<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่านใบขับขี่ลาม ‘ภ.8’ตั้งกก.สอบ 5วันรู้ชะตาผกก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; บานปลาย ส.ต.ต.ขอตรวจใบขับขี่ เจอตอ คนขับแสดงตัวเป็นบิ๊กตุลาการเพื่อนผู้กำกับ &amp;nbsp; ไม่ให้ดูเท่านั้นไม่พอ คนปฏิบัติหน้าที่พร้อมเพื่อนยังโดนเด้ง กลายเป็นกระแสวิจารณ์ขรมในโลกโซเชียล &amp;nbsp;บิ๊กตู่เต้น สั่งย้ายกลับ ขณะที่ ผบช.ภ.8 สั่งตั้งกรรมการสอบ ขีดเส้นรู้ผลใน 5 วัน ด้าน ผกก.โชคดี งานนี้ไม่โชคดีสมชื่อ อ้างย้ายลูกน้องมาเป็นตำรวจติดตามเพื่อให้เรียนรู้งาน รู้จักคนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง หลังมีผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ ส.ต.ต.เอกพล จุ้ยส่องแก้ว ตำรวจจราจร สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ขอตรวจใบอนุญาตขับขี่ผู้ขับรถฮอนด้า แอคคอร์ด ทะเบียน กธ 4808 สงขลา ขณะผ่านด่านตรวจถนนสายทุ่งใหญ่-หนองดี บริเวณยูเทิร์นภูตะวัน เขตเทศบาล ต.ท่ายาง ปรากฏว่าคนขับไม่ยอมให้ตรวจใบขับขี่ โดยแสดงตัวเป็นนายไกรรัตน์ &amp;nbsp;วีรพัฒนาสุวรรณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 จ.นครศรีธรรมราช ทั้งบอกว่าเป็นเพื่อนกับ &amp;quot;ผู้กำกับโชค&amp;quot; หมายถึง พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ซึ่งในที่สุดตำรวจได้ปล่อยให้รถคันดังกล่าวผ่านไป อย่างไรก็ตาม เรื่องไม่จบลงแค่นั้น เมื่อมีข่าวว่าตำรวจ 2 นายที่ปฏิบัติหน้าที่คือ ส.ต.ท.ธีระพงษ์ เพชรจันทร์ทอง และ ส.ต.ต.เอกพล ต้องคำสั่งย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 2 นายกลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิมแล้ว เพื่อให้ความเป็นธรรม ส่วน ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำลังดำเนินการไปตามขั้นตอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร.ชี้แจงว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ทราบเรื่อง ก็ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 และ พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ลงไปกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ซึ่งเบื้องต้นตำรวจที่ถูกย้ายก่อนหน้านี้ได้กลับมาทำหน้าที่ตามเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจก็ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ซึ่งผู้ใช้รถใช้ถนนที่ผ่านเข้าไปบริเวณที่มีการตั้งจุดตรวจต้องให้ความร่วมมือ ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มองว่าการสั่งย้าย ส.ต.ต.ของ ผกก.ทุ่งใหญ่ เป็นการทำเกินกว่าเหตุ รอให้ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราชและ ผบช.ภ.8 ตรวจสอบก่อน&amp;quot; โฆษก ตร.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การตรวจใบขับขี่ของพนักงานจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่สามารถทำได้ เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร ต้นสังกัดอยู่ระหว่างซักถามข้อเท็จจริง และประเด็นนี้จะมีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่างไร ขึ้นอยู่กับต้นสังกัด เมื่อทราบผลจะต้องรายงานให้ ผบ.ตร.รับทราบต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ย้ำว่า ตามปกติแล้ว หากมีการขอตรวจใบขับขี่ ผู้ถูกตรวจต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าบุคคลนั้นเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจริงหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องให้ ถ้าไม่มีก็แจ้งไม่ได้พกติดตัวมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งย้าย พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ออกจากพื้นที่ดังที่มีกระแสข่าว ซึ่งการจะสั่งย้ายข้าราชการ จะต้องมีเหตุผลเพียงพอ โดยได้เรียก พ.ต.อ.โชคดีเข้าชี้แจงในบ่ายวันเดียวกัน เรื่องนี้ต้องตรวจสอบให้รอบคอบ เพราะกระทบกับการทำงานของหลายหน่วยงาน ต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่บานปลาย หากตำรวจบกพร่อง ก็ต้องดูว่าบกพร่องส่วนไหน เป็นการบกพร่องในส่วนของการกำกับดูแลของผู้บังคับบัญชาหรือไม่ รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ต.ต.เอกพล ผู้ขอตรวจใบขับขี่ ก็ต้องดูว่าปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องแล้วหรือยัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของ พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวระหว่างแถลงข่าวจับยาเสพติดที่ บก.ภ.จว.ชุมพร ว่าขณะนี้ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ฐากูร &amp;nbsp;ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เพื่อให้ครอบคลุมได้ข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยให้รายงานผลภายในวันอังคารที่ 14 พ.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีเจ้าพนักงานเรียกดูใบขับขี่แล้วไม่ให้ดู จะถือว่าผู้นั้นมีความผิดทางอาญาฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานหรือไม่ พล.ต.ท.พงษ์วุฒิกล่าวว่า ต้องขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน หลังจากวันอังคารที่ 14 พ.ค.นี้ จะแถลงให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทราบ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าพนักงานมีคำสั่ง โดยทั่วไปแล้วจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า หลังเกิดเหตุหน่วยงานหรือคู่กรณีได้ชี้แจงกับตำรวจบ้างหรือไม่ พล.ต.ท.พงษ์วุฒิกล่าวว่าเป็นเรื่องของแต่ละหน่วยงาน ในส่วนตำรวจก็มาดูในบ้านตนเองว่าผู้ใต้บังคับบัญชาได้กระทำถูกต้องหรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.พงษ์วุฒิยืนยันด้วยว่า ยังไม่มีคำสั่งย้าย พ.ต.อ.โชคดี แต่วันเดียวกันได้ให้ พล.ต.ต.ฐากูรและ พ.ต.อ.โชคดี มาพบที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 8 เพื่อรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของ พ.ต.อ.โชคดี กล่าวว่า หลังจากตนทราบเรื่องการขอตรวจใบขับขี่ข้าราชการระดับสูง ก็ได้นำ ส.ต.ท.ธีระพงษ์ และ ส.ต.ต.เอกพล ที่ปฏิบัติหน้าที่ในคืนวันที่ 2 พ.ค. ไปพบท่านอธิบดี เพื่อขอคำแนะนำในข้อกฎหมาย และขอโทษท่าน ที่ศาลแขวงนครศรีธรรมราช ซึ่งท่านไม่ได้ตำหนิอะไร และไม่ติดใจใดๆ ยังแนะนำข้อกฎหมายและการปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีวิจารณญาณและใช้ความสุภาพให้มากกว่านี้ ตนมองว่าทั้งสองฝ่ายไม่มีใครผิด ท่านอธิบดีมีบ้านอยู่ไม่ไกลจากจุดตรวจ ท่านขับรถออกมารับประทานอาหาร และจะขับรถกลับเข้าบ้าน ในขณะที่ตำรวจจราจรขอดูใบขับขี่ ผู้หญิงที่นั่งมาด้วยก็พยายามจะค้นหาใบขับขี่ในกระเป๋าถือ แต่ยังหาไม่พบ ประกอบกับมีรถติดเยอะ จึงขอขับชิดซ้ายเพื่อไม่ให้รถติด เมื่อ ร.ต.อ.ไพศาล ใจห้าว เดินมาที่รถ ทางท่านอธิบดีก็กล่าวแสดงตนว่าเป็นอธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 8 และเป็นเพื่อนกับตน ร.ต.อ.ไพศาล จึงอนุญาตให้ขับรถไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.โชคดีกล่าวว่า ตำรวจจราจรทั้งสองนายเป็นตำรวจใหม่ แม้จะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังขาดประสบการณ์และวิจารณญาณที่ดี คำพูดก็ค่อนข้างแข็งกระด้างไปหน่อย จึงย้ายให้มาเป็นตำรวจติดตามตน เพื่อที่จะแนะนำและฝึกฝนประสบการณ์อย่างใกล้ชิด ก่อนจะย้ายกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตำรวจจรจรเหมือนเดิม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35545</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอตรวจใบขับขี่, ส.ต.ต., สภ.ทุ่งใหญ่, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd587178a0e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
