<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ปิดฝึกปฎิบัติการทางทะเลขอทุกฝ่ายรักษาผลประโยชน์ชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.62 ๐ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ มาลงบนเรือหลวงอ่างทอง บริเวณอ่าวไทยตอนบน จังหวัดระยอง เพื่อเป็นประธานพิธีปิดการฝึกปฏิบัติทางทะเลของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในนามของผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยทันทีที่มาถึง นายกรัฐมนตรี ได้ชมการฝึกบริหารวิกฤติระดับชาติ การฝึกสาธิตประมงผิดกฎหมาย โดยเมื่อได้รับแจ้งได้มีการนำเรือเพื่อปิดเทียบ เพื่อตรวจสอบ พร้อมชุดสหวิชาชีพทางหัวเรือของเรือหลวงอ่างทอง เพื่อตรวจค้นอาวุธและตรวจสอบประวัติบุคคลที่อยู่ภายในเรือ รวมถึงชมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ลอยอยู่กลางทะเล โดยใช้เรือขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และการขนย้ายทางเฮลิคอปเตอร์ ก่อนจะนำกลับมาที่เรือหลวงอ่างทอง เพื่อทำการรักษา ซึ่งเรือหลวงอ่างทอง ได้ถูกจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนามทางเรือ ขีดความสามารถระดับ 2 ขณะที่ภารกิจสุดท้ายเป็นการขจัดคราบน้ำมันในทะเล ซึ่งสอดคล้องกับอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีการขนถ่ายน้ำมัน โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ขนสารเคมีโปรยลงบนทะเล ที่ทำให้น้ำมันแตกตัวและจมลงทะเล ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนจะสลายไปเองตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจ ขณะเดียวกันนายกฯ ได้สอบถามชาวบ้านที่มาร่วมฝึกว่าประกอบอาชีพอะไร และสภาพความเป็นอยู่เป็นอย่างไร มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วหรือไม่ ขอให้ทุกคนใช้จ่ายยึดหลักประหยัด เงินที่ให้ในบัตรแม้จะเล็กน้อยแต่ก็เพียงพอกับการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ขอให้ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังขอให้ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการร่วมกัน โดยการทำงานของศรชล. เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งในด้านภัยภิบัติ นักท่องเที่ยว และการปราบปรามประมงผิดกฎหมาย และภารกิจอื่นๆ จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันและกันแยกไม่ได้ อีกทั้งต้องเรียนรู้ และทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ส่วนอะไรที่เป็นปัญหาและความขัดแย้งก็ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้ได้ จะคิดแบบเดิมทุกอย่างก็ไปไม่ได้ ขณะที่กฎหมายต้องใช้อย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่นเรื่องการประมงผิดกฎหมาย และหากจะแก้กฎหมายต้องระมัดระวัง และย้ำว่าการแก้ปัญหาใดก็ตาม ก็ต้องแก้ทั้งระบบอย่าให้เกิดปัญหาตามมา ขณะเดียวกันต้องรักษาผลประโยชน์ชาติและประชาชนเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวให้โอวาทเจ้าหน้าที่อีกว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมรับชมการฝึกซ้อมในวันนี้ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงรับสั่งและเน้นย้ำ ให้มีการเตรียมแผนหลัก แผนรอง และแผนเผชิญเหตุ ทั้งนี้การรักษาผลประโยชน์ของชาติมีหลายมิติ ทั้งทางทะเล ทางบก ทางน้ำและอากาศ ซึ่งทั้งหมดเป็นหน้าที่ของทุกคนอยู่แล้ว โดยต้องไม่มีการปล่อยปะละเลย ต้องเสียสละ อดทน และเป็นที่พึ่งให้ประชาชนให้ได้ทุกโอกาส อย่างไรก็ตาม วันนี้ได้มาเห็นการทำงานร่วมกันของพลเรือน ทหาร ตำรวจและประชาชน แล้วมีความสุข นี่คือประเทศไทยของเรา โอกาสและศักยภาพมีจำนวนมาก หากมีปัญหากันเองก็จะทำอะไรไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มีใครเบื่อนายกฯหรือไม่ เพราะตนพูดนานอาจเบื่อ แต่ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อแผ่นดิน ผืนน้ำ และประชาชน ซึ่งหน้าที่ของเราทุกคนคือต้องเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43949</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d0ee687ed1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรชล.ช่วยลูกเรือประมงถูกทิ้งกลางทะเลโซมาเลียกลับถึงไทยแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.62- เพจกองทัพเรือ Royal Thai Navy เผยภาพและข้อมูล เมื่อเวลา 06.30 น. พล.ร.ท.พงษ์ศักดิ์ จุลกาญจน์ หัวหน้าสำนักงานผู้บังคับบัญชา ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.) พร้อมด้วยพล.ร.ต.โสภณ รัชตาภิรักษ์ รองหัวหน้าสำนักงานฯ ผู้แทนจากกรมประมง และผู้แทนจากกรมเจ้าท่า เป็นผู้แทนจาก ศรชล. ร่วมกับกระทรวงแรงงาน และกระทรวงการต่างประเทศ ให้การต้อนรับลูกเรือประมงไทย 18 คน ที่ถูกนายจ้างไทยทอดทิ้งในทะเลโซมาเลียกลับสู่ประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพจกองทัพเรือระบุตอนหนึ่งว่า หลังจากทราบข่าวจากสื่อออนไลน์ ในการขอความช่วยเหลือจากนาย เรวัตร ป้องขาว ลูกเรือประมงไทย ซึ่งทำงานอยู่บนเรือประมงชื่อ WADANI 1 ผ่านทาง Facebook โดยในเบื้องต้นทราบว่าเรือลอยลำอยู่บริเวณทะเลในประเทศโซมาเลีย การนี้เมื่อศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ได้ทราบเหตุจึงดำเนินการประสานกับกองทัพเรือ โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ซึ่งได้มอบหมายให้นายทหารประสานงานของกองทัพเรือประจำกองเรือเฉพาะกิจผสม CTF151 มีที่ตั้งอยู่ ณ ราชอาณาจักรบาห์เรน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานให้เรือ และอากาศ ในกองเรือเฉพาะกิจผสม CTF151 ทำการตระเวนบริเวณทะเลในประเทศโซมาเลีย แต่ไม่พบ จึงนายทหารประสานงานฯ ได้ร้องขอกองกำลังทางเรือสหภาพยุโรป(EUNAVFOR) ใช้เครื่องมือดักรับสัญญาณช่วยเหลือทางทะเล หรือสัญญาณวิทยุขอความช่วยเหลือ จนในที่สุดทราบว่าเรือประมง WADANI 1 จอดเทียบท่าเรือของโซมาเลีย จากนั้นเจ้าหน้าที่ของ ศรชล. ได้สนทนากับลูกเรือ WADANI 1 โดยมีความประสงค์ที่ขอกลับประเทศไทยทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล.ได้ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 นั้น อันได้แก่กรมเจ้าท่าทำการตรวจสอบทะเบียนเรือประมง WADANI 1 และเรือประมง WADANI 2 ซึ่งที่ปรากฏเรือทั้ง 2 ลำได้เพิกถอนทะเบียนเรือไทย โดยเจ้าของเรือได้ขายเรือดังกล่าวให้กับเจ้าของเรือชาวอิหร่านตั้งแต่ปีพ.ศ.2558 และกรมเจ้าท่าได้เพิกถอนทะเบียนเรือไทยเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของกรมประมงได้ตรวจสอบฐานข้อมูลเรือประมงแล้ว ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อเรือประมงนอกน่านน้ำไทย ดังนั้นโดยสถานะทางกฎหมายเรือดังกล่าวไม่ใช่เรือไทย และต่อมาได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา ให้ประสานให้การช่วยเหลือลูกเรือประมงดังกล่าว ซึ่งนายเชิดเกียรติ อัตถากร เอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานให้ความช่วยเหลือลูกเรือประมง โดยได้รับแจ้งว่าบริษัทเจ้าของเรือได้ส่งอาหารให้เพิ่มเติม และกระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามให้ความช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยทั้ง 18 คน โดยอาศัยช่องทางทางการทูต และเครือข่ายองค์การเพื่อการย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ (IOM : International Organization for Migration) โดยทาง สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้อำนวยความสะดวกในเดินทางออกจากสนามบิน เมือง Bosaso รัฐ Puntland ของโซมาเลีย โดยลูกเรือไทยเดินทางถึงสนามบินเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมี กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ อำนวยความสะดวกในการจัดให้ลูกเรือประมงไทยเข้าพักที่โรงแรม เพื่อเดินทางกลับไทย โดยเดินทางกลับประเทศไทยด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 518&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าเมื่อคนไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศได้รับความเดือดร้อน ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เป็นลูกเรือประมงไทยในน่านน้ำต่างประเทศดังนั้น ศรชล. จึงได้ดำเนินการโดยอาศัยกลไกตามพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 ดำเนินการบูรณาการ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จนสามารถให้ความช่วยเหลือให้ลูกเรือประมงไทยได้กลับมาถึงประเทศไทย และกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43253</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลูกเรือประมง, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล, เพจกองทัพเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190812/image_big_5d50cb724868d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
