<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟุ้งแต่งตั้งดร.ห้ามซื้อขายเก้าอี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ประชุม ก.ตร.นัดแรก ชงผุด &amp;ldquo;ศูนย์หลอกลวงไซเบอร์-ศูนย์ปฏิบัติงานเร่งด่วนรัฐบาล&amp;rdquo; ลั่นยุคนี้ห้ามมีซื้อขายตำแหน่งเด็ดขาด โดยบิ๊กแป๊ะจัดทำบัญชีโยกย้ายตำรวจยึดหลักอาวุโสเหมือนทหาร &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; แย้มจ่อประชุมปรับโครงสร้างดีเอสไอ โละ &amp;ldquo;ตร.-สกรีนคดีพิเศษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ในเวลา 13.15 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 7/2562 โดยทันทีที่นายกฯ มาถึง ได้ร่วมพิธีตรวจแถวกองเกียรติยศ ณ บริเวณด้านหน้าอาคาร 1 สตช. ก่อนวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 4 และถวายราชสักการะพระบรมรูปหล่อรัชกาลที่ 9 จากนั้นเป็นประธานประชุม ก.ตร. ที่ห้องศรียานนท์ โดยนายกฯ มีสีหน้าเคร่งขรึม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มาตรการในการรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ สตช. เป็นไปด้วยความเข้มงวด โดยมีกองอารักขาและควบคุมฝูงชน จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 กว่า 50 นาย กระจายกำลังดูแลโดยรอบ สตช.ตลอด ตั้งแต่ ถ.พระรามที่ 1 หน้า รพ.ตำรวจ มาจนถึงแยกเฉลิมเผ่า ต่อเนื่องไปจนถึงสถาบันนิติเวชวิทยา โดยจะมีการเดินตรวจตราในทุกชั่วโมง เพื่อสังเกตวัตถุต้องสงสัย บุคคลต้องสงสัย และสิ่งผิดปกติ รวมทั้งเจ้าหน้าหน่วยตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ ก่อนที่นายกฯ มาถึง นอกจากนี้ ยังมีการกันพื้นที่บนสกายวอล์กไม่ให้ประชาชนยืนติดรั้วที่หันหน้าเข้ามายัง สตช.ด้วย แต่ให้เดินผ่านได้ตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนนายกฯ จะเดินทางมาประชุม ในเวลาประมาณ 10.45 น. ได้เกิดฝนตกลงมาพร้อมกับลมพัดแรงจนทำให้ธงตราโล่ของ สตช.ที่ตั้งอยู่กับแท่นพิธีที่นายกฯ จะยืนรับทำความเคารพจากกองเกียรติยศได้ล้มลงจนเสาธงหัก เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำเสาใหม่มาเปลี่ยนทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 15.10 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงผลการประชุมว่า ได้มีโอกาสพูดคุยหารือผู้นำระดับสูงของ สตช. ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ส่วนการมอบนโยบายส่วนใหญ่ไม่มีความแตกต่างมากนัก มีแต่ในรายละเอียดที่จำเป็นต้องเข้าถึงการปฏิบัติเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจมีหลายข้อที่ต้องปฏิบัติ โดยหลายกิจกรรมปฏิบัติไปบ้างแล้ว อันไหนที่ยังปฏิบัติไม่ได้ก็ให้สรุปมาให้ทราบว่ามีปัญหาอยู่ตรงไหน ซึ่งการปฏิรูปจำเป็นต้องปฏิรูปทั้งบุคลากร องค์กร และการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;วันนี้ได้ดูโครงสร้างตำรวจทั้งหมดแล้ว มี 9 ส่วนด้วยกัน ในการบริหารหน้าที่เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจต่างๆ ของ สตช. ซึ่งมี 10 ศูนย์ วันนี้ได้ให้เพิ่ม เนื่องจากเป็นประเด็นหลักให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในเรื่องการปราบปรามการหลอกลวงไซเบอร์ต่างๆ ให้ตั้งเป็นศูนย์ให้ชัดเจน และอีกอันเป็นนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล อย่างไอยูยู ให้เพิ่มขึ้นมาอีกศูนย์ เป็นศูนย์ปฏิบัติการนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล คือเรื่องสำคัญที่เป็นวาระแห่งชาติ จะได้มีความรับผิดชอบที่ชัดเจนมากขึ้น&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ได้มีการแก้ไขกฎระเบียบ ก.ตร.ข้อหนึ่งคือ การเลื่อนตำแหน่ง ต้องมีการนับอาวุโสคล้ายคลึงกับของทหารในปัจจุบัน ซึ่งในการนับอาวุโสต่างๆ ถ้าอาวุโสเท่ากันก็นับย้อนลงไป โดยปฏิบัติมาแล้วตั้งแต่ปี 2557 ก็ไม่มีปัญหาอะไร ในส่วนการแต่งตั้งต่างๆ ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นผู้รับผิดชอบในภาพรวมก่อนพิจารณา ซึ่งต้องรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอบัญชีต่างๆ ที่กองกำกับหรือภาคเสนอขึ้นมาพิจารณา จากนั้นก็พิจารณาในเรื่องความเหมาะสมกับตำแหน่งต่างๆ ตามสัดส่วนที่มีอยู่เดิม ตามอาวุโสที่เสนอมา มีกรอบการทำงานชัดเจนอยู่แล้ว ให้ทุกคนทำตามหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย กติกาต่างๆ ของ ก.ตร.ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมยืนยันว่าไม่ให้มีการซื้อขายตำแหน่งโดยเด็ดขาด และการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจต้องเป็นไปด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม ไม่ให้ถูกกล่าวอ้าง ถูกกล่าวหาโน่นนี่ มันเสียชื่อ ซึ่งผมคิดว่าไม่ได้มากมายนักหรอก อาจจะมีอยู่บ้าง แต่ต้องแก้ไขให้ได้มากที่สุด&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า ส่วนเรื่องการทำงานของ สตช. ต้องทำงานสนองนโยบายของทุกรัฐบาลด้วย แต่ต้องเป็นรัฐบาลที่โปร่งใส เป็นรัฐบาลที่ทำถูกต้องทุกอย่างตามกฎหมาย นี่คือสิ่งที่ฝากไว้กับ สตช. การเป็นนายกฯ ต้องดูแลในฐานะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ในการมาดูแล สตช.ก็เพียงมากำกับดูแลควบคุมให้เป็นไปตามกฎระเบียบ กติกาที่เขาทำอยู่ มันมีอยู่แล้วกฎหมายไม่มีละเมิด ไม่มีสร้างปัญหาต่างๆ ก็จบหน้าที่แค่นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ถูกมองว่ารวบอำนาจหลังกำกับดูแล สตช.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า เชื่อว่าอีกสักพักคงมีการพูดคุยเพื่อปรับโครงสร้างดีเอสไอ โดยต้องหารือร่วมกันระหว่างนายกฯ, รมว.ยุติธรรม, สำนักงาน ก.พ.ร. และตนเองในฐานะรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย โดยนายกฯ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำงานของดีเอสไอมาหลายเดือนแล้ว เพราะเห็นว่ามีตำรวจปฏิบัติงานอยู่มากเกินไป และอยากได้นักกฎหมายที่ไม่ใช่จาก สตช.มาทำงานด้วย พร้อมกันนี้ยังจะเน้นการให้ความเป็นธรรม ซึ่งดีเอสไอต้องดูแลคดีพิเศษเท่านั้น โดยมี 2 แนวทางในการพิจารณาคดีพิเศษ 1.อธิบดีดีเอสไอเป็นผู้พิจารณา และ 2.ให้คณะกรรมการคดีพิเศษเป็นผู้พิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกวันนี้กลายเป็นว่าประชาชนไปร้องตำรวจ แล้วตำรวจเกิดเมินเฉย ช้า ไม่ได้ดั่งใจ จึงยกขบวนมาดีเอสไอ บางทีมาเยอะเหมือนม็อบ มานอนอยู่หน้าดีเอสไอ ซึ่งถ้าดีเอสไอไปรับเข้า บางครั้งก็ทำให้เสียระบบ จึงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ หากตำรวจช้าก็ต้องเล่นงานตำรวจ ไม่ใช่ช้าก็โอนมาดีเอสไอ เพราะไม่งั้นถ้าดีเอสไอช้าก็คงตั้งกรมอื่นแทนดีเอสไอ ข้อสำคัญคือต้องวางหลักเกณฑ์ให้ดี เพราะที่ผ่านมาเรื่องนี้ทำให้ตำรวจและดีเอสไอขัดแย้งกัน&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้กำกับดูแลดีเอสไอด้วยตัวเอง เพราะหวังใช้ดีเอสไอดำเนินการในเรื่องคดีความต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเมือง เพราะแม้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ลงไปคุมด้วยตัวเอง แต่หากต้องการใช้จริงก็ใช้ได้อยู่แล้ว จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะลงไปเปิดตัว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการลงไปดูเพื่อให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น โดยหลังจากนี้คาดว่าคดีความต่างๆ ที่จะเข้าดีเอสไอต้องมีการสกรีนมากขึ้น เพราะที่ผ่านมานั้นดีเอสไอย่อหย่อน เนื่องจากชาวบ้านมาร้องขอ ซึ่งเมื่อดีเอสไอทำคดีได้เร็ว ตำรวจก็เกิดความน้อยใจ ทั้งนี้ อะไรที่เป็นหน้าที่ของตำรวจ ตำรวจก็ต้องทำ เพราะคดีที่จะเป็นคดีพิเศษต้องเข้าเกณฑ์ หรือเป็นคดีที่มีอิทธิพล คดีสำคัญ ซึ่งตำรวจไม่สามารถดำเนินการได้ โดยคดีพิเศษนั้นอัยการสามารถลงมาสอบด้วยได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42583</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อขายตำแหน่ง, ศูนย์ปฏิบัติงานเร่งด่วนรัฐบาล, ศูนย์หลอกลวงไซเบอร์, หนังสือพิมพ์, แต่งตั้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d4445c0a188c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
