<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 07:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชน82%ตัดใจงดสาดน้ำสงกรานต์สกัดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.2564 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;อยากเล่นน้ำสงกรานต์&amp;hellip;กลัวเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15 &amp;ndash; 16 มีนาคม 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 1,315 หน่วยตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีหากรัฐบาลอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ 2564 พบว่า ส่วนใหญ่ 43.73% ระบุว่า ไม่ควรอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ทุกพื้นที่ รองลงมา 20.45% ระบุว่า ควรอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์เฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบ 2 17.87% ระบุว่า ควรอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ได้ทุกพื้นที่อย่าง New Normal เช่น สวมเฟซชิลด์ แว่นตากันน้ำ ชุดกันฝน 10.80% ระบุว่า ควรอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ได้ทุกพื้นที่อย่างอิสระ และ 7.15% ระบุว่า ควรอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์เฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบ 14 วันที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความกังวลของประชาชนต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;ndash;19 ถ้ารัฐบาลอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ 2564 พบว่า 26.54% ระบุว่า กังวลมาก เพราะ การกลับภูมิลำเนา การรวมตัวของประชาชนเพิ่มมากขึ้นทำให้ละเลยในการเว้นระยะห่างทางสังคม ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;ndash;19 ยังไม่เป็นที่น่าไว้วางใจ 38.02% ระบุว่าค่อนข้างกังวล เพราะการเดินทางเข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์จากหลายพื้นที่ทำให้ควบคุมไม่ทั่วถึง อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนมากับน้ำ ประชาชนบางกลุ่มยังละเลยในการป้องกันตนเอง ถึงแม้จะมีวัคซีนแต่ก็ยังไม่ปลอดภัย 100% และอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;ndash;19 ในรอบ 3 &amp;nbsp;18.78% ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล เพราะ ประชาชนส่วนใหญ่มีการดูแลและป้องกันตนเองอย่างดี หลีกเลี่ยงไม่ไปเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ภาครัฐมีมาตรการควบคุมป้องกันที่ดี และไม่ได้อาศัยในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;ndash;19 และ 16.66% ระบุว่าไม่กังวลเลย เพราะภาครัฐมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;ndash;19 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ดี มั่นใจในการทำงานบุคลากรทางการเเพทย์ และประชาชนส่วนใหญ่ไม่ออกมาเล่นน้ำสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวิธีป้องกันตนเองหากรัฐบาลอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ 2564 พบว่า ส่วนใหญ่ 49.28% ระบุว่า สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า รองลงมา 35.36% ระบุว่า รักษาระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร 31.94% ระบุว่า หลีกเลี่ยงการสัมผัสตัว 26.16% ระบุว่า สวมเฟซชิลด์ 23.12% ระบุว่าห้ามดื่มสุราและของมึนเมา 19.16% ระบุว่าห้ามประแป้ง 13.69% ระบุว่าหลีกเลี่ยงการให้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก 10.80% ระบุว่าห้ามสาดน้ำ &amp;nbsp;10.65% ระบุว่าสวมชุดกันฝน 10.27% ระบุว่า สวมแว่นตากันน้ำ และ 0.15% ระบุว่า วัดอุณหภูมิก่อนเข้าสถานที่เล่นน้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องที่ประชาชนกังวลมากที่สุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 พบว่า ส่วนใหญ่ 43.95% ระบุว่าอุบัติเหตุทางถนน รองลงมา 38.17% ระบุว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;ndash;19 ที่มากขึ้น 15.29% ระบุว่า การท่องเที่ยวที่ไม่คึกคัก เศรษฐกิจซบเซา และ 2.59% ระบุว่า การเกิดอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการให้ความสำคัญระหว่างการเล่นน้ำสงกรานต์ 2564 กับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;ndash;19 ส่วนใหญ่ 82.28% ระบุว่ายอมหยุดเล่นน้ำสงกรานต์ 2564 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;ndash;19 ขณะที่ 15.29% ระบุว่ายอมเสี่ยงกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;ndash;19 เพื่อให้ได้เล่นน้ำสงกรานต์ 2564 และ 2.43% ระบุว่า ไม่แน่ใจว่าควรเลือกอะไรก่อนดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96294</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้า, นิด้าโพล, ศูนย์สำรวจความคิดเห็น, สงกรานต์, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, โควิด-19, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_605148d3df287.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 07:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 07:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทย57%ไม่เห็นด้วยเปิดต่างชาติเที่ยวไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;8 ตุลาคม ต่างชาติจะเข้ามาเที่ยวแล้ว&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 1 &amp;ndash; 2 ตุลาคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,318 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเปิดให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการเปิดให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2563 นี้ โดยนักท่องเที่ยวจะต้องถูกกักตัวเพื่อเฝ้าระวัง 14 วัน ก่อนได้รับอนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศได้ พบว่า 21.77% ระบุว่า เห็นด้วยมาก เพราะ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ธุรกิจการท่องเที่ยว และเพื่อแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนในประเทศ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตามที่รัฐได้กำหนดไว้อย่างเข้มงวด 20.49% ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในประเทศ &amp;nbsp; เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว ขณะที่บางส่วนระบุว่า รัฐต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด และมีมาตรการป้องกันที่ชัดเจน 16.77% ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะ ไม่เชื่อมั่นในมาตรการป้องกันที่รัฐกำหนด เกรงว่าจะเป็นการนำเชื้อไวรัสโควิด - 19 มาแพร่ระบาดในประเทศอีกครั้ง 40.21% ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 รอบ 2 ต้องการให้รักษาสถิติการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดให้ดีเเบบนี้ต่อไป ยังไม่ต้องการให้เสี่ยงรับต่างชาติเข้ามา ขณะที่บางส่วนระบุว่าไม่เชื่อมั่น &amp;nbsp; ในมาตรการป้องกันที่รัฐกำหนด และ 0.76% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความกลัวของประชาชนต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ระหว่างกลุ่มที่เดินทางเข้าประเทศไทยทางเครื่องบิน กลุ่มที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านด่านภาคพื้นดิน และกลุ่มที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางพรมแดนธรรมชาติ พบว่า ส่วนใหญ่ 50.23% &amp;nbsp;ระบุว่า กลัวทั้งสามกลุ่ม พอ ๆ กัน รองลงมา 31.11% ระบุว่า กลัวกลุ่มที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางพรมแดนธรรมชาติมากที่สุด 10.54% ระบุว่ากลัวกลุ่มที่เดินทางเข้าประเทศไทยทางเครื่องบินมากที่สุด 4.10% ระบุว่าไม่กลัวทั้งสามกลุ่มเลย 3.72% ระบุว่ากลัวกลุ่มที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านด่านภาคพื้นดินมากที่สุด และ 0.30% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลว่าจะสามารถควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ภายในประเทศได้ เมื่อมีการเปิดให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ พบว่า 11.91% ระบุว่าเชื่อมั่นมาก เพราะภาครัฐมีมาตรการควบคุมป้องกันที่ดี มีประสิทธิภาพและสามารถปฏิบัติตามได้อย่างเคร่งครัด 25.04% ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อมั่น เพราะ มั่นใจในมาตรการของรัฐที่ออกมาว่าจะสามารถควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ได้ ขณะที่บางส่วนระบุว่าที่ผ่านมารัฐก็สามารถควบคุมและป้องกันได้ 35.43% ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่น เพราะอยากให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 หมดไป 100% ก่อน เนื่องจากว่าคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ขณะที่บางส่วนระบุว่า มาตรการที่รัฐกำหนดยังไม่เข้มงวดพอ 26.18% ระบุว่า ไม่เชื่อมั่นเลย เพราะไม่มั่นใจในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ที่รัฐกำหนด ขณะที่บางส่วนระบุว่า กลัวว่าจะมีการใช้ช่องทางธรรมชาติในการเข้าประเทศซึ่งรัฐจะควบคุมและป้องกันได้ยาก และจะนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 รอบ 2 อย่างแน่นอน และ 1.44% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79707</URL_LINK>
                <HASHTAG>8 ตุลาคม, ต่างชาติ, นิด้าโพล, ศูนย์สำรวจความคิดเห็น, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d0627683cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนหาเช้ากินค่ำซวยสุดหากเกิดโควิดรอบ2เชื่อรัฐหมดปัญหาเยียวยา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.2563 -&amp;nbsp; ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล ร่วมกับคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ใครจะเดือดร้อน หากมีโควิด - 19 รอบ 2&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 3 &amp;ndash; 7 กันยายน 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,315 หน่วยตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงกลุ่มที่จะเดือดร้อนมากที่สุด หากเกิดการระบาดของโควิด - 19 รอบที่ 2 พบว่า ส่วนใหญ่ 43.12% ระบุว่า คนจนที่หาเช้ากินค่ำ รองลงมา 14.68% ระบุว่า พ่อค้า &amp;ndash; แม่ค้าทั่วไป 9.66% ระบุว่า กลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม บริษัททัวร์ ไกด์ ร้านอาหาร เป็นต้น 8.59% ระบุว่า ผู้ที่ปัจจุบันยังคงตกงานอยู่ 7.53% ระบุว่า กลุ่มผู้เปราะบางในสังคม เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ 5.02% ระบุว่า พนักงานบริษัท/พนักงานโรงงาน 2.66% ระบุว่า นักเรียน/นักศึกษา 2.59% ระบุว่า บุคลากรทางการแพทย์/สาธารณสุข 2.51% ระบุว่า ผู้ประกอบอาชีพอิสระ 1.44% ระบุว่า เกษตรกร 1.29% ระบุว่า กลุ่มแรงงานต่างด้าว 0.76% ระบุว่า ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่รัฐ และ 0.15% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อมาตรการ/งบประมาณ การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ หากเกิดการระบาดของโควิด - 19 รอบที่ 2 พบว่า ส่วนใหญ่ 33.54% ระบุว่า รัฐบาลจะไม่มีงบประมาณสำหรับมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รองลงมา 30.80% ระบุว่า มาตรการ/งบประมาณการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจะเหมือนหรือเท่าๆ เดิม 19.70% ระบุว่า มาตรการ/งบประมาณการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจะน้อยลง 13.16% ระบุว่า มาตรการ/งบประมาณการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจะมากขึ้น และ 2.80% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77579</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม, นิด้า, นิด้าโพล, รอบ 2, ศูนย์สำรวจความคิดเห็น, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f6165659dd57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 07:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 07:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยเกือบ40%เชื่อไทยเจอโควิดรอบ2แน่เหตุจากเปิดให้ต่างชาติเข้ามา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หรือนิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;โควิด - 19 รอบ 2?&amp;rdquo; ที่ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17 &amp;ndash; 18 ก.ค.2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ &amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,269 หน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงความกังวลว่าประเทศไทยจะเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 เป็นรอบที่ 2 พบว่า 35.46% ระบุว่า กังวลมาก เพราะประชาชนบางกลุ่มละเลยการป้องกันตนเอง และหากมีการแพร่ระบาดอีกจะทำให้การใช้ชีวิตแย่ลงกว่าเดิม รายได้จะหายไปมากกว่าเดิม 31.05% ระบุว่า ค่อนข้างกังวล เพราะยังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 อยู่ และมาตรการการป้องกันไม่รัดกุม โดยเฉพาะการเปิดให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศ 16.23% ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล เพราะมั่นใจในการทำงานของรัฐบาลว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ในขณะที่บางส่วนบอกว่าอาศัยอยู่ในจังหวัดที่ไม่ได้เป็นพื้นที่เสี่ยง และประชาชนส่วนใหญ่ดูแลและป้องกันตนเองดี และ 17.26% ระบุว่า ไม่กังวลเลย เพราะประชาชนส่วนใหญ่ดูแลและป้องกันตนเองดี เชื่อมั่นในมาตรการการป้องกันของรัฐบาล และไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ภายในประเทศติดต่อกันนานมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคิดเห็นต่อประเทศไทยจะมีการเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ภายในประเทศเป็นรอบที่ 2 จากการสำรวจ พบว่าส่วนใหญ่ 39.79% ระบุว่าจะเกิดขึ้นแน่ เพราะมีการเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศแบบไม่มีการกักตัว ส่วนชาวต่างชาติไม่ค่อยป้องกันตนเอง ประชาชนบางกลุ่มละเลยการป้องกันตนเอง และรัฐบาลขาดความระมัดระวัง ไม่มีการควบคุมที่เข้มงวด รองลงมา 30.89% ระบุว่าจะไม่เกิดขึ้น เพราะ ยังเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ได้ และประชาชนส่วนใหญ่มีการป้องกันตนเอง การ์ดยังไม่ตก 29% ระบุว่าไม่มั่นใจ เพราะรัฐบาลการ์ดเริ่มตกและเกรงว่าจะไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ไว้ได้ และเชื้อไวรัสก็ยังไม่หมดไป 100% และ &amp;nbsp;0.32% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามกลุ่มผู้ที่ระบุว่าประเทศไทยจะเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ภายในประเทศเป็นรอบที่ 2 อย่างแน่นอน และกลุ่มที่ระบุว่าไม่มั่นใจพบว่า ส่วนใหญ่ 70.01% ระบุว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้าประเทศได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ รองลงมา 44.93% ระบุว่า ภาครัฐการ์ดตก (ขาดการระมัดระวัง ป้องกัน) 42.53% ระบุว่าการแอบลักลอบเข้าเมืองของคนต่างชาติ 18.24% ระบุว่า ประชาชนการ์ดตก (ขาดการระมัดระวัง ป้องกัน) และ 0.46% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72158</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้า, นิด้าโพล, รอบ 2, ศูนย์สำรวจความคิดเห็น, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f178cdbbf35c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2019 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด&#039;โฆษกเพื่อไทย&#039;โหนนิด้าโพลถล่ม&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 ธ.ค.2562 - &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;6 เดือน นายกฯประยุทธ์ ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง&amp;rdquo; ว่า ความคิดเห็นของประชาชนสะท้อนผ่านผลการสำรวจ 33.72% ระบุว่า การทำงานในตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ดีเลย เพราะการบริหารงานประเทศยังไม่มีประสิทธิภาพ ไม่คืบหน้า แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ บริหารประเทศไม่ดี ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ ไม่ได้ใส่ใจประชาชนเท่าที่ควร ยังไม่โปร่งใสพอ ไม่มีความเป็นธรรม และช่วยเหลือแต่พวกพ้องของตัวเอง สะท้อนได้ชัดเจนว่า ในสายตาประชาชนจำนวนไม่น้อย เห็นว่า รัฐบาลล้มเหลวแทบทุกด้าน คะแนนความนิยมด้านต่างๆตกต่ำลงจนเห็นได้ชัดตอนเป็นรัฐบาลจากการรัฐประหารว่าคะแนนแย่แล้ว พอมาเป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจหลังการเลือกตั้ง กลับเสื่อมทรุดแย่กว่าเดิมอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนอย่างจริงใจ ไม่ใช่โพลไหนว่าดีกระโดดเข้าใส่ โพลไหนเข้าเนื้อกระโดดหนี ปฏิเสธ ความรับผิดชอบ ระยะเวลาที่ทอดยาวของรัฐบาลนี้ หากอยู่เพื่อเอื้อความมั่งคั่ง มั่นคงของตัวรัฐบาลและพวกพ้อง แล้วละทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ต่อไป&amp;quot; นายอนุสรณ์ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52009</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, พท., ศูนย์สำรวจความคิดเห็น, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, โฆษกพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad2fd7cde99d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่วินโล่ง! โพลบอกคนส่วนใหญ่ยังชอบมากกว่า Grab Bike</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์สาธารณะ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;rdquo; &amp;nbsp;กรณีศึกษาจากประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในเขต กทม.และปริมณฑล 1,252 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์สาธารณะ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงปัญหาที่พบมากที่สุดในการใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์สาธารณะ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 43.69% ระบุว่า ความปลอดภัย (เช่น การขับรถเร็ว การขับขี่บนทางเท้า การขับรถย้อนศร และการข่มขู่ผู้โดยสาร) รองลงมา 32.67% ระบุว่าการคิดราคาเกินจริง 11.50% ระบุว่า ไม่เคยพบเจอปัญหาเลย 5.51% ระบุว่า การปฏิเสธผู้โดยสารหรือการปล่อยผู้โดยสารลงกลางทาง 4.79% ระบุว่า ผู้ขับขี่มีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ เข้าข่ายอนาจารด้วยวาจาและการกระทำ 0.48% ระบุอื่น ๆ ได้แก่ จำนวนวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างไม่เพียงพอต่อผู้ใช้บริการ และ 1.36% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความพึงพอใจต่อการเลือกใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์สาธารณะ ระหว่าง &amp;ldquo;Grab Bike&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;rdquo; พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 65.58% ระบุว่า เลือกใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รองลงมา 34.03% ระบุว่าเลือกใช้บริการ Grab Bike และ 0.40% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ โดยในจำนวนของผู้ที่เลือกใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้เหตุผล พบว่า &amp;nbsp;72.96% ระบุว่า สะดวกในการใช้บริการ (มีอยู่ทั่วไปในทุกชุมชน) ไม่จำเป็นต้องมี App Grab Bike รองลงมา 24.60% ระบุว่า เป็นผู้ให้บริการหลักในพื้นที่นั้น ๆ (ผู้ให้บริการมีวินประจำ) 17.78% ระบุว่า มีความรู้จัก คุ้นเคย กับผู้ให้บริการ (ในกรณีคนในชุมชนเป็นผู้ให้บริการ) และ 0.61% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และในจำนวนของผู้ที่เลือกใช้บริการ Grab Bike ได้ให้เหตุผล พบว่า ส่วนใหญ่ 65.09% ระบุว่า สะดวกในการเรียกใช้บริการ (ผ่านแอปพลิเคชัน) รองลงมา 40.80% ระบุว่า ราคาตามระยะทางจริงที่คำนวณให้ทราบก่อนใช้บริการ และ 33.49% ระบุว่า มีมารยาทในการขับขี่ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงว่าหาก Grab Bike ไม่สามารถขึ้นทะเบียนในการเป็นรถสาธารณะได้อย่างถูกต้อง จะใช้บริการหรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 52.40% ระบุว่าไม่ใช้บริการ เพราะชื่นชอบการใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างมากกว่าเนื่องจากสะดวก เรียกใช้ง่าย และไม่จำเป็นต้องเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน รองลงมา 43.77% ระบุว่าใช้บริการ เพราะสะดวกในการเรียกใช้บริการ มีมาตรฐาน ในการให้บริการ ทำให้เรียกใช้บริการด้วยความมั่นใจ และมีการกำหนดค่าโดยสารที่แน่นอนซึ่งถูกกว่าค่าโดยสารวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และ 3.83% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงแนวทางที่จะทำให้ใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์สาธารณะให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์สูงสุด พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 46.65% ระบุว่า มีการอบรมเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ ให้กับมอเตอร์ไซค์สาธารณะที่ให้บริการประชาชนทุกชนิด รองลงมา 41.77% ระบุว่า มีการบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษที่เคร่งครัดกับมอเตอร์ไซค์สาธารณะที่กระทำความผิดทุกรูปแบบ 36.10% ระบุว่า มีการกำหนดมาตรฐานราคาในการใช้บริการที่แน่นอน (ราคาตามระยะทางจริง) 30.11% ระบุว่า อนุญาตให้ Grab Bike จดทะเบียนได้อย่างถูกต้อง 28.51% ระบุว่า ควรจัดตั้งให้มีหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนรถมอเตอร์ไซค์สาธารณะอย่างชัดเจน 25.24% ระบุว่า ควรมีหน่วยงานสุ่มตรวจคุณภาพการให้บริการมอเตอร์ไซค์สาธารณะอย่างสม่ำเสมอ และ 2.80% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10567</URL_LINK>
                <HASHTAG>Grab Bike, นิด้า, นิด้าโพล, ผลสำรวจ, มอเตอร์ไซค์, ศูนย์สำรวจความคิดเห็น, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b135dd0a2d41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
