<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังกางมาตรการอุ้มSMEโต้หญิงหน่อย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ต.ค. 2563 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จากการแชร์ข้อมูลของคุณหญิงสุดารัตน์ &amp;nbsp;เกยุราพันธุ์ ในสื่อโซเชียลมีเดีย ที่ระบุว่า มาตรการของรัฐบาลในปัจจุบัน เช่น ซอฟท์โลน 500,000 ล้านบาท ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังมีเอสเอ็มอี กว่า 90% เข้าไม่ถึง และขอให้รัฐบาลเร่งดูแลธุรกิจเอสเอ็มอี ตั้งกองทุนเอสเอ็มอี เพื่อให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่อยู่ในระบบธนาคารพาณิชย์ ว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้มีมาตรการด้านการเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เอสเอ็มอี ตาม พ.ร.ก. ซอฟท์โลนของ ธปท. ซึ่ง โดยแบ่งการให้ความช่วยเหลือได้ ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.มาตรการสินเชื่อเพิ่มเติม วงเงินรวม 500,000 ล้านบาท โดย ธปท. ให้สถาบันการเงินกู้ยืมในอัตรา0.01% ต่อปี เพื่อให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ให้แก่เอสเอ็มอี ที่มีวงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 500 ล้านบาท วงเงินไม่เกิน 20% ของยอดสินเชื่อคงค้างของลูกหนี้ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2562 คิดดอกเบี้ย 2% ต่อปี เป็นเวลา 2 ปี โดยเอสเอ็มอี ไม่ต้องชำระดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรก และ 2. การพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยให้กับเอสเอ็มอี ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2562 เพื่อให้เอสเอ็มอี ไม่ต้องมีภาระในการชำระหนี้แก่สถาบันการเงินเป็นระยะเวลา 6 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีมาตรการจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ดำเนินโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS Soft Loan พลัส วงเงินค้ำประกัน 57,000 ล้านบาท โดย บสย. ค้ำประกันสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอี ที่มีคุณสมบัติตาม พ.ร.ก. ซอฟท์โลน คิดอัตราค่าธรรมเนียม 1.75% ต่อปี ระยะเวลาค้ำประกัน 8 ปี โดยเริ่มค้ำประกันและเก็บค่าธรรมเนียมในต้นปีที่ 3 นับจากวันที่ได้รับสินเชื่อตาม พ.ร.ก. ซอฟท์โลน เพื่อให้สถาบันการเงินมีความมั่นใจในการปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น และสามารถปล่อยสินเชื่อในแก่เอสเอ็มอีได้ยาวขึ้น ทำให้เกิดความคล่องตัวในการอนุมัติสินเชื่อ และให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงสินเชื่อตาม พ.ร.ก. ซอฟท์โลน ได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง รัฐบาลยังได้ดำเนินมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ดังนี้ 1. ธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเอสเอ็มอีทั่วไปและเอสเอ็มอีในธุรกิจท่องเที่ยวกลุ่มละ 10,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน ดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี และสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อต่อให้เอสเอ็มอี วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ย 2% ต่อปี เป็นเวลา 2 ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยธนาคารออมสินจะปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอี โดยตรงจำนวน 3,000 ล้านบาท และยังมีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเอสเอ็มอีขนาดเล็กในธุรกิจท่องเที่ยวและ Supply Chain วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี ระยะเวลากู้ 5 ปี ปลอดชำระเงินต้น 1 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ดำเนินโครงการสินเชื่อ Extra Cash วงเงิน 10,000 ล้านบาท สำหรับเอสเอ็มอีขนาดย่อมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด -19 วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3% ต่อปี ใน 2 ปีแรก ระยะเวลากู้ 5 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. บสย. ดำเนินโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS ระยะที่ 8 วงเงิน 10,000 ล้านบาท โดย บสย. ค้ำประกันสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีทั่วไป วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อราย ในอัตราค่าธรรมเนียม 1.75% ต่อปี ค้ำประกัน 10 ปี4. รัฐบาลยังมีโครงการช่วยเหลือเอสเอ็มอีรายย่อย ผ่านกองทุน สสว. โดยให้สินเชื่อแก่เอสเอ็มอีทั่วไป รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่อง วงเงินต่อรายไม่เกิน 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1% ต่อปี ระยะเวลากู้ 7 ปี ปลอดชำระเงินต้น 1 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังได้ร่วมกับสมาคมสถาบันการเงินของรัฐจัดทำเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com และ ธปท. ได้จัดทำเว็บไซต์ www.bot.or.th/covid19 เพื่อรวบรวมมาตรการด้านการเงินของสถาบันการเงินในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด- 19 ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงข้อมูลและมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงการคลังได้มีติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนแก้ไขปัญหาข้อติดขัดในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ และพร้อมที่จะออกมาตรการที่เหมาะสมมาดูแลเศรษฐกิจไทยได้อย่างทันการณ์ต่อไป&amp;rdquo; สศค. ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79758</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, ศูนย์สินเชื่อเอสเอ็มอี, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd7c51b9b7d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  “ออมสิน” ลุยเปิดศูนย์สินเชื่อเอสเอ็มอีทั่วไทย หวังช่วยการเข้าถึงแหล่งเงินกู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ออมสิน&amp;rdquo; เตรียมลุยเปิดศูนย์สินเชื่อเอสเอ็มอี ตั้งเป้าหมายปีนี้ที่ 82 สาขา หวังช่วยอำนวยความสะดวกเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มขึ้น กางแผนงานปี 2561 เล็งกวาดกำไร 30,000 ล้านบาท มองสงครามลดค่าธรรมเนียมแบงก์พาณิชย์ฉุดรายได้ หันแข่งดุปล่อยสินเชื่อรายย่อยแทน ยันพร้อมลงสนามรบเต็มสูบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย. 61 - นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารกำลังเร่งเปิดศูนย์สินเชื่อเอสเอ็มอีให้ได้ 82 สาขาทั่วประเทศภายในไตรมาส 3 ปีนี้ เพื่ออัดฉีดเงินสินเชื่อช่วยเหลือกลุ่มลูกค้ารายย่อย เอสเอ็มอี สตาร์ทอัพที่ต้องการวงเงินตั้งแต่ 20-50 ล้านบาท ให้ได้รับเงินที่รวดเร็วขึ้น โดยกำหนดว่าในเดือนมี.ค.จะตั้งได้ 37 สาขา ไตรมาสสองจะตั้งได้เพิ่มอีก 20 สาขา และไตรมาสสุดท้ายจะตั้งได้อีก 25 สาขา รวมเป็น 82 สาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาการอนุมัติสินเชื่อของสาขาธนาคารออมสินจะอนุมัติได้ไม่เกิน 20 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งหากต้องการขอสินเชื่อมากกว่านี้ก็ต้องส่งเรื่องไปให้ศูนย์สินเชื่อเป็นผู้อนุมัติ ซึ่งบางครั้งอาจต้องใช้เวลานานเพราะศูนย์ยังมีอยู่น้อย แต่ภายในปีนี้การอนุมัติเงินกู้ให้ลูกค้ารายย่อยจะรวดเร็วมากขึ้น เพราะมีศูนย์สินเชื่อกระจายออกไปครบทุกภูมิภาค สอดคล้องกับแผนธนาคารที่ต้องการรุกสินเชื่อเอสเอ็มอีมากขึ้น โดยปีนี้จะเพิ่มอีก 64 สาขา จากปีที่แล้วที่มีศูนย์ช่วยเหลือเอสเอ็มอีเพียง 18 ศูนย์เท่านั้น โดยเชื่อว่าจากการเพิ่มจำนวนศูนย์จะส่งผลให้สินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารเติบโตอย่างก้าวกระโดดแน่นอน&amp;rdquo; นายชาติชาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แผนงานของธนาคารออมสินในปี 2561 ตั้งเป้าหมายทำกำไรไม่ต่ำกว่า 28,000-30,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อใหม่ 83,000 ล้านบาท โดยเน้นการขยายกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นอีก 48,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50%จากปีก่อน นอกจากนี้ธนาคารยังเตรียมขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมจากรัฐบาล เพื่อปล่อยกู้ให้กับกลุ่มหนี้นอกระบบด้วย โดยปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าในปี 2561-2562 ปีละ 5,000 ล้านบาท และคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่ให้เกิน 2.4% ขณะที่เงินฝาก ตั้งเป้าหมายเพิ่มเงินฝากอีก 78,000 ล้านบาท โดยจะเน้นไปยังกลุ่มอายุ 18-22 ปี ขณะเดียวกันจะขยายฐานลูกค้าจากที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 33.86% ของประชากรทั้งประเทศที่มีอายุเกิน 7 ปี โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนเป็น 37% ในปีนี้ และเพิ่มเป็น 40% ในปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาติชาย กล่าวอีกว่า เรื่องการลดค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์ที่แข่งขันกันเชื่อว่า จะทำให้ธนาคารพาณิชย์หันมาแข่งขันหารายได้จากการปล่อยสินเชื่อรายย่อยมากขึ้น เนื่องจากเมื่อรายได้จากค่าธรรมเนียมที่ใช้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 35% หายไป ธนาคารพาณิชย์จะปรับตัวด้วยการควบคุมต้นทุนให้ต่ำลง รวมถึงลงมาเร่งทำสินเชื่อรายย่อยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัยแทน ซึ่งขณะนี้ธนาคารออมสินก็มีความพร้อมที่จะแข่งขันเพราะเราถือว่าเป็นเจ้าตลาดสินเชื่อรายย่อยอยู่ โดยมีฐานลูกค้าเกินครึ่งหนึ่งของตลาดสินเชื่อรายย่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7183</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ธนาคารออมสิน, ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน, ศูนย์สินเชื่อเอสเอ็มอี, สตาร์ทอัพ, สินเชื่อเอสเอ็มอี, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba482d8530b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
