<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลโพลวัยรุ่นพบส่วนใหญ่ใช้เวลาว่างเล่นโซเชียลฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็นทางสังคม สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1-11&amp;nbsp;
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง &amp;ldquo;Gen Z มีอะไรจะบอกต่อสังคมไทย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ทำการสำรวจในเดือนเมษายน พ.ศ. 2564 จากเด็กและเยาวชนที่มีอายุ 12-24 ปี กระจายทุกภูมิภาคทั่วประเสศ จำนวน 4,472 หน่วยตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลการสำรวจ เมื่อถามเด็กและเยาวชนถึงเรื่องที่ได้ทำในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ 61.29% ได้ทำในเรื่องการดูแลสุขภาพ (อาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน) รองลงมา 59.79% การพัฒนาตนเอง &amp;nbsp;56.64% การทำกิจกรรมร่วมกันกับบุคคลในครอบครัว 37.16% การออมหรือการลงทุน 36.09% การทำกิจกรรมจิตอาสา เช่น การบำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสาธารณะประโยชน์ 15.88% มีการสังสรรค์ที่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 2.33% มีการทะเลาะ วิวาท ทำร้ายร่างกาย หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการใช้เวลาว่าง พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ 78.67% เล่นสื่อโซเชียลมีเดีย รองลงมา 69.48% นอนพักผ่อน 69.12% ดูหนัง/ฟังเพลง/อ่านหนังสือ 52.15% พบปะเพื่อนฝูง 49.78% เล่นเกม เช่น เกมออนไลน์ &amp;nbsp;46.18% ออกกำลังกาย/เล่นกีฬา 28.40% ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม 25.81% ท่องเที่ยว/กิจกรรมสันทนาการ &amp;nbsp;14% เล่นดนตรี 11.23% ทำงานศิลปะ วาดภาพ ระบายสี/งานฝีมือ และ 0.51% ระบุอื่น ๆ เช่น ทำงานพิเศษ ขายของออนไลน์ ทำขนมและอาหาร ทำงานบ้าน ทำงานจิตอาสา ตกปลา และเลี้ยงสัตว์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ 70.82% ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา รองลงมา 39.07% ร่วมกิจกรรมจิตอาสา/สาธารณประโยชน์ในชุมชน 37.90% ร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมกับชุมชนท้องถิ่น 21.44% ร่วมกิจกรรมของสภาเด็กและเยาวชน 12.57% ร่วมกิจกรรมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. หรือ เทศบาล) 6.40% ร่วมกิจกรรมของ To Be Number One 5.34% ร่วมกิจกรรมทางการเมือง และ 0.89% ระบุอื่น ๆ เช่น ร่วมกิจกรรมในโบสถ์คริสต์ในวันเสาร์-อาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงไอดอล (Idol) บุคคลต้นแบบที่ยึดถือและปฏิบัติตาม พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ 42.06% มีบุคคลในครอบครัวเป็นต้นแบบ (โดยระบุ 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ทั้งพ่อและแม่ 33.17% อันดับ 2 แม่ &amp;nbsp;30.62% และอันดับ 3 พ่อ 19.88%) รองลงมา 19.43% มีครู/อาจารย์เป็นบุคคลต้นแบบ 15.47% มีญาติหรือคนรู้จักเป็นบุคคลต้นแบบ 11.27% มีบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นต้นแบบ (โดยระบุ 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 นักร้อง K-POP เช่น วง BTS, วง Blackpink, วง GOT 7 19.64% อันดับ 2 ดารานักแสดง เช่น หยิ่น อานันท์ หว่อง, ชมพู่ อารยา, ญาญ่า อุรัสยา 18.06% และอันดับ 3 เน็ตไอดอล เช่น พิมรี่พาย 9.13%) สำหรับ 9.17% มีเพื่อนเป็นบุคคลต้นแบบ และ 2.59% ไม่มีไอดอล (Idol) บุคคลต้นแบบที่ยึดถือและปฏิบัติตามเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าหากมีบุคคลต้นแบบอยากเลียนแบบในเรื่องใด พบว่า ส่วนใหญ่ 64.38% อยากเลียนแบบในเรื่องแนวคิด ทัศนคติ รองลงมา 60.73% ในเรื่องการใช้ชีวิต 31.24% ในเรื่องบุคลิกภาพ ท่าทาง 27.84% ในเรื่องการแต่งกาย และ 2.77% ระบุอื่น ๆ เช่น เรื่องความสามารถ ความขยัน ความอดทน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความฉลาด และอุปนิสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบุคคลที่จะเลือกปรึกษาเมื่อมีปัญหามากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 42.2% ระบุว่า พ่อแม่/ผู้ปกครอง อันดับ 2 31.03% ระบุว่า เพื่อน และอันดับ 3 19.57% ระบุว่า ครู/อาจารย์ &amp;nbsp;ส่วนทักษะที่อยากจะพัฒนามากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 37.12% อยากพัฒนาด้านภาษา อันดับ 2 22.78% อยากพัฒนาด้านเทคโนโลยี และอันดับ 3 17.04% อยากพัฒนาด้านอาชีพ ในด้านกิจกรรมที่อยากจะทำร่วมกับครอบครัวมากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 35.22% รับประทานอาหารร่วมกัน อันดับ 2 30.77% ไปท่องเที่ยว/ชอปปิงร่วมกัน และอันดับ 3 17.98% ดูหนัง ฟังเพลงร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการถูกทำร้ายจิตใจด้วยวาจา (Bullying) ทั้งต่อหน้าหรือในสื่อออนไลน์ พบว่า ส่วนใหญ่ 62.92% ระบุว่า เคยถูกทำร้าย 37.08% ระบุว่า ไม่เคย โดยมีที่ระบุว่าเคยถูกทำร้ายมีวิธีการรับมือ ได้แก่ นิ่งเฉย 60.77% รองลงมา ตอบโต้ เช่น ตอบโต้ด้วยวาจา การใช้กำลัง ถ่ายคลิป 22.99% แจ้งครู/ผู้ปกครอง/เพื่อน 14.39 %และแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายแก่ผู้กระทำ 1.85%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป้าหมายในชีวิตของเด็กและเยาวชน 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 38.29% ระบุว่า เรียนจบมีงานทำ อันดับ 2 18.74% ระบุว่า ประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และอันดับ 3 15.78% ระบุว่า มีครอบครัวที่สมบูรณ์ และเมื่อถามต่อว่ามีความกังวลต่อสังคมไทยในเรื่องใดมากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 31.02% ระบุว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ อันดับ 2 18.92% ระบุว่า ปัญหาโรคระบาด และอันดับ 3 16.08% ระบุว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องที่เด็กและเยาวชนอยากให้คนไทยพัฒนามากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 24.46% ระบุว่า ความมีระเบียบวินัย/เคารพกฎหมาย อันดับ 2 21.73% ระบุว่า ความซื่อสัตย์สุจริต และอันดับ 3 15.77% ระบุว่า ความมีจิตสำนึกต่อสาธารณะ/การรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อถามถึงสิ่งที่เด็กและเยาวชนอยากเห็นในประเทศไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 26.82% อยากให้เศรษฐกิจดีขึ้น อันดับ 2 19.11% ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน และอันดับ 3 15.26% อยากให้ประเทศเจริญก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต พบว่า ส่วนใหญ่ 35.70% ควรพัฒนาระบบการศึกษาให้มีความเท่าเทียมและทันสมัยมากยิ่งขึ้น รองลงมา 23.33% ควรส่งเสริมเรื่องสิทธิ หน้าที่ และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นให้แก่เด็กและเยาวชน 7.5%ควรส่งเสริมเรื่องความสามัคคีให้แก่เด็กและเยาวชน 6.39% ควรปลูกฝังเรื่องความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบและการรักษาประโยชน์ส่วนรวมให้แก่เด็กและเยาวชน และควรส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตในสังคมและทักษะการประกอบอาชีพที่จำเป็นให้แก่เด็กและเยาวชน ในสัดส่วนที่เท่ากัน และ 5.69% ควรส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมกันในสังคม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108138</URL_LINK>
                <HASHTAG>Gen Z, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นิด้า, ศูนย์สำรวจความคิดเห็นทางสังคม, ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbf363b2e24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2019 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2019 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชี้รถเมล์ขึ้นราคา&#039;คนกรุง&#039;ขอปรับปรุงสภาพรถ-มารยาทพนักงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.62- นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง &amp;ldquo;การขึ้นค่าโดยสารประจำทาง (รถเมล์)&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 29 เม.ย.&amp;ndash; 2 พ.ค.2562 จากผู้ที่ใช้บริการรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กระจายทุกระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,258 หน่วยตัวอย่าง พบว่าเมื่อถามถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อสัปดาห์ จากการที่ ขสมก. และรถโดยสารเอกชนร่วมบริการเพิ่มค่าโดยสาร ผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) ร้อยละ 87.20 ระบุว่า ไม่เกิน 100 บาท ร้อยละ 10.97 ระบุว่า 101 &amp;ndash; 200 บาท ร้อยละ 1.59 ระบุว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;201 &amp;ndash; 300 บาท และร้อยละ 0.24 ระบุว่า 301 บาทขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการปรับเปลี่ยนวิธีการเดินทางของผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.74 ระบุว่า ขึ้นรถโดยสารประจำทางเท่าที่จำเป็นเท่านั้น รองลงมา ร้อยละ 16.69 ระบุว่า ไม่มีการปรับเปลี่ยนวิธีการเดินทาง ยังคงใช้เหมือนเดิม ร้อยละ 13.35 ระบุว่า เปลี่ยนไปใช้รถตู้โดยสารแทน ร้อยละ 11.29 ระบุว่า ยอมเสียเวลาในการรอรถโดยสารประจำทาง ที่มีราคาถูกกว่า ร้อยละ 10.81 ระบุว่า เปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า/ใต้ดินแทน ร้อยละ 8.03 ระบุว่า เปลี่ยนไปใช้รถส่วนตัวแทน เช่น รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ ร้อยละ 3.82 ระบุว่า เปลี่ยนไปใช้เรือโดยสารแทน ร้อยละ 3.50 ระบุว่า เดินไปทำงาน/ทำธุระแทนการขึ้นรถประจำทาง และร้อยละ 1.99 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ใช้บริการรถโดยสารประเภทอื่นแทน เช่น รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถสองแถว รถแท็กซี่ และรถไฟ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากให้มีการปรับปรุงบริการของรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) โดยแยกประเภทรถ ดังนี้ 1.รถ ขสมก. ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.87 ระบุว่า สภาพภายในของรถ เช่น ความสะอาด แอร์เย็น เบาะ หน้าต่าง ราวจับ รองลงมา &amp;nbsp;ร้อยละ 46.02 ระบุว่า มารยาทของพนักงาน ทั้งการขับรถและการเก็บเงิน ร้อยละ 45.92 ระบุว่า ความเพียงพอของรถ เวลารอรถไม่นาน ร้อยละ 42.45ระบุว่า สภาพภายนอกของรถ ปรับให้เป็นรถใหม่ ร้อยละ 27.93 ระบุว่า การตรงต่อเวลาของการปล่อยรถ และร้อยละ 25.75 ระบุว่า &amp;nbsp;การจอดรับ - ส่ง ให้ตรงป้ายรถเมล์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;รถโดยสารเอกชนร่วมบริการ ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.76 ระบุว่า สภาพภายในของรถ เช่น ความสะอาด แอร์เย็น เบาะ หน้าต่าง ราวจับ รองลงมา ร้อยละ 52.33 ระบุว่า มารยาทของพนักงาน ทั้งการขับรถและการเก็บเงิน ร้อยละ 42.82 ระบุว่า สภาพภายนอกของรถ ปรับให้เป็นรถใหม่ ร้อยละ 41.67 ระบุว่า ความเพียงพอของรถ เวลารอรถไม่นาน ร้อยละ 31.11 ระบุว่า การจอดรับ - ส่ง ให้ตรงป้ายรถเมล์ และร้อยละ 27.31 ระบุว่า การตรงต่อเวลาของการปล่อยรถ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35108</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่ารถเมล์, ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190506/image_big_5ccf8c110dd83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชี้คะแนนสูสีตีตราหมา-แมว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.2561 - &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องขึ้นทะเบียน สุนัข &amp;ndash; แมว แก้ไขหรือภาระ โดยสำรวจประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 1,271 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 53.27% ระบุว่า เลี้ยงสุนัข &amp;ndash; แมว &amp;nbsp;และ 46.73% ระบุว่าไม่ได้เลี้ยงสุนัข - แมว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนสุนัข &amp;ndash; แมว เพื่อแก้ไขปัญหาสุนัขและแมวจรจัด และป้องกันการเลี้ยงสัตว์อย่างปล่อยปละละเลย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 51.69% ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด เป็นเพียงการหารายได้ของรัฐมากกว่า ยังไม่มีความพร้อมในการบริหารจัดการ เป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชน อาจทำให้เกิดปัญหาการทิ้ง หรือกำจัดสุนัขและแมวเพื่อจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบ และ 48.31% ระบุว่าเห็นด้วย เพราะเพื่อสร้างความรับผิดชอบต่อผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง และจะได้มีการบริหารจัดการที่ดีและเป็นสัดส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเหมาะสมของค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนสุนัข &amp;ndash; แมว เป็นจำนวนเงิน 450 บาท/ตัว พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 83.71% ระบุว่าไม่เหมาะสม เพราะไม่ควรมีค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียน เรียกเก็บเป็นจำนวนเงินที่แพงเกินไป และสำหรับคนที่มีสุนัข &amp;ndash; แมวเป็นจำนวนมาก อาจจะไม่มีเงินมากพอที่จะนำมาลงทะเบียนได้ทั้งหมด และจะทำให้เกิดการนำสุนัข &amp;ndash; แมวมาทิ้งตามสถานที่ต่างๆ &amp;nbsp;รองลงมา 16.21% ระบุว่า เหมาะสม และ 0.08% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ที่ระบุว่าค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนสุนัข &amp;ndash; แมว เป็นจำนวนเงิน 450 บาท/ตัวไม่เหมาะสมนั้น พบว่า ราคาที่คิดว่าเหมาะสม 41.73% ระบุว่าขึ้นทะเบียนฟรี 45.40% ระบุว่า ไม่เกิน 100 บาท 10.71% ระบุว่า ไม่เกิน 200 บาท 1.69% ระบุว่าไม่เกิน 300 บาท และ 0.47% ระบุว่า ไม่เกิน 400 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความเหมาะสมของค่าปรับในกรณีฝ่าฝืนการขึ้นทะเบียนสุนัข &amp;ndash; แมว เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 25,000 บาท/ตัว พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 85.37% ระบุว่าไม่เหมาะสม เพราะไม่ควรมีค่าปรับ เรียกเก็บแพงเกินไป ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ รองลงมา 14.16% ระบุว่า เหมาะสม และร้อยละ 0.47 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ซึ่งผู้ที่ระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการฝ่าฝืนการขึ้นทะเบียนสุนัข &amp;ndash; แมว เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 25,000 บาท/ตัว &amp;nbsp;ไม่เหมาะสม นั้น พบว่า ราคาที่คิดว่าเหมาะสม 45.53% ระบุว่าไม่ควรเสียค่าปรับเลย 50.14% ระบุว่า ไม่เกิน 5,000 บาท 3.78% ระบุว่า ไม่เกิน 10,000 บาท 0.46% ระบุว่า ไม่เกิน 15,000 บาท และ 0.09% ระบุว่า ไม่เกิน 20,000 บาท &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขึ้นทะเบียนสุนัข &amp;ndash; แมว จะช่วยแก้ปัญหาสุนัขและแมวจรจัด และป้องกันการเลี้ยงสัตว์อย่างปล่อยปละละเลยได้มากน้อยเพียงใด พบว่า ประชาชน 35.48% ระบุว่า ช่วยแก้ไขปัญหาสุนัขและแมวจรจัดและป้องกันการเลี้ยงสัตว์อย่างปล่อยปละละเลยได้ดีขึ้น 35.41% ระบุว่า ช่วยแก้ไขปัญหาสุนัขและแมวจรจัดและป้องกันการเลี้ยงสัตว์อย่างปล่อยปละละเลยได้เท่าเดิม 28.09% ระบุว่าช่วยแก้ไขปัญหาสุนัขและแมวจรจัดและป้องกันการเลี้ยงสัตว์อย่างปล่อยปละละเลยได้แย่ลง และ 1.02% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาสุนัขและแมวจรจัด และป้องกันการเลี้ยงสัตว์อย่างปล่อยปละละเลย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 56.02% ระบุว่า ฉีดวัคซีนและทำหมันสุนัขและแมวฟรีทั้งประเทศ รองลงมา &amp;nbsp;34.85% ระบุว่า ปลูกจิตสำนึกให้ผู้เลี้ยงสุนัขและแมวมีความรับผิดชอบและรู้วิธีการเลี้ยงสัตว์อย่างถูกต้อง 24% ระบุว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยฝึกอบรมการฉีดวัคซีนและวิธีการทำหมันให้แก่ประชาชนที่สนใจสามารถทำเองได้ 17.47% ระบุว่า มีศูนย์พักพิงสุนัขและแมวที่เพียงพอ มีมาตรฐาน 17.31% ระบุว่า จัดอบรมผู้เลี้ยงให้มีมาตรฐานและคุณสมบัติในการดูแลสัตว์เลี้ยง 3.46% ระบุอื่น ๆ ได้แก่ จัดตั้งหน่วยงานดูแลรับผิดชอบโดยตรง เช่น รับข้อร้องเรียน ทำหมัน ฉีดยา จำกัดจำนวนในการเลี้ยงสัตว์ของแต่ละบ้าน และลดอัตราการขึ้นทะเบียนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนให้ความร่วมมือ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ และ 3.07% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20362</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้า, ประชาชน ขึ้นทะเบียน, ผลสำรวจความคิดเห็น, ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, สุนัข – แมว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcbe58a8bf07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
