตรฐานชัดเจนแล้วจึงส่งมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความมั่นใจผู้เดินทางว่าทำความสะอาด ฆ่าเชื้อสถานที่ให้บริการ ทั้งสนามบิน ยานพาหนะ เป็นประจำทุกรอบทุกวัน รวมถึงตรวจเช็กสุขภาพอนามัยพนักงานขับรถ กัปตัน แอร์โฮสเตส ขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุข ให้มีการวัดอุณหภูมิ ถ้าเกินกว่ากำหนดไม่อนุญาตให้เดินทาง การเว้นระยะห่าง จะมีการกำหนดจุดที่นั่งหรือจุดยืน เก้าอี้ตัวไหนไม่ให้นั่งก็ไม่ต้องนั่ง และมีการขายตั๋วตามจำนวนที่นั่ง อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่ว่ามีวิธีปฏิบัติและข้อกำหนดต่างๆ อย่างไรก่อนที่จะเดินทาง ไม่อยากให้เดินทางไปถึงแล้วขาดหลักฐานบางอย่าง อยากให้ทราบรายละเอียดเหล่านี้ว่าเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว
ช่วงเคอร์ฟิวขายเหล้าไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวถึงการเปิดให้บริการของสายการบินที่เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2563 โดยมีสายการบินจำนวน 4 สายการบิน ได้แก่ สายการบินนกแอร์, สายการบินไทยแอร์เอเชีย, สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ และสายการบินไทยเวียตเจ็ท เปิดให้บริการ ณ ท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน จำนวน 14 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานลำปาง แม่สอด พิษณุโลก บุรีรัมย์ สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ทั้งนี้ ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านกรุณาตรวจสอบ ประกาศ คำสั่งจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง เพื่อการปฏิบัติตามประกาศของแต่ละจังหวัดได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประกาศ คำสั่งของจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการดำเนินงานของท่าอากาศยานในสังกัด ทย. บุคคลภายนอกเข้าพื้นที่ต้องกักตัว 14 วัน ได้แก่ 1.จังหวัดพิษณุโลก 2. จังหวัดบุรีรัมย์ 3.จังหวัดกระบี่ &amp;nbsp;4.จังหวัดตรัง 5.จังหวัดนครพนม สำหรับจังหวัดปลายทางที่ไม่มีเงื่อนไขในการเข้า-ออก และไม่มีมาตรการปิดจังหวัด ได้แก่ จังหวัดลำปาง ตาก (แม่สอด) สกลนครร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า วันนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศไทย ที่มีการผ่อนปรนให้เปิดกิจการได้บางประเภท ในสถานที่ชุมชน เช่น ตลาดนัด แหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเดิมตอนที่เราคุมโรคได้ดี อัตราการระบาดอยู่ที่ 2.81% ดังนั้นเมื่อเปิดแล้วจะแพร่สูงหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการและประชาชนคือส่วนสำคัญ โดยมีป้อมปราการ 5 ด่านต้านโควิดคือ ขอย้ำว่าผู้ประกอบการคือแม่ทัพคุมด่านโควิด ส่วนลูกทัพคือประชาชน หากดื้อไม่ทำตาม จะเกิดปรากฏการณ์แพร่เชื้อสู่กันและกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีคนแห่ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ห้างสรรพสินค้าขายส่งขนาดใหญ่ใน จ.เลย หลังมีการคลายล็อกดาวน์ธุรกิจและสินค้าบางประเภทวันแรกว่า แม้รัฐบาลจะมีมาตรการคลายล็อกอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ แต่ยังคงกำหนดให้ขายตามเวลาเดิม คือ 11.00-14.00 น. และ 17.00-22.00 น. (ช่วงเย็นปกติถึง 24.00 น. แต่มีประกาศเคอร์ฟิวลดเวลาขายถึงแค่ 22.00 น.) ซึ่งหากใครขายไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดถือว่ากระทำผิดกฎหมายฐานการจำหน่ายสุราก่อนเวลา มีโทษปรับ 1 หมื่นบาท ส่วนคนโพสต์หากเป็นการโพสต์ในลักษณะจงใจโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อขาย มีโทษปรับ 5 แสน จำคุก 1 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ จุฬาราชมนตรีออกประกาศเรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ว่าด้วยการผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) และแนวทางปฏิบัติ สำหรับการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) ให้เว้นระยะห่างระหว่างแถวและในแถว 1.50-2 เมตร และให้ยืนตามจุดที่มัสยิดได้จัดทำเครื่องหมายไว้, ให้กระชับเวลาในการละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) นับตั้งแต่อะซาน คุตบะห์และละหมาดไม่เกิน 20 นาที ทั้งนี้ ยังคงให้งดการจัดกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมอื่นที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มทุกประเภท จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติหรือจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64977</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, มีมาตรฐานในระดับที่เชื่อถือได้, ยะลาติดเชื้อ40ราย, รายงานติดเชื้อโควิด-19, ศบค., ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ไม่ปกปิดข้อมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eaec31766755.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
